ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย โซ่หัวใจไฟเสน่หา

โซ่หัวใจไฟเสน่หา

มาคัสคลั่งไคล้ในตัวมะลิวัลย์ตั้งแต่แรกเห็น ทว่าโชคชะตากลับทำให้ทั้งคู่ต้องพลัดพราก เมื่อได้พบกันอีกครั้งเขากลับไม่พอใจที่มีเด็กชายตัวน้อยอย่างรามิลอยู่ข้างกายเธอ มะลิวัลย์พยายามจะบอกความจริงเรื่องลูก แต่ความริษยาของอินทิรากลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ ความเข้าใจผิดทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมาคัสบังคับให้เธอขอโทษศัตรูหัวใจจนถึงขั้นไล่ส่ง มะลิวัลย์ที่น้อยใจจึงตัดสินใจพาลูกชายหนีไปจากคนใจร้ายที่เธอคิดว่าเขาไม่ต้องการครอบครัวอีกต่อไปแล้ว
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตอนที่ 1

มาคัสยิ้มมุมปาก นัยน์ตาแวววาวกวาดสายตามองสาวน้อยร่างเล็กตั้งแต่ใบหน้าสวยลงไปตามลำตัวอวบอิ่มด้วยวัยสาวแล้วย้อนกลับขึ้นมาใหม่ กลิ่นกายหอมกรุ่นยามเธอเดินผ่านไปมาเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มให้ลูกค้า ปลุกเร้าอารมณ์ปรารถนาในกายหนุ่มของเขาให้ลุกโพรงจนหน้าแปลกใจ

แม้จะอยู่ในความมืดปนสว่างสลับกันไปมา แต่เหมือนกับว่าเขาเห็นใบหน้าเนียนสวยนั้นได้ติดตาและบันทึกไว้ในใจและอยากจะรู้ว่าถ้าร่างเล็กบอบบางนั้นมาอยู่ใต้ร่างของเขา เสียงครางของเธอจะเป็นอย่างไร ผิวเนื้อเธอจะเนียนและหวานนุ่มดุจไวน์ชั้นดีหรือเปล่า แล้วจะกระตุ้นอารมณ์ปรารถนาในกายเขาให้ลุกโชติช่วงไปตลอดทั้งคืนหรือเปล่า

มาคัสแปลกใจ...เขาก็ใช่ว่าจะไร้คนเคียงกายเสียเมื่อไหร่ มีหญิงมากมายหลายคนต่างแวะเวียนมาให้ความสำราญ แต่ทำไมเขาต้องไปสนใจกับสาวน้อยที่หน้าตาเหมือนเด็กนักเรียนคนนี้ด้วย รูปร่างก็เล็กบอบบางความสูงน่าจะประมาณอกเขาเสียด้วยซ้ำ ดูๆ ไปอายุก็ไม่น่าจะห่างกับธนัญญาน้องสาวบุญธรรมของเขาเท่าไหร่เลย แต่ทำไมถึง...?

ชายหนุ่มยิ้ม ตอนนี้หญิงสาวยืนหอบอยู่หน้าเคาน์เตอร์จำหน่ายเครื่องดื่ม ใบหน้าสวยมีเหงื่อซึมตามขมับ แต่ทว่าดวงตากลมโตยังเปล่งประกายสดชื่นและแจ่มใส เสียงเพลงในไนต์คลับดังสนั่น พนักงานเสิร์ฟแต่ละคนต่างก็ทำงานกันอย่างขะมักเขม้น วันนี้แขกในร้านเยอะเป็นพิเศษเพราะวันนี้เป็นวันเงินเดือนออกและพรุ่งนี้เป็นวันหยุดอีกด้วย มือเรียวยกขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้ารูปไข่พร้อมกับยื่นมือไปรับแก้วเครื่องดื่ม

“เหนื่อยหน่อยนะมะลิวันนี้ลูกค้าก็เยอะเป็นพิเศษเสียด้วย”

