ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย โซ่คล้องใจ

โซ่คล้องใจ

ความรักของญี่ปุ่น ดีไซเนอร์สาวผู้มาดมั่น กลับเหมือนนาฬิกาทรายที่ว่างเปล่า เมื่อเธอต้องเผชิญกับความเกลียดชังจากแบงค์ วิศวกรหนุ่มที่ดูถูกว่าเธอไร้ค่า แม้จะเจ็บปวดที่ต้องรักคนไม่มีใจ แต่เธอก็เลือกโต้ตอบด้วยท่าทีประชดประชัน จนนำไปสู่ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้น แบงค์คุกคามเธอด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดและแรงหึงหวงที่บ้าคลั่ง ท่ามกลางรอยร้าวและความทรงจำที่ร่วงหล่น ทั้งคู่ต้องติดอยู่ในวังวนของความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและหยดน้ำตาที่ยากจะจางหาย
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ปล่อย!”

“.......” เขายังคงเงียบและกอดไม่ยอมปล่อย

“เป็นบ้าอะไร ปล่อยสิ!”

“......” และเขายังคงเงียบเหมือนเดิม จะเล่นสงครามประสาทกันใช่มั้ย ได้!

“ไม่ปล่อยใช่มั้ยได้!” ร่างเล็กจ้องหน้าคนตรงหน้าอย่างไม่เกรง ก่อนจะตีเข่าเข้าตรงส่วนนั้นเขาจังๆ แต่ทว่า....

พรึบ!

“ฮึ.....” เขาเค้นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ดันร่างบางติดกำแพง

“ปล่อย!” ฉันพยายามใจเย็นสุดๆ ทำไมต้องมาเจอเขาอีกด้วย กรุงเทพมันเล็กมากรึไง บ้าชะมัด

“คิดว่าฉันอยากอยู่ใกล้เธอรึไง” น้ำเสียงและสายตาเขาที่มองมามันยังคงเย็นชาเหมือนเดิม

“ใครจะไปรู้ ก็ไม่เป็นปล่อยสักที ก็นึกว่าอยากกอด ทำไมญี่ปุ่นสวยขึ้นเหรอ พี่เลยอยากอยู่ใกล้ หรือว่าอยากมากกว่านั้น ได้นะ ไปต่อที่ไหนดี!” ฉันพูดจายั่วยวน ทำทุกอย่างที่เขาไม่ชอบ

“ฮึ...ผู้หญิงอย่างเธอใครจะไปอยากอยู่ใกล้ แค่จะบอกว่า” สายตาคู่นั้นมองฉันอย่างดูถูก

“อย่ามามองญี่ปุ่นด้วยสายตาแบบนั้น ถ้าพี่ไม่รู้จักญี่ปุ่นดีพอ ไม่ชอบหน้าก็ต่างคนต่างอยู่!” สองมือดันแผงอกแกร่งอย่างแรงแต่เขากลับไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว

“จะเอายังไง ถ้าไม่ปล่อยญี่ปุ่นจะถือว่าพี่อยากอยู่ใกล้ๆ หรือเวลาหลายปีที่ไม่เจอกัน ใจพี่มันเปลี่ยนไป” จากที่ผลักไส มือเล็กก็ลูบวนหน้าอกแกร่งเขาไปมา มองหน้าเขาแล้วก็ส่งยิ้มหวานๆ ให้ เพราะรู้ว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงแบบนี้

หมับ!

“อย่าหลงตัวเองให้มันมาก ฉันไม่ หน้ามืดถึงขนาดคิดอะไรกับผู้หญิงอย่างเธอ!”

