ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ประธานคลั่งรัก

ประธานคลั่งรัก

เมื่อเลขานุการคนเดิมจำเป็นต้องลาคลอดเพื่อทำหน้าที่แม่ ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจึงต้องเร่งเฟ้นหาพนักงานชั่วคราวมาทดแทนด้วยสัญญาจ้างงานหกเดือน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกอย่างคาดไม่ถึง เมื่อผู้ที่ก้าวเข้ามาสมัครตำแหน่งนี้คืออดีตคนรักที่เคยจบความสัมพันธ์กันไป การกลับมาพบกันอีกครั้งในสถานะเจ้านายและลูกน้องท่ามกลางถ่านไฟเก่าที่ยังกรุ่นอยู่จึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับความรู้สึกที่ยากจะเลือนหายไปจากใจของเขาทั้งสองคน
ตอน
แชร์

ตอน 3

"ตาหวาน" หันมองคนที่เรียกชื่อตัวเอง พลันตาเบิกกว้างเมื่อคนตรงหน้าคือผู้ชายที่เคยคุ้นเคยและรู้จักเป็นอย่างดีคือชนินธรอดีตคนรักเก่าที่เลิกลากันไปเมื่อ 2 ปีที่แล้วและหลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อหรือได้ข่างคราวกันอีกเลย

"พี่ชนิน" กลืนเสียงตัวเองลงคอเผลอเรียกพี่ โดยไม่ทราบว่าอีกฝ่ายเต็มใจหรือไม่

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” น้ำเสียงโทนต่ำกว่าเมื่อสักครู่เพ่งสำรวจร่างแน่งน้อยว่าบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า

“อย่ามาจับ” สะบัดมือออกจากคนที่เป็นอดีต ไม่คิดไม่ฝันจะวนกลับมาเจอกันอีกครั้งในรอบสองปี

“คิดว่าอยากจับเหรอ” ต่างฝ่ายต่างทำตัวไม่ถูก มันนานมากที่ไม่เจอกันเลยแม้รูปร่างหน้าจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก แต่ก็ดูเป็นผู้ใหญ่มาบ้างเล็กน้อยกันทั้งสองฝ่าย ตาหวานยังคงตกอยู่ในอาการประหม่าแดดร้อนๆไม่ได้ทำรู้สึกเท่ากับหัวใจที่เต้นระส่ำร้อนเป็นไฟในอก

"มาทำอะไรแถวนี่" ชนินธรเป็นฝ่ายเอ่ยถามก่อนเพื่อไม่ให้เหตุการณ์การยืนมองผู้หญิงที่ยังมีหวังว่าสักวันคงได้เจอก็ได้วนกับมาเจอกันจริงๆ

"มาซื้อของ" คนตัวเล็กวิ่งไปเก็บชุดทำงานมันกระเด็นไปอยู่กลางถนนถูกรถหลายคันผ่านไปมาเหยียบจนเนื้อเริ่มขาดลุ่ยออก หยิบชุดทำงานที่อยู่ในถุงออกมาตาหวานถอนหายใจเป็นท้อต้องได้ควักเงินอันน้อยนิดซื้ออีกครั้งแน่

"ขาดหมดเลย" หน้าหง่อยคล้ายคนจะร้องไห้อยู่รอมร่อชุดทำงานขาดลุ่ยจนไม่สามารถใส่ทำงานได้ เงินเกือบสามพันหายไปกับตาหมายความว่าต้องกลับเข้าไปซื้อใหม่อีกครั้ง เงินก็ยิ่งไม่มียังต้องเจอเรื่องเฮงซวยเพราะผู้ชายเฮงซวยที่เธอไม่ปรารถนาอยากเจอมาตลอดสองปี ชนินธรเห็นสีหน้าอีกฝ่ายไม่สู้ดีนัยน์ตาแดงก่ำย่อมรู้ดีว่าต้องร้องไห้แย่งสิ่งของในมือตาหวานตรวจเช็คดูมันเสียหายไปแล้วจริงๆ ยิ่งรองเท้าส้นหลุดจนใส่ไม่ได้

