
ข้อผูกมัดซาตาน Tycoon
ตอน 2
กรกฎาคม 2014
ฟอเรนซ์, อิตาลี
Florence Nightlifeที่ผับหรูใจกลางฟอเรนซ์ คลาคล่ำไปด้วยนักท่องราตรีที่รักสนุก แต่มีผับแห่งหนึ่งที่พิเศษกว่าทุกแห่ง นอกจากจะมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นวีวีไอพีแล้ว ภายในก็น่าตื่นตาตื่นใจ ไหนจะบรรดานักเที่ยวก็จะต้องมีแต่บุคคลระดับพิเศษเท่านั้น คนที่มาผับแห่งนี้ถ้าไม่ใช่ดารานางแบบ ลูกเหล่าไฮโซ ลูกหลานรัฐมนตรีหรือประธานสโมสรฟุตบอลอิตาลีอันลือเลื่อง ไม่เห็นจะมีคนธรรมดามาเที่ยวในสถานบันเทิงแห่งนี้ได้เลยสักคน นั่นเพราะระดับการให้บริการและสนนราคาของที่นี่ที่แพงระยิบ ชนิดที่ว่าขนเงินมาละลายเล่นได้เลยถ้ามีเงินมากมายขนาดนั้นนะ และสำหรับแขกพิเศษระดับวีวีไอพีอย่างกลุ่นของกานต์รวีนั้นพวกเธอได้รับการดูแลเป็นอย่างดีเพราะบารมีของจอมเดช ผู้เป็นบิดาที่เป็นถึงเจ้าของธุรกิจอาหารสำเร็จรูปส่งออกที่มีขายทั่วประเทศไทยแล้วทั่วโลกรวมทั้งยุโรปด้วย โดยเฉพาะอิตาลีก็ถือเป็นตลาดของสินค้าของเขาเช่นกัน แน่ทีเดียวบริษัทคู่ค้าของบิดาย่อมมีการจัดการต้อนรับและจัดหาแหล่งท่องเที่ยวไว้รอต้อนรับบุตรสาวคนเล็กแสนสวยอย่างกานต์รวีเป็นธรรมดา
“ผับที่นี่มีแต่คนมีชื่อเสียงของอิตาลีและยุโรปมาเที่ยวทั้งนั้น มนุษย์เดินดินธรรมดาๆ เข้ามาไม่ได้ง่ายๆ หรอกนะยะ” วนิชหรือมดตะนอยเพื่อนสนิทที่ร่างเป็นชายใจเป็นสาวพูดอย่างภาคภูมิใจ สายตาสอดส่ายไปมามองหาเป้าหมาย และเธอก็เห็นคนมีชื่อเสียงมากมายตามคำร่ำลือ สิ่งนั้นยิ่งตอกย้ำว่าเป็นเรื่องจริงและทำให้กลุ่มของพวกเธอเที่ยวได้อย่างสนิทใจยังไงล่ะ
“จริงหรือคะ? กีวี่แค่รู้จากพี่วินทร์ว่าเพื่อนจะพามาที่นี่... เปิดหูเปิดตาน่ะ” กานต์รวีตาโตอย่างตื่นเต้นพร้อมๆ หันไปดูบรรยากาศรอบๆ คงจะจริงดังว่าเพราะตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่เธอก็เห็นนางแบบนายแบบที่แสนคุ้นหน้าคุ้นตาจากช่องแฟชั่นที่เธอเคยติดตามชมเสื้อผ้าคอลเล็กชั่นใหม่ ไหนจะทายาทนักการเมือง แต่เธอประทับใจที่ผับที่นี่ไม่อึกทึกเหมือนที่เมืองไทย ดูเขาเที่ยวกันแบบมารยาทดีกันมาก ต่างคนต่างเสพบรรยากาศ รสชาติแห่งเครื่องดื่มที่ตนโปรดปรานและสนุกไปกับเสียงดนตรีที่สลับการบ้างฮิปฮอปสลับกับ EDM มันใช่... เธอชอบ! ทันใดที่ใช้สายตาสำรวจไปรอบๆ นั้นกานต์รวีก็รู้สึกได้ว่ามีดวงตาคมเฉียบจากชายคนหนึ่งมองจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว แต่หญิงสาวไม่รู้ว่าเขาแอบมองเธอนานเท่าไหร่แล้ว
‘คนไม่มีมารยาท’ เธอตวัดสายตาใส่เขาก่อนหันไปมองทางอื่น แต่จนแล้วจนรอดเธอก็อดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองเขาอีกตามหัวใจที่อยากรู้ว่าเขายังจะมองจ้องเธออยู่อีกไหมและก็ดังคาด เขามองเธอมาโดยตลอดและไม่เคยละสายตาจากเธอเลย ‘เขาเป็นใครกัน?’
“มองอยู่ได้ ฉันหน้าเหมือนมารดานายหรือยะ?” กานต์รวีถลึงตาใส่เขาขณะพึมพำกับตัวเอง ไม่มีทางที่ใครจะได้ยินเสียงนั้นหรอกเพราะถูกเสียงดนตรีกลบลงไปหมดแล้ว แต่ความเขินอายที่เริ่มก่อตัวขึ้นมันยากจะกลบเกลื่อน เธอหน้าแดงเรื่อและดวงตาคู่โตสวยดูหวานเชื่อมลงด้วยฤทธิ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
“ที่นี่อยู่ใกล้ที่พัก ต่อให้เมามากแค่ไหนก็ไม่ใช่ปัญหากับการกลับโรงแรมที่พักแน่ๆ”
“แต่ทางที่ดี ไม่ควรเมาป่ะวะแก?”
“ถูก! ฉันเห็นด้วย”
“กีวี่... แกรู้ตัวป่ะวะ?”
“ว่า?” กานต์รวีเงี่ยหูเข้าไปใกล้เพื่อนและกำลังตั้งใจฟัง ไม่ทำแบบนั้นเสียงกระหึ่มของดนตรีกลบหมด หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีบางสายตากำลังจับจ้อง... มันรู้สึกไม่เป็นส่วนตัวมาตั้งนานแล้วอารมณ์เหมือน... มีคนกำลังแอบดูเธออาบน้ำ! ใช่แล้วอารมณ์เดียวกันเลย... กานต์รวีพยายามข่มความคิดว่าอาจจะกังวลมากเกินไปกระมัง
“พ่อรูปหล่อโต๊ะนั้น เขานั่งจ้องแกนานแล้วนะเว้ย” วนิชเล่าด้วยสำเนียงที่ใกล้อ้อแอ้ ฤทธิ์แอลกอฮอล์คงทักทายเส้นประสาทบ้างแล้ว กานต์รวีรู้ข้อเท็จจริงพวกนี้ดี ในกลุ่มเพื่อนๆ ของเธอเหล่านี้ชอบแฮงก์เอาต์เป็นชีวิตจิตใจส่วนเธอนั้นไม่ปรารถนาสักเท่าไหร่ จะให้ดื่มจนเมามายคงไม่ไหวไม่ใช่เพราะฉีดโบทอกซ์เยอะแล้วแตะแอลกอฮอล์ไม่ได้ โน่ว! ความสวยของเธอไม่ต้องพึ่งโบทอกซ์แต่เธอนิยมความสวยจากภายในนั่นคือเลือกกินดื่มสิ่งที่เป็นประโยชน์เพื่อสะท้อนถึงต้นทุนของผิวสวยและเธอเป็นสาวคออ่อน ปริมาณเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่ากันแต่ทำเธอมึนได้ระดับคูณสิบ! หากใครคิดจากมอมเหล้ากานต์รวีแค่ชอตเดียวเธอก็มีปฏิกิริยาแล้ว นี่คือข้อเท็จจริง!
“อืม...” กานต์รวีครางรับขณะหันไปที่หนุ่มเป้าหมายที่วนิชกำลังหมายถึง
“เขาสนใจแกชัวร์” วนิชเดาเพราะดูจากแววตาเขาแม้จะระยะไกลแต่วนิชก็สัมผัสได้ว่านั่นน่ะไม่ธรรมดา วนิชเป็นหนุ่มหัวใจสาวที่มีสัญชาตญาณเรื่องนี้แม่นยำน่าเชื่อถือ
“บ้า! ฉันไม่นิยมคนแปลกหน้าเว้ย” กานต์รวีหยุดหันไปมองสบประสานสายตาคนไร้มารยาทที่นั่งจ้องเธออยู่ได้ “อีกอย่างถ้านายนั่นคิดจะล่อลวงฉันเพื่อไปวันไนต์สแตนด์... ยิ่งไม่นิยม ฉันกลัวย่ะ!” กานต์รวีตอบเพื่อนพร้อมกับเบ้ปากเล็กน้อย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะมองไปทางเขา มองทีไรก็พบว่าสายตาเขายังคงจ้องมองมาที่เธอแบบไม่วางตาเช่นกัน
“แกไม่กิน... ฉันขอนะยะ พ่อหนุ่มพิซซ่าน่าหม่ำ!” วนิชเอ่ยพร่ำเพ้ออย่างคนคลั่งรัก
“แกก็เม้าท์ไป เขาอาจมองเพราะแกเป็นสเปกเขาก็ได้” เพื่อนอีกคนพูดเหมือนออกความเห็นเพราะดูแล้วเขาก็มาดดีแต่งตัวดีและดูสุภาพจะตายไปอีกอย่างผับแห่งนี้ก็มีแต่คนระดับวีไอพีทั้งนั้น
“แต่นายนั่นไม่ใช่สเปกฉันย่ะ แกคิดว่าฉันนิยมคนแปลกหน้ารึไง?” กานต์รวีถลึงตาใส่อย่างหงุดหงิด
“แต่นิยมพระเอกฮอตที่หลอกว่าโสดหรือไงยะ?”
“แก... ฉันเสียใจเรื่องนี้อยู่นะ ยังจะซ้ำเติมกันอีกอุตส่าห์หนีมาหลบเลียแผลใจ” กานต์รวีพ้อคนที่มึนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลก็มักพูดความจริงออกมาจากใจแบบนี้ล่ะ กับพายุดีที่เธอไม่เผลอใจถลำรักเข้าไปมากกว่านี้ไม่เช่นนั้นคงไหวตัวไม่ทัน เจ็บช้ำกว่านี้เป็นแน่
“ทำความรู้จักสิ เดี๋ยวก็ไม่แปลกแล้ว” วนิชพูดแหย่อย่างอารมณ์ดี “ถ้าแกไม่นิยมก็โยนมาทางนี้ ฉันกำลังหาของเคี้ยวเล่น อิอิ” วนิชเพื่อนจอมซ่าส์หัวใจสาวพูดอย่างมาดหมาย
ระหว่างนั่งครึ้มกันนั้น สมาชิกกลุ่มที่ร่างเป็นชายแต่ใจเป็นสาวหายไปกับหนุ่มหล่อชาวอัซซูรี่แล้วเรียบร้อย ธรรมเนียมแบบวันไนต์สแตนด์แดนพิซซ่า
“ป้าแกหลบไปกินพิซซ่า เหลือแต่พวกเราแล้วนะ” ทุกคนกำลังหมายถึงมาธาผู้จัดการส่วนตัวคนสนิทของกานต์รวีที่คราวนี้มาเที่ยวร่วมทริปด้วยและก็ดูเหมือนว่าจะเป็นพี่ใหญ่ที่คอยดูแลน้องๆ แต่คืนแรกที่เท้าแตะดินแดนมะกะโรนีเธอก็หายวับไปกับไอ้หนุ่มพิซซ่าเสียแล้วแบบนี้ที่กิตติวินทร์อุตส่าห์ฝากฝังให้ดูแลน้องสาวคนเล็กให้ก็คงจะพึ่งพาอะไรไม่ได้แล้วกระมัง
“เจ้มาธาแกจะกลับโรงแรมถูกไหมแก ร้ายไม่เบานะเนี่ยมาแป๊บเดียวล่าเหยื่อได้แล้ว” วนิชเม้าท์มอยคนที่หายไปอย่างเงียบเชียบกับหนุ่มพิซซ่าน่าหม่ำเพียงไม่นาน
“แกคิดว่าเจ้จะไปนอนไหนได้ล่ะ... นอกจากลับไปนอนโรงแรมนั่นแหละแค่หิ้วพิซซ่าไปด้วย โอเค้?”
