
หยุดยั้งหัวใจ
ตอน 2
ประโยคนี้เป็นทั้งการแนะนำตัว และเป็นคำเตือนในที
ภาพที่ทั้งคู่ยื้อยุดกันเมื่อครู่ ล้วนอยู่ในสายตาของเขาทุกฉากทุกตอน
“เรากลับบ้านกันเถอะ” ฉืออวี้พูดจบก็โอบรัดรอบเอวคอดกิ่วของเจียงหลี แล้วพาเดินไปที่รถ
ระหว่างทางกลับบ้าน ภายในรถเงียบสนิทจนน่าใจหาย
เจียงหลีสัมผัสได้ชัดเจนว่าบรรยากาศรอบตัวฉืออวี้เย็นเยียบกว่าปกติ หรือจะเป็นเพราะการปรากฏตัวของเซี่ยฉือที่ทำให้เขารู้สึกเสียหน้า?
เจียงหลีไม่แน่ใจว่าเขาโกรธหรือเปล่า แต่เธอคิดว่าเธอจำเป็นต้องอธิบายสักหน่อย
เธอขยับริมฝีปากเอ่ย “คืนนี้พวกเราจัดงานเลี้ยงรุ่น ฉันเองไม่รู้เหมือนกันว่าเซี่ยฉือจะโผล่มากะทันหันแบบนี้……”
ทันใดนั้นเอง ฉืออวี้ก็หยิบถุงของขวัญใบหนึ่งส่งให้เธอ พลางพูดขัดจังหวะขึ้นว่า “ของขวัญซื้อมาฝากคุณ”
เจียงหลีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปรับมา
ตลอดสามปีที่แต่งงานกันมา จำนวนครั้งที่เขาอยู่บ้านนั้นนับนิ้วได้เลย แต่ทุกครั้งที่กลับจากไปดูงานต่างถิ่น ก็มักจะมีของขวัญมาฝากเธอเสมอ
แล้วสรุปว่าเขาโกรธหรือไม่โกรธกันแน่?
เจียงหลีเม้มริมฝีปากเล็กน้อย รู้สึกว่าของขวัญในมือนั้นร้อนผ่าวอย่างบอกไม่ถูก
พอเธอหันไปมองฉืออวี้ ก็เห็นเขาเอนหลังพิงเบาะและหลับตาพักผ่อน ดูเหมือนไม่อยากจะคุยกับเธอแล้ว
เจียงหลีจึงไม่กล้าส่งเสียงต่อแม้แต่แอะเดียว คืนนี้เธอดื่มเหล้าไปเล็กน้อย จึงยังรู้สึกมึนหัวอยู่ เธอค่อย ๆ เปิดกระจกรถลงเล็กน้อย สายลมยามค่ำคืนที่พัดผ่านพวงแก้มทำให้รู้สึกเย็นสบายและสดชื่นขึ้นมาก
เมื่อสามปีก่อน เจียงซื่อประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างหนักจนตกอยู่ในวิกฤตล้มละลาย ตอนนั้นพ่อเจียงได้ยกเรื่องสัญญาหมั้นหมายกับตระกูลฉือขึ้นมา โดยอ้างว่าเธอกับฉืออวี้ถูกหมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่ยังเด็ก เนื่องจากบรรพบุรุษของทั้งสองตระกูลเคยเป็นเพื่อนตายกันมาก่อน พ่อเจียงใช้เรื่องนี้บังคับให้เธอแต่งงานกับฉืออวี้ เพื่อกอบกู้สถานะของเจียงซื่อที่กำลังสั่นคลอน
เจียงซื่อคือหยาดเหงื่อแรงกายของแม่ผู้วายชนม์ และเป็นสิ่งสุดท้ายที่หลงเหลือไว้ให้เธอ เธอไม่อาจทนดูหัวใจของแม่พังทลายไปต่อหน้าต่อตาได้ ประกอบกับตอนนั้นเซี่ยฉืออยู่ในช่วงเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัว อารมณ์ของเขาจึงมักแปรปรวนและหงุดหงิดง่าย ทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยครั้ง สุดท้ายเธอจึงบอกเลิกกับเซี่ยฉือ
หลังแต่งงาน ฉืออวี้ยังคงเป็นคนเย็นชาดังเดิม เขาไม่ค่อยคุยกับเธอนัก แต่โดยรวมแล้วก็นับว่าดีต่อเธอไม่น้อย
ณ หลันเยว่วาน เรือนหอของพวกเขา
รถเคลื่อนตัวมาจอดสนิทในที่จอดรถใต้ดิน คนขับรถหันมาเตือนว่า “คุณฉือ คุณนาย ถึงแล้วครับ”
เจียงหลีที่กำลังเคลิ้มหลับพลันได้สติขึ้นมา ก่อนจะได้ยินเสียงเย็นเฉียบของชายหนุ่มดังขึ้น “ลุงหลี่ ลุงกลับไปพักผ่อนได้แล้ว”
“ครับผม” ลุงหลี่ที่เป็นคนขับรถก้าวลงจากรถแล้วเดินจากไป
ขณะที่เจียงหลีกำลังจะเปิดประตูรถเพื่อลงไป จู่ ๆ ข้อมือของเธอก็ถูกคว้าไว้หมับ
ฉืออวี้ออกแรงดึงเพียงเล็กน้อย ร่างทั้งร่างของเธอก็ลอยหวือเข้าไปหาเขา
