ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย NightZ [II] DANGER ZENIOR

NightZ [II] DANGER ZENIOR

ในวันเกิดปีนี้ สิ่งที่ฉันปรารถนามากที่สุดคือจูบอันแสนหวานจากรุ่นพี่รันเวย์ ผู้ชายที่ฉันแอบปลื้มมานาน แต่ใครจะเชื่อว่าโชคชะตาจะประทานพรให้เกินคาด เพราะนอกจากจะได้สัมผัสที่โหยหาแล้ว เขายังเข้ามาวนเวียนในชีวิตของฉันอย่างใกล้ชิด จนสถานะของฉันพลิกผันกลายเป็นผู้หญิงของเขาไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เรื่องราวความรักสุดตื่นเต้นระหว่างฉันกับรุ่นพี่สุดฮอตจึงเริ่มต้นขึ้นพร้อมความสัมพันธ์ที่ขยับไปไกลเกินกว่าที่ฉันเคยจินตนาการไว้ในฝัน
ตอน
แชร์

ตอน 3

“คู่หมั้น!!!”

ฉันตะโกนออกมาดังลั่นจนแขกโต๊ะข้างๆ หันมอง.. ย้อนกลับไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว หลังจากที่ฉันเก็บโน๊ตบุ๊คของรุ่นพี่รันเวย์กลับมาถึงที่พักด้วยความปลื้มปริ่ม ฉัน ม้า ป้าลีน่า และเฮียลุค ก็ชวนกันออกมาทานข้าวในร้านอาหารชื่อดังแถวย่านนี้ แต่พออาหารถูกยกมาเสิร์ฟได้ไม่เท่าไหร่ สิ่งที่ม้าพูดออกมาก็ทำเอาฉันช็อคไปทันที

‘ที่ม้าเรียกน้องเจมาวันนี้เพราะจะบอกว่า.. ม้ากับป้าลีน่าจะให้น้องเจกับลุคหมั้นกันนะลูกนะ’

ใช่ค่ะ.. ฟังไม่ผิดหรอก หมั้นกัน ม้าจะคลุมถุงชน จับคู่ให้ฉันกับเฮียลุคเหมือนละครไทยหลังข่าวซึ่งเป็นเรื่องที่ฉันยอมรับไม่ได้ และนี่แหละคือเหตุผลที่ฉันตะโกนออกไปเมื่่อกี๊น่ะ

“เฮียรู้เรื่องนี้มาก่อนรึเปล่า?”

พอตั้งสติได้ ฉันก็หันไปถามเฮียลุคที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างจับผิด ก่อนจะได้รับคำตอบเป็นการส่ายหัวเบาๆ ด้วยสีหน้านิ่งๆ ไปเหมือนกัน

“เจกับเฮียเราเป็นพี่น้องกันนะคะ ไม่ได้คิดอะไรเกินไปกว่านั้นเลย”

ดูจากสีหน้าที่ไม่รู้เรื่องอะไรของเฮียลุคแล้ว ฉันเลยอธิบายออกไปหวังให้ม้ากับป้าลีน่าเข้าใจ แต่...

“อยู่กันไปเดี๋ยวก็รักกันเองแหละจ้ะ นี่ถ้าป๊าน้องเจอยู่ด้วยเขาก็คง…”

“..ไม่บังคับเจแบบนี้หรอกค่ะ”

ฉันพูดขัดออกไปจนม้าชะงักไปในทันที แต่เพราะตอนนี้ป๊าไม่อยู่แล้วไงล่ะ คงได้แค่ออกเสียงคัดค้านอยู่บนฟ้าเท่านั้นนั่นแหละนะ

“ถ้าเป็นป๊า อะไรที่เป็นความสุขของเจ เขาอนุญาตให้เจทำได้ทั้งนั้น แต่ถ้าอะไรที่ไม่ใช่ เขาก็จะไม่มีวันยัดเยียดมันมาให้..แบบที่ม้ากำลังทำ”

ฉันพูดต่อไปด้วยท่าทางนิ่งๆ จนม้าเริ่มหน้าเสีย ป้าลีน่าจากที่ยิ้มๆ อยู่ก็ดูจะนิ่งไปเหมือนกัน ส่วนเฮียลุคเองที่เห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ค่อยดีก็เลยพูดขึ้นมาหวังจะแก้สถานการณ์ให้

“ไปเดินเล่นกันหน่อยมั้ย”

ครืดดด!