“ปลง...” เพื่อนสาวอีกคนเปรย
“กีวี่! เขายังมองแกอยู่นะ” วนิชยังคงมุ่งมาดกับการสังเกตหนุ่มหล่อคนเดิมและก็พบว่าเขายังมองเพื่อนสาวของตนอย่างไม่วางตา
“เรากลับเถอะ” กานต์รวีโพล่งพูดขึ้นมาอย่างหมดความอดทน เขามองเธอนานเกินไป เขามองเธอแม้ว่าเธอจะลุกไปเต้นรำ ยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบ หรือแม้แต่เธอจะขยับไปทางไหน หันหน้าไปทางไหนพอหันกลับมาอีกทีเขาก็ยังคงจ้องเธออยู่อย่างนั้น ไม่ต่างจากคนโรคจิตเลย... เธอเริ่มกลัว ‘หรือเขาจะรู้ว่าฉันเป็นดารา ไม่นะ เราเล่นละครเรื่องเดียวเองที่นี่คงไม่ดูละครหลังข่าวมั้ง’
“ยังสนุกอยู่เลย” มดตะนอยและเพื่อนๆ ตอบแบบงอแงและฟังดูอ้อแอ้เพราะเมากันได้ที่ ไม่นานนักหนุ่มบริกรก็นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้เธอ ขณะที่เขาก็หรี่ตาใส่เธออย่างทักทายและเชื้อเชิญให้ดื่มรับไมตรีแต่กานต์รวีกลับเมินเฉย เขารู้สึกเสียหน้าไม่ใช้น้อยแต่ยังไม่ละความพยายามมองเธอจนแทบจะละลายคาโต๊ะ กานต์รวีรู้สึกไม่เป็นส่วนตัวและเริ่มหวาดหวั่นกับสายตาที่เหมือนจะกลืนกินเธออย่างนั้นล่ะ
ค่ำคืนนี้กานต์รวีเมามายไม่ได้สติ เธอเพิ่งรู้ว่าตัวเองคออ่อนมากแค่ไหนแล้วยังรู้สึกถึงความอ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจที่บอบช้ำ เธอรักพระเอกหนุ่มรุ่นพี่ที่เขาเข้ามาโปรยเสน่ห์ให้เธอเผลอรัก แล้วความจริงใจที่เธอให้ไปกลับได้คืนมาเพียงความปวดร้าวในใจ
“กีวี่ กีวี่!” เพื่อนแต่ละคนก็เมาพอๆ กัน แต่ถึงจะเมาสักแค่ไหนก็ต้องพาเธอขึ้นมาส่งที่ห้องพัก ร่างแบบบางของกานต์รวีถูกเพื่อนๆ หิ้วปีกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ปกติเธอชอบความเป็นส่วนตัว ต่อให้ต้องนอนโรงแรมแปลกที่แปลกถิ่น หญิงสาวก็ปรารถนาที่จะนอนคนเดียวเสมอ เพราะเธอชอบความเป็นส่วนตัวนั่นเองและครั้งนี้ก็เช่นเคย เพิ่งจะเช็คอินยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าห้องเลขอะไรและโรงแรมแห่งนี้ใช้เลขโรมันติดหน้าห้องเสียด้วยนอกจากจำยากเพราะความไม่ชินกับเลขโรมันพวกนั้นแล้วยังเมามายมาอีกจึงแค่จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าน่าจะอยู่อีกฝั่งของลิฟต์
ร่างแบบบางของกานต์รวีถูกวางลงบนเตียงขนาดกว้าง เธอหลับใหลด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่เผลอดื่มมากไปหน่อย ทั้งที่รู้ว่าตัวเองเป็นคนคออ่อน แต่ยังฝืนเพราะอยากเมาเผื่อว่าความเมาจะช่วยทำให้ลืมผู้ชายเลวๆพันธุ์นั้นไปได้ ประมาณว่า ‘ดื่มเพื่อลืมเธอ’ นั่นเอง สุดท้ายก็เมาคอพับคออ่อนไม่ได้สติแบบนี้นี่อย่างไรล่ะ
“ส่งยายกีวี่แล้วพวกเราไปสนุกกันต่อเถอะนะ” วนิชชวนทั้งที่ยืนโอนเอนไปมาซ้ายทีขวาที อาการน่าเป็นห่วงมาก
“ยังไม่ง่วงหรือแก?” ลอร่าถามขึ้นทั้งที่หลับตาพริ้มเพราะเมามาก
“ยัง” วนิชตอบอย่างมุ่งมั่น... มุ่งมั่นแบบคนเมาๆ
“ฉันว่าเราเล่นไพ่กันดีกว่า” ลอร่าเสนอขึ้น แต่มันจะครบขาไหม
“กะจะเอาให้ถึงเช้าเลยหรือ? เจ็ตล่งเจ็ตแล็กนี่ทำอะไรแกไม่ได้ใช่มะ?” อิริคเหน็บน้องสาว
“เออสิ” ลอร่าตอบ
“สมองด้านนะแกอ่ะ” วนิชสำทับ แต่ละคนจะหมดสภาพอยู่แล้ว นี่ถ้าไม่เกรงใจจะนอนห้องกานต์รวีตอนนี้ล่ะ
“ไอ้บ้า ฉันอยากรีแลกกก...” ลอร่าโวยวายแบบคนเมา
“เมาแล้วโวยวายลอร่า” อิริคเอ็ดน้อง “จะไม่พักผ่อนกันหรือไง สมองด้านชากันแล้วหรือไงหา ไม่มีแจ็คเล็ตกันบ้างหรือ?”
“คงงั้นมั้ง ด้านชา... ก็มันนานๆทีจะได้มาพักผ่อนเมืองนอกยาวๆ แบบนี้ไง จะมัวแต่นอนมันไม่คุ้มเว้ย!” วนิชส่งเสียงอ้อแอ้
“ยายกีวี่ พวกเรากลับห้องแล้วนะ” ดูเหมือนจะไม่มีสัญญาณตอบรับจากคนเมาเลยที่ตอนนี้คงหลับไปแล้ว ส่วนคนที่มาส่งก็อาการน่าเป็นห่วงไม่ได้แตกต่างกันเลยสักเท่าไร
“พวกเราไปกันเถอะ กีวี่คงหลับแล้วล่ะ” สเตล่าเพื่อนสาวคนหนึ่งเธอมากับอิริคเอ่ยชวน
“ไปก่อนนะวี่” เสียงเพื่อนคนหนึ่งเอ่ยคำลาทั้งที่รู้ๆอยู่ว่าอีกฝ่ายเมามายจนหลับไปตั้งแต่หัวถึงหมอนแล้ว
ร่างหญิงสาวทั้งที่หลับอยู่แบบนั้น เธอก็ยังขยับตัวอย่างกระสับกระส่ายไปมาก่อนจะหลับลงไปอย่างสงบและดูเหมือนจะหลับสนิท จากนั้นไม่นานนักเจ้าของร่างๆหนึ่งที่สูงโปร่งก็ก้าวออกมาจากห้องน้ำอย่างเงียบเชียบพร้อมกลิ่นหอมแบบสดชื่นๆ จากครีมอาบน้ำของผู้ชายระบายกลิ่นหอมอ่อนๆไปรอบๆ ห้อง เขาใช้มือเรียวแกร่งจับผ้าขนหนูสีขาวขนาดเล็กเช็ดๆที่ศีรษะเพื่อให้ผมแห้งก่อนสะบัดศีรษะซ้ายขวาไปมาเรียกคืนความสดชื่น
ฝีเท้าของเขาก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่ปลายเตียงกว้าง กลิ่นหอมสะอาดๆ ของครีมอาบน้ำสำหรับผู้ชายรวยรินระบายรอบๆ ห้อง
แม้จะเป็นช่วงต้นฤดูร้อนแต่ในโรงแรมก็เป็นแบบมีที่ปรับอากาศ มันจึงค่อนข้างเย็นและจัดว่าอุณหภูมิกำลังสบาย... สบายสำหรับคนสองคนกอดกันให้ได้ความอบอุ่น และสาวน้อยที่นอนหลับอย่างรีรอเขาอยู่บนเตียงก็ช่างน่ากอดเสียเหลือเกิน...
‘ไม่ใช่สิ! น่า ‘ทำ’ มากกว่ากอดด้วยซ้ำ...’ สายตาเขาจับจ้องบนร่างแบบบางที่นอนหลับใหลนั้นอย่างแปลกใจ
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพนางในฝันที่ปรากฏในความทรงจำในไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาคือเขาสั่งบริกรหนุ่มให้จัดการส่งเครื่องดื่มไปบรรณาการสาวแปลกหน้าในแสงสลัวที่มองอยางไรก็ถูกใจเขาเหลือเกิน ภาพสาวเอเชียตาโตเจ้าของเรือนผมยาวสลวยทรวดทรงแบบบางน่ากอด... ทะนุถนอม
“จัดการให้ด้วย” เขาไม่ลืมที่จะวางนามบัตรแนะนำตัวและหมายเลขห้องพักของโรงแรมที่พักเผื่อเธอจะสนใจเป็นเพื่อนคุยกับเขาสักคืน มันอาจจะเป็นการอ่อยที่ไม่มีชั้นเชิงเท่าใดนักแต่ถ้าเธอสมัครใจมากับเขา... เรื่องราวแห่งค่ำคืนนี้มันก็น่าจะจบลงด้วยดี
สำหรับเขาแล้วไม่สนใจในวิธีการมากกว่าผลลัพธ์อยู่แล้ว
แมวไม่ว่าสีอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าจับหนูได้หรือเปล่า!
แต่ผลลัพธ์ที่ผับหรูนั่นเขาไม่ประทับใจนัก... แมวของเขาจับ ‘หนู’ ไม่ได้แถมยังคอตกกลับมาแต่ที่น่าเซอร์ไพรซ์ก็ตรงที่จู่ๆ หนูที่ว่า ทำไมมานอนทอดกายให้เขาบนเตียงได้...
‘มันแทบไม่น่าเชื่อ’
เขาส่งสายตามองมาอย่างเป็นมิตรแต่ดูเหมือนสาวเจ้าจะไม่ชอบวิธีทำความรู้จักของเขาสักเท่าไหร่ มันดูละลาบละล้วงไม่ให้เกียรติกัน ผู้ชายที่จ้องเธอไปทั้งเนื้อทั้งตัวนานสองนาน... หันไปมองทีไรก็พบว่าเขากำลังมองเธออยู่ ผู้ชายที่เอาแต่จ้องแบบนี้ถ้าไม่ใช่คนที่เคยรู้จักกันมาก่อน ก็คงต้องเป็นคนโรคจิตเสียมากกว่า สายตาเขาน่ากลัวเกินไป!
หญิงสาวหยิบแก้ววางลงที่โต๊ะพร้อมๆ กับนามบัตรที่ไม่เคยร้องขอ ก่อนลุกไปเต้นรำกับเพื่อนๆ ในกลุ่มของเธอ จุดนั้นเองเขาจึงพอได้สำรวจทรวงทรงองเอวที่เขากะเกณฑ์เอาเองจากสายตาคมกริบที่มากประสบการณ์
‘หุ่นดีน่าฟัดไม่เบา’ แล้วก็ได้แต่ภาวนาว่าเธอจะตอบตกลง เขาทอดอารมณ์ไปกับบรรยากาศยามราตรีในคลับระดับสูง สายตาเขามองไปที่ผู้หญิงเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอ...
แปลกทำไมเขาถึงสะดุดตากับผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน...
เลือดในกายชายกำลังพุ่งพล่านสาเหตุเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเป็นเพราะความสวยยั่วยวนจากผู้หญิงคนนั้นกันแน่เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
ลูคัสใช้เวลาไปกับความสำราญสักพักใหญ่ไม่นานเขาก็เบื่อและดูเหมือนจะสิ้นหวังกับการยื่นไมตรีแบบโง่ๆ เขาจึงตัดสินใจอะไรบางอย่าง ชายหนุ่มลุกขึ้นเต็มความสูง เดินฝ่าฝูงนักเที่ยวไฮโซมาตามทางเดินออกมายังด้านหน้าคลับ รถรอเขาอยู่แล้ว
“ซินญอร์... กลับไวกว่าปกติอีกนะครับ” เมแกนผู้ช่วยคนสนิทที่คืนนี้ทำหน้าที่ขับรถให้เขาพร้อมๆ กันเอ่ยถามและมองเขาจากกระจกมองหลัง นัยน์ตาของเขานิ่งเฉยไม่แสดงอารมณ์
“บรรยากาศไม่น่าดึงดูดใจเท่าไหร่” เขาเปรยขณะทอดมองออกไปข้างทางพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ
“แล้วผู้คนละครับ?” เมแกนถาม
“ไม่ต่างกัน” เขาหยุดเว้นจังหวะ “แต่ที่พิเศษ... ก็คง...”
‘พลาดหวังไปตามสายลมในความมืด’ เขาในใจถึงสิ่งที่เพิ่งพลาดหวัง กับความปรารถนาที่มีต่อแม่สาวน้อยตาโตที่ดูเหมือนจะเข้ามาวนเวียนในสมองจนกลายเป็นแค่ผู้หญิงในความทรงจำ และเขาคงไม่มีโอกาสได้เจอเธออีกครั้งแน่ๆ นอกเสียจากว่า...
เธอจะเป็นเดสธินี่ของเขา!
“ซินญอร์ยังหลับยากเหมือนเดิมหรือเปล่าครับ?”
“อืม...” เขายังคงเป็นนิสัยคงเดิมไม่มีเปลี่ยน เป็นคนหลับยากอยู่สักนิดมันไม่ใช่ข้ออ้างเพื่อหิ้วผู้หญิงมาปรนเปรอก่อนนอนหรอก งานทางด้านการเงินอย่างเขามันต้องขบคิดตลอดเวลาแล้วยิ่งลงไปร่วมเกมกับใครด้วยแล้ว... เขาแทบไม่อยากเข้าสู่ห้วงหลับเลยด้วยซ้ำเพราะมันต้องวางแผนกันตลอด ตลาดการเงินไม่มีหลับใหล... เขาชินกับข้อนี้ดี
“ผมคิดว่าสิ่งที่ผมจัดเตรียมไว้รอ... ไม่น่าจะทำให้คืนนี้ต้องผิดหวัง” ผู้ช่วยหนุ่มสบตาเจ้านายผ่านมาทางกระจกมองหลังในฐานะที่วันนี้เขาทำหน้าที่ทั้งผู้ช่วยและคนขับรถพร้อมๆ กันดีที่บอสไม่มีเรื่องบู๊ ไม่งั้นละก็... คงเป็นบอดี้การ์ดด้วยอีกตำแหน่ง
“เข้าใจหาวิธีกล่อมผมก่อนนอนเสียจริงๆนะเมแกน” ชายหนุ่มเปรยขณะสายตาคมทอดมองออกไปนอกหน้าต่างรถยนต์
“มันคงเป็น... ธรรมเนียมของมิสเตอร์โคลอซชินี่เวลาต้องไปทำงานต่างถิ่นกระมังครับ” ผู้ช่วยหนุ่มแล้วยังเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายผู้รู้ใจเปรยด้วยรอยยิ้มที่รู้ทัน
“คุณนี่... ช่างเป็นทั้งผู้ช่วยและเป็นที่ปรึกษากฎหมายที่รู้ใจผมไปเสียทุกเรื่อง” ลูคัส จิอันลูกา โคลอซชินี่ตอบกลับอย่างยอมรับสภาพ มันก็ดีไม่ใช่หรือที่มีคนรู้ใจมาช่วยงานไม่เช่นนั้นเขาคงอึดอัดตายจะเรียกร้องอะไรได้
“เอาละครับ คงได้เวลาพักผ่อนกันแล้ว” ทันทีที่รถเคลื่อนมาถึงโรงแรมที่พักซึ่งไม่ห่างนักเขาก็กลับขึ้นห้องพักในเวลาไม่นาน ก่อนจะเผลอหลับไปบนเก้าอี้ยาว
“แล้วพบกันพรุ่งนี้เช้านะครับซินญอร์...” ผู้ช่วยหนุ่มเอ่ยลาทันทีที่ร่างสูงของเจ้านายหนุ่มหายเข้าไปในห้องพักของเขา ร่างสูงนั่งลงเก้าอี้พนักสูงก่อนละเลียดอารมณ์ปล่อยให้คิดอะไรเพลินๆ
โอ๊ะ!
ร่างสูงของเขากลิ้งพลัดตกเก้าอี้ไปกองลงที่พื้นอย่างหมดมาดเมื่อนางในฝันไม่สมยอมทำให้เขาต้องออกแรงปราบพยศเสียจนความฝันต้องออกแอ็กชั่น
“นี่ฝันหรือนี่... นางในฝันตามมาถึงที่นี่เลย บ้าฉิบ!” เขาสบถอย่างไม่เชื่อว่าจะประทับใจสาวเอเชียในผับที่เพิ่งเจอกันเพียงครั้งเดียวแล้วเก็บเอามาฝัน...
