หน้าปกนวนิยาย เพลิงแค้นภรรยา ราชวงศ์เป็นเถ้าถ่าน

เพลิงแค้นภรรยา ราชวงศ์เป็นเถ้าถ่าน

8.6 / 10.0
ในวันครบรอบการจากไปของลูกชาย ฉันกลับพบสามีอยู่กับชู้รักที่กำลังตั้งครรภ์ในบ้านพักของเรา เขาไม่เพียงส่งการ์ดแต่งงานใหม่มาเย้ย แต่ยังทิ้งคลิปเสียงตราหน้าว่าฉันเป็นผู้หญิงที่มีมลทินจากโศกนาฏกรรมครั้งนั้น ซ้ำร้ายเขายังสารภาพว่าแอบทำให้ฉันเป็นหมันเพื่อหวังสร้างทายาทที่บริสุทธิ์กับหญิงอื่น เขาฝันถึงการสร้างราชวงศ์ที่รุ่งโรจน์ แต่ฉันจะขอบุกไปงานวิวาห์ครั้งนี้เพื่อเผาทำลายทุกอย่างให้กลายเป็นเถ้าถ่านด้วยมือของฉันเอง

เพลิงแค้นภรรยา ราชวงศ์เป็นเถ้าถ่าน ตอนที่ 1

ในวันครบรอบการตายของลูกชาย ฉันเจอสามีของฉันอยู่ในบ้านพักส่วนตัวของเรากับเมียน้อยที่กำลังตั้งท้องของเขา

เขาส่งการ์ดเชิญงานแต่งงานของพวกเขาสองคนมาให้ฉัน พร้อมกับคลิปเสียงที่เขาเรียกฉันว่า ‘ผู้หญิงมีมลทิน’ จากเหตุการณ์เลวร้ายที่พรากชีวิตลูกชายของเราไป และเขายังสารภาพว่าแอบทำให้ฉันเป็นหมันเพื่อที่จะได้มีทายาทที่ ‘บริสุทธิ์’

เขาคิดว่าเขากำลังจะสร้างราชวงศ์ใหม่ แต่ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไปร่วมงานแต่งงานของเขา และจะเผามันให้วอดวายไปกับตา

บทที่ 1

ไอวี่ วรโชติ POV:

กฎข้อแรกที่ภาคินกับฉันตั้งขึ้นมาก็คือ เราต้องรับโทรศัพท์ของกันและกันเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม มันเป็นกฎที่หล่อหลอมขึ้นจากเลือดและความสิ้นหวังบนถนนที่เปียกแฉะของกรุงเทพฯ ในตอนที่เรายังเป็นแค่เด็กเหลือขอที่ท้องว่างเปล่า แต่กำปั้นเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน ดังนั้น เมื่อโทรศัพท์ของสามีฉันตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความเสียงเป็นครั้งที่ห้า ในวันครบรอบการตายของลูกชายของเรา ฉันก็รู้ได้ทันทีว่าเขาไม่ได้แค่ไม่ว่าง แต่เขาอยู่กับคนอื่น

ทุกปีในวันนี้ เราจะตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่มีดีลธุรกิจ ไม่มีการประชุม ไม่มีการรับสาย เราจะขับรถสองชั่วโมงขึ้นเหนือไปยังบ้านพักริมทะเลสาบที่กาญจนบุรี หลังที่เราซื้อมันด้วยเงินสะอาดก้อนแรกสิบล้านบาท ที่นั่นคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเรา เป็นพื้นที่สงบที่เราอนุญาตให้ตัวเองได้โศกเศร้าถึงลูกชายที่เราไม่มีวันได้อุ้ม เราจะจุดเทียนสีขาวหนึ่งเล่ม นั่งบนระเบียงไม้เก่าๆ และจะไม่พูดอะไรกันเลยจนกว่าพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้า ท้องน้ำจะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีส้มและสีม่วง

มันเป็นพิธีกรรมของเรา เป็นคำสัญญาเงียบๆ ว่าแม้ในความเงียบงันที่อึดอัดของการสูญเสีย เราจะไม่มีวันเดียวดาย เรายังมีกันและกัน

