ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักในรอยทราย

เล่ห์รักในรอยทราย

มินทราภาต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อถูกชายปริศนาบุกรุกเข้าหาถึงในห้องพักโรงแรม แม้เธอจะพยายามป้องกันตัวแต่กลับพบว่าเขาคือแขกคนสำคัญ ความเข้าใจผิดนำไปสู่ความสัมพันธ์อันซับซ้อน เมื่อจอมโอหังอย่างเจ้าชายคริสตินเริ่มมีใจให้สาวงามที่เขาเคยสบประมาท เขาจึงวางแผนพาเธอไปยังดินแดนของตนเพื่อพิสูจน์รักแท้ ทว่ามินทราภากลับถูกลักพาตัวไปหมายเอาชีวิตท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ทั้งคู่ต้องร่วมกันฟันฝ่าอันตรายเพื่อรักษาชีวิตและความรักที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
ตอน
แชร์

ตอน 1

หลังจากเดินทางมาพักอยู่กับน้องชายที่ออสเตรเลียได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ มินทราภา สุรารักษ์ ก็ได้รับแจ้งด่วนจากทางบ้านให้กลับมาร่วมสัมมนาวาระสำคัญที่มีวิทยากรรับเชิญระดับสูงจากต่างประเทศมาให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาดิน และพืชไร่เขตร้อน จึงต้องรีบเร่งเดินทางกลับอย่างเร่งด่วน

มินทราภามาถึงโรงแรมเป็นเวลาค่ำมืดพอดี โดยได้รับรายงานว่าผู้จัดการและผู้ช่วยกำลังต้อนรับแขกพิเศษอยู่ จึงให้พนักงานยกกระเป๋าขนสัมภาระของเธอไปยังห้องชุดที่เธอเคยพักอยู่ประจำทันที หลังจากเก็บข้าวของเข้าที่เรียบร้อยแล้ว เธอเพิ่งนึกได้ว่าต้องโทรบอกทางบ้านตามที่มารดาสั่งไว้ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยบุตรสาวคนเดียว แล้วอาบน้ำเข้านอนด้วยความเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้าจากการเดินทางไกล

ขณะที่มินทราภากำลังนอนหลับลึกจากความฝันน่าสะพรึงกลัวด้วยลำตัวยาวของพญานาคราชสีเขียวคล้ำจนเกือบดำพันล้อมอยู่รอบปราสาทหินทราย เศียรใหญ่ชะโงกเงื้อมเห็นหงอนแดงต้องแสงอาทิตย์ร้อนสะท้อนเลื่อมพราย ต่างจากสีดำสนิทของดวงตารียาวกะพริบไหว ปากใหญ่อ้าแยกกว้างเห็นเขี้ยวยาวโง้งขาววับวาวแหลมคมชวนหวาดหวั่น

ในความฝันร่างของมินทราภาถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนสีทองอร่ามยืนโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางผืนทรายกว้างไกลสุดสายตา อากาศรอบกายร้อนแรงด้วยแสงแดดแผดกล้าราวกับจะเผาร่างเธอกับเจ้าพญานาคให้มอดไหม้เป็นเถ้าธุลี

มินทราภากรีดร้องสุดเสียง เมื่อเศียรใหญ่โตผงกโฉบลงมาหายังร่างของตน พลางดิ้นรนจนสุดแรงกำลังอย่างไม่ลืมหูลืมตา ฉับพลันกลับรู้สึกเสมือนจริงว่าสิ่งที่โถมลงมาทาบทับร่างของตนไม่ใช่ลำตัวพญานาคราช แต่เป็นร่างมนุษย์

หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมองดูของหนักที่บ่งบอกชัดว่าเป็นร่างกายบุรุษตัวสูงใหญ่ชะโงกง้ำอยู่เหนือร่างของเธอที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยผ้าห่มผืนหนาจากลำตัวจรดปลายเท้า

“กรี๊ดดด...ว้ายอะไรเนี่ย !" มินทราภาเพ่งสายตามองเห็นใบหน้ามนุษย์ผู้ชายตัวโตด้วยใจก็เต้นระทึกรู้สึกกลัวมากขึ้น

“อะไรกัน...คุณเป็นใคร...เข้ามาได้ยังไง"

มินทราภาร้องถามพร้อมกับกิริยาดิ้นขลุกขลักและออกแรงผลักไสคนที่ล้มหงายลงพาดทับด้วยน้ำหนักที่ทำให้จุกแน่นในอกอยู่เกือบหนึ่งอึดใจ เมื่อเห็นเขายังนอนตะลึงจ้องมองนิ่งไม่ขยับหรือเคลื่อนกายออกก็ยิ่งอกสั่นขวัญหาย เริ่มทุบแรงผลักแรงมากขึ้นจนคนบนกายส่งเสียงร้อง