แถมยังเป็นความฝันทางกามารมณ์อีกเสียด้วย
ท่าทางเขาจะเครียดกับงานทางการเงินมากไปหน่อย เขาคงจะต้องหาเวลาไปใช้เงินบ้างเสียแล้ว บางทีอารมณ์คุกรุ่นรอเวลาระเบิดแบบนี้อาจจะมลายหายไปบ้างก็ได้
เป็นเวลานานมากแล้วที่ปิศาจการเงินอย่างเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหน ไม่ควงใครจริงจัง หากจะมี ก็แค่ ‘กิน’ เป็นของว่างแบบนานๆครั้งอย่างเช่นคืนนี้ เขาต้องมียานอนหลับรสหวานก่อนนอน มันไม่ใช่รสนิยมทางเพศแต่มันคือวิธีการบำบัดน่าจะนิยามถูกกว่า ความสุขชั่วครู่ชั่วยามไม่มีการผู้มัดและเขาไม่ใช้บริการใครซ้ำสอง... จบคือจบ ข้อนี้ผู้ช่วยผู้จัดหาให้เขาเข้าใจดี
เขาไม่ยอมปล่อยให้ความคิดไร้สาระพวกนั้นโจมตีนานเกินไปนักหรอก ร่างสมาร์ตสมส่วนลุกขึ้นเดินตรงไปที่ห้องน้ำหรู ห้องระดับวีวีไอพีอย่างนักการเงินผู้กุมชะตาการเงินโลกมันหรูหรากว้างขวางสมราคาอยู่เอง ร่างกายประดุจเดวิดแหงนรับสายน้ำที่ชโลมลงชะเรือนกายแกร่ง หยดน้ำนับล้านต่างกลิ้งเกลือกลงบนผิว ก่อนแทรกซึมคืนความสดชื่นให้ทุกอณูผิวอย่างเริงร่า...
รูปร่างเขา... ช่างงดงามเหลือเกินพ่อนายแบบ
ใครนะให้สมยานามเขาว่าคือ ‘ปิศาจ’ เพราะเท่าที่เห็นนี่มันเทพบุตรรูปร่างน่าศิโรราบต่างหาก...
เขาคงต้องขอบคุณสายน้ำอุ่นที่เกลือกกลิ้งทั่วทั้งเนื้อทั้งตัวเขา สมองของชายหนุ่มตื่นตัวขึ้นมาทันที พร้อมรับสถานการณ์ ‘ตื่น’ อีกแบบที่เขารีเควสต์เอาไว้
“อา...”ดวงตาสีน้ำเงินคู่คมเปล่งประกายเมื่อพบว่าสิ่งที่เขาปรารถนา มาปรากฏอยู่ตรงหน้า...
บนเตียงของเขา สิ่งที่รอการ ‘ตื่น’ ดูเหมือนกำลังถูกกระตุ้นเร้าให้ตื่นเร็วขึ้นด้วยอัตราเร่ง สมองของปิศาจการเงินหนุ่มฉายภาพย้อนไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาในผับหรู หญิงสาวที่สะดุดใจเขา
ลูคัสพยายามเฟลิร์ตเธอ... แต่ทุกอย่างได้รับการปฏิเสธอย่างไม่เป็นท่า
‘คว้าน้ำเหลวในการจีบหญิง’ ประสบการณ์แบบนี้เขาไม่เคยได้สัมผัสมันมีแต่หญิงสาวเจ้าของดวงตาคมโตคนนั้นที่ยัดเยียดความล้มเหลวให้เขา...
แต่นี่ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอมานอนอยู่ตรงนี้... บนเตียงเขา?
สายตาลามเลียไปทั่วร่างเธออย่างช้าๆ พร้อมจินตนาการเพริศแพร้ว ผู้หญิงคนนี้รูปร่างหน้าตาดีทีเดียว เพียงชั่ววินาทีแรกที่ได้พบ... ก็ปลุกเขาให้รู้สึกพุ่งพล่านเสียแล้ว ทั้งที่ยังหลับอยู่แท้ๆ
‘จัดมาได้ไม่เลวเลย...’ เขาทึ่งความสามารถของเมแกนผู้ช่วยคนสนิทที่ดูเหมือนว่าจะทำอะไรถูกใจเขาไปเสียหมด ทั้งเรื่องช่วยงานและเรื่องส่วนตัว... รวมทั้งร่างเล็กบนเตียงนั่นก็ถือเป็นผลงานจัดหาชิ้นโบแดงของเมแกนเลย
“มาช้าจริงนะแม่สาวน้อย” เขาพึมพำ
ชายหนุ่มเอะใจว่าหญิงสาวเข้ามาได้อย่างไร สงสัยผู้ช่วยของเขาคงไม่ได้ล็อกห้องหลังจากออกไปแล้วและดูเหมือนเธอจะมาในเวลาที่เหมาะเจาะพอดีเมื่อเขาอาบน้ำเพิ่งเสร็จ หญิงสาวนอนหลับพริ้มใต้แสงสลัว แม้ว่าคืนนี้เขาไม่อาจเห็นดวงหน้าทั้งหมดของเธอได้อย่างชัดเจนนัก แต่ก็สัมผัสได้ว่างหญิงสาวตรงหน้านั้นแสนงดงามราวกับเทพีเพอร์เซโฟนี[ เทพีเพอร์เซโฟนี (Persephone)- ราชินีผู้งดงามในตำนานโรมันและกรีกโบราณผู้เคียงข้างบัลลังก์แห่งปรภพ ผู้เป็นหลานของเทพฮาเดส เป็นธิดาของเทพซีอุสกับเทพีดิมิเตอร์โพสพเทพีแห่งกรีก เป็นเทพีแห่งความงามที่สะกดปิศาจ เป็นตัวแทนแห่งความเจริญงอกงามและความอุดมสมบูรณ์แห่งพืชพรรณธัญหาร]ก็ไม่ปาน
“เมามาซะด้วย ฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเธอจะทำหน้าที่ได้ดี... หืม?” เขาพึมพำไม่อยากให้อาการนั้นของเธอทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าเธอถึงขั้นจะต้องดื่มเหล้าย้อมใจให้ตัวเองรู้สึกเมามายจึงจะให้บริการหนุ่มๆ ที่แปลกหน้าได้ ดวงตาคมตรึงบนใบหน้าสวยของหญิงสาวปริศนาแล้วยังมึนเมาไม่ไดสติ มันผิดวิสัยผู้ชายอย่างเขาน่ะสิ
‘ไม่ชอบลักหลับ เพราะมันไม่ได้อารมณ์!’ เขาคิดขณะคิ้วเรียวหนาขมวดมุ่นเข้าหากันอย่างไม่ตั้งใจ เขาไม่ใช่คนสำส่อนกินไม่เลือกและไม่พลาดที่จะป้องกันและที่สำคัญผู้ชายอย่างลูคัส จิอันลูกา โคลอซชินี่ใช่ว่าจะมีผู้หญิงคนไหนตะกายขึ้นเตียงเขาได้ง่ายๆ
ชายหนุ่มเดินมานั่งลงบนเตียงกว้าง ควานนุ่มอุ่นของที่นอนยุบลงยวบเมื่อน้ำหนักของคนร่างสูงทิ้งตัวลงไป สายตาเขาตรึงบนใบหน้าหญิงสาวที่หลับใหล...
ลูคัสพินิจเครื่องหน้าที่ได้รูปงดงามอย่างลึกซึ้งทั้งหมดดูเหมือนจะเป็นความงามที่ลงตัวภายใต้กรอบใบหน้ารูปหัวใจ
ผมยาวสลวยกระจายตัวอย่างอิสระบนหมอนสีขาวใบใหญ่ ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอน้อยๆ ยามหลับมันช่างยั่วยวนเขาเสียเหลือเกิน ความจริงเขาเป็นหนุ่มมากเสน่ห์ที่มีผู้หญิงมาทำความรู้จักอยู่ไม่น้อย แต่นั่นไม่ทำเขารู้สึกตื่นเต้นและปลุกเร้าได้มากเท่าผู้หญิงที่เพียงนอนนิ่งๆ ตรงหน้า... เธอแทบไม่ต้องทำอะไรแต่เพียงแค่นั้นก็สร้างความเร้าใจอย่างประหลาด
ตั้งแต่แรกพบ ที่พิพิธภัณฑ์... รอยยิ้มสดใสราวแสงอาทิตย์ที่ร่าเริง ดวงตาเป็นประกายและพาหัวใจเขาสั่น... หวั่นไหว...
ท่วงท่างดงามสะอวดสะองเวลาเต้นรำในผับดังในฟลอเรนซ์... ใช่แล้ว!
เขาพยายามอ่อยเธอ แต่ผู้หญิงไม่เล่นด้วย... แล้วเหตุไฉนในเวลาต่อมาสวรรค์แกล้งบันดาล ส่งเธอมาอยู่บนเตียงเขา
นี่คือสิ่งที่เมแกนบอกเขาเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมาว่า สิ่งที่จัดเตรียมมาให้น่าจะถูกใจและทำคนหลับยากยามแปลกที่อย่างเขาพึงพอใจไม่น้อย... ไม่คิดว่าจะ ‘จัด’ มาได้ถูกใจขนาดนี้
เล่นตัวขนาดนั้น ใครจะเชื่อว่าเป็นสาวไซค์ไลน์...
มือเรียวแกร่งไล้แผ่วเบาไปตามแนวกรอบใบหน้ารูปหัวใจราวสำรวจ ความนุ่มนิ่มเรียบลื่นของผิวสาววิงวอนเขา และเพียงสัมผัสนุ่มๆ ก็ชวนหัวใจเขาให้จมดิ่ง อยากจูบ อยากสัมผัสทั้งหมดนั้นด้วยริมฝีปากของตัวเอง
เขาโน้มหน้าเข้าใกล้ ริมฝีปากของทั้งสองใกล้กันเพียงนิด... ลมหายใจของสาวน้อยกรุ่นกลิ่นไวน์... ชวนให้คิดว่าจะหวานสักปานใด ถ้าเขาจะขอลิ้มรสริมฝีปากสวยงามนั้น... สักจูบหนึ่ง
เขาแตะคางเธอเชิดขึ้นรับจุมพิตที่รอมานาน...
ก่อนคนเมาจะเผยอรับราวกับว่า... คนรักที่พลัดพรากกันมานานปี เธอจูบตอบและกานต์รวีรู้สึกเหมือนครึ่งหลับครึ่งตื่น ภาพชายหนุ่มที่ปรากฏจะเป็นในฝันก็ไม่ใช่เรื่องจริงก็ไม่เชิง เธอเมาหรือเธอฝันไปกันแน่ แต่ที่รู้คือสัมผัสจากเขาช่างเร่าร้อนและเชิญชวน...
ฝันแห่งกามารมณ์ฉุดรั้งเธอและมันช่างสุดแสนเสมือนจริง ราวกับว่าชายในฝันกำลังอยู่กับเธอตรงนี้
ลูคัส โคลอซชินี่ไม่ลืมที่จะปลุกเร้าเธอ แม้ยามหลับเขาก็มอบความรักให้เธอได้...
เพียงแต่ว่ามันไม่ใคร่จะตรงรสนิยมเขาสักเท่าไหร่... เขาชอบร่วมรักกับผู้หญิงที่มีสติสัมปชัญญะครบพร้อมมากกว่า
‘ไม่ชอบลักหลับ’ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้อาจจะหงุดหงิดเล็กน้อย หรือเขาจะหยุดเพียงตรงนี้ก่อนดี... รอให้สาวน้อยของเขาสร่างเมา ค่อยว่ากันใหม่ แต่เมื่อชายฉกรรจ์อย่างเขาคิดใคร่ครวญดีแล้ว เขาไม่อยากพลาดโอกาสนี้ไป เมื่อนึกได้ว่าเอเล่นตัวมากแค่ไหน ฉะนั้นเขาจะจัดการเธอ เดี๋ยวนี้!
เขาค่อยๆ มอบจุมพิตให้เธอทั่วใบหน้า... แก้ม... ปลายจมูกและมาหยุดอ้อยอิ่งที่ริมฝีปาก... จนร่างเล็กพลิกตัวอย่างกระสับกระส่าย เพราะสัมผัสแผ่วเบาเป็นเหมือนสิ่งกระตุ้นให้ร่างกายต้องขยับตัว เมื่อเธอขยับเรือนร่างเพียงเบาๆ ทรวดทรงอันอิ่มงามของเธอก็โดดเด่นยั่วยวนเขาขึ้นมาทันใด เขาเรียนรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นความงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อทรมานเขาโดยแท้จริง เพียงแค่มอง หัวใจเขาก็เต้นรัว เพียงดอมดม ‘บางสิ่ง’ ก็เริงร้อนขึ้นอย่างไฟที่กำลังพรุ่งพล่าน เขาบอกตัวเองว่า ไม่อาจทนกับการยั่วยวนนั้นได้อีกต่อไปและเขาอาจจะต้องลองเปลี่ยนรสนิยมมาเป็น ‘ลักหลับ’ กับสาวบริการรสหวานที่รอคอยการปรนเปรอจากเขาเดี๋ยวนี้...
‘สมส่วนไม่เบา... น่ากินชะมัด!’
ในที่สุด... เขาก็หมดความอดทน ร่างสูงที่มีสิ่งปกปิดเพียงผ้าขนหนูสีขาวของโรงแรมเพียงผืนเดียวและจุดศูนย์กลางร่างกายเหมือนมี่แท่งอะไรบางอย่างเริ่มมีปฏิกิริยาเรียกร้อง...
ร่างบางที่นอนหลับพริ้มนั่นคือต้นเหตุของอาการรุ่มร้อนที่คุกรุ่นอย่างเกินห้ามใจ...
เขาต้องการสัมผัสเธอไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว... ต้องการครอบครองเธออย่างเร่าร้อนเดี๋ยวนี้!
นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มกำลังชำเราเธอด้วยไฟปรารถนา หญิงสาวปริศนาที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เธอคือ ‘นางในฝัน’ของเขา ตอนนี้เธอกำลังขยับเข้าใกล้ เมื่อเธอพลิกร่างกายแม้ในยามหลับก็ดูน่าหลงใหล ทำให้เห็นทรวดทรงโดดเด่นขึ้นท้าทายเขาอย่างอวดดี...
แอลกอฮอล์ทำให้หญิงสาวนอนส่ายไปมา... นอนกระสับกระส่ายเหมือนว่าจะไม่สบายตัว เมื่อเรือนร่างขยับส่วนอวบตึงก็สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจ ที่แรงและสม่ำเสมอจนเขาต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก
โอ...
เขาอยาก ‘กิน’ เธอ... อย่างแวมไพร์ผู้หิวกระหาย
มือแกร่งสัมผัสแก้มที่นุ่มราวผิวเด็ก... มันเรียบ... ลื่น และเว้าวอนสัมผัสจากเขา นิ้วเรียวแกร่งไล้ลงมาสัมผัสทรวดทรงอวบอิ่มอย่างถือดีแม้ผิวเนื้ออวบอิ่มจะอยู่ภายใต้บราเซียร์สุดเซ็กซี่...
แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำเขาอารมณ์กระเจิดกระเจิงไปไกลถึงไหนต่อไหน เธอขยับร่างบิดพลิ้วเมื่อรู้สึกว่ามีสัมผัสบางอย่างมาก่อกวนยามหลับ ไม่นานอาภรณ์ชั้นนอกก็ปลิวหายไปจากร่างบอบบางที่งดงามสร้างสมส่วนและตอนนี้ปทุมอิ่มงามล้นอยู่ที่ขอบบราเซียร์สุดเซ็กซี่อย่างท้าทายเขา
‘กระตุ้นเร้ากันเข้าไปแม่ทูนหัว... โอ’
นิ้วแกร่งสัมผัสจนสิ่งนั้นเรียกร้องเขา เขาไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปให้เสียเปล่ารีบขึ้นควบคุมร่างบางที่นอนส่ายอยู่ใต้ร่าง ก่อนลิ้มชิมริมฝีปากบางสีสวยและเขาส่งลิ้นร้อนบดเบียดอย่างแสนพิศวาส
ความปรารถนาอันรุ่มร้อน ปลายถันสีสวยระเรื่อสั่นระริก มือแกร่งกอบกุมยอดถันเข้าสู่อุ้งปากและมันยอมจำนนสั่นระริกในปากเขา ร่างบางขยับและเหมือนรู้สึกตัว
กานต์รวีพบว่าในความฝัน... ปรากฏภาพชายหนุ่มหน้าตาที่ไม่เคยพบที่ไหน... ไม่รู้จัก... หรือคุ้นเคย กำลังปรนเปรอเธออย่างแสนรัก เขายิ้มบางอย่างพึงพอใจในปฏิกิริยาของเธอและสายตาเขาปลุกเพลิงเร่าร้อนในกายเธอให้แทบแตกปริ
“คุณเป็นใครคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามเป็นภาษาไทยตามสัญชาตญาณ ด้วยสำเนียงพร่าแผ่ว ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น เธอคิดว่ามันช่างเป็นความฝันที่เสมือนจริงยิ่งนักและชายในฝันของเธอช่างดูหล่อเหลาสมบูรณ์แบบ
ลูคัสฟังคำพูดที่เปล่งออกจากปากจิ้มลิ้มนั้นไม่สำเหนียก ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มอย่างเอ็นดูสาวน้อยใต้ร่าง เธอเมามายไม่ได้สติ เอ่ยอ้อแอ้แต่ก็แสนน่ารัก... และน่ากิน เขาอยากกินเธออย่างคนหิวโซ... และจะมอบประสบการณ์ ‘รัก’ ให้เธออย่างสุดพิเศษแบบที่เขาไม่เคยมอบให้กับผู้หญิงคนไหน...
นางในฝัน... เธอคือหญิงสาวผู้โชคดี
บอกไปใครจะเชื่อว่า แม่สาวบริการรสหวาน สวยและน่ากิน อย่างกับนางฟ้า...
มือเขายังทาบลงบนเนินอกสวยบีบเคล้นลากไล้นิ้วเกลี้ยวนยอดถันช้าๆ จนร่างบางพลิ้วไหว ความหอมของกลิ่นกายสาวกำจายทั่วจมูกโด่งที่จรดลงสูดดมซอกคอ ไปถึงจุดชีพจรแล้วขบเบาๆ ที่ต้นคอระหง ก่อนจุมพิตหนักๆอย่างหิวกระหายที่ริมฝีปากระเรื่อสวย เธอเหมือนจะตอบสนองทุกสัมผัสจากเขา...
เขาคงอยู่ในฝันทางกามารมณ์อันหวานซึ้งของเธอ ร่างบอบบางจึงได้ตอบสนองเขาอย่างน่ารัก... และนั่นยิ่งทำให้ไฟในกายชายเริงร้อนขึ้นเหมือนไฟกำลังลามเลียทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่
เขาผละจากริมฝีปากเลื่อนไล้ลงมาครอบครองยอดถันที่เครียดครัดเว้าวอนจูบจากเขา ช่วงนาทีที่เขาดูดดื่มมันร่างบางแอ่นแผ่นหลังราวสะพานโค้ง จนเขาต้องใช้ฝ่ามืออีกข้างกอบกุมและนวดเฟ้น
กานต์รวีครึ่งหลับครึ่งตื่น ภาพชายหนุ่มพร่าพรายในสายหมอกสีเทาหนาจัด เขายิ้มให้เธออย่างเป็นมิตรและเธอไม่เคยรู้สึกสะท้านกับรอยยิ้มจากผู้ชายคนไหนได้อย่างนี้... ในฝันเขากำลังร่วมรักกับเธออย่างเริงร้อน... และดูเหมือนเรือนร่างเธอก็ยินดีและตอบสนองทุกท่วงท่าจากเขาอย่างยินดี
“โอ... สาวน้อย เธอวิเศษมาก!” เขาคราง
ดวงตาคู่สวยมีแต่ความปรารถนา ดวงหน้าสวยในแสงสลัวแดงซ่านไปด้วยความต้องการ เขาทึ่งและหลงใหลในความงดงามละมุนละไมของเธอ
หญิงสาวบิดเร่าแผ่รังสีแห่งความต้องการออกมาโอบคลุม จนเขามึนเมาไปกับกลิ่นปลุกเร้าอันแสนหอมหวานราวดอกคาร์มีเลีย มือเรียวสวยทั้งสองข้างของเธอไต่ไล่ขึ้นมาตามช่วงแขนของเขาก่อนจะจิกกรงเล็บลงบนหัวไหล่เป็นสอดรับทุกจังหวะที่เขาผลักดันตัวตนเข้าหา ปากบางสวยขยับครวญคราง เป็นภาพที่ยั่วยวนจนลูคัสหายใจหอบกระชั้น
“อา...” เขาคำรามเสียงพร่าต่ำฟังดูเซ็กซี่
“อือ...” ริมฝีปากอิ่มส่งเสียงครางเมื่อแรงเคล้าคลึงจากฝ่ามือหนาเร่งเร้าขึ้น กานต์รวีแอ่นกายขึ้นหาเขา ก่อนจะสะบัดหน้าแหงนเงยส่งเสียงครางหวานหวิว สะโพกขยับไหวตอบสนองสัมผัสจากเขา
ชายหนุ่มลากไล้ฝ่ามือจากอกอวบอิ่ม ไล้ลงสู่หน้าท้องแบนราบ สายตาเขาถูกดึงลงไปตามกัน ลำตัวเขาผงาดผกโผตึงแน่นเต็มความยาวและทาบชิดเอวบาง เขาขยับตัวขึ้นเมื่อลากปลายนิ้วอ้อมไปยังโค้งสะโพกด้านข้างและสอดเข้าสัมผัสร่องฉ่ำหวานแห่งดอกไม้แสนงามแห่งวัยสาว
หญิงสาวตาปรือขึ้น คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันด้วยความเจ็บแปลบ คับแน่นแสนทรมาน เสียงหวานสั่นระริกและหอบกระเส่า จากนั้นร่างบางสะดุ้งเฮือกเมื่อเขาสอดปลายนิ้วผ่านขอบชั้นในเข้าสัมผัสเนื้อแท้อย่างลึกซึ้งที่สุด
“สาวน้อย... คุณพรักพร้อมสำหรับผมเหลือเกิน” เขาครางอย่างไม่อาจกลั้นความปรารถนาได้อีกต่อไป
หญิงสาวขยับตอบสนองต่อทุกสัมผัสจากเขาและทั้งหมดนั้นมันยิ่งทำให้ชายหนุ่มผู้กำลังบ้าคลั่งด้วยฤทธิ์ไฟสวาทสั่นสะท้านไปกับความต้องการที่จะโจนจ้วงจมดิ่งลึกลงไปในตัวเธอ ชายหนุ่มหอบสั่น ความปรารถนามีมากมายอย่างท่วมท้นล้นปรี่ เขาอยากจะ ‘รัก’ เธออย่างลึกซึ้งที่สุดจนเธอจะไม่มีวันลืม
“ได้โปรด...” ริมฝีปากสวยขยับเป็นคำพูดออกมาสู่สายลม กลิ่นกายสาวที่หอมเย้ายวน... ริมฝีปากบางเปล่งปลั่งเร้าใจ ทรวดอกอวบอิ่มเต่งตึงน่าสัมผัส... และสุดแสนท้าทายจนทำเขาแทบคลั่งทุกครั้งที่มองและเขาต้องคลั่งตายอย่างทรมานแน่ถ้าไม่ทำอะไรกับสิ่งสวยงามขนาดนั้น
ประโยคจากเสียงหวานที่ก้องในโสตประสาทปลุกเร้าเขา เสียงหวานพร่าพรายหอบกระชั้น ปรายนิ้วแกร่งลูบไล้ส่วนอ่อนไหวที่แม้แต่เธอเองยังไม่เคยสัมผัสแตะต้องตัวเองแบบนี้มาก่อน เขาทำให้หญิงสาวต้องครวญครางอ้อนวอนเรียกร้องความปรารถนาอันล้ำลึกที่เดือดพล่านอยู่ในกระแสเลือด หัวใจเต้นแรงหญิงสาวที่ครึ่งหลับครึ่งตื่นไม่สามารถคิดอะไรได้นอกจากเคลิบเคลิ้มไปกับลีลาของชายหนุ่มผู้เจนโลกที่กำลังมอบสัมผัสเร้าร้อนให้เธอในตอนนี้...
“อือ...” เสียงหวานครางแผ่ว
ผู้ชายที่ใบหน้าลอยอยู่ในม่านหมอกดุจห้วงฝัน... เขาทำให้เธอซ่านสะท้านและสั่นระริกไปทั้งตัว ทำให้เธอต้องการจากเขามากกว่านี้
หญิงสาวผละริมฝีปากออก เธอต้องการให้เขาปลดปล่อยเธอออกจากความทรมานอันแสนหวาน เพื่อก้าวไปสู่ดินแดนสุขารมย์ที่เธอไม่เคยได้พบพานจากผู้ชายคนไหนมาก่อนเลยในชีวิต
“ได้โปรด... ทำอะไรสักอย่างได้ไหมคะ” เสียงหวานครางเว้าวอน เขากดหัวแม่มือกรีดแยกผ่านความอ่อนนุ่ม เร่าร้อน ชุ่มชื้น ฉ่ำหวาน และผู้หญิงคนนี้เกิดมาเพื่อฆ่าเขาให้ตาย... ด้วยเสน่ห์ของเธอ
“โอ” หญิงสาวหยัดสะโพกขึ้นรับ วินาทีหลังจากที่ปลายนิ้วแกร่งกดลึกลงมาในส่วนที่ใกล้แตกสลายจากเพลิงปรารถนา หญิงสาวมึนเมาอยู่ในความฝัน หลงติดอยู่ในม่านหมอกของความหฤหรรษ์
ดวงตาของเขาไม่อาจละจากภาพงดงามของหญิงสาวที่บิดเร่าระเบิดอารมณ์ออกมาพร้อมเสียงคราวยาวแผ่ว เขาผละมือที่เคล้นคลึงลูบโลมความอ่อนนุ่มฉ่ำหวานไปช้อนใต้ศีรษะของหญิงสาวที่ยังคงสั่นสะท้านเพราะความสุขล้นปรี่ที่เขาปรนเปรอ...
หน้าหล่อโน้มตัวลงไปบดขยี้ริมฝีปากลงไปบนกลีบปากอิ่ม สอดแทรกปลายลิ้นเข้าไปลิ้มรสความหวานหอม เขาจูบด้วยความกระหายจนกระทั่งพอใจและต้องการลิ้มรสส่วนอื่น จึงผละริมฝีปากไปยังลำคอระหง มาถึงจุดชีพจร แล้ววาดมือไปที่ทรวงอกอิ่มที่ริมฝีปากเพิ่งจะไปถึง ชายหนุ่มอ้าปากครอบครองปลายถันที่ยั่วปรารถนาตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็น
เขาดูดกลืนสลับขบกัดขณะที่เนื้อตัวเปล่าเปลือยของเขาก็เสียกดสีผิวเนียนนุ่มอย่างเร่าร้อน
“ขออีก... มากกว่านี้ ได้โปรด... ให้ฉันมากกว่านี้” เสียงหวานอ้อนวอนครวญเป็นเสียงคราง
“ผมกำลังปรนเปรอมากกว่าที่คุณต้องการอยู่นี่ไง... ทูนหัว” เขาพึมขณะลากไล้ริมฝีปากลงสู่ต้นขา ก่อนจะจับยกขึ้นเปิดเปลือยความงดงามต่อสายตา แล้วกดปลายลิ้นกรีดแยกเธอออกช้าๆ คำรามกับความหอมหวานและแรงกระตุกเฮือกของเธอ
จากนั้น ก็ปรนเปรอเธอด้วยการแทรกปลายลิ้นสู่ความเร่าร้อนที่ชุ่มฉ่ำอย่างยั่วเย้า ก่อนจะลึกล้ำขึ้น...
เคล้นคลึงโลมเลียจนสะโพกผายแอ่นหยัดขึ้นหาสัมผัสจากเขาอย่างเรียกร้อง วิงวอน...
“ได้โปรด...” เสียงครางวอนขอให้ใกล้เคียงเสียงกรีดร้อง
ความปรารถนาในวินาทีนี้กำลังเร่งเร้าและผลักดันเขาอย่างรุนแรง ความหิวกระหายของเขาที่ทวีขึ้นตามแรงยั่วเย้าหอมหวานของกายสาวมันอัดแน่นล้นปรี่จนเขารวดร้าว เลือดทั้งหมดในกายชายสูบฉีดไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงส่วนสำคัญดุจอาวุธร้ายที่พร้อมพร่าผลาญความสาวของร่างน้อยใต้ร่างเขา สายตาเธอวิงวอนเขา และหัวใจเขาเต้นตูมตาม พลังทั้งหมดที่มีเขาจะทุ่มเทมันเพื่อปรนเปรอเธอ... ให้สมกับความอยาก และปรารถนาเพียงแค่เธอ...
เขาหอบหายใจแรงขณะเลื่อนตัวขึ้นไปเหนือร่างบอบบางที่แดงก่ำไปทั้งตัว สายตาคมมองเธอที่ส่งสายตามาที่เขาอย่างปรารถนารักใคร่...
