ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักแสนชัง ฤดูเหมันต์冬季不爱你

รักแสนชัง ฤดูเหมันต์冬季不爱你

หลังจบสิ้นพิธีกราบไหว้ฟ้าดินและบรรพบุรุษอย่างเป็นทางการ ชีวิตคู่ที่ควรจะหวานชื่นกลับกลายเป็นเพียงเปลือกนอกที่แสนขมขื่น เมื่อหญิงสาวต้องติดอยู่ในพันธะสมรสกับชายที่มีคนในใจอยู่แล้ว การทนเห็นสามีแสดงความรักกับหญิงอื่นต่อหน้าต่อตาคือความเจ็บปวดที่เกินจะรับไหว ในเมื่อความสัมพันธ์นี้ไม่มีร่องรอยของความสิเน่หาต่อกัน เธอจึงตัดสินใจยุติความทรมานด้วยการขอหย่าขาด และพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อหลุดพ้นจากกรงขังแห่งเหมันต์นี้ให้จงได้
ตอน
แชร์

ตอน 3

ลี่ถิงรอฝูฉางจนถึงเวลานัดหมาย แต่อีกฝ่ายก็ไม่กลับมา ป๋อเหวินจึงอาสาไปส่งนาง

ในรถม้าของสกุลเหอนั้นกว้างพอที่จะนั่งได้ถึงสี่คน ลี่ถิงนั่งอยู่ทางซ้าย ส่วนป๋อเหวินนั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม เขามองลี่ถิงตลอดทางมือก็กำแน่นวางบนเข่า ในใจก็แสนปวดร้าวกับสิ่งที่เป็นอยู่

“ฤดูเหมันต์มาเยือนแล้ว เช่นนี้ต้องพักการเก็บรังไหมใช่ไหมเจ้าคะ”

“เข้าฤดูเหมันต์ก็ถึงเวลาที่หนอนจะจำศีล การเดินทางก็คงต้องหยุดไป ระหว่างนี้ก็ทำได้เพียงแค่เก็บรังไหมเดิมมาทอผ้าเพื่อรอเวลา พอฤดูใบไม้ผลิจะได้ส่งออกทัน”

ลี่ถิงคิดตาม “แต่ปีนี้ผลผลิตรังไหมของเราน้อยมาก”

ป๋อเหวินก็พยักหน้าตาม “เป็นเช่นอย่างที่พี่สะใภ้กล่าว ดังนั้นหลังจบฤดูเหมันต์แล้วพวกเราคงต้องไปเมืองจิ้งเหอ เพื่อขอแบ่งรังไหมจากไป๋หวงหลี”

ถ้าพูดถึงการค้ารังไหมนั้น นอกจากสกุลเหอแล้วก็มีสกุลไป๋ที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน “เช่นนั้นให้ข้าไปด้วยได้ไหมเจ้าคะ”

การอยู่จวนโดยเปล่าประโยชน์โดยเฉพาะต้องมองสองคนนั้นส่งสายตาหวาน สำหรับนางแล้วไร้ประโยชน์สิ้นดี

ป๋อเหวินยินดีอย่างที่สุด เพียงแต่ “หากเจ้าจะไปก็ต้องขอนายท่านใหญ่ หากท่านอนุญาต เกรงว่าฝูฉางคงต้องไปด้วย”

พอได้ยินชื่อนี้แล้วลี่ถิงก็เบะปากใส่อย่างเบื่อหน่าย นี่ก็ปล่อยให้นางรออย่างเบื่อหน่ายจนถึงเย็นก็ยังผิดนัดอีก รอก่อนเถอะ ให้นางกลับไปถึงจวนก่อน นางจะขี่ม้าสามศอกไปฟ้องแม่สามี

รถม้าหยุดแล้วทำให้พวกเขาต้องหยุดการสนทนา ป๋อเหวินลงไปก่อน เมื่อเท้าถึงพื้นเขาก็ยืนรอรับลี่ถิงลงมา

