ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย LOVE MARRIAGE วิวาห์รักพิศวาส

LOVE MARRIAGE วิวาห์รักพิศวาส

หลังหนีไปรักษาแผลใจที่ต่างประเทศ เธอจำต้องกลับมาพบความจริงว่าครอบครัวกำลังเผชิญวิกฤตล้มละลายเพราะพิษหุ้น ท่ามกลางความสิ้นหวัง เพื่อนสนิทของพ่อได้ยื่นมือเข้าช่วยพร้อมเงื่อนไขสำคัญคือการแต่งงานใช้หนี้ แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเจ้าบ่าวคนนั้นคือรุ่นพี่ผู้เป็นต้นเหตุของความเจ็บปวดในอดีต วิวาห์ที่เริ่มต้นจากพันธะทางธุรกิจครั้งนี้จะสามารถเปลี่ยนความชิงชังให้กลายเป็นความรักที่แท้จริงได้หรือไม่ หรือจะเป็นเพียงการตอกย้ำรอยแผลเดิมให้ลึกกว่าเดิม
ตอน
แชร์

ตอน 1

LOVE MARRIAGE วิวาห์รักพิศวาส

(พิมพ์ครั้งที่ 2 ฉบับปรับปรุง)

เรื่องนี้เคยตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์มาเเล้วนะคะ ประมาณ 5 ปีก่อนได้ค่ะ

ดังนั้นจึงเอามารีอัพให้อ่านค่ะ ฉบับนี้อาจะมีการปรับเปลี่ยนสำนวน เนื้อหาบางส่วนที่เคยตีพิมพ์ไปเเล้วให้ดีขึ้นนะคะ

โดนจะปรับเปลี่ยนสำนวน เเละฉาก NC เล็กน้อย เเต่ยังคำสำนวนอิโรติกไว้เช่นเดิม ทั้งไม่มีการเพิ่มเหตุการณ์ด้วยค่ะ

บทนำ

เสียงคุณครูสอนประจำคาบวิชาวิทยาศาสตร์ดังทั่วห้อง แต่ก็ไม่ได้เข้าผ่านหูของเด็กสาวร่างอ้วนท้วมที่ส่งสายตามองออกไปนอกหน้าต่างตลอดเวลาด้วยใจเหม่อลอย แม้กระทั่งเสียงเข้มของคุณครูเรียกถึงสามครั้ง

“ชาลิสา !” เด็กสาวสะดุ้งขึ้น เธอหันมามองหน้าคุณครูประจำวิชาพร้อมก้มลงด้วยความรู้สึกผิด

“เธอเหม่ออะไร ถ้าไม่ตั้งใจเรียนอีกครั้งฉันจะให้ออกไปยืนหน้าห้อง” เสียงเข้มของคุณครูประจำวิชาดุ

“ค่ะ คุณครู” ชาลิวาก้มหน้ารับผิด แต่ทว่าสายตาสอดส่องก้มมองขวดคุกกี้ที่อยู่ใต้โต๊ะด้วยความชื่นชม ทลายความรู้สึกผิดออกไปจนหมดสิ้น เธอมองนาฬิกาข้อมือรอเวลาอีกไม่กี่นาทีที่จะหมดลง

กริ๊ง ๆ

เสียงออดดังขึ้นบ่งบอกถึงเวลาพักกลางวัน เด็ก ๆ ต่างพากันเดินออกจากห้องด้วยความเหนื่อยล้าจากการเรียนในคาบที่ผ่านมา ทุกคนตรงไปที่จุดเดียวกัน นั่นคือ โรงอาหาร เรียงรายหลายสิบร้าน แต่ละร้านอัดแน่นเต็มไปด้วยนักเรียนที่กำลังต่อแถวเพื่อซื้ออาหารกลางวันเป็นจำนวนมาก

ชาลิสาเด็กสาวรูปร่างอ้วนท้วม ผิวสีขาวอมชมพูอายุราว ๆ สิบห้าปี เดินมองหารุ่นพี่ที่อายุมากกว่าถึงสามปี ใบหน้าคมเข้มของเขาที่ยังตรึงใจและติดตาอยู่ไม่เลือนหาย เมื่อสองเดือนก่อนเธอพบเขาโดยบังเอิญในงานกีฬาสีของโรงเรียน ตั้งแต่นั้นก็ชอบเขา มองเขาด้วยความชอบทุกครั้ง