“ผู้หญิงแบบญี่ปุ่น มันเป็นไงคะ” ฉันจ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรง ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปี เขาก็ยังคงเหมือนเดิม

“.....” เขาเงียบเอาแต่จ้องหน้าและออกแรงบีบข้อมืออย่างแรง

“ญี่ปุ่นมันก็แค่ ผู้หญิงไร้ค่า ทำตัวไม่มีค่าชอบวิ่งตามผู้ชาย ไม่น่ารัก ไม่อ่อนหวานเหมือนน้ำอุ่นสินะ อ้อ พูดถึงน้ำอุ่นเป็นไงบ้างคะ ยังรักกันดีมั้ย” ฉันพูดยิ้มๆ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าน้ำอุ่นกับภูผาเขารักกัน ในเมื่อเขาหาเรื่องก่อน ก็แค่เอาคืน ดูสิพูดแทงใจดำไปแบบนี้จะทำหน้ายังไง ก็คงหนีไม่พ้นทำหน้าดุ โกรธเกรี้ยวใส่เหมือนที่เคยทำ

“แล้วมีลูกกันยังค่ะ ผู้หญิงหรือผู้ชายเผื่อว่างๆ จะได้ไปเยี่ยมเพื่อนเก่าสักหน่อย”

“แล้วบ้านพี่อยู่ไหน ที่เดิมมั้ย เผื่อแวะเอาของไปฝาก ว่าแต่ลูกผู้หญิงหรือลูกผู้ชาย แล้ว...อุ๊ปส์”

“ฮื่อ ปะ...ปล่อยนะ” ร่างเล็กดิ้น มองมือผลักคนตัวโตออกจากตัว เมื่ออยู่ๆ เขาก็ประกบปากจูบดูดเม้มริมฝีปากบางอย่างไม่ทันให้ฉันตั้งตัว แต่ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งบดขยี้แรงกว่าเดิม แรงจนรู้สึกเจ็บบวมไปทั่วทั้งบริเวณ

“ฮื่อ ปะ...” แต่ก็ทำได้เพียงร้องท้วงในลำคอ เขาไม่สนใจฟังยังคงจูบดูดเม้มมันอย่างเมามัน

“อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน น่ารำคาญ!” เขาเอ่ยเสียงดุ ก่อนจะยกนิ้วเช็ดริมฝีปากตัวเองที่มันเลอะด้วยลิปสติก

เพี๊ยะ!!

“......” ฉันตบเขาอย่างแรง ก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้น เป็นบ้าอะไรอยู่ ๆ ก็มาจูบ

หมับ!!

“ฮื่อ...ปะ...” แต่เดินไปยังไม่ถึงก้าว มือหนาก็คว้าข้อมือเล็ก ดึงร่างเล็กเข้าไปกอดแล้วประกบปากจูบอีกครั้ง และครั้งนี้มันแรกกว่าเดิม แรงจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มไปทั่วทั้งปาก

พรึบ!! ร่างเล็กรวบรวมแรงที่มีทั้งหมด ผลักเข้าจนเกือบล้ม ก่อนจะเดินเข้าไปตบเขาอย่างแรง

เพี๊ยะ!!

“…….” เขาเงียบ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น และมองมาที่ฉันอย่างเอาเรื่อง

“ทำไมค่ะติดใจอยากจูบอีกเหรอ อยากจูบก็บอกดี ๆ สิ ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย” ทั้ง ๆ ที่ในใจมันโกรธจนควันออกหู แต่ก็ต้องยิ้มยั่ว ไม่อยากทำตัวอ่อนแอให้ใครเห็น เพราะที่ผ่านมาฉันอ่อนแอมามากพอแล้ว

“ทีหลังอยากจูบก็บอกกันดี ๆ สำหรับพี่ คนเคยรักขอดี ๆ ญี่ปุ่นคนนี้ก็พร้อมที่จะนอนถ่างขาให้แล้วค่ะ”

“บาย แล้วเจอกันนะคะ พอดีวันนี้มีนัด” ฉันเดินเข้าไปหอมแก้มเขา ก็จะเดินออกมาจากตรงนั้น พร้อมความรู้สึกหลากหลาย ทั้ง ๆ ที่ทำใจได้แล้ว แต่ทำไมมันยังรู้สึกเจ็บ ที่เขาทำแบบนั้น....