คนพูดเป็นชายร่างใหญ่ผิวสองสี ผมหยักศก ดวงตาเป็นประกายใจดีและอบอุ่น จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหนาและแดงอย่างคนมีสุขภาพดีแม้ว่าจะทำงานกลางคืนอยู่ตลอด แม้ปากจะพูดกับหญิงสาว แต่มือก็จัดการผสมเครื่องดื่มเตรียมไว้ใหักับพนักงานเสิร์ฟคนอื่นต่อไปอย่างไม่ยอมหยุด

“จริงด้วยพี่กานต์ วันนี้คนเยอะมากเป็นพิเศษจริงๆ”

มะลิวัลย์ตอบชายหนุ่มไปใบหน้าสวยเปื้อนรอยยิ้มจางๆ

“แต่แค่นี้มันแค่เด็กๆ พี่กานต์ก็รู้ว่าเราทำนากันเหนื่อยกว่านี้อีก”

หญิงสาวตอบกลับลูกพี่ลูกน้องที่เป็นคนดูแลเธอตลอดการเดินทางมาทำงานที่กรุงเทพฯ เมืองใหญ่ แต่จะว่าไปเธอก็โชคดีกว่าใครหลายๆ คนที่มาจากต่างจังหวัด เพราะเธอมาที่นี่เพียงแค่อาทิตย์เดียวก็ได้งานแล้ว คงจะต้องขอบคุณกานต์เขตด้วยเหมือนกันที่พาเธอมาสมัครงานที่นี่

มะลิวัลย์ยิ้มให้กานต์เขตถ้าพี่ชายไม่ช่วยพูดให้ เธอคงจะไม่ได้ทำงานที่นี่หรอก เพราะวุฒิการศึกษาที่เธอมีคือมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผลการเรียนก็ไม่ได้ดีเด่นอะไร ค่อนไปทางอ่อนด้วยซ้ำ และยังมีปัญหาสำคัญอีกอย่างก็คือรูปร่างหน้าตาของเธอที่เหมือนกับเด็กที่กำลังเรียนอยู่ในช่วงชั้นมัธยมต้น สูงเพียงแค่ 155 ซม. ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตขนตายาวงอน จมูกไม่ถึงกับโด่งมากแต่ก็ไม่หัก แก้มเนียนใสราวกับแก้มเด็ก ริมฝีปากอิ่มเต็มเป็นสีชมพูระเรื่อ

เวลาไปสมัครงานที่ไหนจึงทำให้คนที่รับสมัครมองว่ายังเด็กเกินไป จนบางครั้งแทบจะไม่กล้าเลยด้วยซ้ำเพราะกลัวว่าเธอจะโดนเธอหลอกเรื่องอายุเอา หญิงสาวยิ้มเมื่อนึกถึงใบหน้าผู้จัดการวัยกลางคนตอนที่เห็นเธอเดินเข้ามายื่นใบสมัคร ก่อนจะทำอย่างอื่น อรุณดูใบหน้าเธอและบัตรประชาชนก่อนจะเอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจว่าเธออายุยี่สิบปีแน่หรือ

นี่จึงทำให้การหางานของเธอมีความยากยิ่งและตอนนี้เธอเองก็ยังไม่ได้เป็นพนักงานประจำด้วย แต่เธอเชื่อว่าถ้าขยันสักหน่อยไม่นานผู้จัดการจะต้องเห็นถึงความพยายามและบรรจุให้เธอเป็นพนักงานประจำที่นี่แน่นอน และมันก็จะทำให้ความฝันของเธอเป็นจริงได้

หญิงสาวยิ้มวาดฝันไว้ในหัวใจและสมองว่าเธอจะมีเงินสักก้อนไว้เปิดร้านขายของชำเล็กๆ เพื่อเลี้ยงดูแม่และตัวเธอเอง แต่ก่อนนั้นเธอจะต้องเรียนให้จบปริญญาตรีเสียก่อน อีกไม่นานมะลิวัลย์เชื่อว่าความฝันของเธอจะเป็นความจริง ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุผลสองข้อนี้เธอคงจะไม่เลือกมาทำงานในเมืองใหญ่ที่แสนจะวุ่นวายนี้หรอก เมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา แต่ไม่เคยมีความจริงใจให้แก่กัน หรือถ้าจะมีมันก็หาได้น้อยมาก