“ลิสามองใครน่ะ” เด็กสาวผู้เป็นเพื่อนหันไปถาม พลางส่งสายตามองไปทางที่เพื่อนสาวมอง

“ไม่มีอะไรหรอก” เธอตอบเลี่ยง ๆ

“อ้าวแล้วนี่จะไม่กินข้าวกลางวันหรือไง” ผู้เป็นเพื่อนถาม แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะเธอเดินจากไปด้วยความรีบร้อนเรื่องอะไรบางอย่าง

ชาลิสาเดินออกมาจากโรงอาหารด้วยความรีบร้อน เธอมาดักรอรุ่นพี่ที่แห่งนี้ เมื่อรู้ว่าทุกเที่ยงเขาจะมาที่สนามบาส วันนี้ตั้งใจจะมอบของให้เขา คุกกี้ช็อกโกแลตถูกบรรจุใส่ขวดโหลอย่างดี พร้อมกับการ์ดเล็ก ๆ สีชมพูน่ารัก ๆ อยากให้รู้ว่าเธอชอบเขา

สายตาเธอสอดส่องมองเขาตลอดเวลาเพื่อที่จะรอรุ่นพี่เดินมายังสนามบาส ฯ ทันใดนั้นก็ปรากฏร่างสูงโปร่งที่เดินเข้ามายังสนาม แววตาของเธอเป็นประกายเมื่อมองเห็นเขา ร่างอ้วนท้วมของเธอรีบวิ่งเข้าไปหาเขาด้วยความตื่นเต้นอย่างทันที

สายตาเยือกเย็นของรุ่นพี่หนุ่มมองมายังเด็กสาวร่างอ้วนท้วมที่วิ่งเข้ามาหา เขาจึงส่ายหน้าอย่างรำคาญแล้วเดินหนีไป แต่ว่าเสียงเรียกของเธอทำให้เขาหยุดแล้วหันกลับไปมอง

“รุ่นพี่คะ เดี๋ยวค่ะ” ชาลิสาวิ่งเข้ามาหาเขา เธอก้มหน้าพลางสูดหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความเหนื่อย ก่อนจะเงยหน้าไปมองใบหน้าคมเข้ม ส่งสายตามาที่เธอ

“คือว่าฉันทำมาให้รุ่นพี่ค่ะ” เธอก้มหน้าพูดแล้วยกขวดคุกกี้ให้

“... ” เขามองขวดคุกกี้ในมือของเด็กสาวอ้วนท้วม ก่อนตัดสินใจรับมาด้วยความรำคาญ มือหนาเอื้อมไปรับขวดคุกกี้ ก่อนหันหลังเดินจากไป ใบหน้าของชาลิสายิ้มออกมาด้วยความเขินอาย ก่อนจะเดินกลับไปที่โรงอาหารอย่างร่าเริง

ช่วงเวลาเย็นหลังเลิกเรียน ชาลิสาก้าวออกจากห้องเรียนอย่างอารมณ์ดี เธอเดินเข้าไปทักเพื่อนสาวที่กำลังเดินอยู่ แต่แล้วสายตาก็ต้องสะดุดเข้ากับของบางสิ่งบางอย่างในมือเพื่อนสาวของเธอ คุกกี้ที่เธอให้รุ่นพี่เมื่อช่วงเที่ยงมาอยู่ในมือของรินดา เพื่อนของเธอ !

“อ้าว ลิสามาพอดีเลย มีอะไรจะให้” รินดาพูดแล้วยื่นขวดคุกกี้ให้

“เอ่อ...” ชาสิลามองขวดคุกกี้ในมือรินดา จุกจนพูดแทบไม่ออก คุกกี้ที่ตั้งใจทำมาให้รุ่นพี่ แต่กลับมาอยู่ในมือของรินดาได้ยังไง !

