ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กังหันเสน่หา

กังหันเสน่หา

โชคชะตานำพาสายน้ำผึ้งให้มาพบกับภาสวรในสถานการณ์ที่ย่ำแย่จนเขามองเธอในแง่ร้าย ความขัดแย้งทวีคูณเมื่อเขาปักใจเชื่อว่าเธอคือต้นเหตุให้ประพันธ์ขอหย่าขาดจากภรรยาผู้มั่งคั่ง ภาสวรจึงใช้กำลังบังคับหวังจะสั่งสอนหญิงสาวที่เขาตราหน้าว่าไร้ค่า แม้เธอจะพยายามขัดขืนและร้องขอความเมตตาเพียงใด แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดก็ไม่อาจต้านทานคนตัวใหญ่ได้ เขาอุ้มเธอขึ้นบ่าพร้อมคำขู่ทิ้งท้ายอย่างเลือดเย็นว่าจะโยนเธอลงจากระเบียงหากยังไม่ยอมจำนนต่อโทสะของเขาในครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

ตอนที่ 3

“ไอ้...บ้าน่ะสิ! ความสามารถอย่างฉัน ไม่จำเป็นต้องใช้รูปร่างล่อเสือล่อตะเข้หรอกย่ะ” เถียงกลับอย่างไม่ยอมรับความจริง ด้วยบ่อยครั้งการทำงานก็ต้องมีอ่อยยั่วยวนกันบ้าง แต่ก็พอหอมปากหอมคอเท่านั้นเอง ด้วยเธอไม่เอาศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงมาแลกกับลูกค้าบางคนคิดว่าเธอไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ประชาสัมพันธ์ ติดต่อตามประสานงาน ทำให้เขาเหล่านั้นได้รับบริการอันดีและพึงพอใจสูงสุด จนบางคนถือโอกาสนี้แทะโลมด้วยปากเสียๆ ที่สมควรเอาหนอนยัดให้กินแทนข้าว จิ้มไอ้ตาที่ชอบแทะโลมไปทั่ว หักมือที่ไวยิ่งปูไต่โน่นแตะนี่ ขอแค่ได้ส่วนใดของกายนุ่มนิ่มเพียงเล็กน้อยก็ยังเอา

เมื่ออีกฝ่ายมองได้เธอก็มองได้เช่นกัน นัยน์ตากลมใสราวลูกแก้วกวาดไล่จากปลายเท้าขึ้นไป “อืม...” ทำเสียงเข้มในลำคอ อย่างยั่วยุกวนอารมณ์ “ปากไม่แตก หัวไม่ปูด เลือดไม่ไหล ตาไม่ถลนออกมาให้อีกาบินลงมาจิกเล่น ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่ งั้นฉันไปได้แล้วใช่ไหม” เอ่ยถามพร้อมตวัดหน้าเชิดขึ้นและหันหลังก้าวเดินฉับๆ

“อ้าว...จะไปไหนละคุณ ยังไม่ได้คุยกันเลยนะ ชนแล้วหนีหรือไง คนอะไรแต่งตัวก็ดี หน้าตาก็สวย แต่ไม่มีความรับผิดชอบเลยนี่น่า” เอ่ยเสียงเข้มประชดประชันปนถากถาง

เขาไม่ได้เจ็บอะไรหรอก แค่อยากเตือนเท่านั้นเอง ขับรถไม่ควรประมาท ควรมองทางไม่ใช่มองนั่นมองนี่ จนทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน นี่ดีนะที่เขาหลบทัน ไม่เช่นนั้นก็ต้องพากันไปโรงพยาบาล เสียค่ายาค่าหมอและเสียเวลาอีก ส่วนแม่เจ้าประคุณก็ต้องเสียทั้งเวลา เสียเงินทั้งค่ารักษาเขาและค่าซ่อมรถอีก เหตุแค่นิดเดียวแต่ผลลัพธ์ที่ตามมาไม่ได้นิดเลย เผลอๆ ถ้าดวงซวยก็จะกลายเป็นฆ่าคนโดยประมาทอีก