ภาพใบหน้าเหี่ยวย่นแต่กลับมีรอยยิ้มอันแสนจะอบอุ่นคอยวนเวียนมาหาเธอเสมอ มือเล็กและเหี่ยวย่นที่คอยลูบผมบนศีรษะให้ ยามที่เธอท้อแท้และต้องการกำลังใจ เธอรู้ว่าแม่ไม่ได้อยากให้เธอมาทำงานที่นี่เลยสักนิด แต่ทำไงได้ล่ะในเมื่อตอนนี้ที่บ้านฝนแล้งทิ้งช่วงเป็นเวลานานแรมเดือนจนทำนาไม่ได้ อีกทั้งนาที่มีอยู่ก็หาใช่ที่นาของตัวเองไม่ กลับเป็นเพียงแค่นาที่ปลูกข้าวแบ่งกับคนอื่นที่ถึงแม้จะใจดีแต่ทว่าเขาก็ต้องการผลผลิตเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเหมือนกัน

มือเล็กเรียวยกขึ้นจับสร้อยคอที่เธอห้อยติดตัวไว้ตั้งแต่เด็กๆ มันอาจจะเป็นความเชื่อของคนบ้านนอกอย่างเธอก็เป็นได้ว่าถ้าหากมีฟันของพ่อกับแม่ห้อยไว้จะไม่มีภัยภัยใดๆ จะกล้ำกลายหรือทำอันตรายแก่เธอได้ และสร้อยคอนี้คือกำลังใจที่ดีที่สุด ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนก็เหมือนกับว่าเธอมีแม่อยู่ใกล้ๆ มะลิวัลย์น้ำตาคลอเมื่อนึกมารดา ป่านนี้ไม่รู้ว่าแม่กำลังทำอะไรอยู่ จะทานข้าวหรือยัง หรือว่าจะนอนแล้วเพราะนี้มันก็เลยสามทุ่มไปแล้ว

ปกติถ้ามีเธออยู่ด้วยถึงตอนนี้เธอก็จะนอนกอดแม่ คิดแล้วก็อยากจะกลับไปบ้านเร็วๆ แต่ทว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็สำคัญ เพราะถ้าเธอได้ทำงานที่นี่อย่างถาวรอย่างน้อยมันก็จะเป็นทุนก้อนแรกที่จะทำให้เธอไปถึงฝั่งฝัน ตอนที่เธอจะมาทำงานที่นี่กานต์เขตก็บอกแล้วว่าที่นี่งานหนักแต่เงินที่ได้รับก็คุ้มค่า เงินเดือนแม้ไม่สูงมากนักแต่ก็มีอาหารฟรีสองมื้อ อีกทั้งยังได้ทิปดีอีกด้วย และเท่าที่เธอได้มาทำวันนี้ก็เป็นจริงอย่างที่ชายหนุ่มบอก ในกระเป๋าเธอตอนนี้เต็มไปด้วยทิปแบงค์ร้อยหลายใบแล้ว และไหนจะยังมีทิปรวมที่มีการแบ่งกันทุกคืนหลังเลิกงานอีกล่ะ

มะลิวัลย์บอกตัวเองว่าถ้าเธออดออมและประหยัดสักหน่อย อีกไม่นานเธอก็จะมีเงินก้อนนำกลับบ้านไปเปิดร้านขายของชำจำพวกของใช้จำเป็นในบ้าน แค่คิดหญิงสาวก็มีความสุขมาก ดวงตากลมโตเป็นประกายราวกับมีดวงดาวนับร้อยดวงมาบรรจุอยู่ภายใน ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มมือเล็กรับเอากระดาษทิชชูที่กานต์เขตยื่นมาให้เช็ดใบหน้า “ขอบใจจ๊ะพี่กาน”

มะลิวัลย์บอกพร้อมกับเหลียวมองไปด้านหลังของตัวเองเมื่อรู้สึกเหมือนกับว่ามีใครจ้องมองเธออยู่ตลอดเวลา นับตั้งแต่ที่เธอกลับมาจากทานอาหารในห้องครัวจนถึงตอนนี้เวลาก็ผ่านไปนานนับชั่วโมงแต่ความรู้สึกนั้นก็ยังไม่ได้หายไปจากความคิดของเธอ