“ชุดทำงานเหรอ เดี๋ยวซื้อให้ใหม่"

"ไม่ต้อง" ดึงกลับมาคืนยัดใส่ถุงอย่างอารมณ์เสียก่อนจะเดินออกจากจุดนี้ ทว่าชนินธรคว้าแขนแล้วรั้งไม่ให้ไป ในเมื่อได้เจอกันแล้วจะปล่อยให้เดินจากไปอีกง่ายๆได้ยังไง

"จะพาไปซื้อชุดใหม่"

“ก็บอกว่าไม่เป็นไร” ยังยืนยันคำเดิม ไม่อยากรับความช่วยเหลือจากอดีตแฟนเก่า แต่มันคงไม่เป็นผลชนินธรช้อนคนตัวบางอุ้มพาดบ่าไปที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว ตกใจตื่นดิ้นด๊อกแด๊กอยู่บนบ่าหัวห้อยโต่งเต่งผมยาวสวยสีดำตกลงตามแรงโน้มถ่วงลากไปกับพื้นถนน

“ปล่อย ฉันนะคุณชนิน” คำพูดคำจาบ่งบอกว่าเขาเป็นคนอื่นไปสำหรับเธอแล้วจริงๆ แต่กระนั้นชนินธรจะไม่เอามาใส่ใจและทำเป็นหูทวนลมอุ้มตาหวานแล้วจับยัดเข้ารถสปอร์ต

“นั่งอยู่เฉยๆ”

“จะพาไปไหน”

“พาไปซื้อของพวกนี้” ชูเสื้อผ้าที่มันขาดขึ้นมาจากนั้นก็โยนมันลงถังขยะสีเหลืองที่ตั้งไว้ริมฟุตบาท ในขณะที่ตาหวานพยายามจะเปิดและดันตัวเองลงจากรถก็ไม่อาจสู้แรงคนตัวโตได้ ทั้งยังถูกขู่หากตาหวานก้าวเท้าลงมา แล้วเขาวิ่งไล่จับทันเมื่อไหร่จะเอาจับมัดไว้รถ 3 วัน 3 คืนและถ้าชนินธรทำจริงหมายความว่างานที่รับปากพี่สาวคนสนิทไว้ก็จะกลายเป็นคนเทงานไปในทันที

ตาหวานนั่งเงียบบนรถหรูคันใหม่ที่ไม่เคยนั่งและเหมือนว่าเจ้าของมันจะเพิ่งซื้อมาได้ไม่กี่เดือน เมื่อทำอะไรไม่ก็ต้องนั่งนิ่งตัวเกร็งในยามที่ได้กลิ่นตัวอันคุ้นเคย แม้จะไม่ดอมดมมานานก็ยังจำกลิ่นนี้ได้ดี แทนที่ชนินธรจพาเธอไปห้างเดิมที่เพิ่งเลือกซื้อชุดและอยู่ไม่ไกลมาก ทว่ากลับพาไปยังห้างดังหรูและมีผู้คนเดินกันอย่างล้นหลามขึ้นชื่อว่าห้างหรูสินค้าก็ย่อมแพงเป็นธรรมดา ลานจอดชั้นใต้ดินถูกล้อแม็กทรวงสวยเหยียบจองเป็นเจ้าของ

“คราวนี้ลงได้” ไม่ถือว่าเป็นการสั่งแต่เป็นการขอความร่วมมือให้ตาหวานลงจากรถและเดินไปด้วยกันดีๆ มาถึงขนาดนี้ก็คงต้องลงและให้ความร่วมมือดีๆ ในการเดินชนินธรเป็นฝ่ายเดินตามหลังให้ตาหวานเดินนำหน้าเพราะถ้าคนตัวเล็กเดินตามหลังอาจจะหาทางวิ่งหนีเขาก็ได้