....แบงค์ได้แต่ยืนกำหมัดแน่น อย่างไม่เข้าใจตัวเองว่าทำแบบนั้นไปทำไม ทั้งๆ ที่ปากก็บอกว่าเกลียดผู้หญิงคนนี้มาตลอด

ผับ…

เปลี่ยนไปเยอะเลย ก็ไม่รู้ว่าจะไปไหน เลยแวะมาหาโมจิ แต่เห็นใครบางคนกำลังทำอะไรอยู่ไม่รู้อยู่ที่หน้าประตูทางเข้า ไปแกล้งให้ตกใจซะหน่อย เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้น

“คุณหนู”

“ทำหน้าอย่างกับเห็นผี สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ลุงเทวา ก่อนจะเดินเข้าไปกอดด้วยความคิดถึง

“คิดถึงจัง ไม่เจอตั้งนาน ยังหล่อเหมือนเดิมนะคะ”

“ไม่ต้องมาพูดหวาน ทำอะไรผิดมาใช่มั้ย ถึงได้อ้อนลุงแบบนี้แล้วนี่ไอ้กันต์มันรู้รึเปล่าว่าลูกสาวกลับมา เห็นมันบอกหนูจะกลับมาอาทิตย์หน้า”

“แฮ่...แดดดี้ไม่รู้ พอดีญี่ปุ่นกลับมาก่อนกำหนด ว่าจะแอบหนีเที่ยวแต่เจอคนบ้าเลยอารมณ์เสีย เลยแวะมาหาโมจิ ว่าแต่น้องอยู่นี่มั้ย ญี่ปุ่นอยากดื่มกับน้อง”

“ห้องทำงาน กำลังเคลียร์เอกสาร พอดีพรุ่งนี้ต้องสั่งของ”

“งั้นหนูไม่กวนแล้ว ไปหาน้องดีกว่า” แล้วร่างบางก็เดินเข้าไปข้างใน ก่อนจะเดินตรงขึ้นไปยังชั้นสาม มุ่งหน้าไปที่ห้องทำงาน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ว่างเปล่า” มือเล็กเคาะประตู พร้อมค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไป

“พี่ญี่ปุ่น!!!” ทันทีที่โมจิเห็นพี่สาว น้องรีบวางปากกาแล้ววิ่งเข้ามากอดพี่ทันที

“ฮื่อ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่บอก”

“โมจิ พี่หายใจไม่ออก”

“ขอโทษค่ะ ก็โมจิดีใจไปหน่อย” น้องค่อยๆ ปล่อยกอด

“ว่าแต่ปากพี่” นิ้วเรียวเล็กยื่นมาจับที่ริมฝีปาก ที่บวมเป่ง

“อ๊ะ เจ็บ” ฉันถึงกับสะดุ้ง

“ไปโดนอะไรกัดมาคะ? บวมขนาดนี้” โมจิมองมันอย่างพิจารณา

“ไม่รู้พี่แวะซื้อของกินข้างทาง มันคงจะมีอะไรอยู่ในนั้นมั้ง ช่างเถอะ อย่าไปสนใจเลย ว่าแต่ทำงานเสร็จยังเราไปดื่มกันมั้ย” ฉันรีบเปลี่ยนเรื่อง ไม่อยากให้น้องสงสัยอะไรไปมากกว่านี้

“อีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว พี่รอสัก 10 นาทีนะ แต่โมจิว่าปากพี่มันเหมือนโดนใครกัดมานะ”

ตัวเล็กนี่ยังไงยังสงสัยไม่เลิก

“พูดอย่างกับเคยโดนใครกัดมา!” ฉันจ้องหน้าน้องอย่างจับผิด

“ปะ...เปล่า วันๆ ก็มีแต่เรียน แล้วก็ทำขนม ตกกลางคืนก็ต้องมาดูผับ ใครจะมากัดได้ พี่พูดอะไร ไปนั่งรอตรงโน้นเลยค่ะ” โมจิพูดเสียงกระอึกกระอัก ก่อนจะรีบเดินกลับไปทำงานต่อ