“เอาไปเหอะ พี่ตั้มให้ฉันมา เขาบอกว่าเพื่อนเขาไม่อยากได้ เห็นทีตอนแรกบอกว่าจะทิ้งด้วยนะ แต่พี่ตั้มเห็นแล้วเสียดายก็เลยเอามาให้ฉัน แต่ฉันไม่ชอบกินคุกกี้สักเท่าไหร่ ก็เลยเอามาให้ลิสา ฉันต้องรีบด้วย แม่มีงานเลี้ยง นี่ให้” รินดาพูดจบแล้วยัดคุกกี้ใส่มือของเธอก่อนจะรีบวิ่งไป แต่คนที่ถูกรับกลับไม่ได้ดีใจเลยสักนิด คุกกี้ที่เธอพยายามทำมาให้เขา แลกกับรอยแผลเป็นบนฝ่ามือที่โดนไฟลวก แต่เขากลับเอาไปให้คนอื่น สุดท้ายแล้วก็ต้องกลับมาอยู่ที่เธอ ใบหน้าเนียนขาวเต็มไปด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ ความรู้สึกเจ็บได้ถมทับร่างกายของเธออย่างที่ไม่เคยเป็น

ชาลิสาค่อยๆ ก้าวออกมาจากตึกอย่างเหม่อลอยราวกับร่างไร้วิญญาณ สายตามองไปรถที่อยู่จอดตรงหน้า พร้อมกับคนขับรถที่รอรับเธออยู่ก่อนแล้ว

“คุณหนูเป็นอะไรหรือครับ” ลุงเชิดถามด้วยความเป็นห่วง พลางมองเห็นใบหน้าของเด็กสาวที่มีคราบน้ำตา แต่เธอกลับมองหน้าของลุงเชิดแล้วเดินขึ้นรถไปโดยไม่ตอบคำถาม

เวลาผ่านไปราวๆ สามชั่วโมงนับตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน ชาลิสาเก็บตัวเงียบอยู่แต่ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ร่างอวบขดตัวอยู่ที่พื้นข้างเตียงนอน เสียงสะอื้นที่ร้องออกมาเป็นระยะค่อยๆ หยุดเงียบลง เมื่อประตูเปิดออกพร้อมกับร่างของใครบางคนที่คุ้นเคยเดินเข้ามาหา

หญิงสาวร่างอวบเดินเข้ามาพร้อมถาดอาหาร เธอวางถาดอาหารลงที่โต๊ะเขียนหนังสือ ก่อนจะเดินเข้ามาหาชาลิสาแล้วนั่งลงข้าง ๆ แม้ใบหน้าของเธอจะดูเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลา แต่รอยยิ้มอ่อนโยนเวลามองมาที่ ชาลิสาก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

“คุณหนูของนมเป็นอะไรไปคะ”

“แม่นม...เพราะว่า...ลิ...สาไม่สวย ใช่ไหมคะ...”

เสียงสะอื้นชาลิสาของนมฟังดูแล้วติดขัด แต่ถ้อยคำที่เธอพูดออกมาเต็มไปด้วยความน้อยใจและตัดพ้อ

“ไม่นะคะ คุณหนูของนมสวยเสมอ” แม่นมพูดพลางลูบผมสีดำเพื่อปลอบโยน แม่นมได้แต่มองคุณหนูอย่างสงสารและเอ็นดู ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร

“แม่นมโกหก ลิสาอ้วนจะตายไป” ชาลิสาพูดด้วยน้ำเสียงที่ตัดพ้อ

“ไม่หรอกค่ะ แม่นมจะโกหกคุณหนูทำไม คุณหนูน่ารักในแบบของคุณหนู” แต่คนฟังได้แต่นั่งนิ่งเงียบไม่ตอบใดๆ ทั้งสิ้น

“คุณหนูคะ รับประทานอาหารเย็นดีกว่า นี่ก็ดึกมากแล้วค่ะ” แม่นมพูดขึ้นพร้อมกับเดินไปหยิบถาดอาหารมาวางไว้บนเตียงของเธอ

“กินเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณหนูจะไม่สบายอีกนะคะ” คนฟังได้แต่นั่งนิ่งเงียบแล้วเงยหน้าไปมองแม่นม ก่อนจะลุกขึ้นมารับประทานอาหาร แล้วอาบน้ำเข้านอน ทั้งที่หัวใจนั้นยังร้องไห้