โซนเสื้อผ้าที่เป็นเหมือนบูทเซลล์ตาหวานเลือกเดินโซนนี้เป็นราคาที่จับต้องได้ ทว่าเนื้อผ้าหรือคัตติ้งการตัดเย็บมันไม่ได้เนี้ยบเท่าเสื้อผ้าแบรนด์ ยังไม่ทันที่เธอจะได้หยิบจับออกมาทาบบนตัวชนินธรก็จับต้นแขนเล็กลากเข้าช้อปแบรนด์เนมในทันที

“ลากฉันมาทำไม”

“เลือกเอาเลย จะเอากี่ตัวก็เลือก” เขาผายมือเปิดกว้างให้ตาหวานได้เข้าเลือกอย่างพอใจ ดูเหมือนว่าผู้หญิงตรงหน้าจะไม่ยอมเช่นกัน ตาหวานมองหน้าและตั้งใจจะเดินออก

“คุณผู้หญิงเชิญเลือกดูได้เลยค่ะ” พนักงานร้านที่เป็นผู้หญิงกล่าวทักทายสวัสดีต้อนรับจนตาหวานเกรงใจ การเดินกลับเข้ามาในครั้งนี้ไม่ใช่เพราะชนินธรแต่เพราะการเซอร์วิสของพนักงานที่มันดีเยี่ยมจนเธอเองทำตัวไม่ถูก เดินไปทางไหนพนักงานก็อำนวยความสะดวกให้ทางนั้นหยิบอะไรพนักงานก็ช่วยหยิบจนเคอะเขินไปทุกอริยบท

“ขอเป็นกระโปรงทรงนี้สองตัวและเสื้อตัวนี้สองตัวเหมือนกันค่ะ” เอ่ยเสียงแผ่วๆอย่างเกรงใจ อีกทั้งราคาบนป้ายก็ตัวละ 5 พัน ยังไม่รวมรองเท้าหุ้มส้นอีก 1 คู่

“เอาอย่างละ 3 รองเท้า 2 และกระเป๋าใบนี้ด้วย” ชนินธรนั่งชี้และให้พนักงานหยิบ ทั้งหมดนี้คือของที่เขาต้องการซื้อให้เธอคืน

“ฉันไม่เอากระเป๋า”

“เอาไปเถอะ น่าจะได้ใช้” ความจริงคืออยากซื้อให้เฉยๆ ตาหวานจะใช้หรือไม่ใช้ก็เป็นเรื่องของเธอ

เมื่อปฏิเสธไม่ได้ก็ต้องรับมันอย่างจำยอมแม้สีหน้าจะบ่งบอกว่าไม่สบายใจมากนักที่ต้องรับของมีมูลค่าเป็นเงินหลายบาทขนาดนี้ ถ้าเป็นเมื่ิอก่อนตาหวานคงไม่ปฏิเสธแต่ตอนนี้เธอกับเขาเป็นแค่คนรู้จักกันการรับของจากใครสักคนคงต้องคิดให้ดี แต่ทว่าในครั้งนี้เหตุเกิดจากอุบัติเหตุที่ชนินธรต้องรับผิดชอบ

“ได้ของครบแล้ว ฉันขอตัวกลับก่อนแล้วกัน”

“ดูหนังกันไหม” เป็นคำชวนที่ทำชนินธรประหม่าพอสมควร แต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธอย่างไม่ลังเล และแม้การชวนดูหนังจะไม่เป็นผลก็เปลี่ยนเป็นการชวนไปกินข้าวมื้อเที่ยงเพราะในเวลานี้มันก็ปาเข้าไปบ่ายโมงครึ่งแล้ว

“ไม่เป็น-“ พูดยังไม่จบประโยคข้อมือเล็กก็ถูกดึงจนตัวโยกตามแรงของอีกฝ่าย นับแทบไม่ถ้วนวันนี้ตาหวานถูกชนินธรลากไปลากมากี่รอบกันแล้ว