เช้านั้น ฉันตื่นขึ้นมาคนเดียวบนเตียงคิงไซส์ ผ้าปูที่นอนฝั่งของเขายังคงเย็นเฉียบและเรียบตึง เหมือนมีก้อนน้ำแข็งก่อตัวขึ้นในท้องของฉัน พอถึงตอนเที่ยง ไร้วี่แววของเขา ก้อนน้ำแข็งนั้นก็เริ่มปริแตก พอถึงบ่ายสามโมง มันก็กลายเป็นเศษน้ำแข็งแหลมคมที่ทิ่มแทงปอดของฉัน

ฉันจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อน เขาเคยเอาตัวบังฉันจากคมมีดของศัตรู คมมีดฝังลึกลงไปที่แผ่นหลังของเขา ทิ้งรอยแผลเป็นน่าเกลียดไว้ถาวร เขาล้มทับลงบนตัวฉัน เลือดอุ่นๆ ของเขาเปรอะแก้มฉัน และกระซิบว่า “พี่อยู่นี่นะไอวี่ พี่จะอยู่ตรงนี้เสมอ” และเขาก็อยู่จริงๆ ตลอดเวลายี่สิบปี ภาคิน เตชะวิวัฒน์ คือสิ่งเดียวที่มั่นคงในชีวิตที่วุ่นวายของฉัน เขาคือคู่ชีวิต คือนักวางแผน คือสถาปนิกผู้ออกแบบอาณาจักรที่เราสร้างขึ้นมาจากความว่างเปล่า

แต่ตอนนี้ เขาแค่... หายไป

“ลีโอ” ฉันพูดใส่โทรศัพท์ เสียงของฉันสงบนิ่งจนน่ากลัว “ตามรอยรถของภาคิน เดี๋ยวนี้”

ไม่มีความลังเลใดๆ “ครับนายหญิง”

สัญญาณจีพีเอสดังขึ้นในไม่ถึงนาทีต่อมา เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ เขาอยู่ที่บ้านพักหลังนั้น เขาไปที่นั่นโดยไม่มีฉัน

ภาพระหว่างทางขับรถเลือนลาง มีเพียงต้นไม้ไร้ใบในฤดูหนาวกับท้องฟ้าสีเทา ลูกน้องของฉัน ขบวนรถ SUV สีดำสนิท ขับขนาบข้างรถของฉัน พวกเขารู้โดยไม่ต้องเอ่ยถาม พวกเขารู้ว่าวันนี้คือวันอะไร และพวกเขารู้ว่าแววตาของฉันเป็นอย่างไร มันเป็นแววตาเดียวกับที่ฉันมีก่อนจะเข้าเทคโอเวอร์กิจการของศัตรู ก่อนที่ฉันจะขยี้คนที่ทรยศเราให้แหลกคามือ มันคือแววตาของราชินีที่เตรียมพร้อมสำหรับสงคราม

เราจอดรถบนถนนกรวดยาว เสียงยางรถบดกับกรวดดังเหมือนเสียงกระดูกแตก ฉันเห็นรถซีดานสีดำของเขาจอดอยู่ใกล้ระเบียง แต่มีรถอีกคันหนึ่ง เป็นรถคอมแพคเก่าๆ ราคาถูก จอดอยู่ข้างๆ มันดูไม่เข้ากับความหรูหราเรียบง่ายของบ้านพักอย่างรุนแรง เหมือนเป็นการจงใจดูถูกกัน

ฉันก้าวลงจากรถ ส่งสัญญาณให้ลูกน้องรออยู่กับที่ อากาศหนาวเย็นยะเยือก กัดกินผิวที่เปลือยเปล่าของฉัน ฉันมองผ่านหน้าต่างบานใหญ่เข้าไป เห็นไฟกำลังลุกโชนอยู่ในเตาผิง และแล้วฉันก็เห็นพวกเขา

ภาคินยืนอยู่ข้างเตาผิง หันหลังให้ฉัน มีผู้หญิงสาวคนหนึ่ง อายุคงไม่พ้นวัยรุ่น ยืนอยู่ตรงหน้าเขา เธอตัวเล็ก ผมสีเข้มยาวสลวยระหลัง เธอสวมเสื้อเชิ้ตตัวหนึ่งของเขา เสื้อแคชเมียร์สีเทาอ่อนที่ฉันให้เป็นของขวัญวันเกิดล่าสุดแก่เขา มันหลวมโพรกบนร่างผอมบางของเธอ แขนเสื้อยาวจนกลืนมือของเธอหายไป

