
หวงรักจอมบงการ
ตอน 3
“ของจริง...รับประกันได้” แพรวนรียิ้มสำทับ เธอฉกมาจากห้องหรูของมหาเศรษฐีหนุ่ม มันจะเป็นของปลอมได้ยังไง เมื่อคน คนนั้นมีธุรกิจเกี่ยวกับอัญมณี
“อาจจะปล่อยยากสักหน่อยนะนรี...ไม่มีใบรับประกัน แถมเม็ดเป้งขนาดนี้”
อิฐยกแหวนในมือขึ้นส่อง มือผมบางยกลูบปลายคางหลังคำนวณราคาค่างวดของในมือคร่าวๆ ด้วยสายตาคาดคะเนของตนเอง แหวนเพชรวงงามในอุ้งมือเขานี่ ราคาคงโขอยู่ เขากับแพรวนรีคงสบายไปอีกนาน หากหาที่ระบายสิ่งของชิ้นนี้ได้
“ยังไงก็รีบๆ หน่อยล่ะ” แพรวนรีรีบย้ำ ของร้อนแบบนี้เธอกลัว เพราะหากเจ้าของตามมาทวงคืน เธอกับอิฐอาจจะซวย
“เอามาจากไหนล่ะ?” แหวนเพชรวงสวยถูกพลิกไปมาซ้ายขวา เพื่อมองหารอยตำหนิ
“อย่ารู้เลย...” หญิงสาวตัดบท ผุดลุกขึ้นยืน เดินไปทิ้งตัวนอนบนฟูกเก่าๆ ที่อิฐเองก็เพิ่งจะผละลุกขึ้นมา
“ตามใจ...เธอนอนเถอะ...ฉันออกไปหาที่ปล่อยของก่อน”
หนุ่มขี้ยาผุดลุกขึ้นยืนอารมณ์ดีเสียจนอยากจะร้องเพลงให้ลั่นห้อง เมื่อเงินจำนวนมหาศาลลอยอยู่ตรงหน้า แค่หาที่ปล่อยได้ แค่นี้ก็จะได้เสวยสุข เขาคว้าเจ๊กเก็ตหนังขึ้นมาพาดไว้บนหัวไหล่ ตลบผ้าเช็ดหน้าสีหม่นกลับไปในรูปแบบเดิม ก่อนจะยัดแหวนราคาสูงลงไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีด
“อืม...ซื้อข้าวเข้ามาให้ด้วยนะ นรียังไม่ได้กินอะไรเลย แต่ขอนอนซักงีบก่อน” หล่อนซุกหน้าลงใต้หมอนเก่าๆ เปลือกตาหลุบลง และหลับสนิทในนาทีต่อมา อาจจะเพราะความเครียดผสมกับความอิดโรย
ปัง!! ประตูไม้เก่าๆ กระแทกปิด อิฐล็อกประตูให้ เขาเดินผิวปาก ฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอ โดยไม่รู้ว่าทั้งตนเองและแพรวนรีกำลังถูกตามล่า...