สายน้ำผึ้งหยุดกึก ตวัดหน้าบึ้งตึงแดงคล้ำอย่างระงับอารมณ์โกรธเอาไว้แทบไม่ไหว หันมามองคนปากไม่มีหูรูด

“ไม่ได้คิดหนี แต่นึกว่าคุณไม่เอาความ เพราะมัวแต่มองขาอ่อนฉันจนน้ำลายไหลย้อย ยกมือซับไม่ทัน” โต้กลับทันควัน ยกสองมือสอดไขว้ระหว่างอก ยื่นเท้าสอดไขว้มาด้านหน้าพร้อมกระดิกปลายเท้าเล็กน้อย เสียดายไม่มีหมากฝรั่งในปากจะได้เคี้ยวฉับๆ อย่างที่เคยทำเมื่อไม่พอใจใครแล้วต้องการก่อกวนอารมณ์

“มองขาอ่อนกับเอาความ คนละเรื่องกันเลยนะ คุณทำผิดแล้วก็ควรรับผิด ไม่ใช่เถียงเอาชนะข้างๆ คูๆ อย่างนี้”

“แล้วไง ฉันผิด...ฉันยอมรับ คุณจะเอายังไงว่ามา” เพราะสายตาเหลือบไปเห็นของบางอย่างในมือชายหนุ่ม กลีบปากอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีสดเบะออกเล็กน้อยอย่างหยามหยัน “ว่าแค่คนอื่น ตัวเองละดีเสียเมื่อไหร่ ก็ผิดเหมือนกันนั่นแหละ” โต้กลับอย่างไม่ยอมให้อีกฝ่ายโยนข้อหาใส่แต่ฝ่ายเดียว

“ฉันผิดตรงไหน” มองจากหน้าตาแล้วอีกฝ่ายเป็นอายุคงไม่เกินยี่สิบห้าปี อย่างนี้ก็เท่ากับเป็นน้องเขาได้ ถ้ารู้จักมักจี่สักหน่อย จะพาเข้าห้องเรียนให้ครูอบรมมารยาทเสียใหม่ เป็นเด็กเป็นเล็กปากคอเราะรายเถียงคำไม่ตกฟากเอาเสียเลย

“เพราะคุณมัวแต่คุยโทรศัพท์กับเมียอยู่น่ะสิ ถึงได้ไม่มองทาง ทำให้ฉันเกือบกลายเป็นฆาตกร” โต้กลับอย่างไม่ยอมรับผิดแต่ฝ่ายเดียว สาดสายตามองไปที่โทรศัพท์ในมือชายหนุ่มอย่างต้องการบอก...นั่นไงหลักฐาน ชัดเจนแจ่มแจ้ง ปฏิเสธไม่ได้

“เธอนี่นะ...นอกจากเถียงเก่งแล้วยังหาความคนอื่นเก่งจริงๆ กะแค่ฉันมีโทรศัพท์อยู่ในมือ ก็เหมาว่าตอนเกิดเหตุคุยกับเมียเสียอีก ปรักปรำกันอย่างนี้ ไปคุยที่โรงพักดีกว่าไหม”

“ไม่!! หยุดนะ!” ห้ามพร้อมถอยกรูดด้วยคิดว่าอีกฝ่ายจะเดินเข้ามาหาลากไปยังสถานีตำรวจ เพราะต้องพาน้องไปกรอกใบสมัครงานต่อหรอก ไม่เช่นนั้นเธอไม่กลัว ไปโรงพักนั่นแหละยิ่งดี ให้ตำรวจตัดสินไปเลย ใครผิดใครถูก ใครจะเป็นฝ่ายเสียหน้า

“ต้องการเรียกค่าเสียหาย ค่าทำขวัญเท่าไหร่ก็บอกมา” ตอนแรกไม่ได้คิดหรอกนะ แต่ตอนนี้น่ะ...ใช่เลย “ไอ้พวกไม่มีงานทำ ชอบหาเงินบนความลำบอกของคนอื่น รีดไถกันหน้าด้านๆ ” ไม่เพียงแค่คิดแต่สายน้ำผึ้งยังเอ่ยมันออกไปด้วย

