ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์สาวน้อยยอดรัก

ซีรีส์สาวน้อยยอดรัก

หญิงสาวผู้เผชิญกับวิกฤตทางการเงินของครอบครัวจนต้องตัดสินใจวางแผนล่อลวงชายหนุ่มเพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเงินเหมือนที่เคยทำมา ทว่าเป้าหมายครั้งนี้อย่างเชียรกลับไม่ใช่งานง่ายอย่างที่เธอคิด เขาไม่ใช่เหยื่อที่ใครจะมาปั่นหัวได้ตามใจชอบ เมื่อเขารู้ทันและตัดสินใจเป็นฝ่ายรุกคืบเข้าหาเธออย่างจริงจัง แม้เธอจะพยายามปฏิเสธความสัมพันธ์นี้เพียงใด แต่เขาก็พร้อมที่จะแสดงความเป็นเจ้าของและมอบบทเรียนที่เร่าร้อนให้แก่เธอทุกที่ทุกเวลาตามความปรารถนาของเขา
ตอน
แชร์

ตอน 2

หลังจัดการกับมารดาจนเสร็จ เธอก็รีบไปดูน้องคนเล็ก ช่วยจัดการชงนมและกล่อมให้นอน ก่อนที่แป้งร่ำจะไปทำงานบ้าน กวาดบ้าน ถูบ้าน ขัดห้องน้ำ ซักผ้า และทำอาหาร เธอทำทุกอย่างเสร็จก็รีบอาบน้ำอาบท่าให้ตัวเองสะอาด

น้ำตารินไหลเพราะอาบอย่างไรก็ไม่สะอาด คราบไคล้กามมารมณ์คละคลุ้ง เพราะเพิ่งเสียตัวให้เชียรมา เธอเจ็บร่องเป็นอันมาก แต่ก็ทนทำงานจนเสร็จ

ปีนี้เธออายุสิบแปด ไม่ได้เรียนหนังสือต่อ เพราะต้องออกมาทำงานส่งน้องเรียนต่อ

อยากเรียนต่อใจแทบขาดแต่ก็ไม่ได้เรียน ความยากจนมันเลวร้ายกว่าที่หลายคนคิด หากไม่เจอกับตัวไม่มีทางรู้หรอก

ใช่ว่าเธออยากจะไปหลอกผู้ชายพวกนั้น แต่พวกเขามาชอบมาเปย์ให้เธอเอง เธอก็รับมาตามสมควร พยายามเอาตัวรอดให้ได้ แม้จะรู้ว่าผู้ชายพวกนั้นหวังในตัวเธอ แต่เพราะความอยู่รอด แป้งร่ำก็พยายามดิ้นรนเพื่อตัวเองและครอบครัว

บางวันไม่มีข้าวกิน แต่ให้น้องให้แม่ได้กินแค่นั้นเธอก็พอใจแล้ว

ค่าตัวจากการเสียตัวให้เชียรเป็นจำนวนเงินปึกใหญ่ เรียกว่าหลักหมื่นก็ย่อมได้ เธอไม่เคยได้เงินจากใครเยอะขนาดนี้มาก่อน นั่นทำให้แป้งร่ำร้องไห้เสียดายเงิน เงินนั่นน่าจะทำให้เธอกับน้อง ๆ มีข้าวกินไปอีกหลายมื้อ แต่บิดาก็เอาไปผลาญจนหมด

เสียงมอเตอร์ไซค์แล่นมาจอดตรงหน้าบ้าน เธอเห็นน้องสาวคนรองวัยสิบห้าซ้อนท้ายรถหนุ่มคนหนึ่งมา ท่าทางหมอนั่นไม่ใช่คนดีนัก

“ไว้เจอกันนะจ๊ะพี่ยอด” ปริมหอมแก้มยอดฟอดใหญ่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะแว๊นมอเตอร์ไซค์ออกไปจากหน้าบ้าน

“ใครน่ะปริม” แป้งร่ำเอ่ยถามน้องสาว

“พี่ยอดน่ะ”

“แล้วทำไมต้องไปหอมแก้มเขาแบบนั้นด้วย เราเป็นผู้หญิงนะ”

“ก็เขาเป็นแฟนของปริม หอมแก้มกันเรื่องธรรมดาจะตายไป”

“ปริมอายุแค่สิบห้าเองนะ มีแฟนแล้วเหรอ” แป้งร่ำเดินตามน้องสาวเข้าไปในบ้าน พยายามรั้งให้อีกฝ่ายมาคุยกันให้รู้เรื่อง

