
เสน่หาเมียรัก
ตอน 3
“นิตไม่ไปทำงานนอกบ้านเหรอ” เขามองเธอด้วยสายตาที่ทำให้นิตยาไม่กล้าสบด้วย เธอถอยหนีอีกสองสามก้าว ไม่กล้ายืนใกล้เขามาก
“ไม่ได้ไปทำจ้ะ นิตอยู่บ้านก็มีงานทำเยอะแยะ”
“วัฒน์ดีใจที่ไร่ของนิตมีงาน เขาเชิญพ่อแม่ของวัฒน์มาด้วย วัฒน์เลยได้มีโอกาสตามพวกท่านมา ทำให้ได้เจอนิตวันนี้” งานเลี้ยงคนรวย นัดกันมาสังสรรค์คุยกันเรื่องธุรกิจ ให้ลูกหลานได้พบปะพูดคุยกัน เธอเข้าใจจุดประสงค์หลายอย่างของพวกผู้ใหญ่
“นิต... เราก็เรียนจบกันมาตั้งหลายปีแล้ว นิตรู้ใช่ไหมว่าวัฒน์คิดยังไงกับนิต ถ้านิตไม่รังเกียจ วัฒน์จะให้พ่อกับแม่มาสู่ขอนิต เราจะได้แต่งงานกันสักที”
“เอ่อ... คือว่านิต” เธออึกอัก พฤทธิ์เพิ่งมาทาบทามสู่ขอเธอ และกำลังจะหมั้นหมายกันในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เธอจะพูดอย่างไรดีไม่ให้วิวัฒน์เสียน้ำใจไปมากกว่านี้ เขาเป็นคนใจร้อน เธอกลัวเขาจะรับไม่ได้
“นิต... วัฒน์รักนิตจริง ๆ นะ” เขาเดินเข้าหาคว้ามือเธอไปกุมเอาไว้
“ทำอะไรวะ” เสียงของอิฐดังขึ้นด้านหลัง ทำให้คนทั้งสองหันขวับไปมอง
“แล้วเสือกอะไรด้วยวะ” วิวัฒน์ถามกลับ นิตยาพยายามดึงมือนิ่มออกจากการเกาะกุมของวิวัฒน์แต่เขาไม่ยอมปล่อย
“ผู้หญิงเขาไม่อยากให้จับ ไปบังคับเขาทำไม”
“กูจะจับ มึงจะทำไม”
“จะทำไมอย่างนั้นเหรอ” อิฐตรงเข้ากระชากคอเสื้ออีกฝ่าย รัวหมัดเข้าใส่ไม่ยั้ง
“โอ๊ย!”
“อย่านะคะพี่อิฐ” นิตยากรีดร้องตกใจรีบเข้าห้ามปราม เสียงเอะอะโวยวายนั้นทำให้คนในงานรีบวิ่งมาดูเหตุการณ์
“ตายแล้ว เกิดอะไรขึ้น ใครก็ได้ไปช่วยแยกหน่อย” คุณรุ้งลดาร้องบอกก่อนจะมีคนไปช่วยแยกหนุ่มเลือดร้อนทั้งสอง
“เกิดอะไรขึ้น” ถามแล้วอดจะเหลือบไปมองหลานสาวตัวดีเสียไม่ได้ นิตยาก้มงุดไม่กล้าสบตาผู้เป็นย่า
ผู้ใหญ่ไกล่เกลี่ยให้ทั้งสองเลิกแล้วต่อกัน แต่นิตยาโดนคุณรุ้งลดาดุด่าว่ากล่าวอย่างหนัก
“แม่นิต หล่อนก็อย่าเล่นหูเล่นตากับผู้ชายให้มันมากนักสิ มีเรื่องชกต่อยกันไม่เว้นแต่ละวัน ไปเรียนก็มีผู้ชายเดินตามมาจนถึงไร่ หล่อนไม่อายชาวบ้านชาวช่องเขาบ้างเหรอไง อย่าทำตัวต่ำเหมือนแม่ของหล่อน จำเอาไว้ว่าหล่อนเป็นหลานฉัน ทำอะไรรักษาหน้าตาครอบครัววงศ์ตระกูลฉันบ้าง” คุณรุ้งลดาจิ้มหน้าผากหลานนอกไส้อย่างโมโห
“คุณแม่ขา... อย่าดุหนูนิตเลยค่ะ เป็นความผิดของกิ่งเอง”