นางมองมือเขาก่อนจะมองไปยังบ่าวไพร่ในจวนที่มองอยู่ ว่ากันตามตรง แม้พวกเขาจะเป็นญาติกัน แต่ก็ไม่ควร นางจึงจับชายกระโปรงยกขึ้นเล็กน้อย แล้วก้าวเท้าลงด้วยตัวเอง

จากนั้นก็หันไปคำนับขอบคุณป๋อเหวิน

“ข้าจะเข้าไปกับเจ้าด้วย”

ได้ยินว่าช่วงนี้เขากินนอนที่ร้านค้าเสียส่วนใหญ่ แล้วเหตุใดถึงได้... ระหว่างที่นางกำลังคิดหาสาเหตุ ป๋อเหวินก็เดินนำเข้าไปด้านในแล้ว บ่าวรับใช้ข้างกายก็รีบวิ่งตาม

“เช่นนั้นบ่าวไปเตรียมที่นอนที่เรือนบุปผานะขอรับ”

ฟงฉากระตือรือร้น เพราะนานๆ จะได้นอนเรือน

“ข้าจะย้ายไปเรือนไป๋ซาน เจ้าไปเตรียมที่นอนที่เรือนนั้น”

ฟงฉาตกใจเล็กน้อย เพราะเรือนไป๋ซานเป็นเรือนของนายท่านรองกับฮูหยินที่เสียไป หลายปีมานี้นายท่านรองทำงานอยู่ทางเหนือแทบจะไม่กลับเรือน คุณชายเองก็ไม่อยากเข้าไปเพราะทำให้คิดถึงมารดา

แต่เหตุใดวันนี้ถึงได้อยากไปนอนที่นั่น แต่จะว่าไป เรือนไป๋ซานตอนนี้ดูเหมือนจะอยู่ใกล้กับเรือนฮูหยินเอกของคุณชายฝูฉาง

“...” ฟงฉาขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะมองแผ่นหลังของคุณหนูลี่ถิง แล้วเขาก็เห็นเค้าแห่งความยุ่งยากที่กำลังบังเกิด

แย่แล้ว แย่แล้ว... นี่ไม่ใช่เรื่องดี

ลี่ถิงเข้าไปคำนับฮูหยินใหญ่ก่อน จากนั้นก็ก้มหน้าตีหน้าเศร้าเหมือนจะร้องไห้ “เหตุใดเจ้าถึงกลับมากับป๋อเหวินเล่า”

สีหน้าเรียบนิ่งเหมือนคนไม่รู้สึกอะไรในตอนแรกก็ปรากฏแววเศร้า ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ท่านพี่อาจจะมีเรื่องสำคัญก็เป็นได้เจ้าค่ะ ข้าไม่อาจทำให้เรื่องยุ่งยาก แค่กลับจวนด้วยตัวเองเท่านั้น” บีบเข้าไปน่ะน้ำตา ตีหน้าเศร้าเข้าอีก นั่นยิ่งทำให้ฮูหยินเจียผิงไม่พอใจ เพราะรู้ว่าลูกชายตัวเองไปทำอะไร

นั่นต้องโทษซินอี้ที่ชอบชวนบุตรชายนางไปเที่ยวเล่น งานการไม่ยอมทำ ทำให้ถูกสามีดุอยู่บ่อยครั้ง มาวันนี้ก็ทำเรื่องอีก เพิ่งจะแต่งงานเมื่อวาน วันนี้ก็แอบไปหาสตรีอื่นแล้ว แบบนี้แล้วนางจะเอาหน้าไปไว้ไหน

ฮูหยินเจียผิงรีบลุกขึ้นไปจับมือลูกสะใภ้แล้วปลอบ “รอให้เขากลับมาแม่จะดุด่าให้เอง เจ้าไม่ต้องห่วง ทำอย่างนี้ได้ที่ไหนกัน ออกก็ออกไปด้วยกัน กลับก็ต้องกลับด้วยกันสิ อีกอย่างอีกสองวันเจ้าก็ต้องกลับไปสกุลเถียนไม่ใช่รึ”