บ่ายแก่ๆ... ทอปัดตื่นจากหลับใหล เธอบิดเนื้อตัวไปมาแก้ความเมื่อยล้า ดันตัวลุกขึ้นยืน ก้มลงเก็บเครื่องนอนไปไว้ในตู้ใบใหญ่ที่เดิม ก่อนจะลงมือทำความสะอาดห้องรกๆ... เริ่มต้นด้วยการเก็บเสื้อผ้าใช้แล้วของแพรวนรีโยนไว้ในตะกร้า กวาดพื้นห้องที่มีแต่กระดาษทิชชู และตามด้วยการเก็บเตียงนอนกลางห้อง
เกือบ1ชั่วโมงที่หญิงสาวสาละวนกับการทำความสะอาดห้องรกๆ ที่เจ้าตัวใช้สำหรับซุกหัวนอน เมื่อทำความสะอาดเรียบร้อย เสียงท้องร้องโครกคราก ทำให้ทอปัดหัวเราะตนเอง เธอมัวแต่ยุ่งๆ จนลืมเรื่องการหาอะไรใส่ท้องตัวเอง
ยางเส้นเล็กๆ ถูกหยิบมาใช้ เพื่อรวบผมสีดำเป็นเงาไว้หลังท้ายทอย
ประตูตู้เย็นถูกเปิดออกด้วยมือเรียวเล็ก หญิงสาวก้มลงมองหาของสดที่อยู่ในชั้นวาง มุมปากอิ่มขยับบิดไป บิดมา เมื่อเจ้าตัวกำลังนึกถึงเมนูอาหารง่ายๆ ที่พอจะทำได้จากของสดที่เหลืออยู่
“ก็ยังดีกว่ากินมาม่าล่ะปัดเอ๋ย” หญิงสาวบ่นเบาๆ คว้าผักสีเขียวจากช่องผัก กับเนื้อหมูอีกนิดหน่อยในช่องพรีส
ก่อนจะเดินตรงไปยังครัวเล็กๆ มุมห้อง...
ผัดกะเพราหมูสับกับไข่ดาวเหลืองกร็อบส่งกลิ่นฟุ้งเต็มห้อง หญิงสาวเอียงคอมองฝีมือทำกับข้าวของตัวเอง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
“นายแม่จะรู้มั้ยเนี้ยะ...ปัดคิดถึงฝีมือทำกับข้าวของนายแม่ที่สุด” คำพูดกลั้วเสียงหัวเราะ เพราะหากเทียบฝีมือง่อยๆ ของตัวเองกับคุณนายจุไร มันเทียบกันไม่ติด แต่ก็ยังดีกว่าการต้มน้ำเทใส่ชามบะหมี่สำเร็จรูป เมื่อมันไร้สารอาหารอย่างที่ร่างกายต้องการ
“อาบน้ำก่อนดีกว่า...” หญิงสาวยกเรียวแขนขึ้นสูง สูดกลิ่นเหงื่อตนเอง ปีกจมูกพะเยิดพะยาบ ปากอิ่มเบ้บิดเบี้ยว สุดทนกับกลิ่นเหงื่ออับๆ ที่หมักหมมบนร่างกายตนเอง จนยอมหิ้วท้องรออีกหน่อย เพื่อไปจัดการทำความสะอาดร่างกาย
สายน้ำเย็นๆ ช่วยทำให้ความเหนื่อยล้าของทอปัดมลายหายไป เธออาบน้ำโดยใช้เวลาไม่ถึง10นาที ก่อนจะเดินฮัมเพลงออกมาจากห้องน้ำเย็นฉ่ำ ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กๆ คือสิ่งเดียวที่อยู่บนร่างกายอวบอิ่มตอนนี้...เมื่อคิดว่าตนเอง...อยู่ในห้องส่วนตัวเพียงลำพัง...
แต่...
ใครจะรู้ล่ะ...ว่าทอปัดจะได้ต้อนรับอาคันตุกะแปลกหน้าแบบที่ไม่ได้เชื้อเชิญ
ปลายเท้าสะดุดกึก!! เมื่อหางตาจับภาพบางอย่างได้ ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กในมือแทบจะหล่น
เมื่อหันไปสบนัยน์ตาคมดุ ของ ‘ผู้ชายแปลกหน้า’ ที่ดันทะลึ่งมานั่งหน้ามึน...อยู่ในห้องเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัว...
แพขนตางามงอนกะพริบถี่ๆ มือเรียวบางยกขึ้นขยี้เปลือกตาแรงๆ...ก่อนจะรีบวิ่งถลาไปซุกตัวอยู่หลังโซฟาตัวใหญ่ เยื้องๆ กับที่ ‘ใคร’ คนนั้นนั่งอยู่
คุณอาจจะชอบ