หญิงสาวค่อยๆ เหลียวมองไปช้าๆ เหมือนว่าเสียงเพลงที่ดังอึกกระทึกครึกโครมอยู่ รวมถึงผู้คนมากหนาหลายตาที่มาท่องเที่ยวในคืนนี้เป็นเพียงแค่ธาตุอาการเมื่อดวงตากลมโตสบกับดวงตาคมดุเป็นประกายของชายคนหนึ่ง

หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอราวกับว่ามีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านอากาศตรงมาที่เธอ

สายตาคมดุจ้องมองราวกับกำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากร่างกายบอบบางทีละชิ้นๆ จนหมด แล้วโลมไล้ไปตามอกอวบเต่งตึงด้วยวัยสาวที่นูนเด่นดันเสื้อพนักงานสีขาวตัวเล็ก ค่อยๆ กวาดมองลงไปตามร่างกายและย้อนกลับมาใหม่อีกครั้งก่อนจะหยุดนิ่งที่หน้าอกหน้าใจ ดวงตากลมโตสบกับดวงตาคมดุ

มะลิวัลย์ร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าตลอดจนถึงลำตัว คิดว่าตอนนี้ทั้งหน้าและลำคอของเธอคงจะแดงเป็นกุ้งต้มสุก หัวใจเต้นแรงเร็วเหมือนกับว่ามีใครมาตีกลองใบใหญ่อยู่ภายในใจ ปลายมือปลายเท้าเย็นเฉียบ ร้อนรุ่มภายในเรือนกายจนเธอแทบจะทรงตัวไม่อยู่ ท้องน้อยป่วนปั่น ฟันขาวขบกับริมฝีปากจนเจ็บ

ดวงตากลมโตไม่อาจดึงสายตาออกจากดวงตาคมดุนั้นได้เลย แม้จะอยู่ในความมืดแต่มะลิวัลย์กลับรู้สึกเหมือนว่าเธอได้เห็นใบหน้านั้นอย่างชัดเจน