“เจ้าค่ะ” แต่งงานแล้วก็ต้องกลับไปเยี่ยมบ้าน เพียงแต่เรื่องที่ปิดบังไว้ก็ไม่อาจให้ครอบครัวนางรู้ได้ คิดว่ารอให้ฝูฉางกลับมาก่อน นางค่อยทำข้อตกลงกับเขาใหม่

แต่ตอนนี้นางต้องทำให้ฝูฉางไม่สามารถรับซินอี้มาเป็นอนุได้ อย่างน้อยก็สักครึ่งปีให้เขาอกแตกตาย จะได้สาสมกับที่ปล่อยให้นางอยู่คนเดียวในคืนเข้าหอ

นางไม่ได้โกรธที่เขาไม่เข้าหอกับนาง แต่โกรธที่เขาไม่กล้าพอที่จะขัดคำสั่งบิดามารดา เลยพานทำให้นางเดือดร้อนไปด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ข้าชังท่าน ท่านชังข้า สิ่งใดท่านปรารถนาข้าก็แกล้งให้ท่านได้ช้าหน่อยเท่านั้นเอง ถือว่าเสมอกัน หลังจากนี้ก็อย่าได้คิดว่าชีวิตท่านจะสงบอีกเลย

ฮัดชิ้ว!! ฝูฉางที่นั่งในรถม้าเพื่อกลับจวนจามเป็นรอบที่สอง จนซินอี้รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้ “เป็นหวัดหรือเจ้าคะ กลับไปจวนข้าจะให้ท่านหมอมาตรวจดีไหมเจ้าคะ”

ฝูฉางขยี้จมูกไปมา “คงเป็นฝุ่นไม่ใช่หวัดหรอก เจ้าเองต่างหากที่ต้องดูแลตัวเอง” พูดจบเขาก็หยิบผ้าคลุมกันหนาวของตัวเองคลี่ออกคลุมให้ซินอี้ จากนั้นก็โอบไหล่นางให้เอนลงแนบอก ก้มลงหอมผมนางหนึ่งครั้ง

“ต้องลำบากเจ้าแล้วอี้เอ๋อร์”

ซินอี้เอนซบกอดแน่นกว่าเดิม “หากทำแล้วได้อยู่กับท่านเช่นนี้ ไม่ว่าข้าจะต้องเสียศักดิ์ศรีเพียงใดข้าก็ยอม”

ได้ยินคำตัดพ้อเช่นนี้ฝูฉางก็ยิ่งร้อนใจ “ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำให้เจ้าร้อนใจเช่นนี้ กลับจวนคราวนี้ข้าจะรีบขอท่านแม่แต่งเจ้าเข้าสกุลเหอ”

ได้ยินคำมั่นเช่นนี้ซินอี้ก็ดีใจเป็นที่สุด สีหน้าเศร้าก่อนหน้าก็กลายเป็นยิ้มงดงาม ฝูฉางมองแล้วก็ยิ่งรักมากขึ้นไปอีก

“ข้าสัญญาว่าจะทะนุถนอมเจ้ามากกว่านางแน่นอน”

ซินอี้ก้มหน้าลงต่ำซ่อนความรู้สึกเอาไว้ ตำแหน่งฮูหยินเอกควรเป็นของนางตั้งแต่แรกไม่ใช่ของสตรีสกุลเถียนผู้นั้น เหตุใดนางถึงได้กล้าแย่งชิงไปต่อหน้าต่อตา