ร้านข้าวมันไก่

“ข้าวมันไก่ไม่เอาเลือด 2 จานครับ” ชนินธรตะโกนสั่งข้าวมันไก่ไม่เอาเลือดเป็นผลให้ตาหวานนั่งเงียบเม้มปากหายใจติดขัดเพราะปกติแล้วเธอไม่ชอบการกินเลือดไม่ว่าจะหมูหรือไก่หรือในอาหารประเภทไหนก็ตาม อาหารจานเดียววางลงตรงหน้ามีน้ำซุปถ้วยเดียวและถาดน้ำจิ้มวางคู่มา แตงกวาที่อยู่บนจานของตาหวานชนินธรตักมันออกมาใส่จานตัวเองโดยไม่ขออนุญาต ตาหวานไม่ชอบกินแตงกวา การกระทำของคนตรงหน้ายิ่งทำให้เธอประหม่าไปใหญ่

“กินสิ” สั่งให้เธอตักข้าวใส่ปากในขณะที่ตัวเองตักกินไปครึ่งจานตาหวานก็ยังมองเม็ดข้าวอยู่แบบนั้น

“….”

“ถ้าไม่กินจะป้อน” เป็นผลให้ตาหวานคว้าช้อนและจ้วงข้าวมันไก่เข้าปากในทันที แม้ชนินธรจะอดอมยิ้มกับคนตรงหน้าไม่ได้ก็ต้องทำเป็นเฉยและก้มหน้าซดน้ำซุปร้อนๆเข้าปากเพื่อให้ตาหวานได้กินข้าวอย่างสบายใจ บนโต๊ะเหล็กสีแดงไม่มีบทสนทนาอะไรนอกจากเสียงเคี้ยวแต่มันก็ทำให้ชนินธรรู้สึกดีไปเองฝ่ายเดียว อย่างน้อยก็ได้เจอหน้าผู้หญิงที่คร่ำครวญหามาตลอดสองปี

จานข้าวเกลี้ยงหมดทุกเม็ด ชนินธรเดินไปจ่ายเงินด้านในไม่ถึง 2 นาที่ที่เขาหันหลังให้ตาหวาน พอหันกลับมาคนที่นั่งกินข้าวด้วยกันสักครู่ก็หายไปแล้ว ตาหวานแอบซิ่งหนีออกไปโดยที่ตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าเธอวิ่งหายไปทางไหน

“…” มองซ้ายมองหาคนตัวบาง ทว่าหัวเสียเมื่อปล่อยให้ตาหวานหลุดมือไปแบบยังไม่รู้เลยว่าบ้านอยู่ไหนทั้งตั้งใจจะขอเบอร์ไว้ติดต่อก็พลาดจนได้

