ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หนี้ร้อนซ่อนปรารถนา

หนี้ร้อนซ่อนปรารถนา

ตอน
แชร์

ตอน 1

เมื่อรถประจำทางแล่นเข้าสู่อำเภอไชยปราการจังหวัดเชียงใหม่ผ่านเทือกเขาที่สลับซับซ้อนมากมาย เบื้องหน้าที่อยู่สองข้างทางในตอนเช้าตรู่ของวันใหม่ มีสายหมอกสีขาวจางๆ พาดผ่านบนยอดไม้สีเขียวขจีเป็นแนวยาวดูแล้วช่างคล้ายกับมังกรสีขาวกำลังลงมาหยอกเย้ากับสายธารเบื้องล่าง

พอรถแล่นมาถึงอำเภอแม่อายและหมู่บ้านเล็กๆ ที่เรียงรายกันอยู่ สายตาคู่สวยทอดมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขสดใสตลอดเวลาเมื่อเริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางไปหมู่บ้านของตนเอง

ไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไป ดุจดาวก็มีความสุขทุกครั้งเมื่อได้กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดของตนเอง ทุกอย่างที่นี่ยังคงดูสวยงามและอบอุ่นใจเสมอเมื่อได้เหยียบเท้าลงสูงผืนดินแห่งนี้ และการกลับมาบ้านปีนี้สาวน้อยได้หอบเอาข่าวดีมาบอกพ่อแม่พี่น้องทุกคนที่เธอรักอีกด้วย

สองเท้าเล็กพอลงจากรถประจำทางได้เท่านั้น ก็รีบซอยเท้าแล้ววิ่งเข้าไปในบ้านของตนเอง ด้วยหัวใจที่ตื่นเต้นจนแทบจะทะลุออกมาจากอกด้วยความดีใจ

“พ่อจ๋า! แม่จ๋า! น้ำกลับมาแล้วจ้า!” สาวน้อยร้องเรียกพ่อแม่ของเธอด้วยภาษาพื้นบ้าน ส่งผลให้หญิงชายชราทั้งคู่ที่กำลังง่วนอยู่กับการเอาอาหารให้เป็ดไก่ที่เลี้ยงเอาไว้ในบ้านหันมามองตามเสียงใสๆ ที่เจื้อยแจ้วมาแต่ไกล

“น้ำ!” ผู้สูงวัยทั้งสองเรียกชื่อลูกสาวออกมาพร้อมกันด้วยความดีใจท่วมท้นจนยากที่จะเอ่ย ดวงตาที่คลอหน่วยต่างจับจ้องซึ่งกันและกันด้วยความรักความคิดถึง

ร่างบางโผเข้าหาอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของผู้ให้กำเนิดทั้งสองทันทีด้วยความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลที่ถวิลหามาตลอดระยะเวลาที่ห่างกัน นางรำภากับนายบุญส่งต่างปีติยินดีที่เห็นบุตรสาวคนโตกลับมาบ้าน หลังจากที่ดุจดาวต้องไปเรียนหนังสือที่บ้านญาติที่อยู่ห่างจากเมืองกรุงออกมาเล็กน้อยเป็นปีสุดท้าย

“พ่อจ๋าแม่จ๋า น้ำเรียนจบแล้วจ้ะ” ร่างบางยิ้มแป้นเมื่อบอกกล่าวถึงความสำเร็จขั้นหนึ่งของชีวิตด้วยความภาคภูมิใจ

“จริงเหรอน้ำ แม่ดีใจกับน้ำด้วยนะลูก”

“พ่อก็ดีใจด้วยจ้ะน้ำ”

“ต่อไปน้ำจะได้ทำงานหาเงินมาเลี้ยงพ่อกับแม่ได้แล้วนะจ้ะ แล้วน้ำก็จะหาเงินช่วยพ่อกับแม่ส่งน้องเรียนด้วยจ้า”

“เออ ดีๆ แล้วล่ะลูก แต่ว่าน้ำมาเหนื่อยๆ เข้าไปพักผ่อนในบ้านก่อนนะ เดี๋ยวแม่จะหาข้าวหาปลาให้กิน” นางรำภาบอกกับลูกสาวด้วยความเอื้ออาทร

“จ้ะแม่”

ทั้งสองคนที่ยืนนิ่งอยู่ มองตามหลังร่างเพรียวบางจนสาวน้อยเดินหายเข้าไปในบ้านด้วยความภาคภูมิใจในตัวบุตรสาวของพวกเขา พร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาเหมือนกับได้ยกภูเขาออกจากอกไปแล้วหนึ่งลูก