แววตาเธอหรี่ปรืออ่อนหวานและเปิดให้ความหิวกระหายเข้มข้นที่ท่วมท้นอยู่ในแววตาที่แสนทรมานใจเขา แต่เขารู้ว่ากานต์รวีไม่รับรู้สิ่งใดๆ ที่เขาพูด เธอแค่ต้องการให้เขาปลดปล่อยเธอและนำพาเธอไปสู่ดินแดนสุขารมย์เท่านั้น
และเขาก็ทำให้เธอได้สัมผัสอิสรภาพนั้นอย่างสุขารมย์ตามปรารถนา และแล้วเรือนร่างงดงามก็ถูกเปิดเปลือย ไร้พันธนาการจากเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆ แม้ชั้นในตัวน้อยก็ถูกเขากำจัดทิ้งไปอย่างไม่แยแส
เขาใช้มือแยกเพรียวขาออกกว้างก่อนนำส่งแกนกายแกร่งกร้าวที่สั่นระริกแนบชิดเข้าไปในร่องแห่งความฉ่ำชื่น เบียดคลึงทรมานตนเองอีกนิดพร้อมเรียกเสียงครางพลิ้วหวานก่อนจะกรีดแยกแล้วแทรกเข้าอย่างลึกซึ้งสู่ความคับแคบที่ทั้งร้อน... ทั้งนุ่ม...
เธอขยับสะโพกเบียดแท่งร้อนของเขา กานต์รวีต้านทานสัมผัสเร่าร้อนจากเขา ก่อนที่จะผลักดันตัวตนเข้าสู่ร่องฉ่ำหวานที่เปียกชื้นของเธออย่างนุ่มนวล ประณีต และบ้าคลั่ง เขาถอยออกและผลักดันย้ำอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะทำเธอส่งเสียงกรีดร้องอีกครั้งเมื่อเขาเข้าไปอยู่ในตัวเธอจนสนิทลึกซึ้ง
“อื้อ... จะ เจ็บ” เสียงหวานกรีดร้อง
“สาวน้อย... แล้วเธอจะชอบมัน” เขาปลอบ
‘พรหมจรรย์’ เขาสัมผัสถึงสิ่งพิเศษนั้นและมันยังคงหลงเหลือในหญิงสาวสมัยใหม่อย่างกานต์รวี
“โอ... สาวน้อย คุณยังมีมันอยู่อีกหรือ... คุณรักษามันเอาไว้จนถึงวันนี้?” เขาคำรามทุ้มต่ำอย่างพึงพอใจ
รอยยิ้มประทับบนใบหน้า ก่อนร่างบางสะดุ้งเฮือกกับความเจ็บรวดร้าว จนเขาต้องหยุดชะงักหลังจากหวังจะโจนจ้วงทะยานรักเธออย่างเร่าร้อนรุนแรง
เขามองเธอและถูกใจเธอก่อนที่เธอจะมาอยู่บนเตียงเขา... อย่างไรก็ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะยังเป็นสาวบริสุทธิ์ ไม่มีทางเชื่อถ้าไม่ใช่จากการได้สัมผัสจากเนื้อแท้ของเธอด้วยตนเอง
‘สาวบริการรสหวาน... เธอผ่านมาถึงฉันได้อย่างไร ทั้งที่เธอเป็น...’ เขาสงสัยแต่หัวใจก็พองโต
‘ผมช่างเป็นผู้ชายที่โชคดี... และผมจะทำให้คุณเป็นผู้หญิงที่โลกต้องอิจฉา’ เขาหลงใหลเธอ ปกติลูคัสจะไม่กินผู้หญิงคนไหนซ้ำเป็นครั้งที่สอง... แต่สำหรับกานต์รวีเธอได้รับการยกเว้น
โลกนี้มีแต่ผู้ชายโง่ๆ หรือไงถึงมีผู้หญิงสวยและบริสุทธิ์ผุดผาดอย่างนี้รอดมาถึงเขา... วิเศษ!
“จะ...เจ็บ” เธอครางเป็นภาษาที่ลูคัสฟังไม่รู้เรื่องอีกครั้ง มันเกิดขึ้นตลอดเวลาบนเตียงกว้าง เขาพยายามเดาว่าเธอต้องการสื่ออะไร แต่ก็ยากเหลือเกินอาจจะด้วยสัญชาตญาณเธอจึงเปล่งเสียงออกมาด้วยเสียงภาษาประจำชาติของตนไม่ว่ายามเจ็บลึกหรือสุขารมย์อย่างล้นปรี่นั้นเอง เสียงหวานครางแผ่ว ดวงตาเอ่อคลอแลสติมึนเมาเลื่อนลอย
“อือ...”
เสียงหวานคราง
“คุณเป็นนางในฝันที่วิเศษที่สุด... สาวน้อย” เขาหยุดเสียงก่อนทาบทับริมฝีปากตัวเองลงไปที่ริมฝีปากสีหวานระเรื่อนั้น ยิ่งส่งผลให้หญิงสาวสมองพร่าเบลอ เขารับรสไวน์จากปากเธอ... ไม่ว่าไวน์หรือความหอมหวานของหญิงสาว ต่างก็กำลังทำเขามึนเมาอย่างหลงใหลและไม่รู้ว่าจะจัดการกับอาการแบบนี้ได้อย่างไร
ดูเหมือนเขาจะติดอกติดใจสาวบริการรสหวานคนนี้อย่างมากล้น
เขาถอดถอนตัวตนออกห่างจากเธอเพียงนิดก่อนจะผลักดันเข้าไปข้างหน้าอีกช้าๆ ค่อยๆ เหยียดขยายอย่างนุ่มนวลเท่าที่คนอย่างเขาซึ่งอยู่ในแรงอารมณ์ท่วมท้นขนาดนี้จะนุ่มนวลได้ มันเป็นความทรมานที่ยาวนานที่เขาจะผ่านปราการเบาบางหากยากด้วยคับแคบทั้งร้อนจัดและรัดรึงและทันทีที่ข้ามผ่านบางสิ่งบางอย่างก็เกิดขึ้น
“อือ...”
เสียงครางหวานดึงขึ้นพร้อมกับเสียงคำรามแหบห้าว ชายหนุ่มก้มมองดวงตาที่ขยายกว้างของหญิงสาวในอ้อมแขน เขาเข้าใจได้เลยว่าเธอก็รับรู้ถึงกระแสเข้มข้นเมื่อครู่เช่นกัน แม้จะเมามายแต่เธอก็ตอบรับสัมผัสจากเขาได้อย่างดีราวว่าเธอกำลังอยู่ในห้วงฝันแห่งกามารมณ์...
เขาคงเป็นชายในฝันนั้นของเธอ...
มันเป็นความภาคภูมิและรู้สึกอุ่นซ่านและเต็มตื้นในอกเพียงแค่เขาข้ามผ่านปราการความบริสุทธิ์ผุดผาดเพียงได้หล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกันกับเธอมันก็คืนความสุขล้นให้กับเขาที่คิดว่าคงพลาดโอกาสดีๆ ในชีวิตไปเสียแล้วเมื่อเธอปฏิเสธเขาอย่างพลาดหวัง
ไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นผู้ชายคนแรกในชีวิตของเธอ...
“สำหรับคุณ... คงเห็นผมเป็นชายในฝันกรุ่นกลิ่นไวน์ของคุณใช่ไหม...” เขาจรดจุมพิตลงอย่างลึกซึ้ง
“อือ...” เสียงครางหวานฟังดูช่างอ่อนแรง
“ผมจะทำให้คุณสัมผัสความสุขอีกครั้ง... ในตอนเช้าหลังสร่างเมา เวลานั้นผมจะฉุดคุณออกมาจากความฝันด้วยความประทับใจ... สาวน้อย” เขากระซิบ...
กานต์รวีลืมตาตื่นนอนขึ้นมาตอนเช้าพบว่าร่างแบบบางของตนเองนั้นนอนเปลือยในอ้อมกอดอันอบอุ่นราวในฝัน แต่เขาเป็นคนแปลกหน้า เธอไม่เคยรู้จักเขามาก่อน
“กรี๊ดดด!!” สติทำให้เธอร้องหวีดจนห้องกึกก้องไปด้วยเสียงแห่งความตกตะลึงในสิ่งที่เธอไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะต้องมาอยู่ในสภาพนี้!
“เฮ้! ร้องอะไรกันแม่คุณ?” ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นขึ้นอย่างหงุดหงิดด้วยเสียงปลุกที่ฟังดูระทึกราวกับว่าหอเอนเมืองปิซา[ หอเอนเมืองปิซา (La Torre di Pisa)- สร้างเมื่อ ค.ศ. 1173 ใช้เวลาสร้างหนึ่งร้อยเจ็ดสิบห้าปีตั้งอยู่เมืองปิซา จัตุรัสเปีอซซา เดล ดูโอโม เป็นหอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอริค ทรงกระบอกสูง 8 ชั้นสร้างด้วยหินอ่อนสีขาว เอียงสามจุดเก้าเจ็ดองศา กาลิเลโอ กาลิเลอิ เคยใช้หอนี้ทดลองเกี่ยวกับทฤษฎีแรงโน้มถ่วงในตอนที่เขาเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปิซา โดยใช้ลูกบอลสองลูกที่น้ำหนักไม่เท่ากันทิ้งลงมาเพื่อพิสูจน์ว่าลูกบอลสองลูกจะตกถึงพื้นพร้อมกันตามทฤษฎีที่เขาคาดไว้]ถล่มลงต่อหน้าต่อตาอย่างนั้นละ
“นี่คุณ... ทะ...ทำอะไรฉัน?” กานต์รวีตีโพยตีพายด้วยภาษาอังกฤษ เรือนร่างบอบบางที่เปลือยเปล่าซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาสีขาวสะอาดและร่างแกร่งของเขาที่เปลือยเช่นกันก็นอนอยู่ข้างๆ ชนิดที่สัมผัสได้เป็นอย่างดีกับไออุ่นๆ ที่ระบายออกมาจากร่างกายของเขา
เธอไม่เคยนอนข้างกายชายในสภาพเปล่าเปลือยแบบนี้มาก่อน กานต์รวีสาบาน!
“ฉะ...ฉันมานอนที่นี่ได้ยังไง?” เธอละล่ำละลักถามที่มาที่ไปและนี่มันไม่ใช่ในฝันแน่ๆ ไม่สิ ต่อให้ฝันเธอไม่มีฝันทางกามารมณ์แบบนี้แน่ ที่สำคุณกับผู้ชายเถื่อนดิบแบบคนตรงหน้า ไม่มีทาง เขาเป็นใครกันมาอยู่ในห้องพักของเธอได้ยังไง
“ผมจะรู้คุณไหมครับ? คุณเองก็ยินดีสมัครใจไม่ใช่หรือ? และเมื่อคืน... คุณรสชาติดีมากเลยนะ” เขาจ้องตาเธอด้วยดวงตาที่เป็นประกาย นัยน์ตาสีน้ำเงินของเขามันน่าลุ่มหลงอย่างยากอธิบาย
“...”
“ผมไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่น่าหลงใหลได้อย่างคุณมาก่อนเลยคนสวย” เขาชมพร้อมระบายยิ้มก่อนกระเถิบเข้ามาใกล้ กานต์รวีขยับตัวถอยห่างราวกับว่าเขาคือปิศาจพรากพรหมจรรย์
“เฮ้! สาวน้อย ทำไมต้องทำท่ากลัวผมแบบนั้นด้วย ทำเหมือนกับว่าคุณไม่เคยให้บริการแขกนอกสถานที่แบบนั้นล่ะ”
“แขก?” หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น เธอกำลังเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์จากสิ่งที่ได้ยินจากปากเขา เขาเป็นแขกของเธอเมื่อไหร่กัน มันคือเรื่องอะไรกันแน่?
“ใช่จ้ะ แม่สาวบริการรสหวาน” สิ่งนั้นทำกานต์รวีแทบกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง พอเขาว่าถึงหญิงบริการสมองน้อยๆ ก็นึกทบทวนและสำรวจตรวจตราร่างกายและสิ่งผิดปกติ
‘ทำไม... รู้สึกแสบแปลบกลางแกนกาย หรือว่าเขา?’
“คุณว่าอะไรนะ?” เธอเริ่มเสียงดัง เขาต้องเป็นคนอันตรายสำหรับเธอแน่ๆ
“ที่รัก เรามาต่ออีกสักครั้งนะ ผมว่า... เมื่อคืนคุณไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่ ผมไม่ชอบมีเซ็กซ์กับคนเมาน่ะ ขออีกทีนะ” เขาพูดจบก็คว้ากานต์รวีเขาหมับแล้วจูบอย่างรุนแรงโดยไม่ฟังเสียงอีกฝ่ายที่อยากอธิบายเหลือเกินว่าเธอไม่ใช่อย่างที่เขาคิด
ร่างแบบบางของเธอตอนนี้เจ็บแปลบแสบระบมไปหมด ทั้งเนื้อทั้งตัวมีร่องรอยจูบดิบเถื่อนของเขาจนแทบไม่เหลือที่ว่าง ครั้งแรกของฉัน... คุณก็พรากมันไปตอนที่ฉันไร้สติด้วยงั้นหรือ คนเลว!
‘ครั้งแรกของฉัน... จูบแรกของฉัน!’
“อื้อ... ปล่ะ ปล่อย” เสียงหวานหอบถี่ เธอหายใจไม่ทันกับความเร่าร้อนของเขาที่มอบให้เธอโดยไม่ฟังเสียง
‘พอมีสติก็พยศเชียวนะ ดีเหมือนกัน สนุกไปอีกแบบสาวน้อย...’ เขาคิดอย่างนึกสนุกกับสาวบริการรสหวานที่ตาเขียวปัดใส่ แล้วยังตวาดแว้ดๆ ใส่เขาอย่างกับเสือสาว
“ผมจะหายใจแทนคุณเอง... คนสวย” พูดจบเขาก็บดขยี้จูบเถื่อนๆ ลงมาที่ริมฝีปากสวยของเธออยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน ริมฝีปากหยักสวยของเขาทาบทับอย่างแนบสนิทลงบนปากบางจิ้มลิ้มของหญิงสาว ขบเม้มเบาๆ ราวทักทายก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าบดจูบอย่างเว้าวอน เธอพยายามเม้มริมฝีปากป้องกันทว่าไม่สำเร็จเมื่อเขาใช้มือแกร่งบีบเบาๆ ที่แก้มเพื่อเปิดให้กลีบปากสวยรองรับจุมพิตจากเขาอย่างถนัดถนี่... จูบของเขาดิบเถื่อนทว่าระคนไปด้วยความหวานล้ำลึกซึ้ง เธอรู้สัมผัสได้ถึงกระแสความเริงร้อนที่ระบายอยู่รอบตัว และมันกำลังปลุกเพลิงปรารถนาในร่างกายให้คุกรุ่น...
มือน้อยๆ ทุบตีอกแกร่งราวต่อต้าน แต่มันก็ทำได้แค่ในช่วงแรกเท่านั้น แต่เพียงชั่วนาทีที่ผ่านพ้นไป ความอ่อนหวานของรสจูบกลับทำเธอเคลิบเคลิ้มและโอนอ่อนลงไปตามจังหวะจูบที่ยั่วยวนรันจวนใจของเขา และเธอกลับต้องการมันมากยิ่งขึ้น... ต้องการจูบที่เร่าร้อนขึ้น... จากเขา
“อือ... คะ...คุณ” เสียงหวานคราง เธอไม่รู้จะเรียกชื่อเขาว่าอย่างไรดี ผู้ชายเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพเจ้าโรมันแต่ก็เป็นเจ้าของจูบดิบเถื่อนเร่าร้อนในคราวเดียวกัน
หญิงสาวรู้สึกเครียดครัดที่อกอวบอิ่ม บางนาทีร่างน้อยก็โผเข้าหาเขาราวมีพลังบางอย่างดึงดูดเธอ... มีบางอยากกำลังนวดเฟ้นมัน และมันก็หดเกร็งตอบรับอย่างเรียกร้องวิงวอน...
