ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมียร้อนจำยอมรัก

เมียร้อนจำยอมรัก

เมื่ออ้อนถูกตราหน้าว่าพยายามยั่วยวนสามีของพี่สาวต่างแม่ นางจันทร์นิลจึงจัดการลงโทษขั้นเด็ดขาดด้วยการผลักไสเธอให้ตกเป็นเมียของพัชระ ช่างหนุ่มยากจนในไร่ชาท่ามกลางสภาพบอบช้ำ พัชระที่แอบหลงรักอ้อนมานานต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ เมื่อความแค้นและความเกลียดชังของครอบครัวบีบบังคับให้เขาต้องเลือกระหว่างความรักที่เขามีให้เธอ หรือการยอมจำนนต่อคำสั่งอันโหดร้ายที่เปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาลในกระท่อมซอมซ่อหลังนั้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

แต่มาถึงขั้นนี้แล้วมันไม่สามารถย้อนกลับคืนได้ พัชระก้มลงจูบปากที่กำลังเม้มแน่นสนิท ดุนดันปลายลิ้นเข้าไปแล้วดูดรัดเรียวลิ้นเล็ก ฝ่ามือร้อนผ่าวก็กอบกุมเต้าอวบอิ่มบดบี้ยอดถันจนแข็งขืนเป็นตุ่มไตอีกรอบ เมื่อความเจ็บทุเลาเขาก็ดันสะโพกเข้าออกอย่างช้า ๆ

“อ๊ะ อืม” พิราอรยังคงเจ็บแต่ไม่มากเหมือนในตอนแรก

พัชระลากปลายนิ้วจากยอดอกลงมากลางลำตัว ก่อนจะแทรกซอนเข้ากลางกลีบดอกระหว่างที่สะโพกก็ดันเข้าออกอยู่เป็นระยะ เขาเริ่มความเร็วจากปลายนิ้วปัดป่ายไปมาพร้อมสะโพกก็รัวเข้าใส่แบบไม่ยั้ง

“พี่เพชร ! โอ๊ะ ! อื้อ !” เสียงครางดังระงมฟังแทบไม่ได้ศัพท์ ยิ่งบิดสะโพกหนีก็ยิ่งถูกตอกตรึงหนักหน่วงกว่าเดิม พิราอรถูกเขาล็อกท่อนขาเอาไว้แน่น ไม่สามารถจะดิ้นหลุดไปไหนได้

เจ้าของใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเครารุงรังสูดลมเข้าปากแล้วเป่าออกจนปากสั่น โลกทั้งใบของเธอสะเทือนราวแผ่นดินไหว เห็นเพียงมัดกล้ามเนื้อตรงแผงอกที่เคลื่อนไปมาอยู่ตรงหน้า เม็ดเหงื่อจากเขากระเด็นโดนเธออยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่ากระท่อมหลังนี้ไม่มีแอร์ ไฟสวาทที่ลุกโหมจึงระอุมากเป็นพิเศษ

“โอ๊ะ คุณอ้อน ! อา !” เสียงครางแหบทุ้มดังขึ้นอยู่ตลอดเวลา พัชระทั้งคับแน่นและเต็มไปด้วยความเสียวสะท้านจากแรงเสียดสี ความนุ่มหยุ่นโอบรัดตัวเขาอย่างแนบแน่นในทุกครั้งที่กระแทกเข้าใส่ ต้องห่อปากส่งเสียงครางออกมาอย่างทนไม่ไหว ไม่คิดว่าพิราอรจะให้ความสุขเขาได้มากมายถึงเพียงนี้ เขาถอดถอนแล้วใช้สองนิ้วแทรกซอนเข้าไปแทนที่

“อ๊ะ อื้อ ! ๆ ๆ” พิราอรดิ้นพล่าน ๆ อยู่ใต้ร่างของเขา

พัชระเร่งจังหวะด้วยการรัวปลายนิ้วเร็ว ๆ ช่วยให้หญิงสาวรู้สึกร่วมด้วย ไม่ช้าเจ้าของร่างงามก็เกร็งกระตุก สะโพกแอ่นขึ้นสูงก่อนจะกรีดเสียงร้องลากยาว และทรุดตัวฮวบลงกับที่นอน