รถม้าหยุดแล้วฝูฉางก็ลงจากรถม้าเพื่อส่งซินอี้ลงก่อนจะเดินทางกลับไปยังเรือนตนซินอี้มองรถม้านั้นจนพ้นถนนจึงยอมขยับ หญิงสาวเงยหน้ามองป้ายสกุลเจี่ยตรงหน้าก่อนจะเดินเข้าประตูไป

เมื่อเข้าไปก็พบบิดามารดากำลังนั่งอยู่พร้อมหน้า

“ลูกคารวะท่านพ่อท่านแม่”

เจี่ยฮุ่ยจางมีสีหน้ากลัดกลุ้มใจ “เจ้าไปทำงามหน้าที่ไหนมา”

“ท่านพ่อ” ซินอี้รีบคุกเข่าลงพื้น จากนั้นก็ตัดพ้อต่อ

“ลูกกับคุณชายใหญ่พวกเราสองคนบริสุทธิ์ใจต่อกันนะเจ้าคะ ตั้งแต่เล็กจนโตก็ผูกใจรักใคร่ แต่เหตุใดท่านพ่อถึงพูดเหมือนว่าข้าผิด”

ปัง!! เจี่ยฮุ่ยจางตบโต๊ะเสียงดังด้วยความโมโห

“ก่อนหน้านี้เจ้าจะทำอย่างไร กลับดึกดื่นแค่ไหนข้าก็ทำเป็นมองไม่เห็นไปบ้าง เพราะเห็นว่าต่อไปเจ้ากับคุณชายใหญ่ก็ต้องแต่งงานกัน แต่ตอนนี้มันไม่เป็นเช่นนั้น เขาแต่งกับคนอื่นไปแล้ว เจ้าทำเช่นนี้หากข่าวลือกันออกไปจะมีสกุลไหนรับเจ้าเป็นภรรยาอีก”

ซินอี้รีบเงยหน้าสบตาบิดาน้ำตาเต็มหน้า “สกุลอื่นลูกไม่สน ยังไงลูกก็จะแต่งกับคุณชายฝูฉางคนเดียวเท่านั้น”

“อี้เอ๋อร์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าพูดอะไรอยู่” คราวนี้มารดาไม่อาจอยู่เฉยได้ เผยเหนียงร้อนรนยิ่งกว่าสามี “ทำเช่นนี้จะยิ่งทำให้บิดาเจ้าไม่สามารถสู้หน้านายท่านใหญ่ได้”

พอพูดถึงนายท่านใหญ่และฮูหยินใหญ่ซินอี้ก็ยิ่งไม่พอใจ ใบหน้านั้นบูดบึ้งไม่ได้งดงามและอ่อนหวานเหมือนยามอยู่กับคุณชายใหญ่ฝูฉางสักนิด

“ถึงไม่ได้เป็นฮูหยินเอก แต่ก็สามารถเป็นอนุได้ เป็นอนุแล้วใช่ว่าต่อไปจะไม่ได้เป็นฮูหยินเอก ตราบใดที่คุณชายรักลูกมากกว่าสตรีผู้นั้น เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”

เจี่ยฮุ่ยจางมีสีหน้าครุ่นคิด และเงียบไปครู่หนึ่ง วันนี้เป็นอนุได้เหตุใดวันหน้าจะเป็นฮูหยินเอกไม่ได้ เมื่อคิดตามแล้วก็มีเหตุผล อีกอย่าง นายท่านใหญ่นั้นมีเพียงคุณชายฝูฉางคนเดียวที่จะสืบทอดกิจการ

แม้จะไม่เอาไหน แต่เรื่องพวกนั้นเขาก็สามารถจัดการต่อได้ ไม่สิยิ่งไม่เอาไหนเขาก็จะได้ใช้ประโยชน์จากมัน ให้ฝูฉางอยู่ในกำมือเขาเพียงเท่านี้คิดว่าอีกไม่นานกิจการสกุลเหออาจจะเปลี่ยนมือเป็นสกุลเจี่ยแน่นอน