“อ้าวคุณ...พูดอย่างนี้ก็สวยสิ ฉันไม่ได้วิ่งมาตัดหน้ามาให้รถเธอชนนะ มานี่เลย...ไปโรงพัก”

“ไม่!! หยุดนะ คุณก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ฉันร้องให้คนช่วยจริงๆ ด้วย”

“ข้อหาอะไรไม่ทราบคร้าบคุณผู้หญิง” เอ่ยถามอย่างเล่นลิ้น

“ลวนลาม”

“โธ่คู้ณ...อย่าคิดเข้าข้างตัวเองขนาดนั้นซี่” ทำเสียงทุ้มๆ ต่ำๆ และยังจะลากยาวก่อกวนโทสะสาวตรงหน้า

“ให้คุณหน้าตาดี สวยเลิศราวกับนางสาวสยาม ยืนแก้ผ้ามาโยกซ้ายย้ายขวาเด้งหน้าเด้งหลังตรงหน้าก็...” เบะปากเล็กน้อย ยกนิ้วส่ายไปมา “หน้าตาสวยแต่นิสัยเห่ย พูดจาไม่เข้าหูคนอย่างนี้ ไม่ใช่สเปก ฉันไม่คิดสั้นหยิบเอาไปทำเมียหรอก รำคาญเสียงเห่าแง่งๆ ข้างหู บอกตรงๆ หน้าตาสวยแต่นิสัยไม่ดี กระเดือกไม่ลง”

สายน้ำผึ้งหน้าตึงเมื่อถูกด่ากระทบถึงเจ้าสี่เท้า เกือบกรีดร้องและกระทืบเท้ากึกๆ แล้วเชียว แต่ข่มกลั้นเพลิงโทสะเอาไว้ในอกได้ทัน รอบกายเคยมีแต่ผู้ชายคอยเอาอกเอาใจพะเน้าพะนอ ทว่าอีตาปากเสียแรกเจอคนนี้กลับต่อว่าเสียๆ หายๆ แล้วยังดูถูกหยามหยันอีก ก็เอาสิ...มาลองดูกัน คนอย่างเธอไม่ยอมให้ไอ้หน้าหล่อแต่ปากเสียนี่ดูถูกโดยไม่โต้ตอบกลับหรอกนะ อย่างนี้ต้องเอาคืนให้สาสม มือเรียวและยื่นไปด้านหน้า

“อะไร?”

“นามบัตร”

“เผอิญฉันนึกได้ว่ามีธุระสำคัญ ไม่สามารถอยู่คุยกับผู้ชายปากสุนัขเน่า ส่งกลิ่นเหม็นโชยมา จนฉันอยากคายของเก่าทิ้งได้ เลยคิดว่าขอนามบัตรคุณ แล้วค่อยนัดคุยอีกที หลังจากที่คุณไปปรับปรุงกลิ่นปากเหมือนหมาเน่าให้ดีขึ้น”

รอบกายเขามีผู้หญิงเยอะแยะไปหมด แค่ส่งสายตามามีหรือที่เขาจะไม่รู้ เธอคิดทำอะไรอยู่น่ะ ผู้หญิงสมัยนี้เป็นอะไรกันไปหมดนะ เอะอะก็...ไหล่กว้างเลิกขึ้นเล็กน้อย มุมปากหนายกขึ้นเล็กน้อยก่อนขยับ “ไม่ล่ะ...ฉันไม่อยากได้ค่าทำขวัญ ไม่อยากได้...”

สายน้ำผึ้งถึงกับสั่นเทิ้ม ในอกร้อนราวกับถูกไฟเผา จากการมองของคู่กรณีปากสุนัขที่บ่งบอกมาอย่างชัดเจน...ไม่อยากเห็นเธออยู่บนเตียงเขา!