เช้าวันรุ่งขึ้น ชาลิสาเดินเข้ามาภายในห้องเรียนมาด้วยดวงตาที่หมองคล้ำและแดงก่ำ รินดาเดินเข้ามาทักถามด้วยเสียงใส

“ลิสาเป็นไงบ้าง คุกกี้เมื่อวานที่ให้อร่อยไหม” คนถูกถามได้ฟังแล้วถึงกับต้องกำหมัดแน่นเพื่อระงับอารมณ์ไว้

“อืม อร่อยมากเลยล่ะ”

ช่วงเวลาที่ดูยาวนานผ่านพ้นไปของตลอดทั้งวัน เสียงออดดังขึ้นบ่งบอกว่าเวลาเรียนได้หมดลงแล้ว ชาลิสาเก็บของลงกระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องทันที เธอเดินลงมายังบันไดและพบกับใครคนหนึ่ง ใบหน้าคมเข้มที่คุ้นเคย

รุ่นพี่ !

สายตาคู่สวยมองไปยังเขาที่เดินผ่านเธอไปแบบไม่สนใจ เธอตัดสินใจเดินเข้าไปหา แต่ว่ามีคนเดินเข้ามาหาเขาเสียก่อน หญิงสาวจึงหยุดชะงักลงเพื่อรอ

“ไงดล เมื่อวานเห็นตั้มบอกว่าแกให้คุกกี้มันเหรอ แปลกมาก ! แล้วให้มันทำไม ?” ผู้เป็นเพื่อนถามออกมาด้วยความสงสัย เขารู้ดีว่าคนอย่างภูวดลจะไม่รับของจากผู้หญิงคนไหนและจะไม่ให้ของใครสักเท่าไร

“เปล่าก็แค่ได้มาน่ะ ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไร อันที่จริงก็ไม่อยากจะรับไว้เท่าไหร่” ภูวดลตอบด้วยน้ำเสียที่เรียบและไม่ค่อยใส่ใจ

“อ้าว ไม่อยากจะรับ ทำไมไม่ปฏิเสธเขาไป”

“รำคาญก็เลยรับมา”

“แล้วสวยไหม” ผู้เป็นเพื่อนถามอย่างอยากรู้ แต่คนตอบกลับตอบกลับมาว่า

“อ้วนแบบนั้นใครจะไปชอบลง อย่าไปสนใจเลย ไร้สาระ” เขาพูดจบแล้วเดินจากไป คนเป็นเพื่อนได้แต่ยืนส่ายหน้าแล้วเดินตามไป