“...โอ้ย...นี่...หยุดทุบผมเดี๋ยวนี้นะ"

เสียงพูดด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงชัด ทำให้คนออกแรงทุบระรัวหยุดชะงัก แล้วต่างคนต่างจ้องหน้ามองตากันอย่างตกตะลึงพรึงเพริด

“ คุณมาทำอะไรในห้องนอนผม"

“ คุณมาทำอะไรในห้องนอนฉัน"

เสียงทุ้มกับเสียงหวานถามออกมาพร้อมกันราวกับนัด แล้วฝ่ายเสียงหวานก็เพิ่มแรงผลักให้เจ้าของเสียงทุ้มที่ตัวโตกว่าพลิกออกไปพ้นจากร่างอย่างทุลักทุเล และรีบหดขาขยับตัวเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียง พร้อมกับหยิบปืนขนาดเหมาะมือที่มักจะพกติดตัวจากชั้นข้างหัวเตียงออกมา พลางกระโดดผลุงลงไปยืนจังก้าแบบแม่เสือสาวปักหลักมั่น ปากก็ร้องขู่คนตัวโตที่กำลังนอนเค้เก้อยู่ปลายเตียง

“...อย่าขยับนะ...ถ้าขยับฉันยิงจริงๆ...บอกมาว่าคุณเข้ามาในห้องของฉันทำไม"

คริสตินได้สติคืนมาจากแรงผลักแรงทุบจากเสียงผู้หญิงที่ไพเราะที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา เบิ่งตามองหญิงสาวสวยร่างเพรียวบางในชุดนอนเนื้อบางที่ต้องแสงไฟสว่างเผยเรือนร่างที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งสมส่วนเย้ายวนตาชวนมองด้วยความพึงพอใจ

เขายิ้มให้เจ้าของใบหน้าสวยคลาสสิกที่ติดจะบึ้งเคียดขึงเอาจริงเอาจังในสภาพผมยาวสลวยยุ่งเหยิงรุ่ยร่ายที่ยิ่งมองก็ยิ่งดูเซ็กซี่สะดุดใจ ขนาดอยู่ในสถานการณ์คับขันเขายังแทบจะอดใจคว้าตัวเธอลงมานอนกอดก่าย แล้วจูบปากอิ่มสีกุหลาบที่เอ่ยเอื้อนคำขู่คำถามตามใจปรารถนาไม่ได้

ช่วงเวลาที่ผ่านมากว่าสองปี คริสตินยังไม่เคยเจอผู้หญิงสวยมากพอที่จะทำให้หัวใจเต้นระทึกอย่างนี้ ตอนที่ล้มตัวลงนอนทับตัวเธอยังรู้สึกได้ถึงความอ่อนนุ่มละมุนละไม เขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร ทำไมจึงมานอนในห้องชุดที่เขาสั่งจองกับทางโรงแรมไว้ ดูสถานการณ์แล้วคงไม่ใช่อภินันทนาการพิเศษจากทางโรงแรมส่งมาให้อย่างแน่นอน

“...โอ๊ะ...โอ...ทางที่ดี...ผมคิดว่าเราสองคนมาพูดกันดีๆโดยไม่ต้องใช้อาวุธอันตรายดีกว่า สภาพผมคงไม่ทำให้คุณคิดว่าเป็นโจรหรือเป็นขโมยที่ไหนหรอกนะ”

คริสตินพูดอยู่ในท่าเอนกายเค้เก้ยกสองมือหรา สายตาจ้องจับอยู่กับอาวุธในมือหญิงสาวอย่างทึ่งจัด คิดว่าผู้หญิงสวยจัดกับอาวุธร้ายแรงในมือช่างไม่เข้ากันเสียเลย

เขาเลื่อนสายตามองพินิจใบหน้างามกับเรือนร่างอรชรสวยสมส่วนด้วยใจเต้นแรงระทึก แล้ววกกลับมามองปากอิ่มจิ้มลิ้มน่าจูบ ตอนได้ยินเสียงหวานร้องขู่ฟ่อ

“อย่าขยับนะ แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไร เอ้อ เป็นใคร ก็ไม่สมควรเข้ามาในห้องของฉัน”

มินทราภารับรู้ถึงสายตาคมปราบอาบความชื่นชมที่กวาดมองโลมไล้ส่งกระแสวาบหวามไปทั่วร่าง หญิงสาวถอยหลังก้าวห่างออกมาจนชิดข้างฝาใกล้ประตูห้องนอน ยกมือสั่นกดเปิดสวิตช์ไฟกลางห้องที่เอื้อมถึง ทำให้เห็นชัดว่าเขาเป็นชายหนุ่มต่างชาติหน้าตาหล่อคมคายมากคนหนึ่ง