เขายื่นมือไปทัดผมที่หลุดลุ่ยของเธอไว้หลังใบหู สัมผัสของเขาอ่อนโยนอย่างเหลือเชื่อ มันเป็นแบบเดียวกับที่เขาเคยสัมผัสฉันตอนที่เขาคิดว่าฉันหลับไปแล้ว เป็นท่าทีที่อ่อนโยนและแสดงความเป็นเจ้าของที่เคยทำให้หัวใจฉันเจ็บปวดด้วยความรักเสมอ การได้เห็นเขาทำแบบนั้นกับคนอื่นมันรู้สึกเหมือนกำลังกลืนแก้วที่แตกละเอียด

เธอหัวเราะคิกคัก เสียงใสๆ เบาๆ ที่เสียดแทงแก้วหูของฉัน จากนั้นเธอก็เขย่งปลายเท้าขึ้นจูบเขา

โลกรอบตัวฉันหมุนคว้าง อากาศในปอดกลายเป็นเถ้าถ่าน นี่ไม่ใช่แค่การทรยศ แต่มันคือการลบหลู่ เขาพาผู้หญิงคนอื่นมาที่นี่ ที่ของเรา ที่ของลูกชายเรา

ความโกรธแค้นที่บริสุทธิ์และมืดบอดเข้าครอบงำฉันจนหมดสิ้น ฉันเดินผ่านประตูหน้าไป อ้อมไปยังอนุสรณ์หินเล็กๆ ที่เราสร้างไว้ริมน้ำ มันเป็นหินแบนเรียบง่ายที่สลักชื่อไว้เพียงชื่อเดียว: ลีโอ ลีโอของเรา ข้างๆ กันนั้นมีม้าโยกไม้แกะสลักตัวเล็กๆ ที่ภาคินใช้เวลาเป็นเดือนในการทำตอนที่ฉันกำลังท้อง เขาบอกว่าราชาทุกคนต้องมีม้าศึกคู่ใจ

ฉันมองม้าไม้ตัวน้อย ดวงตาที่ถูกวาดขึ้นจ้องมองผืนน้ำสีเทาอย่างว่างเปล่า แล้วฉันก็หันกลับไปมองที่หน้าต่าง มองสามีของฉันกำลังจูบกับผู้หญิงอีกคนในความอบอุ่นของบ้านเรา

เท้าของฉันฟาดออกไป ฉันเตะม้าโยกไม้อย่างสุดแรงเกิด มันแตกกระจายกระทบกับพื้นดินที่เย็นจัด เสียงไม้แตกดังลั่นเหมือนเสียงกระดูกหัก หัวของมันขาดกระเด็นออกมา กลิ้งมาหยุดอยู่ที่ปลายเท้าของฉัน

เสียงนั้นดังพอที่จะได้ยิน ประตูหน้าบ้านพักเปิดผางออก ภาคินยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเจ้าเล่ห์อย่างรวดเร็ว เด็กสาวคนนั้น เกวลิน แอบมองออกมาจากข้างหลังเขา ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความกลัวระคนท้าทาย กลิ่นน้ำหอมดอกไม้ราคาถูกของเธอโชยออกมาตามลมร้อน เป็นความหอมหวานที่น่าคลื่นไส้จนฉันอยากจะอาเจียน

ตอนนี้ลูกน้องของฉันลงจากรถแล้ว มือของพวกเขาวางอยู่บนอาวุธ สร้างกำแพงมนุษย์ที่เงียบงันและน่าเกรงขามอยู่ข้างหลังฉัน

สายตาของภาคินกวาดจากใบหน้าของฉัน ไปยังลูกน้องของฉัน แล้วก็ลดลงมองเศษซากของม้าโยกที่แตกหัก แววตาของเขาฉายแววบางอย่าง—อาจจะเป็นความเจ็บปวด—ก่อนที่มันจะหายไป

“ไอวี่” เขาพูด เสียงเรียบ “เธอมาทำอะไรที่นี่”