“ทำตัวมีพิรุธ” ฉันมองตามคนตัวเล็กๆ คนอะไรจะตัวเล็กตัวน้อยขนาดนั้น ขนาดว่าตัวเองเล็กแล้ว โมจิยิ่งตัวเล็ก เล็กนิดเดียว แต่น้องเป็นคนน่ารักยิ่งมองก็ยิ่งหลง มองได้เรื่อย ๆ ไม่น่าเบื่อ

“ยิ้มอะไรคะ” ตัวเล็กเงยหน้ามามองพี่สาวแล้วก้มลงทำงานต่อ

“ก็มองคนน่ารักไง รู้ตัวมั้ยว่าตัวเล็กของพี่น่ารักขนาดไหน ว่าแต่น่ารักแบบนี้มีแฟนยัง” ร่างบางเดินเข้าไปหาน้อง พร้อมหย่อนก้นนั่งลงบนโต๊ะทำงาน

“ไม่ค่ะ ตัวเล็กยังไม่อยากปวดหัว ขออยู่คนเดียวสบายๆ แบบนี้นะดีแล้วเสร็จแล้วเราไปกันค่ะ”

“ก็ดีนะ จะได้โสดเป็นเพื่อนพี่ ไว้พี่จะพาไปเที่ยวไปจีบผู้ชายเล่นๆ กัน สวยรวยเก่งแบบพวกเรา แค่เดินเข้าไปในร้านผู้ชายก็พร้อมที่จะมองกายถวายหัวให้แล้ว” ฉันพูดจริงจัง

“ฮึ...ค่ะ พี่พาไปไหนโมจิพร้อมไปด้วย”

“น่ารักที่สุด ตัวเล็กของพี่ ว่าแต่วันนี้ใครเมาก่อนแพ้!” ฉันหอมแก้มน้องหนักอย่างมันเขี้ยว

“แน่ใจนะ พี่พูดเอง!” โมจิพูดยิ้มๆ เวลาไม่สบายใจได้เห็นรอยยิ้มหวานๆ ที่สดใสของน้องมันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก....

“แน่ใจ!วันนี้พี่จะชนะให้ได้คอยดู!”

“.....” โมจิ มองหน้าพี่แล้วยิ้ม ก่อนเราสองพี่น้องจะเดินกอดเอวกันลงไปดื่มที่ชั้น VIP ที่บอกว่าจะชนะให้ได้ ก็พูดไปงั้นแหละ ตั้งแต่โมจิอายุ 15 พอแด๊ดดี้สอนน้องให้ดื่มเป็นฉันก็แพ้น้องอาตลอด บอกใคร ใครจะไปเชื่อ แต่งตัวหวานๆ ท่าทางเรียบร้อย แต่ดื่มเหล้าเก่งจนแด๊ดดี้ยังเอ่ยปากชม....