เมื่อมองจับจ้องกันอยู่ในระยะใกล้ท่ามกลางแสงไฟส่องสว่าง เห็นชัดถึงไรเคราเขียวครึ้มกับคางผ่ายิ่งช่วยให้ใบหน้าชายหนุ่มดูหล่อมีเสน่ห์ชวนมองและสามารถเรียกร้องความสนใจจากหญิงสาวมาหลงใหลได้ปลื้มอย่างง่ายๆ

โดยเฉพาะท่านอนเค้เก้ยกมือหราในสภาพที่สวมเสื้อผ้าเพียงเชิ้ตสีขาวสะอาดปล่อยชายและปลดกระดุมลงมาเกือบถึงสะเอวจนมองเห็นไรขนดำบางๆที่พาดผ่านจากแผงอกลงมาอย่างน่าระทึกใจ และมีอิทธิพลทำให้หน้าตาเนื้อตัวของมินทราภาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างมหัศจรรย์

...เขาเป็นใคร ท่าทางดูมีสง่าราศีแบบที่หายากในบุรุษทั่วไป...และความรู้สึกนี้ก็ไม่เคยเกิดกับการมองผู้ชายหล่อคนไหน แต่จะดูดีอย่างไรมินทราภาก็ไม่คิดจะวางใจ อดหวาดระแวงไม่ได้เพราะสมัยนี้โจรผู้ร้ายรูปร่างหน้าตาดีแฝงตัวอยู่ในคราบผู้ดีมีเยอะแยะไป

“แต่ควรจะเป็นผมนะ ที่ต้องถามว่าคุณเข้ามาทำอะไรในห้องนอนผม"

คริสตินพูดพร้อมขยับกายทำน่าจะลุกนั่งให้สบายตัวขึ้น แต่ต้องชะงักกึกทิ้งตัวลงในท่าเดิมจากคำร้องขู่

“หยุดนะ อย่าขยับนะ ฉันยิงจริงๆด้วย"

มินทราภาร้องเตือนเสียงดัง กระชับสองมือกุมอาวุธมาดมั่นจริงจังเตรียมพร้อมที่จะลั่นไกทุกขณะ

“อ่ะ อ่ะ ผมจะไม่ขยับ คุณจะเอายังไงก็ว่ามา”

คริสตินเห็นท่าเอาจริงยิ่งนึกชื่นชมในใจ เขาไม่ได้หวั่นกลัวความร้ายแรงของอาวุธในมือนั่นสักเท่าไร เพราะเขารู้จักการเซฟตัวเองให้รอดจากคมกระสุนได้ แต่การที่เขายอมตามง่ายๆ เพราะไม่อยากให้แม่เสือสาวแสนสวยตรงหน้าหวั่นกลัวตัวเขาไปมากกว่านี้

“ห้องนี้จะเป็นของคุณได้ยังไง ปกติทางโรงแรมไม่เคยเปิดให้ใครเข้ามาใช้...มันเป็นห้องชุดส่วนตัวของครอบครัวฉันนะทางคุณจะมาอ้างลอยๆไม่ได้"

“ฉันมีกุญแจ/ผมก็มีกุญแจ"

ราวกับนัดหมายเมื่อสองหนุ่มสาวกล่าวขึ้นพร้อมกันและเบนสายตาไปยังโต๊ะใกล้หัวเตียงที่เพิ่งจะเห็นว่ามีพวงกุญแจสองพวงวางอยู่ไม่ห่างกันมากนัก

“...เอ๊ะ...”

“ไม่ต้องมาเอ๊ะ...ผมจองห้องพักบนชั้นนี้เอาไว้...แล้วทางโรงแรมก็จัดเป็นห้องชุดทางปีกขวาให้”

ชายหนุ่มเปลี่ยนมาพูดภาษาไทยชัดแจ๋ว แล้วบอกชั้นกับเลขที่ห้องแก่หญิงสาวที่กำลังยืนจ้องในอาการตะลึงงัน