ได้ยินแบบนั้นฉันก็ลุกขึ้นทันที จะว่าไม่มีมารยาทก็ได้นะ แต่ถ้าเป็นใครมาอยู่ในจุดนี้ก็คงทำแบบเดียวกันกับฉันนั่นแหละ แล้วเฮียลุคก็ลุกขึ้นเดินตามมา

ตั้งแต่ป๊าเสีย ม้าฉันที่เป็นสาวสังคมก็ไม่ค่อยจะอยู่ติดบ้านเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะบินไปเที่ยวประเทศนู้น ประเทศนี้อยู่เรื่อยๆ เพราะเป็นแบบนี้..ตั้งแต่ ม.ปลาย ฉันเลยขอแยกออกมาอยู่คอนโดเองคนเดียว ซึ่งมันสบายใจกว่าการอยู่บ้านกับแม่บ้านและคนสวน แต่เรื่องนั้นฉันก็ไม่ได้โกรธอะไรม้าหรอกนะ ก็เข้าใจว่าคงเหงานั่นแหละ แต่กับเรื่องคลุมถุงชนอะไรนี่ที่มันมาล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวกันขนาดนี้ บอกตรงๆ ว่าฉันโคตรจะไม่โอเค

“นี่มันเรื่องไรอ่ะเฮีย วันนี้เจควรอยู่ ม. ไปเรียนหนังสือ ไม่ใช่บินมาให้ตัวเองโดนจับคู่แบบนี้ ถามจริงเฮียไม่รู้สึกไรสักนิดเลยหรอ?!”

แค่เดินพ้นจากร้านนั้นมาฉันก็โวยวายออกไปอย่างหัวเสีย แต่เฮียลุคก็ยังไม่พูดอะไร เขาดูนิ่งไปจนฉันที่ไม่เข้าใจในท่าทางนั้นก็จ้องไปอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ แล้วเฮียก็พูดมาสั้นๆ ด้วยท่าทางปกติ

“ก็งง แต่ถ้าเป็นเราก็เฉยๆ”

“หมายความว่าไงเฉยๆ?”

ฉันถามออกไปอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจในคำตอบนั้น..

“ก็ถ้าเป็นเรา มันก็ยังดีกว่าเป็นคนอื่น”

เฮียลุคพูดออกมาด้วยท่าทางธรรมดาเหมือนเดิม แต่ก็ดูมีความคาดหวังว่าถ้าเป็นฉันคงไม่ซวยมาก แปลว่าลึกๆ เฮียก็แอบเซ็งเหมือนกันงั้นสินะ

“เฮีย คือเจ...”

“เข้าใจ แต่ใจเย็นดิ เฮียว่าค่อยพูดค่อยจากันก็ได้ ที่เราพูดเมื่อกี๊ก็แรงไป”

ฉันกำลังจะพูดออกไปแต่เฮียลุคก็พูดขัดขึ้นมาซะก่อน แรงไปหรอ? ก็ไม่เห็นว่าจะแรงไปตรงไหนเลยนี่นา

“ตรงๆ เลยนะเฮีย ต่อให้เป็นเฮียเจก็ทำไม่ได้หรอก เจเคารพเฮียเหมือนพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้นอ่ะ”

ฉันพูดออกไปตามที่คิด คนเราควรซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง ฉันคิดกับเฮียแค่นั้นจริงๆ เพราะอย่างที่รู้ๆ ฉันมีคนที่ฉันชอบอยู่ แม้เขาจะอยู่สูงกว่าฉันไปเยอะมากก็เถอะนะ -_-

“อืม” เฮียลุคพยักหน้ารับรู้แล้วไม่พูดอะไรต่อ ฉันเองพอรู้สึกว่าที่นี่ไม่มีอะไรน่าสนใจก็เลยคิดว่าไม่ควรอยู่ต่อ

“เจว่าเจกลับไปเรียนดีกว่า ธุระที่นี่คงไม่มีอะไรสำคัญแล้วแหละ”

หมับ!

“อยู่ก่อนเหอะ ถือว่าเฮียขอ” พอฉันพูดไปแบบนั้นเฮียลุคก็คว้าแขนฉันเอาไว้แล้วพูดออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่

“ถ้าอยู่เพื่อคุยเรื่องนั้น...”