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เจ้าบ่าวพญามาร
9.8
เงื่อนไขมรดกมหาศาลทำให้วรรณรดาต้องเข้าพิธีวิวาห์กับหม่อมราชวงศ์ธีรดนย์ ชายหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามทว่าหัวใจกลับเย็นชาดุจพญามาร เขาตราหน้าเธอและอาว่าเป็นเพียงปลิงที่หวังสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลของเขาเหมือนที่เคยทำกับบิดาจนสิ้นใจ แม้จะเกลียดชังเพียงใดเขากลับยอมจดทะเบียนสมรสเพื่อรอขยี้เธอให้สาสมกับตำแหน่งภรรยาที่เธอได้รับมา ท่ามกลางไฟแค้นที่พร้อมแผดเผา วรรณรดาต้องเผชิญกับสัมผัสอันร้อนแรงและคำดูถูกเหยียดหยามจากเจ้าบ่าวที่มองเธอเป็นเพียงศัตรูในคราบเจ้าสาว
หน้าปกนวนิยาย เชลยทรายทาสชีคเถื่อน
8.5
เมื่อชีคอัฟฟานแห่งซาลได้พบมาราตี ตัวประกันสาวที่ถูกส่งมาสวมรอยเป็นพี่สาวเพื่อตบตาเขา ความงดงามของเธอกลับไม่อาจปิดบังความจริงจากสายตาอันคมกริบของเขาได้ ชีคหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือรู้สึกโกรธแค้นที่ถูกตระกูลของเธอคิดคดทรยศและพยายามปั่นหัวให้เขากลายเป็นคนโง่ มาราตีต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแผนการสลับตัวถูกเปิดโปงอย่างง่ายดาย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและแรงปรารถนาอันเร่าร้อน เธอต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดและความดุดันของชีคเถื่อนที่พร้อมจะแผดเผาหัวใจของเธอให้มลายสิ้นภายใต้เงื้อมมือของเขา
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักร้าย จอมใจจอมเถื่อน
9.6
รามเริ่มบรรเลงบทรักอันเร่าร้อนด้วยการปลดบิกินีของเหมือนฝันออกอย่างแผ่วเบา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ เขาสัมผัสเรือนร่างและทรวงอกอวบอิ่มของเธอจนหญิงสาวสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่าน แม้ปากจะเอ่ยห้ามด้วยความขัดเขิน แต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสอันจาบจ้วงนั้นอย่างไม่อาจต้านทานได้ เมื่อไฟสวาทถูกจุดขึ้น รามจึงเดินหน้ามอบความรัญจวนใจให้แก่ร่างเปลือยเปล่าบนตัก พร้อมลูบไล้สู่จุดอ่อนไหวที่แสนหวานล้ำเพื่อแผดเผาหัวใจของทั้งคู่ให้หลอมละลายไปกับเพลิงรักที่เขาสร้างขึ้น
หน้าปกนวนิยาย พี่ชายที่รัก ชุด พ่อทูนหัว
9.4
อัญชันเฝ้ารอการกลับมาของเคียร์ส เบนด์เนอร์ ด้วยใจที่มั่นคงในความผูกพัน ทว่าพี่ชายที่เคยแสนดีกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขากลายเป็นผู้ชายที่เย็นชาและไร้หัวใจ พร้อมผลักไสเธอให้กลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าที่ไร้ค่า เพราะความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้น เคียร์สจึงเลือกทำร้ายความรู้สึกของน้องสาวนอกไส้อย่างเลือดเย็น แม้อัญชันจะพยายามค้นหาความจริงเพียงใด เขาก็ยังนิ่งเฉยและย่ำยีเธอจนบอบช้ำ กว่าที่เขาจะตระหนักได้ว่าเธอคือผู้บริสุทธิ์ ทุกอย่างก็เกือบจะสายเกินไปเสียแล้ว
หน้าปกนวนิยาย ราคีบำเรอ
9.5
