
กลร้ายทรายเสน่หา
ตอน 2
ขบวนอูฐตัวงามสุขภาพดีที่ได้รับการคัดสรรและฝึกฝนมาเพื่อการเดินทางทำงานสำคัญท่ามกลางความร้อนหนาวในทะเลทรายสิบกว่าตัวเดินเรียงแถวยาวมุ่งหน้าสู่จุดหมายที่มองเห็นเป็นเส้นสีดำตัดผืนทรายเบื้องหน้าและท้องฟ้ากว้างคืนเดือนแรมเกลื่อนดวงดาวส่องแสงวับวาวดารดาษดั่งเกร็ดเพชรอันเป็นถนนสายเดียวของเส้นทางเดินรถสู่แหล่งท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศ
สถานตากอากาศพักผ่อนไลย์วาเกิดขึ้นจากพระดำริของพระราชาธิบดีซามีองค์ประมุขและเจ้าชายฮัสซานพระอนุชาผู้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีกลาโหมที่ต้องการเปิดกว้างให้คนทั่วโลกได้เห็นความงดงามของโอเอซิสกลางทะเลทราย
เจ้าชายทราวิส บิน ฮัสซาน มุนายันห์ อัล-อักรา(Prins Thavis Bin Hassan Munnayanh Al-Akra) เป็นบุคคลสำคัญในความสำเร็จครั้งนี้ พระองค์ทรงทุ่มเทความรู้ความสามารถสนองพระดำริของสมเด็จลุงกับพระบิดาได้สำเร็จด้วยเวลาอันรวดเร็ว และได้รับชื่อเสียงจากการยกย่องให้เป็นเจ้าชายนักพัฒนาของประชาชนในประเทศ
ไลย์วาโอเอซิสเป็นแหล่งรวมห้วงน้ำจืดหลายแห่งกลางทะเลทรายผืนกว้างอยู่กึ่งกลางค่อนมาทางทิศเหนือของประเทศที่ตั้งอยู่ใต้อ่าวเปอร์เซียต่อเนื่องกันกว่าสองร้อยกิโลเมตร มีหมู่บ้านน้อยใหญ่ตั้งรายรอบเกือบทุกทิศทางหลายสิบหมู่บ้าน โดยเส้นทางการเดินทางจะมีถนนหลวงจากมหานครหรือนครหลวงตัดผ่านทะเลทรายยาวกว่าสามร้อยกิโลเมตรมาถึงโอเอซิส
ถนนเส้นนี้มาบรรจบกับถนนอีกสองสายที่แยกไปทางตะวันออกความยาวประมาณร้อยกว่ากิโลเมตรและทางทิศตะวันตกเกือบแปดสิบกิโลเมตรตรงวงเวียนสวยงามขนาดใหญ่ที่เป็นประตูนำสู่สถานพักผ่อนตากอากาศหรูหราสวยงามอันดับหนึ่งของประเทศในโครงการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนเชิงอารยธรรมตะวันออกกลางของรัฐบาล นอกจากจะมีที่พักตากอากาศเป็นโรงแรมรีสอร์ตสวยหรูปลูกสร้างด้วยศิลปะตะวันออกกลางจากยุคสมัยเก่าสมัยกลางจนมาถึงสมัยปัจจุบันให้ลูกค้าได้เลือกใช้บริการตามความชอบแล้วยังมีมินิทัวร์พาท่องเที่ยวชมโครงการตามพระดำริที่มีทั้งหัตถกรรมและเกษตรกรรมตามหมู่บ้านรายรอบโอเอซิสอีกด้วย
ทราวิสวางแผนให้ผู้จัดการโรงแรมไลย์วาพาเลเทรียลที่ต้องติดต่อจ้างงานการแสดงศิลปะวัฒนธรรมจากทุกประเทศแถบเอเชียมาแสดงให้แขกได้ชมในเทศกาลงานประจำปีที่โอเอซิสไลย์วาที่จัดขึ้นทุกปี ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีคณะนางรำของหญิงสาวผู้นั้นอยู่ด้วย โดยเสนอราคาพิเศษและสัญญาการว่าจ้างติดต่อกันนานหนึ่งปีเป็นแรงจูงใจ
กรามแข็งแรงใต้เคราดกครึ้มขบแน่นจากภาพความทรงจำของสาวงามแต่งกายด้วยเสื้อผ้านางระบำเปิดเผยเรือนร่างงดงามสะดุดตาสะดุดใจด้วยผิวเนียนละเอียดขาวลออผุดผ่องน่าสัมผัสลูบไล้ ทรวดทรงอรชรงดงามยามสะเอวคอดเล็กพาสะโพกผายกลมกลึงส่ายพลิ้วไหวเย้ายวนอารมณ์ตามจังหวะดนตรีที่สามารถกระชากความดิบเถื่อนของชาติบุรุษออกมาอย่างง่ายดาย