‘อีตาบ้า เอาสมองส่วนไหนคิด สวยเลิศอย่างเธอนี่นะ คิดอยากไปนอนบนเตียงเขา ฝันไปเถอะ’ กรามเล็กๆ ขบกัดจนแก้มนวลนุ่มขึ้นสัน นัยน์ตาเป็นประกายกร้าวแข็ง สูดลมหายใจเข้าปอดเต็มแรง ท่องไว้...อดทน เป็นครู่ใหญ่เธอถึงลดทอนความโกรธในอกลงได้เล็กน้อย กลีบปากอิ่มนุ่มคลี่ยิ้มละมุนละไม

“ไม่อยากได้ค่าทำขวัญ แล้วอยากได้อะไรจากฉันล่ะ”

“แค่เอ่ยคำขอโทษมาก็จบ แล้วทีหลังถ้ารู้ตัวว่าขับรถอยู่ก็ช่วยดูถนนหนทางด้วยละกัน ไม่ใช่ว่ามองดูอย่างอื่น...” ไม่จำเป็นต้องเอ่ยพูด เพราะอีกฝ่ายคงรู้ตัวดีแล้ว เขาหมายถึงสิ่งใด

‘ไอ้...ไอ้ปากมอม!’ ริ้วลมร้อนพุ่งขึ้นจนแทบออกทางใบหูราวกับหวูดรถไฟ ขบกัดฟันจนมีเสียงดังกรอดๆ ประกายไฟในดวงตาแลบแปลบปลาบราวกับสายฟ้ายามท้องฟ้ามีพายุฝนฟ้าคะนอง ศีรษะซีกหนึ่งคล้ายถูกลิ่มเหล็กกระหน่ำตอกเป็นจังหวะการเต้นของเส้นเลือด พร้อมอาการคลื่นไส้อยากคายของเก่าทิ้งไป ทว่าสายน้ำผึ้งยังสามารถอดทนข่มกลั้นใจให้ดวงหน้านวลแดงระเรื่อยังมีรอยยิ้มหวานละมุนอยู่ได้