พัชระถอนนิ้วทั้งสองที่เยิ้มไปด้วยหยาดน้ำหวานออกมาอย่างช้า ๆ แล้วแทนที่ด้วยบางอย่างที่ใหญ่โตกว่า หญิงสาวสะดุ้งเฮือกจนตัวโยน จากที่นอนระทวยแรงกลายเป็นดวงตาตื่นตระหนกขึ้นมาแทน ท่อนขาถูกแยกกว้างออกมากกว่าเดิม สะโพกหนาสอบของพัชระก็ผลุบเข้าผลุบออกอยู่เป็นระยะ

"อ๊ะ !” พิราอรกัดปากตัวเองจนเจ็บ เธอเจ็บไปหมดจนไม่รู้ว่าความสุขก่อนหน้าหายไปไหนแล้ว ทุกอย่างลอยเคว้งคว้างในอากาศ เขาโจนจ้วงใส่แบบไม่ยั้งไม่คิดว่าเธอจะทนทานได้ไหวหรือไม่

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างต่อเนื่องแทบไม่มีหยุดพัก เสียงครางทุ้มลึกดังขึ้นเรื่อย ๆ ตัวเธอก็กระเด็นกระดอนหนักขึ้นตามแรงรัก เขากระแทกถี่ ๆ รัวย้ำ ๆ ก่อนจะเสือกสะโพกเข้าใส่สุดแรงเกิดในจังหวะสุดท้าย

“โอ !!!” ความอุ่นวาบพุ่งสู่ใจกลางดอกไม้งาม

พิราอรหายใจเอาอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด รู้แค่ว่าเธอหมดสิ้นแล้วทุกสิ่งอย่างที่หวงแหนมา พัชระค่อย ๆ กระตุกแล้วถอดถอนออกอย่างช้า ๆ จากนั้นก็ทรุดหน้าลงซบกับเนินอกอิ่มของเธอ

ลมหายใจเหนื่อยหอบแรงเป่ารดเนินอกที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อของทั้งคู่ ซึ่งตอนนี้คงหล่อหลอมเป็นหยาดน้ำเดียวกันไปเรียบร้อยแล้ว สักพักหนึ่งพัชระก็พลิกตัวลงไปนอนด้านข้าง ก่อนจะชันศอกขึ้นมามองคนที่นอนร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างเสียใจ

“ผิดหวังมากสินะคุณอ้อน ที่มีผัวเป็นแค่ช่างในไร่อย่างผม” เขาเหน็บคนที่เอาแต่ซุกหน้ากับผ้าห่มแล้วหันหลังหนีเขาไป

“คุณอ้อนหันมาพูดกับผัวตัวเองเดี๋ยวนี้”

“พี่เพชรไม่ใช่ผัวอ้อน” เจ้าของเสียงสั่นเครือตอบกลับมาทั้งที่ยังไม่ได้พลิกตัวมาหาพัชระด้วยซ้ำ

“อ๊ะ !” แรงกระชากทีเดียวพิราอรถึงขั้นถลาเข้ามาอยู่ในอ้อมอกของพัชระ ถูกเขาช้อนปลายคางขึ้นให้มองสบสายตาตรง ๆ

“ร้องให้ตายมันก็กลับคืนไปไม่ได้ จำเอาไว้ด้วยล่ะว่าไอ้เพชรคนนี้คือผัวคุณอ้อนไม่ใช่คุณพฤกษ์” เขาพูดมาขนาดนี้แล้วอีกคนก็ยังเงียบไม่โต้ตอบ พัชระนึกหงุดหงิดหนักกว่าเดิมเลยกระแทกปากจูบไปแบบแรง ๆ

“อื้อ !” คนเจ็บถึงได้มีปฏิกิริยาตอบกลับมาด้วยการถลึงตามองเขาแบบโกรธ ๆ

“ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว” ชายหนุ่มบอกแล้วก็ลุกขึ้นจากเตียงนอน ก่อนจะดึงข้อมือของคนอ้อยอิ่งให้ลุกตาม พิราอรหน้าเสียเล็กน้อยหลังวางเท้าลงบนพื้น อยากจะหาผ้าขนหนูมาห่อตัวแต่ดูเหมือนว่าภายในห้องนี้จะไม่มี หญิงสาวฝืนใจเดินตัวเปลือยตามหลังเขาไปเข้าห้องน้ำ