“เราพลาดอะไรไปหรือเปล่า" มินทราภารำพึงในใจ

แต่เมื่อเขามีกุญแจไขเข้ามาในห้องนอนของเธอได้ก็แสดงว่าทางโรงแรมต้องให้กุญแจมา...เกิดผิดพลาดอะไร?...ทำไมทางผู้จัดการโรงแรมถึงให้กุญแจห้องชุดนี้แก่แขกผู้เข้ามาพัก เพราะปกติห้องพักชั้นนี้จะเป็นที่พักประจำของครอบครัวและไม่เคยมีปัญหาแบบนี้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พลั้งเหรอ (เลย) เผลอรัก
9.7
ธาราทิพย์ใจสลายเมื่ออดีตคนรักทำเพื่อนสนิทท้องจนต้องแต่งงานกัน เธอเมามายและตื่นขึ้นกลางป่าลึกในฐานะนักโทษของ ศิงขริน ชายแปลกหน้าที่ได้รับภารกิจกักตัวเธอไว้ไม่ให้ไปพังพิธีวิวาห์ ท่ามกลางความพยายามหลบหนีและการเฝ้าตามติดอย่างใกล้ชิด ความใกล้ชิดในกระท่อมหลังน้อยกลับเปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นความหวั่นไหว จากคนแปลกหน้าที่ต้องชิงไหวชิงพริบ กลับเผลอใจให้กันในค่ำคืนที่แสนหวานจนความสัมพันธ์ครั้งนี้ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
8.2
อดีตหนุ่มออฟฟิศในกรุงเทพฯ ผู้เคยใช้ชีวิตธรรมดาได้หวนคืนสู่เมืองไทยอีกครั้งในฐานะยมทูตมือใหม่ แต่การทำงานวันแรกกลับไม่ง่าย เมื่อดาวเหนือต้องเผชิญกับเหตุระเบิดเพลิงครั้งใหญ่ที่สั่นประสาทจนเขาเผลอวิ่งหนีตายสุดชีวิตราวกับลืมไปว่าตนเองสิ้นอายุขัยไปแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาถูกรุ่นพี่ตะโกนสั่งให้ตั้งสติและเร่งนำวิญญาณเหยื่อไปส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่สูทแดงตามหน้าที่ของผู้นำทางวิญญาณในโลกหลังความตายที่เต็มไปด้วยอันตรายและภารกิจสุดระทึก
หน้าปกนวนิยาย ตัดบัวไม่ให้เหลือใย ตัดใจไม่ให้เหลือรัก
8.7
เมื่อการเลือกคู่ครองผิดพลาดกลายเป็นตราบาปที่ทำลายทั้งชีวิต นางจึงต้องเผชิญกับความสูญเสียอันแสนสาหัสเกินกว่าจะทานทนได้ ในฐานะเจ้าเมืองผู้ทรงเกียรติ เขากลับเลือกปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดจนสามารถปกป้องผู้คนได้มากมายมหาศาล ทว่าเขากลับละเลยชีวิตของนางและคนในครอบครัวไปอย่างเลือดเย็น ทิ้งให้นางต้องสูญเสียลูกรักไปอย่างไม่มีวันกลับ พร้อมกับความพลัดพรากจากพ่อแม่และพี่ชายที่ไม่อาจหวนคืน ความเจ็บปวดครั้งนี้คือบทเรียนที่แลกมาด้วยชีวิตและหัวใจที่แตกสลายจนยากจะประสานคืน
หน้าปกนวนิยาย ทั่วหล้าฟ้าดิน ข้าคือผู้ครอง
8.1
ซูเยว่ซีหวนคืนสู่อดีตหลังถูกอวิ๋นถังยวี่ทรมานจนสิ้นใจ ชาตินี้นางสาบานจะปกป้องครอบครัวและทำลายศัตรูที่เคยทำร้ายนางให้สิ้นซาก ไม่ว่าจะเป็นพ่อผู้ชั่วช้าหรือหญิงแพศยาที่จอมปลอม นางใช้สติปัญญาเปิดโปงความชั่วร้ายและกำจัดคนทรยศในราชสำนักเพื่อความปลอดภัยของท่านตา ท่ามกลางแผนการล้างแค้นที่สั่นคลอนเมืองจิง นางได้พบกับอวิ๋นเฮิง องค์ชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนพิการ ทว่าเขากลับไม่ได้มาเพื่อขัดขวาง แต่พร้อมจะยืนเคียงข้างและสนับสนุนทุกการตัดสินใจของนาง
หน้าปกนวนิยาย สตรีแกร่ง หลินซูเหมย
8.2
อมิตา นักมวยสาวฝีมือฉกาจจบชีวิตลงขณะช่วยพลเมืองดีจากโจรปล้นทรัพย์ ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามภพมาเข้าร่าง หลินซูเหมย คุณหนูห้าผู้ขี้โรคแห่งสกุลหลินในเมืองหนานอัน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบผลักตกสระน้ำด้วยวัยเพียงสิบห้าปี เมื่อนักสู้สาวต้องมาอยู่ในร่างที่เคยถูกพี่สาวและบ่าวไพร่รุมกลั่นแกล้ง เธอจึงตัดสินใจใช้ทักษะแม่ไม้มวยไทยจากชาติก่อนมาฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง เพื่อลุกขึ้นสู้และปกป้องคนสำคัญในโลกใบใหม่นี้ด้วยความกล้าหาญ