เขาส่งมือเรียวแกร่งลูบไล้ร่างบางที่เปลือยเปล่าและยากจะต้านทานสัมผัสจากเขา ร่างน้อยหอบกระชั้นสมองอึง อลพยายามดิ้นรนหาอิสรภาพแต่ก็เปล่าประโยชน์
นิ้วเรียวแกร่งของเขาสัมผัสคูหาบุบผางามที่ชุ่มชื้นพรักพร้อม... และรอคอย
“คุณ... น่ารักเหลือเกินซินญอรินา” เขาครางขณะส่งนิ้วสำรวจภายในร่างกายเธออย่างย่ามใจก่อนสอดลึกจนร่างบางสะดุ้งหวิว เธอรู้ตัวว่าตอนนี้ร่างกายเธอกำลังหวานฉ่ำไปด้วยน้ำหวาน... เขาบดบี้ที่ยอดเกสรดอกไม้จนเธอบิดร่างพลิ้วไหวด้วยความทรมาน
“อื้อ... อย่านะ ฉันไม่ใช่” ‘ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด’ แต่ดูเหมือนว่าร่างกายของเธอจะยินยอมพร้อมใจไปกับการชักพาจากเขาเสียแล้ว
เขาพลิกร่างแกร่งที่ทรงพลัง สายตาเธอมองเห็นว่าร่างกายเขาช่างงดงามราวกับรูปปั้นเดวิดDavid [ เดวิด- ประติมากรรมชิ้นเอกยุคเรอเนซองค์ (สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา) ผลงานของมีเกลันเจโล หรือ ไมเคิล แองเจโล ระหว่างปี ค.ศ.1501-1504 ได้รับการยอมรับว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความงามของพละกำลังและความหนุ่มสาวของมนุษย์]ผลงานประติมากรรมชิ้นเอกของไมเคิล แองเจโล[ ไมเคิล แองเจโล (ชื่อเต็ม อิตาลี:Michelangelo di Lodovico Buonarroti Simoni)- เป็นจิตรกร สถาปนิคและประติมากรรมชื่อดังยุคเรเนซองค์ (ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ Renaissance) เกิดปี ค.ศ. 1475 ที่หมู่บ้านคาปรีส (ปัจจุบันคือทัสคานี,อิตาลี) ผลงานชิ้นเอกประติมากรรมรูปสลักเดวิด, จิตรกรรม “คำพิพากษาครั้งสุดท้าย” ที่เพดานโบสถ์ซิสทีน เป็นต้น] ซิกแพ็กมัดกล้ามที่งดงามและน่าหลงใหล นึกไม่ออกเลยว่ายามที่เขาใช้พลังเหล่านั้นขับเคลื่อนบนตัวเธอมันจะให้ความรู้สึกซ่านเสียวท่วมท้นมากสักปานใด
‘หรือว่า... เขาคือเดวิดกลับชาติมาเกิด’ สมองเธอเดาอย่างนั้นแต่เขากำลังทรมานเธออย่างลำพองใจ
“อือ... ปะ...ปล่อยฉัน” เสียงหวานครางร้องขออิสรภาพแต่ทว่ากลับเป็นเหมือนเสียงเรียกร้องให้เขายิ่งทุ่มเททำให้เธอยิ่งร้องครางออกมาราวว่ามันเป็นเสียงเชียร์มากกว่าคำทัดทาน
“ทำไมต้องปล่อยคนสวย... ไม่ทันแล้ว... ผมยอมขึ้นราคาค่าตัวให้คุณเลยเอ้า!” เขาหยุดเว้นจังหวะพร้อมส่งสายตาเจ้าเล่ห์ร้ายการลามเลียเธอจนหญิงสาวอายจนหน้าแดงก่ำ
“ไม่นะ” เสียงหวานทัดทาน
“ขอแค่อย่างเดียว ทำให้ผมมีความสุขเหมือนเมื่อคืนอีกครั้งทูนหัว” เขาคำรามเสียงเซ็กซี่และจบลงด้วยการระดมจูบที่ริมฝีปากบาง เขายิ้มร้ายกาจในหัวใจคาดไม่ถึงว่าผู้หญิงที่เล่นตัวในผับหรูกับไมตรีแบบซื่อตรงจะพาตัวเองใส่พานมาประเคนเขาถึงบนเตียง แถมยังหอม... หวาน น่ารักน่าใคร่จนเขาแทบคลั่ง
‘โอ... แม่ทูนหัว คุณทำให้ผมเซอร์ไพรซ์จริงๆ สาวน้อย’
เธอหลับตาลงอย่างฝันร้าย น้ำตาเริ่มเอ่อขึ้นมา หัวใจสั่นสะท้าน รู้สึกเครียดครัดที่ยอดทรวง ไม่นานจากนั้นมันก็มีความร้อนที่ชุ่มเปียกไล้เลียวนเวียนอยู่บนนั้นอย่างร้อนแรงจนร่างบางแอ่นหลัง ยิ่งทำให้ส่วนอวบอิ่มท้าทายปากเขายิ่งขึ้น มันแทบจะไม่หลุดรอดจากอิสระอีกต่อไปเมื่อยอดถนันสีสวยสั่นระริกในปากร้อนๆ ของเขา ที่ทั้งไล้เลีย ดูดเม้มจนเธอสยิวหวิวไหว...
“ผมชอบคุณ... เรือนร่างของคุณ... หน้าอกสวยๆคุณและ” เขาก้มหน้าลงจูบ ลมหายใจร้อนฉ่ารดรินลงบนผิวของเธอ “ดอกไม้ของคุณ... ผมอยากกินคุณไปทั้งตัว...สาวน้อย” เขาบอกฟังดูคล้ายเสียงครางและให้ความรู้สึกแสนเซ็กซี่
“อือ...” เสียงหวานครางหวิวเหมือนติดอยู่ในวังวนแห่งความฝันแห่งกามารมณ์ ขณะเอามือปัดหน้าเขาออกจากส่วนอวบที่หวงแหน
“ขนาดกำลังเหมาะกับมือผม... คุณสวยมากสาวน้อย” พูดเสียงแหบพร่าพร้อมนวดเฟ้นอย่างปรนเปรอ ขนาดหน้าอกเธอทำเขาเพลิดเพลินอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน...
‘โอ... วิเศษจริง แม่สาวบริการรสหวาน’
“ไม่นะ... อย่าทำนะ ออกไปนะ อย่า...” กานต์รวีบิดตัวหนี แต่ทำไม่ได้ดั่งใจเพราะถูกเขาตรึงร่างไว้แน่น หากความร้อนชื้นของโพรงปากที่ก้มลงมาครอบครองเนินทรวงของเธอทำให้ร้อนซู่ไปทั่วสรรพางค์กาย
“ไม่นะ... อย่า” เสียงหวานห้าม
ลูคัสกลับไม่สนใจเสียงทัดทานนั้น ร่างสูงใหญ่กลับมุ่งมั่นลิ้มรสชาติอันหอมหวานจากดอกบัวตูมเต่งที่ส่วนยอดสีชมพูกำลังสั่นระริกเหมือนกับว่ากำลังเรียกร้องสัมผัสร้อนฉ่าจากลิ้นของเขา
“ร่างกายคุณกำลังร้อน... เพราะต้องการผมอย่างท่วมท้นแล้วครับทูนหัว” อาการดิ้นรนใดๆ ก็ไม่อยู่ในความสนใจของเขานั้นเพราะกำลังจดจ่อกับทรวงอกที่ฝันหา... เขาฝันถึง ‘นางในฝัน’ จอมหยิ่งของเขามาโดยตลอดตั้งแต่แรกพบที่อุฟฟิซี...
‘โอ... คุณหวานเหลือเกิน’ เธอช่างให้ความสุขที่สุดพิเศษ ยอดทรวงหดเกร็งตอบรับสัมผัสจากปลายลิ้นที่เขาหยอกล้อเร่าเร้า
“ยะ...อย่า หยุดเถอะ ฉันขอร้อง” เมื่อตื่นขึ้นมาในยามเช้าและสร่างจากอาการเมา กานต์รวีก็ทัดทานเขาด้วยภาษาอังกฤษ แน่ว่าเขารู้ในสิ่งที่เธอห้าม... แต่เขาห้ามตัวเองไม่ได้เสียแล้ว แรงปรารถนาที่ท่วมท้นมันยากเกินหักห้าม...
ทางเดียวที่จะหยุด คือเติมเต็มมันเดี๋ยวนี้!
กานต์รวียังคงอ้อนวอนด้วยคำพูดกระท่อนกระแท่น เธอกำลังพยายามห้ามเขาทั้งที่ร่างกายตนก็ต้อนรับสัมผัสกระตุ้นเร้าจากเขาเป็นอย่างดี... “ยะ...อย่า ใครก็ได้ ช่วยด้วย!”
หญิงสาวกำลังพ่ายแพ้ให้กับสัมผัสแปลกใหม่...
เรื่องเมื่อคืนนั่นไม่ใช่ความฝัน แต่เธอถูกล่วงละเมิดในภาวะที่ร่างกายและสมองถูกครอบงำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์อย่างเต็มอัตรา... และเขาคือปิศาจร้ายผู้พรากความสาวบริสุทธิ์ให้หลุดลอยไปจากชีวิตเธอ
‘เขา... เป็นใครกันแน่? มาอยู่ในห้องเธอได้ยังไง?’
กานต์รวียังสมองสับสน เธอยังคิดว่าเขาคือผู้บุกรุกแต่แท้ที่จริง...
หญิงสาวต่างหากที่กำลังดิ้นพล่านอยู่ในห้องเขา... บนเตียงเขา!
จมูกโด่งดอมดมดอกปทุมคู่งามอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะส่งปลายลิ้นจูบซับและเกี่ยวกระหวัดลามเลียไปทั่วทั้งยอดทรวงที่กำลังพร่าผลาญแรงต่อต้านของหญิงสาวให้มลายลงไปอย่างช้าๆ ร่างบอบบางพลิ้วไหวเพราะเสียวสะท้านกับสัมผัสอันร้อนแรงของจูบเขา ไม่เคยมีใครสัมผัสยอดทรวงของเธอมาก่อน ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนได้ลามเลียมันด้วยลิ้นที่เร่าร้อนแบบนี้ เขาดูดดึงสลับขบเม้มขณะอีกข้างก็ถูกเขานวดเฟ้นอย่างลำพองใจ เนินทรวงข้างหนึ่งถูกเขากระตุ้นเร้าปลุกความเสียวซ่านด้วยมือเรียวใหญ่ในเวลาเดียวกันกันอีกข้างสั่นระริกในปากเขา จนหญิงสาวต้องกัดริมฝีปากล่างเอาไว้อย่างเก็บกลั้นพลังความร้อนที่ถ่าโถมความเสียวสะท้านใส่เธออย่างไม่ยั้งมือ...
“อือ...”
กานต์รวีส่ายหน้าไปมาต่อสู้กับคลื่นความร้อนที่เริ่มแผ่กระจายไปทั่วร่างทุกครั้งที่เขาออกแรงดูดแล้วค้างไว้นิ่งนานเหมือนกำลังสูบเอาพลังชีวิตออกไปจากตัวเธอ เขาดูดกลืนเอาอาการต่อต้านที่เหลืออยู่อย่างน้อยนิดให้มลายหายไปจนสิ้น เรือนกายสั่นระริกของเธออยู่ใต้อิทธิพลอันร้อนฉ่าของเขาอย่างไร้แรงต้านทาน
“ดะ...ได้โปรด... ยะ...หยุด” เธอห้ามเขาด้วยเสียงสั่นระริก แต่มันเป็นเสียงที่ไพเราะสุดกระตุ้นเร้าที่สุสำหรับเขา
“เมื่อคืน... คำว่าได้โปรดของคุณ... คือต้องการการเติมเต็มจากผมนะทูนหัว...” เขายังจูบวนเวียนบนอกอิ่ม เธอขาวอวบและดูตึงแน่นไปทั่วทั้งหมด เขารักเรือนร่างเธอ... รักไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว
“ไม่นะ” เธอเถียง มือน้อยระดมทุบตีเข้า แรงน้อยกำลังต่อสู้ขัดขืนในขณะที่ปฏิกิริยาของร่างกายกลับกำลังต้อนรับสัมผัสอันร้อนแงจากเขาอย่างยินดี
“แบบไหนแน่... ที่คุณอยากให้ผมโปรด... หืม... ทูนหัว?” เสียงของเขาแผดเผาหัวใจที่เต้นแรงของเธอจนหายใจเริ่มติดขัด
“อย่าทำแบบนี้... ออกไปจากห้องฉัน!” เธอผลักไส... ทั้งที่ร่างกายกลับเชื้อชวน
น้ำเสียงกระท่อนกระแท่นไร้ซึ่งคามมั่นคงทำให้ลูคัสผงกศีรษะขึ้นมองใบหน้างดงามแดงก่ำไปด้วยความอายและแรงปรารถนาที่ตนตั้งใจปลุกปั่นขึ้นมา
“นี่... ห้องผมต่างหาก” เขาบอกเธอด้วยเสียงแหบต่ำ
“มะ...ไม่จริง” เธอไม่เชื่อ น้ำเสียงหอบกระท่อนกระแท่น
“โอ... ผมไม่ไหวแล้วสาวน้อย... ผมอยากรู้จริงๆ เมแกนได้คุณมายังไง ถึงได้หอมหวานถูกใจผมเหลือเกิน” เขาชื่นชมอย่างพออกพอใจกับผู้หญิงที่ผู้ช่วยหนุ่มคนสนิทจัดหามาให้ ยังทึ่งไม่หายว่าช่างรู้ใจว่าเขาปรารถนาในตัวหญิงสาวที่ทำเขาตกหลุมรักตั้งแต่นาทีแรกที่เจอ
“ดะ...ได้โปรด...” เสียงหวานอ้อนวอน
“ผมกำลังจะโปรดคุณเดี๋ยวนี้... สาวน้อย” เขาบอกเสียงพร่าต่ำฟังดูเซ็กซี่
ดวงตาของเขามองร่างเนียนละเอียดที่เปล่าเปลือยอยู่ สายตาคมของเขาถูกใช้ในการลามเลียเธอไปตลอดทั้งเนื้อทั้งตัว... เขาชอบเสียงครางหวานที่หลุดออกมาจากริมฝีปากจิ้มลิ้มน่ารักนั้น มัน ‘ปลุกเร้า’ ตัวตนเขาอย่างดีที่สุด
น้ำหนักตัวทั้งหมดถูกทาบทับลงบนความนุ่มนิ่มนั้นมากขึ้น ริมฝีปากหนาย้ายไปลิ้มรสยอดทรวงอกอิ่มอีกข้างอย่างเสมอภาค เมื่อยอดทรวงอีกข้างที่ชุ่มชื้นก็ถูกปลายนิ้วโป้งเคล้นคลึงด้วยจังหวะกระตุ้นเร้าสุดเร่าร้อนจนร่างบางแอ่นหลังเข้าหาอย่างเว้าวอน หญิงสาวสัมผัสได้ถึงไอร้อนของลมหายใจเขาที่เป่ารดพร้อมลิ้นร้อนฉ่าที่ขบดูดลามเลียมันอย่างกระตุ้นเร้า และทำเธอทรมานแทลคลั่ง เขาเป็นปิศาจร้ายที่พร่าผลาญพรหมจรรย์เธอ!