ภายในห้องน้ำมีแค่โอ่งหนึ่งใบที่มีน้ำอยู่เต็ม ของใช้ภายในนั้นก็เรียบง่าย มีเพียงผ้าขาวม้าสองผืนพาดอยู่บนราว พิราอรไม่เคยอาบน้ำในห้องน้ำแบบนี้ หญิงสาวรู้สึกหวาดระแวงไปหมด

“รีบอาบผมเหนียวตัวไปหมดแล้วนี่ จะได้รีบนอนพรุ่งนี้มีงานแต่เช้าด้วย” คนพูดทำเหมือนเรื่องที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับเขาเลย แน่ล่ะสิ เขาก็แค่คนงานทำตามคำสั่งนางจันทร์นิล ผิดกับเธอที่จะต้องมาสูญเสียสิ่งที่หวงแหนมาทั้งชีวิต เพียงเพราะความมักมากของผู้ชายหนึ่งคน

พัชระใช้ขันตักน้ำราดตัวโครม ๆ ก่อนจะถูสบู่ตามลำตัวแบบลวก ๆ ท่าทางกักขฬะหยาบโลนไปหมด พิราอรไม่อยากมองจึงหันหน้าหนีไปด้านข้าง

“อ๊ะ !” ทว่าน้ำจากขันในมือของเขาก็ราดลงมาบนตัวของเธอจนเย็นวูบไปหมด หญิงสาวยกมือขึ้นกอดอกเอาไว้แน่น เพราะห้องน้ำในบ้านของพัชระเปิดโล่งด้านบน ทำให้ลมเย็น ๆ พัดมาต้องกายจนหนาวสั่นไปทั้งตัว

“ทำไมน้ำมันเย็นแบบนี้ล่ะพี่เพชร” หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะถามเขา

“เย็นที่ไหนก็ปกติ เอ้า สบู่” พัชระยื่นสบู่ก้อนที่ตัวเองถูตัวเสร็จให้พิราอรถูต่อ หญิงสาวทำหน้าปั้นยากเล็กน้อยยังไม่กล้ายื่นมือออกไปรับ

“รังเกียจว่างั้น”

“เปล่านะ”

“สีหน้ามันฟ้องคุณอ้อน รังเกียจยังไงก็ผัว” พูดจบก็เดินเข้าไปชิดตัวของพิราอร พร้อมกับจัดการถูสบู่ให้หญิงสาวด้วยตัวเอง

“พี่เพชรไม่ต้องอ้อนถูเองได้” พิราอรเบี่ยงตัวหลบมือที่กำสบู่มาจะถูให้ตัวเอง แต่ก็ถูกเขากักตัวเอาไว้แล้วจัดการถูให้อย่างสะอาดทุกซอกทุกมุม

“อื้อ ตรงนั้นไม่ต้อง มันเจ็บ อื้อ !” หญิงสาวน้ำตาแทบเล็ดเมื่อเขาถูสบู่ตรงจุดอ่อนไหวแบบไม่ออมแรง

“สำออยจริง” พัชระตักน้ำราดตัวให้หญิงสาวพร้อมกับตัวเองไปด้วย จัดการล้างฟองสบู่ออกจนหมดเกลี้ยง

“วันนี้ไม่สระผมนะง่วงนอน เอาไว้วันหลัง เอ้า ผ้าขาวม้า วันหลังค่อยซื้อผ้าถุงมาให้ ใช้ไปก่อนก็แล้วกัน” ผ้าขาวม้าบนราวถูกดึงมายื่นให้หญิงสาว อีกผืนพัชระก็เอามาซับน้ำออกจากตัวแบบลวก ๆ ก่อนจะพาดไว้ที่เดิม ขณะที่พิราอรเอามาพันตัวเพื่อที่จะเดินกลับห้องนอน

“คนบ้าที่ไหนใช้ผ้าขาวม้าแบบนั้น” พัชระมีเหน็บแนมหญิงสาวระหว่างเดินโทง ๆ กลับไปยังห้องนอน

พิราอรยืนอยู่กลางห้องมองผ้าปูที่นอนเก่า ๆ ของพัชระที่เต็มไปด้วยคราบน้ำรักและรอยเลือดจาง ๆ เห็นเจ้าของห้องเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วคว้ากางเกงมาสวม เขามองมาทางเธอด้วยสายตาแปลก ๆ ก่อนจะดึงเสื้อยืดกับกางเกงขายาวแบบผูกเอวออกมาให้