“เราจะไม่พูดถึงเรื่องนั้นกันอีก เดี๋ยวเฮียไปคุยให้”

เฮียลุคพูดออกมาอย่างรู้ทันว่าฉันจะพูดอะไร พอเห็นท่าทางของเขาที่อยากให้ฉันอยู่ต่อมากขนาดนั้น ฉันเลยตกปากรับคำออกไป

“อืม เอางั้นก็ได้ แต่เฮียต้องพาเจเที่ยวด้วยนะ อยู่คนเดียวเหงาแย่”

“ได้ดิ ก็เป็นงั้นทุกทีอยู่แล้วนี่” แล้วเฮียก็ยื่นมือหนามายีผมฉันเบาๆ ก่อนจะพาฉันเดินกลับเข้าไปในร้านนั้นอีกครั้งอย่างไม่มีใครพูดอะไรอีก

หลังจากนั้นฉันก็ตัวติดกับเฮียลุคตลอดเพราะเข้าหน้าม้ากับป้าลีน่าไม่ติด ส่วนทั้งสองท่านก็ไม่ได้มาจุกจิกอะไรกับฉันคงเพราะเฮียลุคไปคุยให้ล่ะมั้ง ช่วงวีคฟหนึ่งที่ฉันอยู่ที่นี่ เฮียลุคก็พาฉันไปนั่นไปนี่เหมือนทุกที เรียกว่าเที่ยวกันทุกวันตั้งแต่เช้ายันเย็น จนถึงวันสุดท้ายเฮียก็มาส่งฉันที่สนามบินเพราะได้เวลาต้องกลับไทยไปเรียนต่อสักที

“เดินทางปลอดภัย คิดถึงเฮียบ้างไม่ใช่ลืมกันซะล่ะ”

พรึ่บบบ!

เฮียลุคพูดกับฉันแล้วเอามือมาลูบหัวก่อนจะดึงฉันเข้าไปกอดแน่น

“อ้อนหนักขนาดนี้ไม่คิดถึงก็บ้าแล้ว”

จุ๊บ!

ฉันตอบออกไปแล้วเขย่งไปจุ๊บแก้มเขาเบาๆ ทีหนึ่ง

“เฮียไม่โกรธเจใช่มั้ย เรื่องนั้น…” ฉันรวบรวมความกล้าถามออกไป เพราะกลัวว่าเขาจะรู้สึกเสียหน้าที่ฉันออกตัวปฏิเสธแรงมากจนล้อฟรี

“ไม่หรอก เฮียเข้าใจ” แล้วเฮียลุคก็พยักหน้าออกมาเบาๆ ทำเอาฉันโล่งใจไปนิดหนึ่ง เห้อออ…

“ถึงแล้วไลน์บอกด้วยนะ” เฮียกำชับมาอีกครั้งหลังจากที่พูดประโยคนี้มาตลอดทาง ก่อนจะกระชับอ้อมกอดเบาๆ

“อื้ม รู้แล้วน่า”

แล้วฉันก็ผละออกก่อนจะโบกมือให้เฮีย แล้วเราก็เดินแยกกันไปจนลับตา เหอะๆ ถึงเรื่องราวจะไม่ได้ดราม่าอะไรมาก แต่ก็อดคิดไม่ได้จริงๆ ว่า.. นี่มันทริปสิงคโปร์นรกแตกชัดๆ เลยยยย -_-!

สองสามวันต่อมา..

“เดี๋ยววว! มึงกับรุ่นพี่วาโย Nightshade เนี่ยนะเป็นเพื่อนกันตอน ม.ต้น เอาจริงจังงงง O_O?”

ฉันถามออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ พอไอ้นิลมันเล่าเหตุการณ์วุ่นวายที่เจอมาในช่วงที่ฉันไม่อยู่ให้ฟัง

“อืม เห็นบอกสนิทกัน...หมอนั่นก็ด้วย”

แล้วมันก็ระบายความในใจทุกสิ่งอย่างออกมาจนหมด ว่ามันไปรู้มาว่าทั้งมัน รุ่นพี่วาโย และรุ่นพี่พายุ 2 จาก 5 สมาชิก Nightshade เคยเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน แต่มันดันจำพวกเขาไม่ได้ซะอย่างงั้น แถมตอนนี้มันควรอยู่ปี 2 เพราะเรียนช้าไปปีหนึ่ง บลาๆๆ

เหอะๆ พอได้ฟังเรื่องทั้งหมดฉันก็รู้สึกมีเพื่อนขึ้นมาทันที ท่าทางจะไม่ใช่แค่ฉันแล้วล่ะที่ไปสิงคโปร์แล้วเจอเหตุการณ์นรกแตกอ่ะ เพราะยัยเพื่อนซี้ที่อยู่ทางนี้ก็ดูจะไม่ต่างกันเลย แต่ฉันก็ยังไม่ได้เล่าทั้งเรื่องที่เจอรุ่นพี่รันเวย์ตัวเป็นๆ กับโดนวางตัวเป็นคู่หมั้นกับเฮียลุคให้มันฟังหรอกนะ แล้วก็ให้คำปรึกษากับมันแบบง่ายๆ ไปว่าให้มันไปหาความจริงมาให้ได้ ซึ่งก็เป็นทางเลือกที่ดีกับตัวมันเองอยู่แล้วนี่

เลิกเรียน..