ที่นี้ก็เหลือแค่เพียงลูกสาวคนเล็กเท่านั้นที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก ซึ่งพวกเขาทั้งสองยังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะมีปัญญาส่งลูกสาวคนเล็กให้เรียนจนจบมหาวิทยาลัยได้หรือเปล่า

หลังทานอาหารเช้าด้วยกันเรียบร้อยแล้ว ดุจดาวก็มานั่งคุยกับแม่ของเธอที่แคร่ไม้ไผ่หน้าบ้าน ส่วนพ่อของเธอล่วงหน้าไปสวนก่อนแล้ว

ที่จริงนางรำภาก็จะออกไปสวนส้มพร้อมกันกับสามี แต่เห็นว่าลูกสาวเพิ่งกลับมาก็เลยขอพักเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบให้หายคิดถึงกันสักหน่อยแล้วค่อยไปทำงานในสวนต่อ

“เรียนจบแล้ว น้ำคิดจะไปทำงานอะไรล่ะลูก” นางรำภาถามบุตรสาว ขณะที่เอามือสากๆ ที่ผ่านการทำงานหนักมาอย่างโชกโชนกุมมือเล็กบางเอาไว้

“น้ำก็จะหางานดีๆ ทำ ตามที่ได้เรียนจบมาจ้ะแม่ น้ำอยากเป็นนางฟ้าที่ทำงานอยู่บนเครื่องบิน เงินเดือนเยอะด้วยนะแม่ นี่ถ้าน้ำสมัครเป็นแอร์โฮสเตสได้นะ น้ำจะดีใจมากๆ เลยแหละ” ดวงตาของสาวน้อยเป็นประกายยามที่บอกเล่าถึงอาชีพในฝันของเธอให้กับมารดาฟัง ทำให้นางรำภาต้องมองใบหน้าสวยหวานนั้นด้วยความเอ็นดู

“แม่เชื่อว่าลูกสาวของแม่ต้องทำได้จ้ะ น้ำเป็นเด็กดีแล้วก็ขยันมีความตั้งใจ พยายามนะลูกแม่เอาใจช่วย”

“ขอบคุณค่ะแม่” ร่างบางกอดร่างอวบของมารดาเอาไว้แน่น คงถึงเวลาแล้วที่ลูกสาวอย่างเธอจะต้องตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ที่ชุบเลี้ยงเธอมาตั้งแต่เล็กจนโตเสียที และเธอก็อยากจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับพ่อแม่อยู่

เพราะบ้านหลังที่อาศัยอยู่นี้เก่าเต็มที สังกะสีก็เริ่มผุกร่อนบ้างแล้ว ฝนตกทีไรต้องเอาด้ามช้อนหรือไม่ก็ด้ามไม้ไผ่ไปสอดไว้ใต้แผ่นสังกะสีเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนหยดลงมาทุกที หรือไม่ก็ต้องเอาหมากฝรั่งที่เคี้ยวแล้วไปแปะที่รูโหว่ของสังกะสีเพื่อป้องกันน้ำรั่วลงสู่พื้นบ้าน

นางรำภากอดร่างเล็กโยกตัวไปมา ในใจของนางก็กำลังคิดถึงเรื่องทุกข์ใจมากมายที่ไม่กล้าบอกกล่าวแก่ลูกสาวในเวลานี้ ด้วยเห็นว่าดุจดาวเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ คงต้องรอให้บุตรสาวได้พักผ่อนสักสองสามวันก่อนแล้วค่อยบอกถึงปัญหาที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่

เพราะถึงยังไงเรื่องพวกนี้มันปิดกันไม่ได้อยู่แล้ว อีกอย่างดุจดาวก็เรียนจบแล้ว นางเชื่อว่าลูกสาวคนโตของนางคนนี้คงจะพอรับฟังปัญหาต่างๆ ของครอบครัวได้

“น้ำ”

“จ๋าแม่”

“อยากออกไปดูสวนส้มของเรามั้ยลูก ตอนนี้มันยังมีดอกมีผลอยู่เลยนะ”

“ไปค่ะแม่ ถ้างั้นน้ำขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแป๊บหนึ่งนะแม่ เดี๋ยวมา” สาวน้อยบอกด้วยความตื่นเต้น เพราะอยากไปดูสวนส้มของพ่อกับแม่เต็มที นางรำภาเพียงพยักหน้ารับพร้อมยิ้มตามร่างเล็กไป