“ใส่นี่ไปก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่”

ระหว่างที่หญิงสาวสวมใส่เสื้อผ้า พัชระก็จัดการถลกผ้าปูที่นอนออก แล้วนำอันใหม่ซึ่งสีซีดไม่น้อยไปกว่าอันเดิมไปปูทับ เหมือนเขาคิดอะไรบางอย่างออก ถึงลุกขึ้นไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเสื้อตัวหนา ๆ ออกมาพับเป็นทบซ้อนกันแล้ววางคู่กับหมอนบนเตียง

“มานอนได้แล้วคุณอ้อน”

“เอ่อ ผ้าขาวม้ามันเปียก อ้อนเอาไปตากก่อนนะ” พิราอรมองหาที่ตากเมื่อไม่เห็นจึงเดินกลับไปยังห้องน้ำ แล้วพาดคู่กับผืนที่พัชระใช้ ยืนนิ่ง ๆ อยู่ในห้องน้ำเกือบสามนาทีถึงตัดสินใจก้าวออกมา แต่ก็ต้องผงะเมื่อพัชระมายืนกอดอกรออยู่หน้าประตูห้องน้ำ

“นึกว่าจะผูกคอตายคาห้องน้ำไปแล้ว ผมไม่ชอบให้ใครมาตายในบ้าน” คำพูดคำจาช่างโหดร้าย ไม่ได้มีความห่วงใยแฝงอยู่เลย พิราอรก้มหน้าลงต่ำก่อนเดินกลับไปยังห้องนอน

ค่ำคืนนี้เธอผ่านเรื่องเลวร้ายมาถึงสองเรื่อง แต่เธอก็ยังมีลมหายใจอยู่ บางครั้งก็คิดว่าเธอควรจะตาย ๆ ไปเสีย จะได้ไม่ต้องรับรู้ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้

“นอนเถอะผมง่วง” พัชระเดินไปปิดไฟและดึงข้อมือของหญิงสาวให้ขึ้นไปนอนบนเตียง หมอนใบนั้นยกให้พิราอรส่วนตัวเขาก็ใช้เสื้อตัวเองหนุนนอนไปก่อน ต้องนอนตะแคงเพราะเตียงค่อนข้างแคบ หลังเขาถึงกับพิงผนังห้องกันเลยทีเดียว