“อายุสิบห้าแล้วทำไม พี่แป้งเองก็ยังแร่ไปหาผู้ชายได้เลย”

“ปริม ทำไมพูดกับพี่แบบนี้”

“ชาวบ้านเขาลือกันว่าพี่น่ะง่ายไปทั่ว ปริมจะทำบ้างพี่จะทำไม”

“พี่ไม่ได้ทำแบบนั้นน่ะ” แป้งร่ำเสียใจที่น้องสาวพูดจาแบบนี้กับตน ที่เธอทำไปทั้งหมดเพราะอยากหาเงินมาให้ครอบครัว อยากให้น้อง ๆ ได้เรียนสูงๆ เพราะเธอไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ

“ไม่ได้ทำแล้วชาวบ้านเขาจะพูดแบบนั้นได้ยังไง ไม่มีมูลหมามันไม่ขี้หรอกพี่ ทีตัวเองทำไม่พูด คนอื่นทำล่ะบ่นจัง พี่ดีตายนักล่ะ”

เพียะ! ใบหน้าของปริมหันไปตามแรงตบ

“พี่ตบปริมเหรอ”

“พี่... พี่ขอโทษ”

“ไม่อยู่แล้วบ้านหลังนี้ มีแต่พ่อขี้เมาเล่นการพนัน แม่ก็พิการ มีพี่ก็เอาแต่บ่น ๆ ด่า ๆ น้องก็ซนสร้างแต่เรื่องปวดหัว” ปริมยัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าทำเอาแป้งร่ำตกใจไม่น้อย

“ปริมจะไปไหน”

“ปริมจะไปอยู่ในที่ที่มีความสุขไง ในเมื่อที่นี่มันคือนรก ปริมก็จะไม่อยู่”

“อย่าไปเลยนะปริม ปริมอายุแค่สิบห้า อาจจะโดนหลอกได้นะ อยู่นี่แหละ พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ พี่จะหาเงินส่งปริมเรียนเอง ปริมจะต้องมีอนาคตที่ดี อย่าทิ้งการเรียนเลยนะปริม”

“พี่ก็รู้ว่าปริมเรียนโง่จะตาย จะไปทำอะไรกิน มีผัวให้ผัวเลี้ยงไม่ดีกว่าเหรอ พี่นั่นแหละเรียนดี ทำไมไม่ส่งตัวเองเรียน จะมาส่งปริมทำไม”

“โธ่... ปริม การเรียนมันสำคัญกับเรามากนะ ถ้าปริมตั้งใจเรียนยังไงปริมก็ต้องได้ดี พี่ขอเถอะ ปริมอย่าทิ้งการเรียนเลยนะ”

“คนที่เขารวยๆ เขาไม่ได้เรียนหนังสือเขาก็ประสบความสำเร็จเยอะแยะไป จะเรียนไปทำไมให้เสียเวลาชีวิต พี่นี่ความคิดโบราณคร่ำครึจริงๆ พูดแต่เรื่องการเรียน”

“เขาประสบความสำเร็จน่ะใช่ แต่เขาก็ฉลาดและมีความสามารถ มีความพยายาม อีกทั้งคนที่ประสบความสำเร็จน่ะน้อยมากนะ แต่คนล้มเหลวน่ะเยอะ ถ้าเราเรียน เราก็จะมีโอกาสมากกว่าคนอื่น”

“บ่นยิ่งกว่าแม่อีก แม่ยังไม่บ่นขนาดนี้เลย โธ่! เว้ย!” ปริมผลักร่างของพี่สาวจนกระเด็น ก่อนโทร. หายอดให้มารับตนที่บ้าน

“ปริมอย่าไปเลยนะ ปริม ถือว่าพี่ขอร้องล่ะ”

“อะไรของพี่แป้งนี่ รำคาญจริงโว้ย!” ปริมผลักพี่สาวอีกรอบด้วยท่าทีรำคาญ ก่อนจะซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซค์ของยอดที่ขับออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว ยอดหันมายักคิ้วให้แป้งร่ำอย่างกวนๆ ทำเอาแป้งร่ำแทบเข่าทรุด

เสียงของมารดาที่พยายามพูด และร้องไห้ออกมาทำให้แป้งร่ำต้องรีบบอกมารดาให้คลายใจ

“ไม่เป็นไรนะจ๊ะ เดี๋ยวแป้งจะไปตามน้องกลับมาเอง แม่อย่าเครียดนะ แม่ไม่สบายอยู่” ปูนพยายามพูดกับลูกสาวแต่พูดไม่ชัดเพราะปากเบี้ยว แขนขาด้านขวาชาและอ่อนแรงขยับไม่ได้ นางเลยได้แต่นอนร้องไห้อยู่แบบนั้น

เสียงน้องคนเล็กร้องไห้จ้า ทำให้แป้งร่ำต้องวิ่งไปดู ก่อนที่ปัทท์ น้องชายคนที่สามจะกลับมา

แต่ปัทท์ไม่ได้กลับมาคนเดียว อีกฝ่ายมีคนมาส่ง ดูก็รู้ว่าเป็นพวกหัวโจ๊กในหมู่บ้าน

“ผมไปนอนบ้านเพื่อนนะพี่แป้ง”

“อย่าไปเลยนะปัทท์ นอนบ้านเรานี่แหละ” แป้งร่ำรีบห้ามน้องชายเอาไว้ เพราะเห็นท่าทีของเพื่อนที่มาด้วยกันแล้วไม่ไว้วางใจ

“ครูให้ทำรายงาน ไม่ไปนอนบ้านเพื่อน จะทำรายงานเสร็จได้ยังไง”

“ก็ทำอยู่ที่บ้านเดี๋ยวพี่ช่วยทำ นี่กลิ่นบุหรี่นิ๊ ปัทท์ดูดบุหรี่เหรอ” แป้งร่ำดมตัวน้องชายก่อนจะเอ่ยถาม

“พี่จะเซ้าซี้อะไรนี่ ใครๆ เขาก็ดูดกันทั้งนั้น ผมโตแล้วนะพี่ ผมไปล่ะ”

“ปัทท์ กลับมานี่นะ ปัทท์กลับมาก่อน โธ่...” แป้งร่ำถอนใจเฮือกใหญ่ เธออุ้มน้องสาวคนเล็กขึ้นมาแนบอก พยายามกล่อมให้อีกฝ่ายเงียบเสียงเพราะกำลังร้องไห้จ้า

“พี่แป้ง” ปลายน้องสาวคนที่สี่กลับมาจากโรงเรียน ก่อนจะหิ้วผักมาเต็มไม้เต็มมือ

“หิ้วอะไรมาเยอะแยะเลยจ้ะปลาย”

“ผักจ้ะพี่แป้ง ครูให้ทำแปลงเกษตร แล้วผักก็โตพอจะเก็บได้แล้ว ปลายเลยเอากลับมากินจ้ะ เพราะผักที่บ้านเรายังเล็กอยู่เลย แล้วนั่นน้องเป็นอะไรจ๊ะพี่แป้ง”

“สงสัยจะหิวนม ร้องไห้งอแงไม่หยุดเลย”

“เดี๋ยวปลายช่วยนะจ๊ะ” ปลายเป็นน้องคนเดียวที่แป้งร่ำเบาใจที่สุด อีกฝ่ายกลับมาจากโรงเรียนก็มาช่วยชงนมและกล่อมให้ป่านนอนหลับไปอีกรอบ

“พี่แป้งทำกับข้าวแล้วเหรอ”

“จ้ะ พี่ทำไข่เจียวกับยำปลากระป๋องเอาไว้ ปลายหิวก็กินก่อนเลยนะ พี่ป้อนข้าวป้อนยาแม่ก่อน”

“ไม่เอาจ้ะ ปลายจะกินพร้อมพี่ เดี๋ยวปลายเอาผักไปล้างและแช่น้ำเอาไว้ก่อนนะจ๊ะ พรุ่งนี้จะได้ทำกับข้าวกินกัน”

“เอางั้นก็ได้จ้ะ” แป้งร่ำพยักหน้าให้น้องสาว ปลายล้างผักจนเสร็จเรียบร้อย แช่น้ำเอาไว้ก่อนจะมาช่วยพี่สาวดูแลแม่ต่อ

“ปลายไปอาบน้ำเถอะจ้ะ เดี๋ยวจะได้มากินข้าวกัน”

ปลายรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตามคำพี่สาว เสื้อผ้าแม้จะเก่าๆ ย้วย ๆ แต่ปลายก็ไม่เคยขอให้พี่สาวซื้อให้ใหม่ เพราะรู้ว่าพี่สาวลำบากต้องทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำกว่าจะได้เงินมา สิ่งไหนประหยัดได้ ปลายจะช่วยพี่สาวประหยัดทุกอย่าง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทาสสวาทเงาเสน่หา
9.1
เมื่อความสาวและศักดิ์ศรีถูกตีค่าเป็นเงินเพียงห้าแสนบาท เดือนอ้ายจึงต้องยอมตกอยู่ในสถานะทาสสวาทของจักรพัฒน์เพื่อชดใช้หนี้สิน แม้เธอจะมอบทั้งกายและใจให้ชายผู้เป็นเจ้าของชีวิตด้วยความหวังว่าจะได้รับรักแท้ตอบแทน แต่สำหรับเขานั้นเธอกลับเป็นได้เพียงนางบำเรอผู้ไร้ตัวตน เพราะในสายตาของจักรพัฒน์ เดือนอ้ายคือเงาสะท้อนของแพรพราวคนรักเก่าเท่านั้น ไม่ว่าเธอจะทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อเขามากเพียงใด เธอก็ไม่อาจแทนที่ตัวจริงในใจเขาได้เลย
หน้าปกนวนิยาย กั้นรักร้ายนายน้ำแข็ง
8.8
เจมส์แอบซ่อนความรู้สึกที่มีต่อหนูดีไว้ภายใต้ท่าทีที่เย็นชา แม้ปากจะบอกว่าเธอเป็นเพียงแค่น้องสาว แต่การกระทำกลับสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง ขณะที่หนูดีเองก็มีเพียงเขาคนเดียวในหัวใจมาตลอด ทว่าเธอกลับไม่เคยได้รับโอกาสให้ก้าวข้ามกำแพงเข้าไปสัมผัสถึงความในใจของเขาได้เลย ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปความรักของคนทั้งคู่จากจักรวาลทัณฑ์รักนายหัวร้าย ว่ากำแพงน้ำแข็งนี้จะพังทลายลงเพื่อให้พวกเขาได้เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของกันและกันได้เมื่อไหร่
หน้าปกนวนิยาย มลทินรักซาตาน
7.8
หลังทนทุกข์กับชีวิตสมรสที่ไร้ค่ามาหนึ่งปี ตรีภพกลับปฏิเสธการหย่าร้างอย่างหนักแน่น แม้หญิงสาวจะตัดพ้อถึงความเจ็บปวดที่ต้องอยู่กับคนไร้หัวใจ แต่เขากลับใช้กำลังเข้าหาเพื่อปิดปากเธอด้วยจุมพิตที่ดุดัน ทว่าเมื่อเห็นน้ำตาแห่งความเสียใจ เขาก็เริ่มได้สติและยอมถอยห่างพร้อมคำขอโทษจากหัวใจ ตรีภพวิงวอนขอโอกาสสุดท้ายเพื่อแก้ไขความผิดพลาดในอดีต โดยสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองและไม่ทำให้เธอต้องเสียใจอีกต่อไปในฐานะสามีที่เคยละเลยเธอมาร่วมปี
หน้าปกนวนิยาย เกมกาม
8.1
มินตรา นางร้ายสุดเซ็กซี่ที่สะกดใจมหาเศรษฐีอย่างโอมานจนเขาปรารถนาจะครอบครอง แต่ตัวจริงที่แสนธรรมดาทำให้เธอถูกบีบด้วยสัญญาเถื่อนที่ไม่อาจเลี่ยง ขณะที่แพรวาสาวน้อยวัยสิบแปดเผลอใจไปกับกามารมณ์ที่ครูส มหาเศรษฐีหนุ่มไอทีจากอเมริกาหยิบยื่นให้ แรงดึงดูดนำพาให้เขาเปลี่ยนสาวน้อยให้กลายเป็นภรรยาผู้เร่าร้อนบนเตียงเพื่อผูกมัดใจสามีไม่ให้ชายตามองหญิงอื่น ท่ามกลางเกมรักที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและการแย่งชิงในโลกที่ความปรารถนาคือสิ่งจองจำหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์มารซาตานทมิฬ
9.6
ภัทรวนันต์ตกใจสุดขีดเมื่อคุณลอบเข้ามาในห้องส่วนตัวและล็อกประตูอย่างรวดเร็ว แม้เธอจะพยายามไล่ให้เขาออกไปเพราะกังวลเรื่องความเหมาะสมและความปลอดภัย แต่ชายหนุ่มกลับแสดงท่าทีไม่พอใจที่ถูกปฏิเสธ เขาเมินเฉยต่อคำอธิบายที่ว่าเธอกำลังจะเตรียมตัวไปทานอาหารกับทุกคนด้านล่าง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าหาอย่างคุกคามจนหญิงสาวถอยหนีไปติดผนัง ภายใต้อ้อมแขนที่กักขังเธอไว้ ภัทรวนันต์ทำได้เพียงอ้อนวอนขอร้องเขาทั้งน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น