เจียงหลีร้องอุทานออกมาเบา ๆ ร่างกายที่เบาหวิวของเธอถูกจัดให้นั่งลงบนตักอุ่นอันร้อนผ่าวของเขา เรียวขาสองข้างของเธอถูกขืนให้แยกออกและเกี่ยวรอบเอวเขาเอาไว้
เมื่อรู้ว่าท่าทางในตอนนี้มันน่าอายเพียงใด ใบหน้าของเธอก็พลันแดงซ่านจนลามไปถึงลำคอ เธอขยับสะโพกหวังจะลงไปจากตัวเขา
ทว่าชายหนุ่มกลับไม่ยอมปล่อยเธอไป มือหนากดเอวบางของเธอให้กระชับเข้ามา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนหน้าอกแนบชิดกัน เธอถึงกับสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุจากร่างกายส่วนล่างของเขาได้อย่างชัดเจน
“ฉะ…ฉืออวี้…… คะ…คุณปล่อยฉันลงเถอะ” สัญญาณอันตรายนี้เจียงหลีคุ้นเคยดีกว่าใคร เธอพยายามขัดขืนทั้งที่ใบหน้ายังแดงระเรื่อ
ฉืออวี้ยังคงพูดน้อยเหมือนเช่นเคย เขาใช้มือเดียวเชยคางเธอขึ้นมา ก่อนจะบดขยี้ริมฝีปากเธออย่างรุนแรง
แสงไฟในที่จอดรถดับลงตามเวลาที่กำหนด เงาร่างของคนทั้งสองในรถดูพร่าเลือน ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มอบอวลไปด้วยแรงปรารถนา
เจียงหลีรู้สึกอายอย่างถึงที่สุด เธอพยายามผลักหน้าอกเขาอยู่เป็นระยะ ปกติแล้วต่อให้เขาจะรุนแรงเพียงใด ก็ไม่เคยทำเรื่องพรรค์นี้ในรถ แต่วันนี้เขากลับไม่สนใจสถานที่เลยสักนิด
ฉืออวี้ประคองใบหน้าน้อย ๆ ของเธอไว้ ลมหายใจหอบถี่สลับจูบหนักเบาอย่างต่อเนื่อง มือข้างที่ว่างอยู่รวบเอวของหญิงสาวไว้แน่น พลางกดร่างเธอแนบเข้ามาในอ้อมกอดตัวเอง
หลังจากจูบอันร้อนแรงจบลง เขาถึงได้ยอมปล่อยเธอ พลันเหลือบไปเห็นริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อย และวาววับอย่างเย้ายวน
มือหนาของฉืออวี้เชยคางเธอขึ้นอีกครั้ง บังคับให้เธอต้องสบตากับเขา น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความยั่วเย้า “งานเลี้ยงรุ่นคืนนี้ สนุกมากไหม?”
เจียงหลีต่อให้ซื่อบื้อแค่ไหน ก็รับรู้ได้แล้วว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดี
ปกติฉืออวี้เป็นคนอารมณ์คงที่ ไม่เคยแสดงท่าทางผิดปกติขนาดนี้มาก่อน
เธอตั้งใจจะอธิบายอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปาก บั้นเอวของเธอก็ถูกเขาบีบแน่นจนรู้สึกเจ็บแปลบ
ดวงตาสีดำขลับอันล้ำลึกของฉืออวี้จ้องมองริมฝีปากแดงระเรื่อของเธออย่างค้นหาคำตอบ น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบ “ดื่มมาเหรอ?”
เจียงหลีทำได้เพียงพยักหน้าเบา ๆ
“ยังจำที่ผมเคยบอกได้ไหม?”
เจียงหลีเม้มริมฝีปากเบา ๆ มือที่เกาะไหล่เขาอยู่เผลอขยุ้มเสื้อของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว
เธอดื่มไม่ค่อยเก่งนัก ครั้งหนึ่งเคยเกือบถูกรถชนตายกลางถนนเพราะความเมา โทรศัพท์จากโรงพยาบาลแจ้งไปถึงฉืออวี้ เขาถึงกับต้องพักการประชุมกะทันหันเพื่อรีบไปหาเธอ หลังจากนั้นก็ตั้งกฎเหล็กห้ามเธอแตะต้องแอลกอฮอล์อีก
คืนนี้เซี่ยฉือกลับมา เธอผิดคำพูดไปดื่มมาจนได้งั้นเหรอ?
มือหนาของฉืออวี้ลูบไล้อยู่ที่เอวของเธอ ท่ามกลางความหงุดหงิดที่อัดอั้นอยู่ภายใน การกระทำของเขาจึงยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น มือใหญ่สอดลึกเข้าไปใต้กระโปรงของเธออย่างถือวิสาสะ
คุณอาจจะชอบ