“ถ้าเช่นนั้นแล้ว พรุ่งนี้พ่อจะเข้าไปคุยเรื่องนี้กับนายท่านใหญ่เอง”

ซินอี้ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มแก้มปริ กอดบิดาจนแน่น เมื่อเอาใจเสร็จก็กลับเรือนตน

ในห้องนอนนั้น หนิงลู่บ่าวรับใช้ข้างกายรีบมาหวีผมให้ นางมองเงาคุณหนูในกระจกก็เอ่ยชมครั้งแล้วครั้งเล่า

“คุณหนูของบ่าวงามเช่นนี้ไม่ว่าชายใดก็ล้วนพึงพอใจ เป็นเช่นนี้อย่างไรเล่า คุณชายฝูฉางจึงไม่อาจตัดใจจากคุณหนูได้”

ซินอี้ยิ้มเมื่อถูกชมว่างาม สายตามองเงาในกระจกแล้วยิ้ม พูดไปอีกทาง “งามแล้วอย่างไร ถึงอย่างไรข้าก็เป็นได้แค่อนุ”

“อนุแล้วอย่างไรเจ้าคะ คุณชายฝูฉางก็เลือกคุณหนูแค่คนเดียว ส่วนฮูหยินที่แต่งเข้าแล้วไม่สามารถมีบุตรได้ก็เท่ากับทำผิดต่อตระกูลสามี เช่นนั้นต่อไปสามีก็มีสิทธิหย่าได้”

คำว่าหย่าทำให้ซินอี้สบายใจ “ดีมาก วันนี้เจ้าพูดถูกใจข้ายิ่งนัก” จากนั้นก็หยิบถุงเงินน้ำหนักพอประมาณให้หนิงลู่

คนได้รับยิ้มปากกว้างอย่างมีความสุข จากนั้นก็เสริมต่อ

“เชื่อบ่าวเถอะเจ้าค่ะ เมื่อแต่งเข้าไปแล้วคุณหนูรอไม่นานก็จะได้เป็นฮูหยินน้อยของคุณชายฝูฉางแน่”

คนใบหน้างดงามมองกระจกอีกรอบ ลี่ถิงสตรีที่มาจากครอบครัวบัณฑิตจะสู้ข้าที่มาจากสกุลพ่อค้าได้อย่างไร ถึงอย่างไรบิดานางก็เป็นพ่อบ้านให้สกุลเหอมายี่สิบกว่าปี รู้ทุกอย่างในสกุลเหอ ถือว่าเป็นแรงสำคัญที่สุด

แล้วนางจะได้เป็นแค่อนุได้อย่างไรกัน ไม่มีวันนั้นแน่นอน

ทางด้านเรือนสกุลเหอ “เรือนเหลียนฮวา”

“คุณหนูตากลมหนาวเช่นนี้ระวังจะเป็นหวัดเอานะเจ้าคะ”

จู่หลิงเอ่ยเตือนลี่ถิงที่กำลังนั่งอยู่ริมหน้าต่างค้ำถอด เพราะเปิดกว้างกว่าครึ่งหนึ่งเลยทำให้ลมเหมันต์พัดเอาเศษหิมะเข้ามาเกาะบนโต๊ะหนังสือ

สีหน้าจู่หลิงดูเศร้าไปด้วย เพราะคิดว่าคุณหนูต้องเสียใจที่คุณชายฝูฉางผู้เป็นสามีไม่สนใจ ก็เลยพานโกรธไปด้วย กำลังจะหาที่ระบายก็มองเห็นเจ้าของเรื่องเดินมาแต่ไกล

ลี่ถิงที่เห็นก็ตกใจถึงขนาดลุกขึ้นยืน “คุณหนูดีใจขนาดนั้นเลยหรือเจ้าคะ เดี๋ยวบ่าวไปเตรียมน้ำอุ่นให้นะเจ้าคะ”