“บอกแล้วว่าอย่าให้มันมาเสนอหน้าในงาน เห็นไหมละแม่กิ่ง มีเรื่องจนได้ ฉันอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว”
“ใจเย็น ๆ ก่อนเถอะคุณ ยายนิตเองก็คงไม่ได้ตั้งใจ” คุณประสงค์ปรามภรรยา
“พี่นิตไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อยนะคะคุณย่า ผู้ชายพวกนั้นต่อยกันเอง” นุชาเข้าข้างพี่สาว
“เราอยู่ในเหตุการณ์รึ ถึงได้พูดเป็นตุเป็นตะ”
“เอ่อ...” นุชาอ้าปากค้าง ทำท่าจะเถียงแต่มารดาปรามเอาไว้ เลยเลือกที่จะเงียบเสีย เพราะยิ่งพูด ยิ่งจะทำให้รุ้งลดาโมโหหนักเข้าไปอีก
“จะไปไหนก็ไปไป๊ รำคาญนัก” คุณรุ้งลดาไล่ส่งหลานสาวนอกไส้ด้วยความโมโหไม่คลาย
ตอนเด็ก ๆ คุณรุ้งลดายังเอ็นดูนิตยาอยู่บ้างแต่พอเด็กสาวเจริญวัยขึ้นและมีเรื่องผู้ชายเข้ามาพัวพันไม่เว้นแต่ละวัน ท่านเลยเริ่มดุด่าว่ากล่าวจนกลายเป็นไม่ชอบใจหนักขึ้นเรื่อย ๆ
นิตยาก้มหน้าน้ำตาร่วงเผาะ ก่อนจะรีบเดินหนีออกมาไม่อยากให้โดนไล่รอบสอง เธอร้องไห้เบา ๆ อยากเกิดมาเป็นคนขี้เหร่นัก จะได้มีชีวิตเหมือนคนอื่นเขา
หลายปีก่อนตอนที่นิตยายังเรียนอยู่มัธยมต้น…
“โอ๊ย!” นิตยาร้องเสียงหลงเมื่อเดินถือสมุดการบ้านไปส่งคุณครูประจำวิชา แต่กลับโดนเพื่อน ๆ ในห้องที่หมั่นไส้เธอขัดขาจนล้ม
“เธอแกล้งฉันทำไม”
“ใครแกล้ง เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเอง ช่วยไม่ได้” เพื่อนนักเรียนที่แกล้งนิตยาพากันหันไปหัวเราะร่วน นิตยาร้องเบา ๆ เพราะเจ็บข้อศอกและเข่า เป็นแผลถลอกจนรู้สึกแสบ เธอไม่อยากมีเรื่องก็เลยรีบเก็บสมุดการบ้านโดยเร็ว
“โอ๊ย!” เธอร้องเสียงหลงเมื่อมือโดนเหยียบ
“อุ๊ย! ขอโทษนะ มองไม่เห็น นึกว่าหมาเลยเผลอเหยียบ” คนแกล้งเหยียดปากก่อนจะหันไปหัวเราะกับเพื่อน ๆ แล้วสะบัดหน้าเดินจากไป
นิตยาร้องไห้เบา ๆ เธอปาดน้ำตาทิ้ง กลับบ้านไปวันนั้นเธอโดนผู้เป็นย่าดุด่าลั่นบ้าน
“มีแผลแบบนี้ ไปมีเรื่องตบตีแย่งผู้ชายกับใครเขาอีกล่ะ ถ้าทางโรงเรียนเชิญผู้ปกครอง ฉันจะไม่ให้ใครไปเป็นผู้ปกครองให้แก ฉันอายคนอื่นเขา มีแต่เรื่องตบตีแย่งผู้ชาย ฉันไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว เคยทำอะไรให้ฉันภูมิใจในตัวกาฝากอย่างแกบ้างไหม ถ้าเขาไล่แกออก แกก็อย่าเรียนมันเลยหนังสือหนังหาน่ะ”
“นะ... หนูนิตแค่หกล้มน่ะค่ะ” นิตยาปดคำโต เธอเคยโดนเด็กผู้หญิงในโรงเรียนจิกหัวตบ
คุณอาจจะชอบ