หญิงสาวเจ้าเล่ห์คนนี้ใช้ความสวยงามของรูปร่างหน้าตากับมายาเย้ายวนจากระบำรำฟ้อนมาเป็นสิ่งดึงดูดให้เขาสนใจในตัวหล่อน และทำได้สำเร็จเมื่อเขาได้เห็นรอยยิ้มหวานบาดใจกับนัยน์ตาหวานเชื่อมสีอำพันสุกใสที่ส่งประกายท้าทายเป็นเชิงเชิญชวนยามมองสบตากัน โดยไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นกับดักที่วางไว้เพื่อทำลายชื่อเสียงของเขา
แม้กิริยาการเต้นระบำพื้นเมืองแบบชนเผ่าชาวตะวันออกของหล่อนจะไม่ร้อนแรงเร้าใจอย่างนางระบำคนอื่นๆในคณะเดียวกัน แต่ก็สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมทั่วห้องสำราญเฉพาะบุรุษได้ด้วยท่วงท่างามสง่าผนวกด้วยรูปร่างหน้าตาสวยอ่อนหวานน่ารักน่าเอ็นดูเกินใคร และทำให้ตัวเขาตกหลุมเสน่ห์ของหญิงสาวเข้าแล้ว
“หยุดก่อน นางระบำ" เขาเรียก
หลังจากเพลงระบำหยุดและหล่อนมายืนอยู่ตรงหน้าพอดิบพอดี กิริยาชม้ายตาหวานชำเลืองมองขณะยืนก้มหน้าแสดงท่าเอียงอายเป็นสิ่งประทับใจเขายิ่งนัก เขาโน้มตัวจากที่นั่งเข้าใกล้ด้วยหัวใจเต้นแรงระทึก พลางนึกขำตัวเองที่กำลังตื่นเต้นกับการได้เจอสาวสวยถูกใจ
“เธอเต้นระบำได้งดงามมาก" เขาแทบไม่รู้ตัวว่าได้ยื่นธำมรงค์วงหนึ่งที่ถอดจากนิ้วก้อยส่งให้นางระบำสาวสวยผู้นั้น แล้วบอกกับหล่อน
“นี่เป็นของขวัญเล็กๆน้อยๆจากฉัน ฉันอยากรู้จักเธอมากขึ้น เธอรังเกียจที่จะบอกชื่อแก่ฉันไหม" ทราวิสถามความสมัครใจของหญิงสาวตามธรรมเนียม หากนางระบำผู้ใดตอบรับไมตรีก็จะเจรจาด้วย
หล่อนชม้ายตาอย่างน่ารักแกมยั่วยวน ริมฝีปากอิ่มสวยทาลิปติกสีสดงดงามราวกลีบกุหลาบแดงอิ่มน้ำขยับตอบกลับมาด้วยเสียงหวาน
“เป็นพระกรุณายิ่งเพคะ หม่อมฉันจะบังอาจรังเกียจเชื้อพระวงศ์อันสูงส่งอย่างพระองค์ได้อย่างไร นับเป็นเกียรติสูงส่งเสียอีกเพคะ” น้ำเสียงของหล่อนดุจดั่งเสียงระฆังแก้วแว่วหวาน
“เธอชื่ออะไร" เขาถามเสียงนุ่ม
“ชื่อนั้นสำคัญไฉน" หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วพร้อมส่งยิ้มหวานยวนใจ นัยน์ตาสีอำพันเปล่งประกายระยับงดงามฉายแววเชิญชวนเปิดเผย ก่อนจะโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อ
“ถ้าทรงปรารถนาจะรู้จักหม่อมฉันจริงอย่างที่ทรงรับสั่ง หม่อมฉันยินดีอย่างที่สุดที่จะถวายความสาวบริสุทธิ์ถวายแก่พระองค์ ถ้าเสด็จไปหาหม่อมฉันในห้องพักคืนนี้”
คำเชิญชวนของนางระบำทำให้ทราวิสใจเต้นระทึก เสียงหวานกระซิบพร่าพรายประกอบกิริยาชม้ายตาเว้าวอนกึ่งท้าทายกึ่งเชิญชวนเป็นสิ่งกระตุ้นให้ทราวิสเกิดความสนใจมากขึ้น
“เอ้อ...นี่เธอหมายความว่า..." ลังเลที่จะกล่าวออกมา
เขาสนใจในตัวหล่อนมากกว่าความบริสุทธิ์ที่อ้างอิงนั่น หากหล่อนต้องการความสุขสบายจากตำแหน่งนางห้ามของเชื้อพระวงศ์หนุ่มโสดและเสนอตัวเองแบบนี้ เขาก็เต็มใจรับหล่อนไว้
“เพคะ หม่อมฉันทูลลา”
การกระทำของเจ้าชายหนุ่มผู้ไม่เคยสนใจพวกนางห้ามหรือนางระบำเรียกเสียงฮือฮาจากกลุ่มพระญาติหนุ่มวัยใกล้เคียงกัน ต่างเข้ามารุมล้อมซักถามล้อเลียน เพราะปกติทราวิสไม่เคยสนใจในตัวนางระบำหรือเรียกหญิงสาวสวยคนไหนที่มาเต้นระบำให้ดูหยุดพูดคุยอย่างนี้