เขาจะทำให้เธอประทับใจกับความรักที่กำลังเร่งปรนเปรออีกครั้งยามที่เธอมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ทุกเส้นประสาทควรได้รับการตอบสนองจากสัมผัสอันแสนเร่าร้อนของเขา...
“ผมจะ ‘โปรด’ ให้คุณร้องวอนขอไม่หยุดปากเลยล่ะสาวน้อย...” เขาคำรามเสียง
ดวงตาคมตรึงบนใบหน้าสวยของเธอที่คิ้วมุ่นเข้าหากันเพราะมิอาจต้านทานรสสัมผัสที่ร้อนรุ่ม... แปลกใหม่
เธอปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่าเขาเป็นเจ้าของลีลาที่เปี่ยมไปด้วยความเร่าร้อนอย่างล้นปรี่ เพียงแตะตรงนั้น สัมผัสตรงนี้ ความต้องการจากภายในก็พ่ายแพ้และมีแต่เรียกร้องหา... ต้องการสัมผัสที่มากกว่า ปากสวยพร่ำร้องขออ้อนวอนให้เขาหยุด แต่สัญชาตญาณที่แท้จริงจากภายในกลับเว้าวอนให้เขาเติมเต็มในสิ่งที่มากกว่า... ร่างกายที่ต้องการเขา ปากไม่ตรงกับใจ... และปากที่ขัดแย้งกับความต้องการของร่างกาย
‘ทำไงดีกีวี่?... เราจะทำยังไงดี’ สมองน้อยๆ ของหญิงสาวกำลังเรียกร้องคำตอบ กานต์รวีมืดแปดด้าน นึกโกรธร่างกายเจ้ากรรมที่ไม่เชื่อฟังคำสั่ง มันเร่าร้อน ต้องการ และวิงวอนสัมผัส ‘รัก’ สุดเร่าร้อนจากเขาทั้งที่เธอไม่เคยรู้จักเขามาก่อน เพราะเขารูปร่างดีเกินไป... ทรงพลังเกินไป... และเซ็กซ์เร่าร้อนเกินกำลังต้านทานจากเธอ
‘เขาอันตรายเกินไป...’
ริมฝีปากที่นุ่มและอุ่นร้อนของเขาย้ายไปลิ้มรส ดูดดื่มทรวงอกอีกข้างในขณะที่อีกข้างชุ่มชื้นขึ้นจากการจุมพิตเมื่อไม่นานก็ถูกฝ่ามือเคล้นคลึงด้วยจังหวะกระตุ้นเร้า กานต์รวีใช้มือทั้งสองข้างทุบตีเขา ไม่เลือกเป้าหมายขอให้ถูกร่างโตที่กำลังคุกคามเธอเป็นพอ มือแกร่งทาบทับตรงทรวงอกอิ่มของตัวเองจนเธอแทบละลาย เธอสอดมือเข้าไปทึ้งเส้นผม กระชากออกแรงแต่เขากลับไม่ไหวติงและต้องตกใจสุดชีวิตเมื่อรับรู้ว่าฝ่ามือร้อนระอุเลื่อนเข้าไปสัมผัสต้นขาเธออย่างไม่เกรงใจ
“ปล่อยนะ! อย่าทำแบบนี้นะ!” เสียงหวานหวีดร้องทัดทานการกระทำที่คุกคามเธออย่างอกอาจ ร่างบางดิ้นขยับถอยหนี แต่เขาใช่จะหยุด เสียงเธอยิ่งกลับกลายเป็นยาปลุกความคึกคักขนานดีที่เมื่อได้ยินเขาก็ยิ่งรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและเร่งเร้าเธอมากเท่ามาก...
ชายหนุ่มยิ้มดีใจ นางในฝันที่เป็นสาวไซค์ไลน์... หญิงบริการรสหวาน... เธอคงชอบการร่วมรักแบบฝ่ายหนึ่งสวมบทบาทเป็นฝ่าย ‘ควบคุม’ ขณะที่เธอสวมบท ‘นางทาส’ ทาสสวาทผู้เร่าร้อน...
แทบไม่อยากเชื่อว่าสาวเอเชียหน้าหวานจะมีรสนิยมการร่วมรักที่น่าเร่าร้อนขนาดนี้ เขายิ้มด้วยความลำพองใจ ในเสียงอุทานที่ดังบนหัว... ดังยิ่งขึ้นพร้อมๆ กับจังหวะที่เขาแตะปลายนิ้วเข้ากับจุดอ่อนไหวกลางกายสาว เพื่อสยบการดิ้นรนขัดขืนนั้นด้วยการสอดปลายนิ้วเข้าสัมผัสถึงเนื้อถึงตัวอันเป็นแก่นแท้ของหญิงสาวได้อย่างสนิทชิดเชื้อ...
“ได้... โปรด... อย่า...” เสียงหวานครางอย่างเว้าวอน
คำร้องขอนั้น... เลือนหายไปเมื่อปลายนิ้วของเขากระตุ้นเร้าจุดอ่อนไหวที่หวงแหนที่สุดในร่างกาย เขากรีดมันจากบนลงล่างด้วยจังหวะที่ทำให้เธอติดขัด กรีดมันจากล่างขึ้นบนพร้อมดูดดึงยอดทรวงของเธอค้าง... เอาไว้ในปาก
ยอดทรวงอวบอิ่มสั่นระริกในปากเขา... ใต้ลิ้นร้อนฉ่าของเขา...
“อา...” ยิ่งกานต์รวีครางหวิวเขาก็ยิ่งเครื่องร้อน ฮึกเหิม... เธอคือวันไนต์สแตนด์ที่สุดแสนประทับใจ!
“เรียกชื่อผม... เรียกผม ‘ลูคัส’” เขาสั่งอย่างเผด็จการ
“มะ...ไม่ ไม่นะ! อออกไป!” หญิงสาวตวาดเสียงขับไล่เขาด้วยสายตาขุ่นโกรธ เธอเกลียดเขา เขาเป็นปิศาจที่ตรารอยมณทินให้ชีวิตเธอ เธอจะเกลียดและไม่มีวันอภัยให้เขาเลยสักนาทีเดียว! ‘ถ้าฉันรอดไปได้... ฉันจะฆ่าคุณ!’
“เรียก-เดี๋ยว-นี้!” เขาถาโถมความเร่าร้อนใส่เธอ
เมื่อถูกโจมตีจุดอ่อนไหวทุกทาง กานต์รวีก็ไม่สามารถขัดขืนต่อต้านความเสียวซ่านเข้ามาแทนที่อาการขัดขืน มันเข้มข้นในสายเลือดจนเธอไม่รู้ว่าจะจัดการเก็บกักความรู้สึกนั้นอย่างไร
“ละ...ลูคัส อย่า” เสียงหวานวิงวอน เขาหลงใหลเสียงนั้นของเธอ... เขาอยากทำให้เธอร้องเรียกชื่อเขาแบบนี้หลายๆ ครั้ง
ความชุ่มชื้นที่ลูคัสสัมผัสได้จากกลางกายสาว ในเวลานี้ช่างทำให้เขามีความสุขนัก จินตนาการเรือนร่างของเธอนั่นให้ความรู้สึกดีแล้วแต่มันกลับดูด้อยไปในทันทีเมื่อเทียบกับผิวเนื้อนุ่มละมุน กลิ่นหอมที่ทำให้เขาคึกคัก กระปรี้กระเปร่า ความหยาดเยิ้มฉ่ำวาวที่ฝ่ามือเขาได้สัมผัส เสียงหวานที่ครางอืออา... ยิ่งกระตุ้นเร้าให้เขาแทบจะไปถึงจุดแตกดับได้ในทันที
‘คาดไม่ถึงเลยว่า ลูคัสจะศิโรราบให้สาวบริการรสหวาน’ เขาคิดอย่างนึกขันที่ตอนนี้เขากำลังหลงใหลในความหอมหวานของหญิงสาวใต้ร่างเขา หลงชนิดที่โงหัวไม่ขึ้น หลงจนไม่อยากให้เธอห่างจากเตียงเขา
เมื่อไม่สามารถเก็บกักความเสียวซ่านที่รุมเร้าได้จนต้องหลุดเสียงครางออกมาก็ทำให้เขามีโอกาสครอบครองริมฝีปากของเธอในที่สุด เขาไม่ได้จูบเธออย่างอ่อนหวานเช่นที่ผ่านมา แต่มันเป็นจูบแห่งความเสน่หา... แรงปรารถนาอันหวานแหลมท่วมท้นล้นหัวใจ
‘จูบ’ ที่เรียกร้อง เว้าวอนให้เธอตอบสนองกลับอย่างเต็มอารมณ์...
ลูคัสถอนจูบเมื่อเร่งเร้าร่างเปลือยเปล่าจนความหวานฉ่ำที่ไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย ร่างกายบิดเกร็งเป็นสัญญาณที่ผู้ชายเชี่ยวชาญประสบการณ์ร่วมรัก ผู้ผ่านความร้อนฉ่าของอิสตรีมานับไม่ถ้วนนั้นรู้เป็นอย่างดีว่าเธอกำลังเอื้อมถึงจุดสูงสุดในดินแดนสุขารมย์... เธอไคลแมกซ์ได้เซ็กซี่ที่สุด เขาอยากมองภาพนี้ตั้งแต่นาทีแรกที่พบเธอ...
‘วิเศษที่สุด’
“คุณต้องการผม... คุณต้อนรับตัวตนผมสาวน้อย” เขาครางเสียงพร่าต่ำฟังดูเซ็กซี่และเรียกความเริงร้อนให้เรือนกายของผู้ที่ได้ยิน สัมผัสของเขามันอันตรายและเป็นสิ่งกระตุ้นเร้าที่ไม่น่าวางใจเลย
คำพูดเร่งเร้าในเวลาปกติที่ต้องทำเธอเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่ตอนนี้คำพูดนั้นกลับผลักดันให้เธอลอยละลิ่วขึ้นไปคว้าเอาสายรุ้งเลื่อมพรายนั้นไว้อย่างยอดเยี่ยม
เขามองร่างเธอด้วยสายตาที่ร้อนแรง เนื้อตัวเธอกลายเป็นสีชมพูจัดน่ามอง... และน่ากิน
แผ่นหลังแอ่นโค้งยิ่งทำให้ทรวงอกขนาดใหญ่ลอยเด่น ยอดทรวงหดเกร็งสั่นระริกยั่วน้ำลาย ปลายเท้าจิกเกร็งจนเขาอยากแทรกตัวเข้าครอบครองเสียในวินาทีนี้
หญิงสาวสวยที่สุดยามเธอเดินทางไปถึงจุดสูงสุดแห่งกามารมณ์ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนร่วมรักกับเขาแล้วสวยที่สุดเมื่อถึงจุดไคลแมกซ์ได้อย่างผู้หญิงคนนี้เลย... เธอน่าหลงใหลที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นมา และเขาอยากให้เธอไคลแม็กซ์เพราะเขา... เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น!
ชายหนุ่มตื่นเต้นกับร่างที่ปรากฏตรงหน้าราวอดอยากมานานปี เนื้อตัวของเธอช่างกระตุ้นเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนของเขาจนไม่อาจรอได้แม้เสี้ยววินาที เขาโถมตัวลงมาทับทาบทั้งร่าง แทรกตัวเข้าหาร่างที่สั่นระริกนั้นอย่างสนิทชิดเชื้อจนเรียวขาทั้งสองข้างต้องแยกออกจากกันเพื่อเปิดทางให้เขา ความแข็งขึงร้อนระอุที่ปัดป่ายขึ้นลงอย่างยั่วเย้า ทำให้กานต์รวีเริ่มต่อต้านสองมือผลักไสแผงอกออกเป็นพัลวัน
“มะ...ไม่นะ ออกไปนะ!” กานต์รวีหอบ เนื้อตัวแดงก่ำไปด้วยรอยจุมพิตร้ายกาจจากเขา กลางกายสาวบอบช้ำเจ็บแปลบ เธอรู้สึกระบมไปทั่วทั้งร่าง ทั้งร่างกายและจิตใจเธอแหลกสลายเหมือนเขาฉีกทึ้งมันไป ‘ปิศาจร้าย ซาตานอำมหิต ฉันเกลียดแก!’
ความเป็นหญิงพรั่งพรูไปด้วยความหยาดเยิ้มฉ่ำหวาน... ภายในร้อนระอุไปด้วยเปลวเพลิงปรารถนาที่สัมผัสได้เหมือนมีแรงดึงดูดให้เขาฝังลึกเข้าหาตัวเธอในจังหวะเดียวจนสุดทาง
เขาโจนจ้วงเข้าสู่ร่างกายเธอจนแนบสนิท ไม่มีสิ่งอื่นใดคั่นกลางระหว่างเขาและเธอ... ความนุ่นนวลอ่อนหวานของเธอโอบอุ้มร่างกายอันแข็งขึงทรงพลังของเขา เป็นการหล่อหลอมรวมกันที่งดงามที่สุด
“คุณกำลังขืนใจฉัน...” เธอบริภาษด้วยดวงตาที่ฉ่ำไปด้วยคราบน้ำตา มันรวดร้าวเจ็บแปลบในแบบที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย เขาเป็นผู้ชายอันตราย...
“ผมพิสูจน์คุณอย่างหมดจดทั้งเนื้อ... ทั้งตัวแล้วจึงแน่ใจว่าคุณก็ต้องการผม... และนี่แค่การฉายภาพย้อนเมื่อคืนคุณก็ตอบรับผมดี” ‘... คุณต้องการผม... สาวน้อย’ ถ้าเขาทำเธอเจ็บปวด เขายินดีชดเชยค่าเสียหาย เพิ่มค่าตัวให้เธออย่างไม่จำกัดแม่สาวบริการรสหวาน
อย่าโกหกตัวเองอีกเลย...