จู่หลิงที่ตอนแรกหน้าเศร้าตามนาย พอเห็นว่าเจ้านายดีใจก็ดีใจด้วย แต่หารู้ไม่ว่าลี่ถิงตกใจมากกว่าที่เห็นเขาเวลานี้ ไม่ใช่ว่าเขาจะมาเข้าหอกับนางนะ

ปากไม่ทันเอ่ยถาม ด้านหลังของฝูฉางก็มีบ่าวสูงวัยข้างกายของฮูหยินใหญ่เดินตามมาด้วย เมื่อถึงประตูก็พูดกับคุณชาย

“คืนนี้บ่าวจะอยู่หน้าห้อง หวังว่าคุณชายจะทำตามที่ฮูหยินสั่ง”

ฝูฉางหน้าดำจนใกล้ไหม้แล้ว นึกถึงก่อนหน้าที่เข้าไปหามารดา แต่กลับถูกต่อว่าจนไม่เป็นผู้ไม่เป็นคน จากนั้นก็สั่งให้เขาเข้าหอกับลี่ถิงคืนนี้ ถึงขนาดส่งบ่าวสูงวัยมาเฝ้าเสียงหน้าห้อง เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขาร่วมหอกันจริงหรือเปล่า

นี่มันบีบบังคับกันชัดๆ

เขาเคาะประตูสองครั้งด้านในก็ยังเงียบอยู่ ลี่ถิงรู้สึกผิดที่เล่นละครสมจริงไปหน่อย เลยทำให้ฮูหยินใหญ่โกรธ และถึงกับสั่งให้พวกนางเข้าหอเช่นนี้

“ถิงเอ๋อร์ ข้างนอกมันหนาว ให้สามีเจ้าเข้าไปข้างในเถอะ”

ได้ยินคำว่าสามี นางหนาวยิ่งกว่าหิมะด้านนอกเสียอีก ลี่ถิงเดินวนจะเปิดไม่เปิด ด้านนอกก็ทนไม่ไหวจึงผลักเข้ามา เมื่อประตูเปิดออก ลี่ถิงก็พยายามปรับสีหน้าเล่นละคร

"ขออภัยที่ข้าเปิดช้า พอดีข้าแต่งตัวไม่เรียบร้อย”

นางขยับเสื้อคลุม ทำทีว่าแต่งไม่เรียบร้อยอย่างที่อ้าง

บ่าวสูงวัยจับตามอง จากนั้นก็หันไปทางอื่นเมื่อคุณชายปิดประตูแล้ว ภายในห้องนั้นพวกนางไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใด ได้แต่มองผ่านเงาของบานประตูกระดาษตรงหน้า

แสงเทียนที่วูบไหวอยู่นั้นทำเอาลี่ถิงคล้ายจะเป็นลม

“ท่านไปพูดอะไรกับท่านแม่ ถึงได้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น”

“ข้าไม่ได้พูดอะไรเลย พอเจอหน้าไม่ทันอ้าปากท่านแม่ก็กล่าวต่อว่าข้าต่างๆ นานา ทำเหมือนว่าข้าทำให้เจ้าเสียใจ ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ไม่ควรเป็นเช่นนั้น เพราะเจ้ากับข้าตกลงกันแล้ว”

อืม... นางตกลงทำสัญญากับเขา แต่ไม่ได้บอกว่าจะแกล้งเขาไม่ให้แต่งกับแม่นางซินอี้เร็วๆ ด้วย หากอีกฝ่ายรู้ ไม่รู้ว่าจะโกรธนางมากขนาดไหน

“ในเมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้วข้าก็พอมีวิธี”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JPF” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JPF
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โอกาสรักครั้งสุดท้าย
8.0
วีร์ดาจำใจก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์กับดนย์ด้วยพันธะทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว ทว่าชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวและความเจ็บปวด เมื่อเธอเชื่อว่าเขาคือต้นเหตุที่ทำให้พ่อต้องล้มป่วยหนัก จนถึงจุดที่เธอตัดสินใจขอแยกทางเพื่อยุติความทุกข์ใจนี้ ในวินาทีที่ความสัมพันธ์กำลังจะสิ้นสุด ดนย์เพิ่งจะตระหนักได้ถึงความรักที่มีต่อเธออย่างแท้จริง เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขอโอกาสแก้ตัวเป็นครั้งสุดท้าย และหวังจะรั้งเธอไว้ในชีวิตอีกครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
หน้าปกนวนิยาย เพลิงแค้นภรรยา ราชวงศ์เป็นเถ้าถ่าน
8.6
ในวันครบรอบการจากไปของลูกชาย ฉันกลับพบสามีอยู่กับชู้รักที่กำลังตั้งครรภ์ในบ้านพักของเรา เขาไม่เพียงส่งการ์ดแต่งงานใหม่มาเย้ย แต่ยังทิ้งคลิปเสียงตราหน้าว่าฉันเป็นผู้หญิงที่มีมลทินจากโศกนาฏกรรมครั้งนั้น ซ้ำร้ายเขายังสารภาพว่าแอบทำให้ฉันเป็นหมันเพื่อหวังสร้างทายาทที่บริสุทธิ์กับหญิงอื่น เขาฝันถึงการสร้างราชวงศ์ที่รุ่งโรจน์ แต่ฉันจะขอบุกไปงานวิวาห์ครั้งนี้เพื่อเผาทำลายทุกอย่างให้กลายเป็นเถ้าถ่านด้วยมือของฉันเอง
หน้าปกนวนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมมอบทุกอย่างให้ราซิเอลโล่ด้วยความรัก แต่เมื่อเธอแจ้งข่าวเรื่องตั้งครรภ์ เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่มึนเมา จึงตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา คำสบประมาทนั้นสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวอย่างแสนสาหัส เธอตัดสินใจหอบหัวใจที่แตกสลายพร้อมลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ และความมั่นใจนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ลวงรักสัญญาจ้าง
9.0
เมื่อกันจิราได้รับข้อเสนอว่าจ้างสุดแปลกพร้อมค่าตอบแทนมหาศาล เธอจึงไม่อาจปฏิเสธได้ แต่เป้าหมายกลับเป็นชายหนุ่มในฝันที่ทำให้ใจสั่นหวั่นไหวอย่างปัทม์ ทว่าปัทม์กลับคัดค้านการดูตัวที่ครอบครัวจัดฉากขึ้นอย่างรุนแรง เพราะเขาต้องการคู่ชีวิตที่พร้อมลุยงานไม่ใช่คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่เมื่อได้ใกล้ชิดเขากลับเริ่มมีใจให้หญิงสาวตรงหน้าโดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเธอคือตัวปลอมที่สวมรอยมาในชื่อสิตา ความสัมพันธ์ภายใต้สัญญาจ้างครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายและหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
หน้าปกนวนิยาย เมียลับมหาเศรษฐี
9.6
เมื่อความสัมพันธ์ลับสิ้นสุดลงเพราะเขาต้องไปแต่งงานกับหญิงอื่น เธอจึงจำใจหอบลูกในครรภ์หนีไปพร้อมหัวใจที่แตกสลาย ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องวนมาพบกับภูมิระพีอีกครั้ง ความหวาดหวั่นเริ่มกัดกินใจเมื่อเผลอเผชิญหน้ากับอดีตคนรัก เธอพยายามปกปิดความลับเรื่องลูกชายสุดที่รักเอาไว้ เพราะเกรงว่ามหาเศรษฐีหนุ่มจะพรากแก้วตาดวงใจไปจากเธอ ท่ามกลางความเจ็บปวดที่ยังคงฝังรากลึก เธอจะรับมือกับสถานการณ์ที่บีบคั้นนี้อย่างไรเพื่อปกป้องลูกน้อยจากเงื้อมมือของเขา