ในความมืดท่อนแขนแข็งแรงก็โอบมากอดรอบตัวของคนที่นอนหันหลังให้ พิราอรตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะหนึ่งก่อนจะค่อย ๆ คุ้นชินกับสัมผัสของเขา สักพักเสียงลมหายใจของพัชระก็ดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่เธอนอนสะอื้นไห้ปล่อยน้ำตาไหลอาบสองแก้มไปทั้งคืน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย นายหัวขาปรานีหนูหน่อย
8.9
นายหัวอารัณย์เคยพยายามหักห้ามใจโดยอ้างว่าเพลงขวัญยังเด็กเกินไปและไม่ใช่ผู้หญิงในอุดมคติ แต่สุดท้ายเขากลับพ่ายแพ้ต่อความต้องการและลุ่มหลงในรสชาติของหญ้าอ่อนจนถอนตัวไม่ขึ้น แม้ฝ่ายหญิงจะอ้อนวอนขอความปรานีเพราะร่างกายเริ่มรับไม่ไหว แต่การตอบสนองที่สวนทางกับคำพูดของเธอกลับยิ่งกระตุ้นให้ชายหนุ่มอยากครอบครองเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักพอ บทพิสูจน์ความอดทนครั้งนี้จะสิ้นสุดลงที่ตรงไหน เมื่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขาดูเหมือนจะไม่มีวันจางหายไปง่ายๆ
หน้าปกนวนิยาย ชาตินี้ชาติไหนพี่ก็รัก
8.8
เมื่อความฝันของภูธเรศและอาการประหลาดของเพลงพิณนำพาให้ทั้งคู่มาพบกัน สายสัมพันธ์จากอดีตที่แสนขมขื่นก็เริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง ภูธเรศชายหนุ่มผู้อบอุ่นมั่นใจทันทีว่าเธอคือคนที่เขาเฝ้าตามหามาตลอดชีวิต ขณะที่เพลงพิณเองก็ตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกสบตา ทว่าลึกๆ ในใจเธอกลับมีความหวาดกลัวที่ไม่อาจหาคำตอบซ่อนอยู่ เรื่องราวความรักข้ามภพชาติในยุคปัจจุบันนี้จะคลี่คลายปริศนาที่ผูกพันพวกเขาไว้ได้อย่างไรในนิยายภาคต่อที่ร้อยเรียงความรู้สึกอันยาวนาน
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักทายาทCEO
9.8
ชีวิตของวิรัลพัชรต้องพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง หลังจากค่ำคืนที่ผิดพลาดนำไปสู่การตั้งครรภ์โดยที่เธอจำตัวตนของพ่อเด็กไม่ได้เลย ทว่าฝ่ายชายกลับจดจำทุกอย่างได้แม่นยำ เมื่อเขาทราบข่าวเรื่องลูก ทายาทมหาเศรษฐีหนุ่มจึงปรากฏตัวขึ้นและแทรกซึมเข้ามาในชีวิตของเธออย่างมีแผนการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพียงอย่างเดียวคือการช่วงชิงสิทธิ์ในตัวลูกที่กำลังจะเกิดมาเท่านั้น ท่ามกลางความขัดแย้งและพันธะที่ผูกพันพวกเขาไว้ด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายสามีอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม4)
8.5
“ไอ้คนเลว! ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!” ด้านนุดีเมื่อเห็นหน้าวัลลภ เธอก็พ่นวาจาด่าหยาบคายใส่ทันที “จะลงนรกอยู่แล้วยังจะมาทำปากดีอีกนะ” วัลลภดันร่างบางให้หันหลังแล้วแก้เชือกที่มัดมือของเธอออก บังคับด้วยดวงตาถมึงทึงให้นุดีลุกขึ้น แต่กลับเป็นเขาเองที่อุ้มเธอออกจากรถ “โอ๊ยย!! ไอ้บ้า!! ฉันเจ็บนะ!!” เมื่อถูกปล่อยให้ยืน นุดีที่ไม่ทันได้ทรงตัวดีก็เซถลาชนข้างรถล้มลงไปกองบนพื้นดินแข็งๆ “อย่ามาทำสำออย ลุกขึ้น!!” วัลลภไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะเจ็บไหม เขาจับแขนเล็กกระชากอย่างแรงให้เธอยืนขึ้น “นายพาฉันมาทำอะไรในกลางป่าน่ากลัวแบบนี้” ดงป่าเขียวจนครึ้ม ต้นไม้สูงใหญ่ดำทมิฬหนาทึบ กิ่งก้านใบไหวไปตามลมผสมเสียงแปลกประหลาดร้องและวิ่งไล่กัดกันอยู่ในป่าหญ้าคาข้างทางทำให้นุดีกลัวจนหน้าซีด “นรกอเวจีไง อยากลงไปเล่นน้ำในกระทะทองแดงไหม” วัลลภก้มๆ เงยๆ อยู่หลังรถจึงไม่ได้ทันระวังภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง นุดีเป็นอิสระจากสายตาของชายหนุ่ม เธอยิ้มหยันเมื่อเห็นไม้กำลังเหมาะมือ แล้วจับท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่กลางหลังและหัวของชายหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย “แกไปคนเดียวเถอะ ไอ้คนถ่อย!! นี่แน่ะ!!” “โอ๊ยย!! ยัยบ้าเอ๊ย!! นี่เธอกล้าตีหัวฉันเหรอฮะ!!” วัลลภยกมือกุมหัว เขาเดือดเป็นน้ำร้อนเมื่อเห็นเลือดเปรอะมือทั้งสองข้าง “ฉันฆ่าแกแน่ ถ้าเข้ามาหาฉันแม้แต่ก้าวเดียว” นุดีกลัวเมื่อเห็นเลือดแดงฉานซึมออกมาจากศีรษะเขา ไหลเป็นทางผ่านหัวคิ้วเป็นปื้นหยดลงใส่เสื้อยืด เธอเสียงดัง ใช้ไม้ชี้หน้าขู่ชายหนุ่ม “เธอหรือฉันจะถูกฆ่ากันแน่!!” เลือดจากหัวไหลเป็นทางผ่านหน้าผากเข้าตา วัลลภจึงใช้หลังมือเช็ดออก เขาแสยะยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นชัดเจนว่า ตอนนี้หญิงสาววิ่งหัวซุกหัวซุนหนีเข้าป่า “กรี๊ดดด!!” นุดีวิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้าโดยที่ไม่ได้ดูหน้าดูหลังทำให้สะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปกองบนพื้นดิน “ฉันว่าจะไม่รุนแรงกับเธอแล้วนะ!! นุดี แต่เธอรนหาเรื่องเอง” วัลลภกระโจนเข้าไปยืนดักหน้าหญิงสาวที่กำลังคลานหนี เขาคว้าแขนเล็กแล้วกระชากให้เธอลุกยืนเผชิญหน้ากัน “ถุย!! ไอ้ขยะ กะ...แกจะทำอะไรฉัน!!” นุดีก็ใช่จะยอม เมื่อได้ยืนอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับราวนมของชายหนุ่ม หญิงสาวขัดขืน หยิกข่วนตามตัววัลลภ เขย่งปลายเท้าให้สูงจนดวงหน้าของเขาและเธออยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็พ่นน้ำลายใส่หน้าหล่อ วัลลภกลายเป็นคนดุร้าย มือหนาหยาบกร้านเช็ดของเหลวออกจากแก้ม แล้วกางมือออกเหวี่ยงใส่ใบหน้างามซ้อนกันขวาซ้ายสุดแรงเกิด เผียะ!! เผียะ!! “กรี๊ดดด!!” ด้านนุดีไม่ทันตั้งตัว ถูกตบจนล้มกลิ้งไปนอนกองบนพื้นดินอีกครั้ง เธอเจ็บจนน้ำตาไหลจึงยกมือกุมแก้มที่แดงเป็นรอยนิ้วมือทั้งห้าแล้วค่อยๆ หันมองหน้าผู้ชายใจชั่ว ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ “ไอ้หน้าตัวเมีย!! แกตบฉันทำไม!!” “วันนี้แหละ ฉันจะทำให้เธอไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นคน” เสียงของปีศาจคำรามดังก้องป่า มือเพชฌฆาตคว้าข้อมือน้อยกระชากลากถูไปตามทางเล็กๆ ที่ข้างทางมีแต่ต้นหนามกับใบหญ้า “กรี๊ดดด!! ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อน!! ทำไมแกต้องทำกับฉันแบบนี้!! ปล่อยฉันนะ!! ไอ้ชั่ว!! ฮืออ” นุดีถูกฉุดลากทั้งที่กึ่งนั่งกึ่งนอนไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยดินแข็งและหินก้อนเล็กๆ เสียงร้องโหยหวนของหญิงสาวดังก้องทั่วป่าทำให้คนงานชายสี่คนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้มารอที่กลางป่าแห่งนี้มองหน้ากัน แล้วหันไปมองเงาดำทมิฬสูงใหญ่เดินลากอะไรบางอย่างตรงมาหาพวกมัน “นะ นาย!!” พวกมันทั้งสี่ยืนตาค้างเมื่อสิ่งที่ฟุบอยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็นหญิงสาว ขนาดถูกวัลลภทำร้ายเช่นนี้ก็ยังดูออกว่าเธอสวยและเซ็กซี่มาก “พวกมึงมีโทรศัพท์ไหม?” วัลลภยืนมือเท้าสะเอวมองนุดีกำลังช่วยตัวเองดึงชายกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ถลกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่องสองข้างลงปิดเนื้อเปลือยของตัวเอง “มะ มีครับ” ไอ้ลูกน้องสี่คนไม่ได้มองหน้าวัลลภเวลาพูด เพราะจุดสนใจของพวกมันคือผู้หญิงของเจ้านาย ซึ่งเวลานี้ เธอคลานหนีไปนั่งชันเข่าอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ “พวกมึงถ่ายคลิปผู้หญิงคนนี้ไว้ ทำแบบนี้สิวะ ไอ้ห่า” วัลลภแยกเขี้ยวใส่นุดี เขาแย่งโทรศัพท์ของลูกน้องมาถือไว้ด้วยมือเดียวแล้วย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือข้างที่ว่างยื่นเข้าไปจับคางน้อยบีบจนปากของหญิงสาวห่อแล้วดันให้หันมาสู้กล้อง “คะ ครับ” พวกลูกน้องพากันทำหน้าหื่นเหมือนเจ้านายแล้วจ่อกล้องโทรศัพท์ทำตามคำสั่งของนาย “ไอ้ลภ!! แกบอกให้พวกสวะนี้หยุดถ่ายฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีแย่งโทรศัพท์จากมือของวัลลภได้ก็เหวี่ยงเครื่องสื่อสารเฉียดหน้าของชายหนุ่มไปกระทบต้นไม้เสียงดัง เพล้งง!! “พวกมึงเตรียมเก็บภาพทุกช็อตไว้เลยนะ กูจะเล่นเป็นพระเอกคาวบอยควบม้าให้พวกมึงดู” แววตาดุจเสือร้ายหันขวับมองไอโฟนรุ่นใหม่กองเป็นเศษขยะอยู่ข้างต้นไม้ วัลลภกระตุกยิ้ม หันกลับมามองมือสองข้างที่กำกระชับคอเสื้อเปิดไหล่ของนุดี แล้วกระชากจนขาดเป็นสองส่วนเผยให้เห็นอกอิ่มขาวผ่องล้นออกมาจากบราไร้สาย “ว้ายย!! อย่าทำฉัน ฮืออ” นุดีรีบยกแขนข้างเดียวกอดตัวเองไว้ ส่วนอีกข้างทุบตี หยิกข่วนไปตามตัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง “พวกมึงอย่าลืมถ่ายวิดีโอนะโว้ย!! กูจะแสดงหนังสดกับยัยนี่ในกระท่อม” สายตาของลูกน้องมองนุดีอย่างหื่นกระหายทำให้วัลลภรีบฉุดให้เธอเข้ามาซบหน้าอก แล้วอุ้มคนตัวน้อยขึ้นพาดบ่า “ไอ้คนเลว!! ฉันเกลียดแก!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีอับอายจนอยากจะทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดมากที่สุด จึงทำร้ายเขาโดยการทุบๆ ที่หัวไหล่และจะกัดหลังเขาอีกครั้ง “ถ้าเธอกัดฉันอีก เธอได้มีผัวเป็นกรรมกรแบกหามหลายคนแน่!!” โครมม!! ก่อนที่วัลลภจะถีบประตูกระท่อมให้เปิดกว้างนั่นเขาได้คำรามเสียงเหี้ยมขู่เธอ
หน้าปกนวนิยาย ฟ้าหลงตะวัน
8.4
เมื่อพัทธนันท์และต้นน้ำกลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะรักครั้งแรก ความทรงจำเก่าก่อนจึงถูกรื้อฟื้นกลายเป็นความโหยหาที่แสนหวานและเร่าร้อน ต้นน้ำไม่อาจหักห้ามใจจากเสน่ห์ที่ตราตรึง เขาจึงรุกรานเธอด้วยจูบที่ลึกซึ้งและสัมผัสที่ทำให้หัวใจสั่นไหว แม้พัทธนันท์จะขัดเขินแต่เธอก็เรียนรู้ที่จะตอบรับอารมณ์ที่พุ่งพล่านนั้น สายตาคมที่จ้องมองมาทำให้เธอหลบเลี่ยงไม่ได้ ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยความรัญจวนใจและรสชาติแห่งความรักที่หอมละมุนเกินกว่าจะต้านทานไหว
หน้าปกนวนิยาย เถื่อนรักเจ้าสาวริมทาง
9.8
จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างหยาดฝนและหลุยส์ก่อตัวขึ้นจากข้อตกลงลับที่เธอเต็มใจเอาตัวเข้าแลกเพื่อเงินตรา ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้หญิงสาวริมทางก้าวสู่ตำแหน่งภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ระยะห่างและอุปสรรคจะทำให้ทั้งคู่ต้องแยกจาก แต่ความโหยหาในส่วนลึกยังคงผูกพันพวกเขาไว้ในฐานะความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลือน นับจากนี้ทั้งสองพร้อมจะฝ่าฟันทุกบททดสอบเพื่อร่วมกันสร้างความประทับใจครั้งใหม่และถักทอสายใยรักอันมั่นคงให้คงอยู่ตลอดไป