เมื่อรักแรกหวนคืนมาในฐานะเจ้าหนี้ผู้เต็มไปด้วยเพลิงแค้น เตชินจึงกลับมาทวงทุกสิ่งจากอุษาพร้อมคำตราหน้าว่าเขาคือสามีคนแรกของเธอ แม้หญิงสาวจะพยายามประชดประชันเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีด้วยการโกหกว่าเธอหาใช่สาวบริสุทธิ์ แต่ชายหนุ่มกลับไม่แยแสต่ออดีตเหล่านั้น สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือการครอบครองและตักตวงความเร่าร้อนจากร่างกายเธอเพื่อความสะใจ ท่ามกลางความเสียใจและหยดน้ำตา อุษาต้องเผชิญกับบทลงโทษอันแสนป่าเถื่อนที่เตชินเป็นผู้มอบให้ในฐานะผู้ถือไพ่เหนือกว่าอย่างเลี่ยงไม่ได้
หน้าปกนวนิยาย บทเรียนลับคลับชั้นสูง
9.7
ว่าแล้วเธอจำต้องยอมสวมบทเป็นนางทาสแต่งตัวให้นายท่านอย่างเขาด้วยความจำใจ แต่เธอก็มีวิธีที่จะไม่ต้องเห็นภาพบาดตานั่น ด้วยการปิดตามันดื้อๆ นี่แหละ รับรองไม่เห็นชัวร์ (เอ่อ! แต่ไอ้การปิดตาแบบนี้ ถึงมันจะไม่เห็นแต่มันก็ยังสัมผัสได้นี่) ยังไม่ทันขาดคำ ขณะที่เธอกำลังคุกเข่าเพื่อสวมอันเดอร์แวร์ให้เขาพร้อมกับปิดตาไปด้วย และไอ้การที่เธอกำลังปิดตานี่แหละที่ทำให้เธอทำอะไรไม่ค่อยสะดวก พยายามคลำโน่นคลำนี่เงอะงะไปหมด แน่นอนว่ามันอันตรายต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรของเขาด้วยเช่นกัน และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะตามมา เขาจึงพยายามเหวี่ยงตัวหลบมือเรียวของเธอ ในขณะที่เธอกลับพยายามไล่ตามจับมันอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน ให้ตายเถอะ! ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเธอกำลังคลำหาอะไร แล้วเธอมาไล่จับของเขาเพื่ออะไรเนี่ย เดี๋ยวก็เป็นเรื่องหรอก เขากับเธอยังคงเล่นไล่จับกันอย่างเสียวไส้ ด้วยการขยับเอวซ้ายขวาซ้าย เอ้าซ้ายขวาซ้าย ‘ซึ่งกูไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกูต้องมายืนส่ายเอวอยู่แบบนี้ด้วย ให้ตายเถอะกูอยากถ่ายภาพนี้เก็บไว้จริงๆ เลย แม่คุณจะได้รู้ว่า ตัวเองกำลังตามล่าอะไรอยู่’ แต่เมื่อทำแบบนั้นไม่ได้ เขาจึงต้องส่ายเอวต่อไป เธอขยับมาทางซ้าย เขาจึงย้ายมาทางขวา เมื่อเธอไล่ตามมา เกือบจะคว้าได้แล้วเชียว เขารีบเบี่ยงตัวหลบ กลัวจะพบกับความเสียว ขยับเอวเพียงนิดเดียว เธอกลับเลี้ยวตามมาทัน (หมับ!!!) “ฮ่าๆๆ จับได้แล้ว” เธอหัวเราะชอบใจ เมื่อในที่สุดเธอก็คว้าหมับเข้ากับอะไรบางอย่างได้สำเร็จ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร เมื่อไม่รู้ก็ต้องดูให้เห็นกับตา “กรี๊ด...! ลามกจกเปรต ทุเรศที่สุด เอามันออกไป เอาออกไปเดี๋ยวนี้นะ” เธอโวยลั่นกับบางอย่างที่อยู่ในมือ แต่ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ มือเธอที่กำลังขยับส่ายไปส่ายมาราวกับจับปลาชะโดตัวโต ทำเอาคนถูกจับถึงกับต้องรีบขยับตามแทบไม่ทัน ราวกับกลัวว่ามันจะหลุดติดมือเธอไป ให้ตายเถอะ! ไม่เข้าใจว่าแม่คุณจะส่ายไปส่ายมาเพื่ออะไร ‘ไม่ใช่ปลาช่อนนะเว้ยเฮ้ย! แล้วมันก็ดิ้นไม่ได้ เอ๊ะ! หรือว่าได้วะ’ “นี่! แม่คุณ ช่วยตั้งสติแล้วก้มมองหน่อยเถอะ ว่าไอ้ที่อยู่ในมือคุณน่ะ ผมไปบังคับให้คุณจับมันรึเปล่า อูว! ถ้าขืนคุณยังไม่หยุดขยับตั้งแต่ตอนนี้ล่ะก็ เกิดปลาที่อยู่ในมือคุณมันพ่นน้ำออกมาอย่าหาว่าผมไม่เตือน” คำเตือนของเขาทำเอาเธอถึงกับรีบปล่อยมือทันที อีโรติก