ชาลิสายืนฟังได้แต่น้ำตาไหลพรากออกมา คำพูดที่ฟังแล้วทิ่มแทง เธอดูน่าเกลียดมากหรือ แล้วทำไมไม่พูดกันตรง ๆ ทำไมต้องพูดลับหลังแบบนี้ ในเวลานี้ภาพลักษณ์ของรุ่นพี่ที่เธอแอบชอบค่อย ๆ จางลงไป เหลือเพียงแต่ความเจ็บและความเกลียดเอาไว้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน
7.9
เมื่อเจ้าบ่าวหนีงานแต่ง เฉียวซิงเฉินจึงตัดสินใจคว้าชายแปลกหน้ามาจดทะเบียนสมรสแทนเพื่อประชดรัก ทว่าสามีใหม่ของเธออย่างลู่ถิงเซียวกลับถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงคุณชายไร้ค่าของตระกูลลู่ ท่ามกลางเสียงเยาะเย้ยและคำเตือนจากอดีตคนรักที่ทรยศ เธอเลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างเขาและประกาศว่าทั้งคู่รักกันหวานชื่น แต่แล้วความจริงก็ปรากฏเมื่อตัวตนลับของเขาถูกเปิดเผยว่าคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่พร้อมจะคุกเข่ามอบแหวนเพชรล้ำค่าและดูแลเธอไปชั่วชีวิต
หน้าปกนวนิยาย คืนผูกรัก
8.3
ความผิดพลาดในคืนที่ขาดสติเพราะฤทธิ์สุราทำให้ธีระเผลอไผลไปกับลลิล โดยที่เขาเข้าใจผิดว่าเธอคือหญิงสาวผู้เป็นที่รักในดวงใจ แม้ลลิลจะสูญเสียสิ่งล้ำค่าไปในค่ำคืนนั้น แต่เธอกลับเลือกที่จะเก็บเงียบและไม่เรียกร้องความรับผิดชอบใดๆ จากเขา ทว่าโชคชะตากลับไม่ยอมให้เรื่องราวนี้จบลงง่ายๆ อย่างที่เธอตั้งใจ เมื่อลลิลพบความจริงที่น่าตกใจว่าเธอกำลังอุ้มท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของชายหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุของความเจ็บปวดครั้งนี้เพียงลำพัง
หน้าปกนวนิยาย พรหมลิขิตรัก
9.6
เรื่องราวความรักสุดโรแมนติกของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เฝ้าคะนึงถึงหญิงสาวในนิมิตฝันมาโดยตลอด เขาตัดสินใจออกตามหาเธอผู้เป็นเจ้าของหัวใจในโลกแห่งความเป็นจริงด้วยความหวังอันแรงกล้า จนกระทั่งในที่สุดอำนาจแห่งพรหมลิขิตก็ได้นำพาให้ทั้งคู่โคจรมาพบกันอย่างไม่คาดฝัน นำไปสู่จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ถูกถักทอขึ้นจากความฝันสู่ความจริงที่แสนหวานและตราตรึงใจในยุคสมัยใหม่นี้อย่างลงตัวที่สุด
หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักยัยแว่นข้างห้อง
9.1
อิทธิพล สถาปนิกหนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้มีนิสัยขี้เล่นและสายเปย์ เริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะไปได้ดีกับมัทนา นักศึกษาสาวขี้อายผู้ไม่เคยเปิดใจให้ใครมาก่อน ทว่าความรักที่กำลังเบ่งบานกลับต้องพบอุปสรรคครั้งใหญ่ เมื่อความจริงปรากฏว่าเขามีเจ้าของหัวใจตัวจริงอยู่แล้ว มัทนาที่เคยยอมแพ้ต่อความดีของอิทจะทำอย่างไร เมื่อสถานะของเธอไม่ได้เป็นหนึ่งเดียวอย่างที่คิดในเรื่องราวโรมานซ์ฟีลกู๊ดที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนของหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
สาวผู้คลั่งไคล้ในสมบัติและของมีค่าอย่างสุดหัวใจ แต่กลับพยายามปฏิเสธความปรารถนาดีจากชายหนุ่มผู้สายเปย์ที่คอยประเคนของขวัญให้เธอไม่หยุดหย่อน แม้เธอจะพยายามหาทางหลบหนีจากความสัมพันธ์นี้มากเพียงใด เขากลับรุกหนักด้วยการส่งสิ่งของล้ำค่ามาให้มากมายราวกับขนมาด้วยรถสิบล้อ ยิ่งหนีเขาก็ยิ่งเปย์ ยิ่งถอยเขาก็ยิ่งรุกใส่ด้วยความร่ำรวย แล้วแบบนี้ผู้หญิงที่แพ้ทางของสวยๆ งามๆ อย่างเธอจะสามารถรอดพ้นจากบ่วงรักมหาเศรษฐีจอมทุ่มคนนี้ไปได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ฤดูรักสีน้ำผึ่ง
8.9
แพรรุ้งมักฝันถึงสัมผัสเร่าร้อนจากชายปริศนาจนตื่นมาด้วยความโหยหา แม้เธอจะเกลียดสายฝน แต่โชคชะตากลับใช้หยาดพิรุณนำพาบุสสธิติ์เข้ามาเปลี่ยนเสียงฟ้าร้องให้กลายเป็นจังหวะรัก ทว่าท่าทีที่เดี๋ยวแสนดีเดี๋ยวเฉยชาของเขากลับทำให้เธอสับสนจนต้องเอ่ยปากถามความในใจ แม้ไร้คำตอบในคราแรกแต่จุมพิตที่โหยหาก็เผยความจริงที่ซ่อนอยู่ท่ามกลางปริศนาลึกลับ เมื่อเสียงหัวใจของเขาตะโกนก้องบอกรักเธอในที่สุด ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความลับที่ต้องค้นหา