“ไวซิบ อย่าให้ได้เจออีกนะ คราวนี้ไม่ปล่อยแน่”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HTZ” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HTZ
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพราะคืนนั้น รักพันธนาการหัวใจ
8.1
โชคชะตาเริ่มต้นขึ้นในคืนที่แสนวุ่นวาย เมื่อนัทธนิษฐ์ นักธุรกิจสาวชาวไทยวัยสามสิบที่มุ่งมั่นผลักดันแบรนด์เครื่องสำอางสู่ระดับสากล กลับพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับซู่เหลียงฉี นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นคู่แข่งคนสำคัญในสนามการค้า ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจในครั้งนี้กลายเป็นพันธนาการที่ผูกมัดใจเธอไว้จนยากจะลืมเลือน เธอต้องเผชิญกับความรู้สึกที่สับสน ขณะที่เขายังคงเป็นปริศนาว่าคิดอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น พวกเขาจะจัดการกับความรักที่มาพร้อมกับความขัดแย้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ประธานสุดที่รัก
8.6
การถูกคนรักและเพื่อนสนิทหักหลังคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอต้องทวงคืนศักดิ์ศรี แม้จะรู้ถึงความสัมพันธ์อันน่าขยะแขยง แต่เธอกลับเลือกสวมหน้ากากนิ่งเฉย ซ่อนบาดแผลไว้ภายใน และแสร้งทำตัวปกติราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ทุกอย่างทำไปเพื่อรอคอยช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการเอาคืน เธอวางแผนเดินหันหลังให้ชายผู้ทรยศพร้อมคำพูดเชือดเฉือน เพื่อประกาศให้รู้ว่าเขาไม่คู่ควรกับเธออีกต่อไป สิ่งเดียวที่ต้องการคือการทำให้เขาต้องทนทุกข์และเสียดายอย่างสุดซึ้ง ที่ปล่อยเพชรล้ำค่าหลุดมือไปแลกกับเศษกรวดไร้ราคา
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์เมียต้องสวาท
9.2
โชคชะตาบีบบังคับให้ ใบหม่อน หญิงสาวธรรมดาต้องเข้าพิธีวิวาห์กับ คินทร์ธร มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลเพื่อชดใช้หนี้สินของครอบครัว การแต่งงานที่เริ่มต้นจากข้อตกลงกลับกลายเป็นพันธะทางใจ เมื่อสัมผัสที่อ่อนโยนและความปรารถนาอันลึกซึ้งของเขาเริ่มทลายกำแพงความกลัวในใจเธอ คินทร์ธรไม่ได้ต้องการเพียงภรรยาตามกฎหมาย แต่เขาต้องการครอบครองทั้งตัวและหัวใจของเธอ ใบหม่อนจะรับมืออย่างไรกับสามีสุดร้อนแรงที่พร้อมทุ่มเทความรักและดูแลเธออย่างใกล้ชิดจนแทบหยุดหายใจ
หน้าปกนวนิยาย เธอคือลมหายใจของฉัน
7.9
โฮว่หลิงเฉินประธานหนุ่มผู้เย็นชาสั่งขับไล่เหนียนหย่าเสวียนอย่างไม่ใยดีโดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอคือใคร จนกระทั่งผู้ช่วยคนสนิทได้เตือนสติว่าหญิงสาวที่เขาหยาบคายใส่คือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสด้วยกัน เมื่อความจริงปรากฏเขาก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือหันมาปรนเปรอและทะนุถนอมเธออย่างที่สุด ทว่าท่ามกลางความรักที่หวานชื่นและชีวิตที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบนั้น กลับไม่มีใครคาดคิดเลยว่าจุดจบของความสัมพันธ์นี้จะนำไปสู่การหย่าร้างในที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ห้ามรักถ้าไม่อยากเจ็บ
8.8
เมื่อหนี้สินบีบให้กุลนิภาต้องเลือกชดใช้ด้วยร่างกายแก่ชนกันต์ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย็นชาที่เกลียดความอ่อนแอของสตรี เขาเตือนเธอให้รักษาหัวใจไว้ภายใต้กฎเกณฑ์ที่ไร้ความรัก ทว่าท่ามกลางความสัมพันธ์ลับที่ซ่อนเร้น ความหึงหวงกลับทวีความรุนแรงขึ้นจนเขากล้าขู่จะกักขังเธอไว้ตลอดกาล แม้กุลนิภาจะพยายามดึงสติเขาด้วยเรื่องผู้หญิงที่เขากำลังจะแต่งงานด้วย แต่ความจริงที่ได้รับกลับสั่นคลอนความหวังในการได้รับอิสรภาพของเธอให้เลือนลางยิ่งกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย รักลึกสุดหัวใจ คู่กันชั่วนิรันดร์
9.2
หลังทนทุกข์กับรักข้างเดียวมาสามปีจนดูไร้ค่า เปี่ยนจือตัดสินใจเซ็นใบหย่ากับโอวม่อเยวียนทันทีที่เขาบีบให้เธอเลือก เธอกลับคืนสู่ฐานะทายาทเปี่ยนซื่อกรุ๊ปผู้เพียบพร้อมด้วยอำนาจและเสน่ห์ ท่ามกลางการสนับสนุนจากครอบครัวมหาเศรษฐี ทั้งพ่อที่เป็นเจ้าพ่อธุรกิจ พี่ชายซีอีโอผู้ทรงอิทธิพล และน้องชายคนดังในวงการ ขณะที่อดีตสามีพยายามขอคืนดี เธอกลับถูกจับจ้องโดยคู่แข่งหนุ่มผู้หยิ่งทะนงที่พร้อมสละมรดกพันล้านเพื่อยอมสยบและมอบหัวใจให้เธอเพียงผู้เดียว