ไม่กี่นาทีต่อมาสาวน้อยบ้านนาก็มาอยู่ในชุดกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อเชิ้ตตาหมากรุกแขนยาว พร้อมผ้าขาวม้าลายเดียวกันกับเสื้อเดินยิ้มแป้นออกมาจากห้อง นางรำภาเดินไปหยิบหมวกปีกกว้างใบใหญ่พร้อมรองเท้าบูทสำหรับใส่เดินลุยสวนมาให้ลูกสาว

“นี่จ้ะลูก สวมหมวกแล้วก็ใส่รองเท้านี่ก่อน”

“ขอบคุณค่ะแม่” ร่างบางหยิบหมวกจากมือเหี่ยวๆ ไปสวม และก้มลงสวมรองเท้าบูทสีดำที่ขอบรองเท้าสูงมาถึงหัวเข่าทั้งสองข้างเสร็จแล้วก็เงยหน้าขึ้น

“พร้อมแล้วค่ะแม่ ไปเลย!”

แล้วร่างเล็กในชุดทะมัดมะแมงก็กอดเอวหนาของมารดาเดินไปสวนส้มด้วยกัน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพวกเธอนัก ระหว่างทางก็ยังมีวัวควายที่ชาวบ้านเดินจูงเอาไปเลี้ยงที่นาที่ไร่กันหลายตัวเดินตามๆ กันไป

ดุจดาวมองอย่างเพลิดเพลิน เมื่อก่อนครอบครัวของเธอก็เคยเลี้ยงสัตว์พวกนี้ แต่พ่อกับแม่ของเธอก็ขายไปหมดแล้ว เพราะต้องนำเงินไปส่งลูกสาวทั้งสองคนเรียนหนังสือ

เมื่อเดินใกล้ไปถึงสวนส้มของตนเอง ดุจดาวก็มองเห็นสวนส้มของเพื่อนบ้านคนอื่นๆ เต็มไปหมด ไล่ตั้งแต่เชิงเขายันเนินเขาสูงแต่ก็ไม่ถึงกับสูงชันมากสามารถเดินเท้าขึ้นไปได้ แต่ส่วนใหญ่ชาวสวนก็จะขับรถสิบล้อ หรือไม่ก็รถกระบะหรือรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นไปสำหรับสวนส้มที่อยู่ลึกเข้าไปอีก

ส่วนใหญ่พื้นที่ปลูกสวนส้มแถวนี้ถูกนายทุนกว้านซื้อไปจนเกือบหมดแล้ว ก็เหลือเพียงชาวบ้านไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังพอมีสวนส้มเป็นของตนเอง แต่ก็เป็นเพียงพื้นที่เล็กน้อยพอที่จะเลี้ยงปากเลี้ยงท้องคนในครอบครัวได้เท่านั้น

สวนส้มที่นี่ส่วนใหญ่ชาวสวนนิยมปลูกส้มพันธุ์สายน้ำผึ้งกัน เพราะให้รสชาติที่หวานและผลก็สวยด้วย ได้ราคาดีเป็นที่ต้องการของตลาด แต่บางครั้งในบางฤดูกาล ส้มสายน้ำผึ้งก็กลายมาเป็นส้มสายน้ำตาสำหรับชาวบ้านที่ขาดทุนเนื่องจากฟ้าฝนไม่เป็นใจ ทำให้ดอกร่วงไม่ติดผลและแมลงศัตรูพืชเยอะ หรือส้มที่ได้มีรสชาติและขนาดของผลไม่ได้ตรงตามมาตรฐานที่ตลาดต้องการ

“ว้าว! ถึงสวนส้มของเราแล้ว” ร่างบอบบางกระโดดโลดเต้นเข้าไปในสวนส้มเหมือนเด็กๆ ได้ของเล่นถูกใจ แต่แล้วก็ต้องสะดุดกับขนาดของผลส้มที่ได้เห็น

“แม่ๆ!” เสียงใสๆ ร้องตะโกนขึ้น

“มีอะไรน้ำ เสียงดังเชียว” นางรำภารีบเดินเข้ามาหาบุตรสาว

“แม่ดูนี่สิ ทำไมส้มมันลูกเล็กจัง ไหนลองแกะกินดูซิ” แล้วมือเล็กก็รีบปลอกเปลือกและแกะกินเนื้อในทันที

“อื้อหือ ทำไมมันเปรี้ยวแบบนี้ล่ะแม่” ดวงตาคู่สวยหลิ่วตาเพราะความเปรี้ยวจี๊ดของผลไม้ที่ขึ้นชื่อว่าหวานที่สุด

นางรำภาต้องถอนหายใจยาวก่อนที่จะเล่าเกี่ยวกับผลผลิตของส้มสายน้ำผึ้งปีนี้ให้ลูกสาวฟังด้วยใบหน้าที่หม่นลงเล็กน้อย