“สรุปวันนี้มึงมีนัดกับรุ่นพี่วาโยใช่ป้ะ?”

ฉันถามออกไปตอนเดินลงจากตึก พอฟังไอ้นิลพูดถึงเขามาทั้งวี่ทั้งวัน ฉันก็เกือบหลุดปากเรียกชื่อวาโยเฉยๆ ตามมันละ ไม่ได้สิ นั่นรุ่นพี่นะ นึกแล้วก็ตบปากตัวเองไปเบาๆ นั่นสมาชิก Nightshade เพื่อนรุ่นพี่รันเวย์ ฉันต้องเคารพพวกเขา

“อืม ก็ทำตามที่มึงบอกไง”

ระหว่างที่ฉันกำลังเถียงกับตัวเอง นิลมันก็ตอบกลับมาด้วยท่าทางเนิบๆ เนือยๆ ดูเชื่องช้ายังไงบอกไม่ถูก สภาพมันตอนนี้เหมือนไม่ไหวเลยอ่ะ ฮ่ะๆ

“ทำดีแล้วมึง งั้นกูกลับละมีไรโทรมานะ ต้องรู้ความจริงให้ได้ท่องไว้ๆ”

ฉันพูดแล้วหันไปทำท่าสู้ๆ ส่งให้มัน ก่อนจะเดินแยกออกมาที่รถตัวเองทันที สังเกตสีของท้องฟ้าตอนนี้..ฟ้าเริ่มมืดเหมือนฝนจะตก แต่ฉันดันมีภารกิจสำคัญที่ต้องไปทำก่อนน่ะสิ ฉันเลยรีบโดดขึ้นรถขับตรงไปห้างที่ใกล้ที่สุดทันที

@ Shopping Mall

“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า สนใจโน๊ตบุ๊ครุ่นไหนสอบถามได้นะคะ”

เสียงพนักงานดังขึ้นทันที พอฉันเดินเข้าไปในร้านจำหน่ายอุปกรณ์ IT ชื่อดังเพื่อตามหาบางอย่างหลังจากที่ไปสร้างเรื่องเอาไว้

“คือฉันอยากได้โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้น่ะค่ะ”

ฉันพูดพร้อมกับส่งรูปโน๊ตบุ๊คของรุ่นพี่รันเวย์ที่ถ่ายไว้ในมือถือไปให้พนักงานดู ก่อนจะได้คำตอบที่น่าปวดใจว่า..

“โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้ต้องสั่งผลิตใหม่จากต่างประเทศ อาจต้องรอประมาณ 1-2 เดือนนะคะ” …โห ใครจะไปรอไหวกัน นานขนาดนั้น -_-

“แล้วมีรุ่นที่สเปคใกล้เคียงหรือว่า..”

“โน๊ตบุ๊ครุ่นนี้เป็นรุ่นที่ประกอบด้วยวัสดุคุณภาพสูงทุกส่วนของเครื่องค่ะ และมีสเปคเครื่องที่หาตัวเทียบยาก ต่อให้เป็นรุ่นที่ออกมาไล่ๆ กันคุณภาพก็ยังต่างกันเยอะค่ะ”

“เอิ่ม ถ้างั้น..เอารุ่นนี่แหละค่ะ ขอแบบด่วนที่สุดเลยนะคะ”

พอได้ฟังพนักงานบรรยายความเลอค่าของมันเสร็จสรรพฉันก็ไม่ลังเลที่จะเลือกซื้อรุ่นเดิมไปคืนให้เขา เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยหาทางไปบอกเขาแล้วกันว่าคงต้องรอประกอบเครื่องอีกสักพักหนึ่ง หวังว่าเขาคงไม่โกรธหรอกนะ ก็รุ่นพี่ดันเลือกใช้รุ่นที่แพงมากและหายากมากเองนี่นา -.-