“กรี๊ด...” เสน่หาที่เขาร่ายมนตร์เอาไว้ต้องเสื่อมสลายเพราะความเจ็บปวดเข้ามาแทนที่เธอกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดตึงไม่ต่างจากถูกแยกร่างออกเป็นสองส่วน
‘สาวบริสุทธิ์!’
สิ่งที่เขาเคยได้สัมผัสแล้วในครั้งแรกยังคงก้องในใจ มันยังคงวนเวียนอยู่ในสามัญสำนึก... มันทำให้เขาแน่ใจอย่างเต็มร้อยว่า เขาคือผู้ชายคนแรกที่ได้สัมผัสถึงตัวตนอันหวานหอมของเธอ... และเขาจะ ‘รัก’ เธอด้วยความทะนุถนอม
‘ชายคนแรก... นี่เราคือคนแรกของเธอ?’ สิ่งนี้ก้องอยู่ตั้งแต่เมื่อคืน กระนั้นเขาก็ยังไม่แน่ใจมัน จนกระทั่งครู่นี้ที่แม้จะหูดับไปด้วยเสียงกรีดร้องของเธอ ความชื้นทว่าเหนียวหนืดนั่นคือเยื่อพรหมจรรย์ที่เขาเป็นผู้ทำลายก็ช่วยตอกย้ำอย่างจริงจังว่า
เขาคือผู้ชายคนแรกของเธอ... สาวน้อยเอเชีย ‘สาวบริการรสหวาน’ เธอทำให้เขาหลงใหล
โพรงเนื้อเยื่อที่บีบรัดอย่างหนาแน่นจนไม่อาจขยับตัวได้ทำเขากลายเป็นผู้ชายคนแรกของเธอ ดวงตาแดงช้ำที่สะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้อย่างถึงที่สุดของคนใต้ร่างทำให้เขาตกใจที่สุดในชีวิต
“สาวน้อย...” เขาทำอะไรไม่ถูกกับถูกผู้หญิงพรหมจรรย์คนแรกในชีวิตไม่กล้าแม้จะขยับตัวเพราะท่าทางเจ็บปวดอย่างสุดแสน... แววตาประณามที่มองมาทำให้เขาล่าถอยปล่อยเธอเป็นอิสระ
“สาวน้อย...” เขาเอ่ยเรียกเสียงแหบต่ำ
กานต์รวีตะแคงลำตัวนอนคู้ตัวกอดหัวเข่าตัวเองด้วยความร้าวราน ไม่อยากเห็นคนใจร้ายที่พรากความสาวของเธอไป เขารีบผละออกห่างราวกับตัวเธอเป็นสิ่งต้องห้าม
เรื่องจริงอันน่าตกตะลึงที่เขาเพิ่งพร่าผลาญความสาวของผู้หญิงที่นอนหันหลังให้อยู่บนเตียง เธอขดตัวราวกับลูกบอลที่เขาทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี เขาจัดการกับร่างกายตัวเองอย่างรวดเร็วและขยับเข้าไปใกล้ๆ พร้อมคลุมร่างเปลือยเปล่าด้วยความรู้สึกผิดอย่างมหันต์
“สาวน้อย...” เขาเรียกเธอแต่ต้องชะงักเมื่อร่างบางขยับตัวหนีห่างราวเขาเป็นโจรร้าย เธอเบี่ยงตัวจากฝ่ามือด้วยความขยะแขยง แม้ความเจ็บปวดทางกายจะน้อยลงแต่ร่องรอยความบอบช้ำของจิตใจของเธอยังคงเด่นชัดไม่อาจอยู่ใกล้ ไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกต่อไป
“โอ... สาวน้อย... ผมไม่รู้จริงๆ ว่าคุณยัง...” เขาสับสนและรู้สึกผิด ‘เวอร์จิน!’ เขาเลือกที่จะพูดมันในใจแต่เขารู้สึกผิดระคนแปลกใจ แม่สาวบริการรสหวานทำไมจึงยังบริสุทธิ์... เธอรอดมาถึงเขาได้อย่างไร “ผมขอโทษ...” เขาสารภาพด้วยความรู้สึกผิดขณะพรมจูบที่ขมับสวยของหญิงสาวใต้ร่างแกร่ง แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่เคยต้องใช้กำลังขืนใจใครให้มาร่วมรักไม่เคยต้องอ้อนวอนร้องขอ ไม่เคยศิโรราบกับผู้หญิงคนไหน ไม่เคยต้องออกแรงหากต้องการเซ็กส์ แต่ครั้งนี้ยอมรับว่าเขามีใช้กำลังบ้างแต่นั่นก็เพราะเขาเห็นว่าเธอเป็นสาวบริการที่เธอขัดขืนอาจเป็นเพียงแค่บทบาทหนึ่งกับเรื่องบนเตียงเท่านั้น...
นี่เขาทำเธอเจ็บจริงๆ หรือนี่ ทำไมผู้ชายที่เชี่ยวชาญเรื่องบนเตียงอย่างเขาต้องรู้สึกผิดกับเรื่องแบบนี้ด้วย ยิ่งต่อผู้หญิงคนนี้ทำไมเขาถึงไม่อยากให้อภัยตนเองเลย มันเกิดอะไรกับข้างในใจเขากันแน่!
“ผม...ขอโทษทูนหัว” เขาย้ำอย่างรู้สึกผิดทว่าคนฟังกลับนิ่งเงียบไม่มีการตอบสนอง เธอขยับตัวหนีจนติดผนัง ท่าทางที่เห็นทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองช่างนั่งเกียจ เป็นไอ้โจรโรคจิตที่บ้ากาม หน้ามืดตามันจนไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
สุดท้ายก็ต้องทำร้ายเธอไม่เหลือชิ้นดี หากต้องอยู่เพียงลำพังกับเขาต่อไปเธอคงต้องพ่ายแพ้อย่างยับเยิน เขาเข้ามาสวมกอดเธอเอาไว้เพื่อปลอบโยน เขารู้ว่าเธอไม่อยากอยู่ใกล้แต่ก็ไม่อาจปล่อยให้เธอนอนหวั่นด้วยความหวาดกลัว อย่างน้อยเขาต้องรู้ว่าสาวบริสุทธิ์อย่างเธอทำไมต้องมาขายบริการเขาด้วย เขาขยับเข้าไปใกล้เธอ เขารู้สึกผิดและอยากชดใช้หรือทำอะไรก็ได้ให้เธออภัยหรืออะไรก็ได้ให้สถานการณ์มันดีขึ้น
“อย่านะ!” หญิงสาวตวาดลั่นอย่างรังเกียจเหมือนเขาเป็นซาตานพญาเชื้อโรค
“ผมจะเพิ่มค่าบริการให้คุณ... สมนาคุณให้คุ้มค่ากับความสาวที่คุณต้องเสียให้กับความเร่าร้อนของผม... สาวน้อย ผมขอโทษที่ทำร้ายคุณ” เขายื่นข้อเสนอด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่ามันจะเป็นวิธีลดความรู้สึกผิดที่กัดกร่อนในใจให้ลดน้อยลง
“ออกไป๊ ออกไปจากห้องฉัน” กานต์รวีผลักไสเขาด้วยน้ำตาไหลพราก
“ห้องคุณ... เฮ้ๆ เดี๋ยวนะสาวน้อย” เขาหยุดพร้อมชะโงกหน้ามามอง เพราะหญิงสาวบริการรสหวานของเขาเอาแต่หันหลังให้
“นี่มันห้องของผม... เตียงผม และคุณต่างหากที่เข้ามาในนี้น่ะสาวน้อย” เขาค้านและอธิบายว่าอะไรเป็นอะไร นี่มันห้องพักของเขาจริงๆ นี่ เธอต่างหากที่มานอนบนเตียงเขา
“วะ...ว่าไงนะ?” กานต์รวีเบิกตากว้าง สติเริ่มกลับมา
“คุณเมามาก... เมื่อคืนคุณมานอนบนเตียงผม และคุณก็ต้องการผม... ทุกลีลาคุณก็ตอบสนองผมดี” เขาเล่ากานต์รวีดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่เขากำลังพูด
“เป็นไปได้ยังไง?” เธอไม่อยากจะเชื่อเลย ถ้าเป็นไปได้อยากให้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ฝัน
หญิงสาวกระชากข้อมืออกจากพันธนาการจากเขา เธอมองเขานิ่งพูดจา แต่ความชอกช้ำที่อัดแน่นล้นปรี่ก็พรั่งพรูออกมา น้ำตาที่สะกดกลั้นเอาไว้อย่างถึงที่สุดไหลออกมาไม่ขาดสายเมื่อเธอเริ่มทุบตี หยิกข่วนไปตามใบหน้าแผงอกกว้าง
ลูคัสยืดอกรับแรงประทุษร้ายนั้นอย่างศิโรราบ ไม่ยอมเกร็งตัวเพราะกลัวว่าฝ่ามือบอบบางของเธอจะเป็นฝ่ายชอกช้ำเสียเอง หากความเจ็บปวดที่กำลังได้รับจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นสักนิด เขาก็เต็มใจที่จะแบกรับเอาไว้เอง
น้ำตาที่ไหลออกมาราวกับเขื่อนทำนบพัง แต่กลับไม่มีเสียงสะอื้นไห้สักเพียงนิด ทำให้เขาสะท้อนใจ มันเหมือนกับตอกย้ำความผิดในครั้งนี้ให้ติดอยู่ภายในตลอดไป
เพียะ!
“ตบผม... ตบผมอีกสาวน้อย ลงทัณฑ์ให้พอใจ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยหัวใจรู้สึกผิด
เพียะ! เพียะ!
“ตบผมให้ตาย... ตายคามือคุณไปเลยสาวน้อย แต่อย่าร้องไห้แบบนี้นะ” นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้าของเขามองเธออย่างเว้าวอน ให้ตายสิ! เขาไม่ชอบเห็นน้ำตาผู้หญิงเลย แล้วยิ่งรู้อยู่เต็มอกว่าสาเหตุของน้ำตาเธอเขา... เขาทำเธอร้องไห้ เขายิ่งไม่ชอบ ใจไม่ดีเข้าไปใหญ่
“หยุดร้องไห้ได้ไหม...” เขาเสียงอ่อน เขากำลังรู้สึกผิด
กานต์รวีฝืนตัวเอาไว้แล้วแข็งใจพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“คนเลว!”
จบคำพูดเธอก็ผลักหน้าอกเขาออกไปสุดแรง ตั้งสติและหาทางออกไปจากห้องนี้ ดวงตาคู่หวานเปรอะไปด้วยคราบน้ำตา ลูคัสเห็นเธอสั่นเทาแล้วความรู้สึกผิดก็ฉาบฉายเข้าคลอบงำเขา
‘ลูคัสไม่เคยขืนใจใคร เขาไม่เคยขืนใจผู้หญิงคนไหนให้มาเป็นของเขา... เธอร้องไห้ทำไมในเมื่อเธอเป็น...สาวบริการ’ เขาคิด ‘สาวบริการรสหวาน... ที่ยังเวอร์จิ้น และทำเขาหลงหัวปักหัวปำ!’
“ฉัน... จะคิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้น หวังว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก” เธอลุกพรวดขึ้นมาอย่างรวดเร็วก่อนก้มลงเก็บเสื้อผ้าแล้วหายเข้าไปสวมใส่มันในห้องน้ำอย่างรวดเร็วก่อนพุ่งออกมา ไม่ลืมที่จะคว้ารองเท้าและเปิดประตูออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งเอาไว้แค่เพียงความงุนงงกับเจ้าปิศาจร้ายที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงตั้งแต่นาทีที่เธอลุกออกไปจากตัวเขา
‘ฉัน-ไม่-ใช่-โส-เภ-ณี!’ เสียงนั้นก้องอยู่ในสมองเขา... สายตาคมมองดูเช็คระบุตัวเลขสำหรับหญิงบริการที่เขามักจะสั่งผู้ช่วยให้จัดหามาปรนเปรอให้ประจำเวลาที่เขาเดินทางและต้องพักค้างที่โรงแรม... โรคนอนไม่หลับที่ต้องแก้ด้วยเรื่องกล่อมนอนแบบผู้ใหญ่น่ะ คิดว่าผู้ชายส่วนใหญ่ ใครๆ ก็คงเป็นกัน ‘แล้วผู้หญิงที่เขานอนด้วยเป็นใคร ถ้าเธอปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่โสเภณี?’ ลูคัส โคลอซชินี่รู้สึกเหมือนมีก้อนน้ำแข็งมีทุบที่หัวเขาอย่างหนักหน่วง นั่นมันหมายความว่าบทรักที่ผ่านมาทั้งหมด เขาขืนใจเธองั้นหรือ?
สายตาคู่คมสีน้ำเงินเข้มราวดอกบลูเบลล์ทอประกายหวั่นวิตกและรู้สึกผิด แต่กลับกลายเป็นความรู้สึกผิดที่ตรึงตราในหัวใจเพราะเขาไม่เคยประทับใจผู้หญิงคนไหนบนเตียงมากเท่าหญิงสาวเมื่อครู่นี้เลยสักคน...
ร่างสูงลุกจากที่นอนพร้อมปัดผ้านวมสีขาวสะอาดออกจากตัวก็ทันใดนั้นได้สังเกตว่ามีรอยจุดเล็กๆ สีแดง... ประทับบนที่นอนอันขาวสะอาด
‘like a virgin?’
สิ่งนั้นทำหัวใจเขาร่วงลงสู่พื้นไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองด้วยซ้ำว่านั้นมันคือเครื่องหมายแสดงว่าหญิงสาวคนนั้นที่เขาเพิ่งมีความสุขกับเธออย่างสุดแสนประทับใจจะเป็นสาวบริสุทธิ์ผุดผาดและสิ่งนั้นทำให้หัวใจเขามันพองอย่างประหลาดเมื่อนึกว่าเขาคือผู้ชายคนแรกของเธอ! นี่มันเรื่องล้อเล่นอะไรกัน เขาไม่ตลกด้วยนักหรอก
‘ตุ้มหู?’ และถัดจากจุดดวงดาวบริสุทธิ์สีแดง สายตาเขามองที่ตุ้มหูสีม่วงรูปหัวใจล้อมเพชรเม็ดเล็กๆ กระจิดน่ารัก มือเรียวแกร่งเอื้อมไปหยิบมันขึ้นมามองอย่างพินิจพิจารณา ‘เพชรน้ำงามเสียด้วย’ ยิ่งแน่ใจว่าหญิงสาวที่เขานอนด้วยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาไม่ใช่ผู้หญิงหากินแน่ๆ และดูเหมือนว่าจะเป็นสาวมีรสนิยมเสียด้วยสิ
‘เธอเป็นใครกัน?’
คุณอาจจะชอบ