เค้าโครงหน้าของเขาไม่ถึงกับเป็นรูปสี่เหลี่ยมแข็งกระด้าง คิ้วเข้มสีดำสนิทเหมือนกับเส้นผม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหนามีสีชมพูอมแดงอย่างคนสุขภาพดี และที่สำคัญที่สุดคือ...ดวงตาที่จ้องมองเหมือนกับจะทะลุเข้าไปถึงหัวใจที่กำลังเต้นเหมือนได้ไปวิ่งระยะทางไกลมา เหมือนมีแรงดึงดูดที่เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไร รู้เพียงแค่ว่าเธอทั้งกลัวและเกรงสายตาคู่นั้นแล้วอยากที่จะหลีกหนีไปให้ไกลๆ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เขาเลือกแฟนเก่า ฉันเลือกการแก้แค้น
8.2
ในวันวิวาห์ คิรากรทิ้งฉันกลางงานเพื่อกลับไปหาโสภิตา แฟนเก่าที่ความจำเสื่อมและจำได้เพียงรักอันแสนหวานของพวกเขา เขาบังคับให้ฉันอยู่ในฐานะแขกที่คฤหาสน์เพื่อเฝ้าดูเขารื้อฟื้นความสัมพันธ์กับเธอ โดยอ้างว่าต้องรอให้เธอหายดีก่อนจะกลับมาแต่งงานกับฉัน แต่ความจริงคือเขามียารักษาแต่จงใจเก็บไว้เพื่อเสพสุขกับรักครั้งเก่าและหวังจะเก็บฉันไว้เป็นของตาย เมื่อเขาใช้ชื่อพี่ชายมาดูหมิ่นฉัน ฉันจึงเดินไปหาธนากรผู้ทรงอำนาจตัวจริงเพื่อยื่นข้อเสนอให้เราแต่งงานกันและใช้เขาเป็นเครื่องมือทำลายคิรากรให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย เทพนิยายของฉันพังทลาย ด้วยการหักหลังอันโหดร้ายของเขา
7.8
เก้าปีในฐานะภรรยาของจุลจักร มหาเศรษฐีไอทีผู้แสนดีกลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่ออุบัติเหตุทำเขาความจำเสื่อมและมองสถาปนิกสาวอย่างฉันเป็นศัตรู ภายใต้การชักใยของเฮเลนผู้ทะเยอทะยาน เขาพรากชีวิตน้องชายฉัน สั่งหักขาฉันในงานศพ และร้ายกาจที่สุดคือการผ่าตัดชิงเส้นเสียงของฉันไปให้หญิงอื่น ความรักที่เคยมีจึงมอดไหม้กลายเป็นความแค้น ฉันจึงแกล้งตายพร้อมทิ้งหลักฐานทำลายอาณาจักรของเขาไว้เบื้องหลัง ถึงเวลาที่ปีศาจตนนี้ต้องชดใช้ให้สาสม
หน้าปกนวนิยาย คู่มือโต้กลับ ฉบับหมอเศรษฐี
8.2
หลินเทียนต้องกลายเป็นคนพิการเพียงเพราะปกป้องคนรัก แต่เขากลับถูกเธอและเพื่อนสนิทหักหลังอย่างเลือดเย็น ในช่วงเวลาที่มืดแปดด้าน เขาได้พบกับหลิวอีเตา หมอเทวดาในตำนานที่มารับเขาเป็นศิษย์พร้อมมอบมรดกมหาศาลให้ครอบครอง ชะตาชีวิตของหลินเทียนจึงพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เขากลายเป็นยอดหมอผู้ร่ำรวยที่พร้อมจะโต้กลับทุกคนที่เคยทำร้าย และฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตในฐานะผู้เหนือกว่าอย่างเต็มตัว
หน้าปกนวนิยาย ฉันนี่แหละ ทายาทเศรษฐี
9.3
จ้าวเฉียนพนักงานหนุ่มวัยยี่สิบสามปีต้องทนมีชีวิตที่แสนลำบากด้วยเงินเดือนเพียงห้าพันหยวน เขาถูกเพื่อนร่วมงานตราหน้าว่าเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวจนโดนดูแคลนไปทั่วทั้งบริษัท แม้แต่คนรักที่เคยเคียงข้างก็ยังหมดความอดทนกับความยากจนของเขา จนแอบไปคบชู้กับผู้จัดการหนุ่มเพื่อหวังชีวิตที่ดีกว่า ทิ้งให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวและคำดูหมิ่นเพียงลำพังในสังคมที่ตัดสินคนจากฐานะทางการเงินและอำนาจที่มี
หน้าปกนวนิยาย ท่านประธานขาอย่าดุ
8.5
ตฤณ ประธานหนุ่มวัย 37 ปีผู้มั่งคั่งและทรงอิทธิพล พร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ปรารถนา เมื่อเขาถูกตาต้องใจเลขาสาวสวยอย่างปั้นหยา แผนการอันแยบยลและร้ายกาจจึงถูกนำมาใช้เพื่อผูกมัดเธอไว้ในตำแหน่งเลขาฯ แม้เธอจะพยายามขัดขืนเพียงใด แต่เขากลับแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเปิดเผย ทั้งขู่จะไปรับส่งถึงบ้านและประกาศความสัมพันธ์ให้คนทั้งบริษัทรับรู้ ท่ามกลางความเอาแต่ใจและท่าทีคุกคามที่แฝงไปด้วยความเสน่หา ปั้นหยาจะรับมือกับบอสหนุ่มสายเปย์ผู้คลั่งรักคนนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ความลับของท่านประธาน
9.8
Phayu, a successful businessman, is stunned when Designer Praemai reappears after a decade. Their past encounter left a lasting mark, but Praemai still views him negatively for taking her innocence. The situation changes when Yaimai, a clever young girl, reveals she is Phayu's daughter. Phayu vows to reclaim his family, but Praemai remains stubborn. With Yaimai acting as a secret ally, Phayu must now navigate a complex mission to win back the heart of the woman he once lost.