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สัญญารักลวงใจ
9.2
เพื่อหาเงินรักษาพ่อ ฟางจิ้งหร่านยอมสวมรอยเป็นน้องสาวเพื่อแต่งงานกับชายผู้มีข่าวลือเสียหายและพิการทางการได้ยิน ทว่าคืนเข้าหอเขากลับประกาศกร้าวว่าความสัมพันธ์นี้เป็นเพียงพันธะทางสัญญาเท่านั้น เธอต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดระแวงท่ามกลางอารมณ์ที่แปรปรวนของสามี ขณะที่คนรอบข้างต่างรอซ้ำเติม แต่เขากลับกลายเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของเธอ เมื่อถึงเวลาต้องจากลาตามข้อตกลง ชายที่เคยเย็นชากลับรั้งเธอไว้ด้วยความเจ็บปวดและคำขอร้องไม่ให้ทิ้งเขาไป
หน้าปกนวนิยาย รักร้ายคุณชายจอมหยิ่ง
9.7
เมื่อเพื่อนสนิทอย่างต่อตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับใบตองที่มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ ชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งจึงรีบปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยว่าเธอเป็นเพียงเด็กรับใช้ที่ย่าของเขาเมตตาชุบเลี้ยงไว้เพราะความสงสาร แม้เขาจะได้รับคำสั่งให้คอยรับส่งเธอไปเรียนทุกวัน แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรังเกียจและขยะแขยงที่ต้องคลุกคลีกับคนที่ไม่เจียมตัวอย่างใบตอง ซึ่งพยายามถีบตัวขึ้นมาเรียนสูงๆ โดยอาศัยบารมีจากครอบครัวของเขาเพียงอย่างเดียว
หน้าปกนวนิยาย ร้ายเริ่มรัก
8.3
ความแค้นที่ฝังลึกทำให้เขาประกาศกร้าวว่าเกลียดชังปิ่นและแม่ของเธออย่างสุดหัวใจ ชายหนุ่มพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อทำลายความสงบสุขในชีวิตของเธอให้พังทลายลง คำขู่ที่เต็มไปด้วยโทสะนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการจองเวรที่เขาตั้งใจจะมอบให้ ปิ่นต้องเผชิญหน้ากับมรสุมความเกลียดชังที่ถาโถมเข้ามาโดยไม่มีทางเลี่ยง เมื่อเขาตัดสินใจแล้วว่าจะทำให้เธอต้องจมอยู่กับความทุกข์ทรมานและจดจำความแค้นครั้งนี้ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย หนูณี
9.5
เรื่องราวความรักฉบับโมเดิร์นของหญิงสาวจอมแสบที่สนุกกับการใช้เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวเพื่อปั่นหัวชายหนุ่มคนหนึ่ง เธอใช้ความพยศและเสน่ห์อันเหลือร้ายคอยกลั่นแกล้งให้เขาต้องว้าวุ่นใจอยู่เสมอ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้เขาตกหลุมรักเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น การรุกรานหัวใจสุดแสบครั้งนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปในทิศทางไหน เมื่อฝ่ายหญิงเป็นผู้คุมเกมที่คอยป่วนจนหัวใจของเขาต้องยอมสยบให้แก่ความน่ารักที่แฝงไปด้วยความแสบสันของเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย ดาวสีคราม
9.4
ครามจมอยู่กับความเศร้าหลังสูญเสียภรรยาจนกระทั่งเขาได้พบกับดาวเหนือ หญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนคนรักเก่าอย่างน่าประหลาด เขาจึงเริ่มแผนการเข้าหาและครอบครองเธอทันทีโดยใช้คำหวานลวงหลอกให้เธอเชื่อใจ แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกการกระทำและอ้อมกอดที่เขามอบให้เป็นเพียงการมองเธอเป็นเงาตัวแทนของเมียที่จากไปเท่านั้น ดาวเหนือต้องติดอยู่ในความสัมพันธ์ที่แสนเจ็บปวดโดยหารู้ไม่ว่าชายที่เธอรักไม่เคยรักในตัวตนที่แท้จริงของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
หน้าปกนวนิยาย คำสัญญาของเขา คุกของเธอ
9.7
หลังชดใช้โทษจำคุก 7 ปีแทนเคทน้องสาวบุญธรรม ดอนคู่หมั้นของฉันกลับทอดทิ้งฉันทันทีที่ถึงบ้านเพื่อไปดูแลเธอตามคำสั่งพ่อแม่ ฉันถูกเนรเทศไปอยู่ห้องเก็บของแคบๆ เพื่อไม่ให้รบกวนจิตใจลูกรักของครอบครัว ทั้งที่ฉันคือลูกแท้ๆ ที่ต้องสูญเสียอนาคตและอิสรภาพเพื่อเป็นเครื่องมือให้พวกเขาใช้งาน แต่ในความมืดมิดนั้น ข้อเสนอรับทำงานลับจากอดีตที่มาพร้อมตัวตนใหม่และการย้ายถิ่นฐานคือแสงสว่างเดียวที่เหลืออยู่ ฉันจึงตัดสินใจตอบตกลงเพื่อทิ้งอดีตอันโหดร้ายนี้ไปตลอดกาล