“ไอ้ที่พูดมากปากเสียอยู่นี่ ต้องการแค่คำขอโทษเนี่ยะนะ...ได้สิ ฉันขอโทษที่ขับรถเกือบชนคุณไปอัดก๊อบปี้กับฟุตบาท เสียดายน่าจะไปบี้อัดกับต้นไม้หรือไม่ก็ผนังตึงที่มีเหล็กแหลมๆ ยื่นออกมาน่ะ จะได้แทงให้เป็นรูโหว่ ถ้าให้ดีเกี่ยวเฉือนปากให้ฉีกจะได้ไม่มาพูดว่าเขาอื่นเขาเสียๆ หายๆ อย่างนี้”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KJD” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KJD
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย NUMB PUT เมียผมนิ่งเฉย แต่รักจริง
8.5
ความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนเมื่อแฟนสาวคลั่งไคล้นักร้องเกาหลีอย่าง วี บีทีเอส จนละเลยคนข้างกาย ความน้อยใจสะสมกลายเป็นความเบื่อหน่ายท่ามกลางเวลาที่มีให้กันน้อยลงทุกที ทว่าปัญหาไม่ได้มีเพียงแค่ความหึงหวงศิลปิน แต่ยังมีมือที่สามเข้ามาแทรกกลางจนเรื่องราวบานปลาย เมื่อความอดทนถึงขีดสุด การตัดสินใจบอกเลิกจึงเกิดขึ้นพร้อมคำถามคาใจว่านี่คือทางตันของรักหรือเป็นเพราะเขามีคนใหม่กันแน่ ท่ามกลางความเฉยชาที่แสนเจ็บปวด
หน้าปกนวนิยาย รักนี้ลิขิตเองเหมือนฝัน NC20+++
9.2
เมื่อความทรงจำในอดีตกลายเป็นหนามยอกอกที่คอยทิ่มแทงใจ ความสัมพันธ์ครั้งใหม่จึงต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ ท่ามกลางบรรยากาศความรักที่ร้อนแรงและลึกซึ้งในแบบผู้ใหญ่ เขากลับยื่นคำขาดอย่างเด็ดขาดว่าห้ามเอ่ยถึงบุคคลที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตให้เขาได้ยินอีกเป็นอันขาด เรื่องราวความรักที่ควรจะหวานชื่นกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดและการตั้งเงื่อนไข เพื่อรักษาหัวใจและความมั่นคงในความสัมพันธ์ครั้งนี้ให้เดินหน้าต่อไปได้โดยไม่มีเงาของใครคนเดิม
หน้าปกนวนิยาย รีเทิร์นหัวใจ
8.6
เมื่อความร้าวฉานเข้าบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างสายน้ำ ประธานหนุ่มมาดนิ่งผู้มีบุคลิกพูดน้อยแต่เด็ดขาด กับพ่อเลี้ยงอานนต์ ชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในศักดิ์ศรีและไม่ยอมก้มหัวให้ใครเว้นเพียงแต่คนรักของเขาเท่านั้น ท่ามกลางความบาดหมางที่ทวีความรุนแรงจนถึงจุดแตกหัก พ่อเลี้ยงอานนต์ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในการหาหนทางเยียวยาบาดแผลในใจ เพื่อพิสูจน์ความจริงใจและอ้อนวอนขอการให้อภัยจากสายน้ำให้ยอมกลับมาเริ่มต้นความรักใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย นางรำ
9.2
ภิไธย มหาเศรษฐีหนุ่มผู้หยิ่งยโสมองว่าผู้หญิงมีค่าเพียงเครื่องบำเรอความใคร่ กลับต้องมาพบกับเกนเกด นางรำสาวผู้ทระนงที่เทิดทูนศิลปะยิ่งชีพ เธอรับจ้างรำอวยพรวันเกิดให้เขาเพื่อหาเงินมารักษาครอบครัวและคนรักที่บาดเจ็บจากสงคราม แม้จะถูกดูแคลนแต่เธอก็ยืนหยัดที่จะขายเพียงฝีมือไม่ใช่ศักดิ์ศรี ท่ามกลางความขัดแย้ง มนตราแห่งการร่ายรำเริ่มสั่นคลอนหัวใจที่แข็งกระด้างของภิไธย ให้เขาได้เรียนรู้คุณค่าของความรักและหัวใจผ่านสตรีที่เขาเคยตราหน้าว่าไร้ราคาในราคา
หน้าปกนวนิยาย รอให้คุณ...บอกว่ารัก
9.0
ปัญญารัตน์ยืนกำที่ตรวจครรภ์ไว้แน่นด้วยหัวใจที่เต้นรัวและมือที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอตั้งใจจะบอกข่าวดีเรื่องลูกกับนายแพทย์อนลในวันนี้ แต่ทว่าความหวังกลับพังทลายลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเขาเป็นฝ่ายขอจบความสัมพันธ์ที่เคยมีให้กันอย่างเลือดเย็น โดยให้เหตุผลว่าต้องการกลับไปเริ่มต้นใหม่กับคนรักเก่าที่วนเวียนกลับเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง ทิ้งให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความโดดเดี่ยวพร้อมความลับที่ยังไม่ได้บอกออกไป
หน้าปกนวนิยาย เขยไม่เอาถ่านกับตำนานลูกเศรษฐี
8.7
ตลอดสามปีที่หลินเทียนแต่งเข้าตระกูลเจียง เขาต้องทนอยู่เยี่ยงขี้ข้าโดยมีเจียงเชียนหนิงภรรยาเป็นเพียงแสงสว่างเดียวในใจ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันเมื่อพบว่าเธอทรยศด้วยการนอกใจ เพื่อชำระแค้นครั้งนี้เขาจึงเลิกซ่อนตัวตนและประกาศก้องว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐีผู้กุมทรัพย์สินล้านล้านดอลลาร์ การเปิดเผยความจริงทำเอาคนทั้งตระกูลเจียงต้องสั่นสะเทือน แม้แต่ภรรยาที่เคยดูถูกยังต้องยอมคุกเข่าอ้อนวอนขอการอภัยจากชายที่เธอเคยมองข้ามคนนี้