เจ้าชายไฟซัลพระญาติหนุ่มเชษฐาของเจ้าหญิงซาบิยาห์ผู้จัดหาคณะนางรำและนางระบำมาแสดงช่วยเพิ่มเติมให้ข้อมูลหญิงสาวที่เจ้าชายทราวิสถูกตาต้องใจว่าหล่อนไม่ใช่นางระบำพื้นเมืองอาชีพเหมือนคนอื่นๆ แต่เป็นนางรำจากประเทศไทยที่มารำถวายพระพรหน้าพระที่นั่งองค์ประมุขที่เจ้าหญิงซาบิยาห์ว่าจ้างมา
การได้รู้ว่าหล่อนเป็นครูสอนนาฏศิลป์ไทย-สากลของสถาบันมีชื่อแห่งหนึ่งในประเทศไทยที่ได้รับคัดเลือกว่าจ้างมาร่วมกับคณะทำให้เจ้าชายทราวิสสนใจหล่อนมากขึ้น และตัดสินใจไปพบตามคำเชื้อเชิญของหล่อนเพื่อเสนอไมตรีที่จะทำความรู้จักกันต่อไป
ทราวิสนึกไม่ถึงว่าเหตุการณ์ในคืนนั้นจะกลับกลายเป็นการถูกกล่าวหาว่าเข้าไปปลุกปล้ำนางรำถึงตำหนักฝ่ายใน เขาถูกพระบิดาพระมารดาและสมเด็จลุงเรียกเข้าพบเป็นการส่วนพระองค์ ทรงมีรับสั่งตำหนิอยู่บ้างว่าไม่ระมัดระวังตัว เพราะรู้อุปนิสัยใจคอว่าเขาจะไม่ทำเรื่องเสื่อมเสียอย่างนั้น
แต่อย่างไรก็ต้องมีการลงโทษทัณฑ์ให้ผู้คนได้เห็นเพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น ด้วยการต้องโทษเนรเทศออกจากนครหลวงอย่างไม่มีกำหนดอันเป็นข่าวแพร่สะพัดออกไป โดยมีพระบัญชาเป็นเรื่องภารกิจลับให้เขาไปปฏิบัติงานสำคัญของประเทศในตำแหน่งผู้บัญชาการกองงานพิเศษตระเวนชายแดน
กองกำลังของเจ้าชายทราวิสประกอบด้วยนายทหารปฏิบัติงานลับปราบปรามผู้ก่อการร้ายและโจรทะเลทรายแถบหมู่บ้านชายแดนที่แต่ก่อนเจ้าชายชารีฟพระเชษฐาของพระองค์เป็นผู้บังคับบัญชาอยู่ ซึ่งหลังจากพระเชษฐาสิ้นพระชมน์ไปทางกระทรวงกลาโหมยังไม่ได้แต่งตั้งใครให้สานงานต่อ
การได้รับงานสืบต่อจากพระเชษฐาเป็นสิ่งที่ทราวิสภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะเขามุ่งมั่นจะใช้ตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งทำงานที่ทางการซุ่มทำมาเกือบสองปีให้สำเร็จผลลุล่วงเสียที นั่นคือ การจับตัวเจ้าหัวหน้าใหญ่ของโจรก่อการร้ายนักค้าอาวุธสงครามผู้มีอิทธิพลสูงสุดทางชายแดนตะวันออกเฉียงเหนือโดยทราวิสคิดจะใช้กลลวงเพื่อล่อจับตัวลูกน้องคนสำคัญของมันมาเพื่อสืบสาวไปให้ถึงตัวหัวหน้าใหญ่ของพวกมันได้ง่ายขึ้น
ในแผนงานของทราวิสจะมีหญิงสาวผู้สร้างความอัปยศแก่เขาในค่ำคืนงานเลี้ยงเฉลิมฉลองพระชนมายุหกสิบพรรษาพระราชาธิบดีในพระราชวังหลวงกลางมหานครอักราเซลามห์เป็นเหยื่อล่อ สาวสวยผู้นี้จะถูกนำมาเข้าร่วมในแผนกลลวงเพื่อการลงโทษที่หล่อนบังอาจใส่ร้ายทำให้เขาเสื่อมเสียเกียรติยศ และโทษทัณฑ์ครั้งนี้จะให้บทเรียนแก่หล่อนว่า...บุรุษที่หื่นกระหายราคะแท้จริงน่ากลัวอย่างไร...
ในขณะเดียวกันทราวิสก็ต้องการรู้ความจริงว่าหญิงสาวผู้กระทำการอุกอาจและบังอาจอย่างกล้าหาญเพื่อกล่าวโทษใส่ร้ายเขามีเหตุผลหรือสิ่งจูงใจจากอะไร เพราะตรวจสอบดูแล้วหล่อนกับเขาไม่เคยมีอะไรที่เกี่ยวข้องกันมาก่อนเลย และสิ่งที่สำคัญสุด คือ...เขาต้องการหล่อนและต้องได้หล่อนมาเป็นของเขาให้ได้...ทราวิสย้ำกับตัวเองซ้ำว่า...ต้องได้หล่อนมาเป็นของเขาให้ได้...
คุณอาจจะชอบ