“ปีนี้ฝนตกชุก ทำให้น้ำท่วมขังหลายวัน ส่งผลให้ผลผลิตที่ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย พอปุ๋ยที่เราให้ถูกชะล้างออกไปก็ทำให้ส้มไม่ค่อยมีคุณภาพ ราคาก็ต่ำลงจนไม่ได้ทุนคืน ส้มที่เหลือก็ขายออกแทบไม่ได้ ที่พอขายได้บ้างก็ต้องคัดแล้วคัดอีก แล้วที่เห็นนี่ก็คงขายไม่ค่อยได้ราคาเท่าไหร่”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FGK” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FGK
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สัญญาพราย
9.2
กบินทร์ต้องเผชิญกับชีวิตที่ไร้คู่ครองและอาภัพรักอย่างหนักในชาติภพปัจจุบัน เนื่องจากพันธนาการจากคำสาบานในอดีตชาติที่ยังคงตามหลอกหลอน ดวงวิญญาณลึกลับที่ยึดติดกับคำสัญญานั้นคอยขัดขวางความรักของเขา จนนำไปสู่เหตุการณ์ระทึกขวัญที่มีผู้คนต้องสังเวยชีวิตและวิญญาณไปมากมายอย่างน่าสลดใจ เมื่อปรัศนีผู้มีใจรักมั่นต่อเขาได้ล่วงรู้ความจริง เธอจึงตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเพื่อหาทางปลดปล่อยกบินทร์ให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมและสัญญาพรายอันแสนอันตรายนี้ให้สำเร็จก่อนจะสายเกินไป
หน้าปกนวนิยาย เงื่อนลวง
8.4
อัญมณี ช่างภาพสาวผู้มีชื่อพ้องกับนามปากกานักเขียนดัง ต้องเผชิญอันตรายเมื่อเธอถูกดึงเข้าไปพัวพันกับการตายปริศนาของดวงดาว หลังไปร่วมงานศพในฐานะตัวแทนนักเขียน หมอชลทิศน้องชายผู้ตายและหลานสาวต่างสงสัยว่าเธอคือผู้อยู่เบื้องหลังตามข่าวลือ ขณะที่คดีฆาตกรรมต่อเนื่องคนเร่ร่อนกำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าสยดสยอง อัญมณีและชลทิศต้องร่วมกันไขปริศนาเพื่อหาตัวฆาตกรตัวจริง ท่ามกลางความลับและเงื่อนงำที่ก่อตัวเป็นความรักท่ามกลางอันตรายที่ล้อมรอบตัวพวกเขา
หน้าปกนวนิยาย แค้นเธอ, ชีวิตเขาพังพินาศ
8.6
เมื่อเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจำต้องผ่าศพลูกชายตัวเอง เธอพบว่าการตายที่ถูกระบุว่าเป็นการฆ่าตัวตายคือคดีฆาตกรรม แต่ระบบยุติธรรมกลับปกป้องคนผิดและปัดตกคำร้องของเธอถึงเจ็ดครั้ง ความแค้นนำไปสู่การลักพาตัวลูกสาวอธิบดีอัยการเพื่อทรมานออกสื่อหวังทวงคืนความจริง แม้คนรอบข้างจะพยายามเป่าหูว่าลูกเธอเป็นโรคซึมเศร้าผ่านจดหมายลาตายปลอม แต่รหัสลับในจดหมายกลับยืนยันว่าเขาถูกสังหาร เธอจึงเดินหน้าล้างแค้นด้วยเครื่องมือนิติเวชโดยไม่สนการบุกจับของเจ้าหน้าที่
หน้าปกนวนิยาย  มายาปฏิพัทธ์
8.8
หลังรอดพ้นความตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ หญิงสาวกลับพบว่าตนเองตื่นขึ้นมาในร่างใหม่ของสาวสวยสุดเซ็กซี่ที่เธอไม่รู้จัก แต่ชีวิตใหม่นี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อวิญญาณเจ้าของร่างเดิมยังคงวนเวียนตามหลอกหลอนเพื่อทวงคืนร่างกายของตนเอง นอกจากต้องรับมือกับผีเจ้าที่แล้ว เธอยังต้องเผชิญกับพฤติกรรมสุดเลวร้ายของสามีเจ้าของร่างที่แอบนอกใจไปมีหญิงอื่น ท่ามกลางความวุ่นวายและแรงอาฆาต เธอจะเอาตัวรอดจากพันธนาการรักซ้อนซ่อนสยองขวัญครั้งนี้ไปได้อย่างไร