“ฉันมาในวันครบรอบของลูกชายเรา” ฉันพูด เสียงของฉันเองก็ต่ำและอันตรายไม่แพ้กัน ฉันพยักพเยิดไปทางเด็กสาวที่หลบอยู่ข้างหลังเขา “แล้วคุณพานังนี่มาทำไม”

เด็กสาวคนนั้น เกวลิน เกาะแขนเขาแน่น เธอดูเด็กมาก เปราะบางมาก เธอดูเหมือนฉันในอดีต ก่อนที่ชีวิตข้างถนนจะทุบทำลายความอ่อนโยนทั้งหมดไปจากตัวฉัน

ภาคินค่อยๆ ดันเธอไปหลบข้างหลังเขามากขึ้น ท่าทีปกป้องนั้นยิ่งทำให้ฉันเจ็บปวดรวดร้าว เขาเคยทำแบบนั้นเพื่อฉัน เขาเคยเป็นโล่กำบังให้ฉัน

“มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดนะ” เขาพยายามอธิบาย เป็นประโยคที่เก่าแก่และน่าสมเพชที่สุดในโลก

“เหรอ” ฉันก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว “คุณพาอีตัวของคุณมาในที่ที่เราใช้ไว้อาลัยให้ลูกของเรา คุณปล่อยให้มันใส่เสื้อของคุณในบ้านที่เราสร้างขึ้นมา บอกฉันหน่อยสิภาคิน ว่าส่วนไหนที่ฉันเข้าใจผิด”

เขาไม่สะทกสะท้าน เขายังคงมองฉันด้วยสายตาที่แน่วแน่ เขามักจะเป็นนักวางแผนเสมอ คนที่มองเห็นล่วงหน้าได้สิบก้าว แต่เขาไม่เห็นก้าวนี้ เขาไม่ได้คาดคิดว่าฉันจะปรากฏตัวขึ้น

“เธอชื่อเกวลิน” เขาพูด ราวกับว่ามันสำคัญนักหนา

“ฉันไม่สนว่ามันชื่ออะไร” ฉันถ่มน้ำลาย “ฉันสนแค่ว่ามันอยู่ที่นี่ ในบ้านของเรา ในวันนี้” ฉันก้าวเข้าไปอีกก้าว สายตาจับจ้องไปที่เขา “คุณมีเวลาสิบวินาที เอาตัวมันออกไปให้พ้นสายตาฉัน แล้วเราสองคนค่อยมาคุยกัน”

เขามองไปที่เกวลิน สีหน้าของเขาอ่อนโยนลงในแบบที่ทำให้เศษเสี้ยวสุดท้ายของหัวใจฉันแหลกสลาย เขาพึมพำอะไรบางอย่างกับเธอ เสียงเบาเกินกว่าที่ฉันจะได้ยิน แล้วก็หันกลับมามองฉัน

“ไม่” เขาพูดเสียงเรียบ “เธอจะอยู่ที่นี่”

โลกของฉันไม่ได้แค่หมุนคว้าง แต่มันหยุดหมุนไปเลย

เขาเลือกมัน ที่นี่ เดี๋ยวนี้ ต่อหน้าลูกน้องของฉัน ต่อหน้าดวงวิญญาณของลูกชายเรา

ฉันมองเขา มองเขาจริงๆ เป็นครั้งแรกในรอบนานมาก ผู้ชายที่มีรอยแผลเป็นบนหลัง ผู้ชายที่เคยขโมยขนมปังให้ฉันเพราะฉันหิวโซ ผู้ชายที่กอดฉันสามวันเต็มหลังจากที่เราเสียลูกไป ฉันจำเขาไม่ได้อีกแล้ว

“ได้” ฉันพูด คำเดียวนั้นลอยค้างอยู่ในอากาศที่หนาวเหน็บ ฉันหันไปหาลูกน้องของฉัน เสียงของฉันชัดเจนและมั่นคง เป็นเสียงของราชินีที่กำลังออกคำสั่ง

“ไปเอามันมา”

อ่านต่อ

สารบัญ เพลิงแค้นภรรยา ราชวงศ์เป็นเถ้าถ่าน

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังหย่า อดีตภรรยา นายอาจเอื้อมไม่ถึง
9.1
ห้าปีก่อนซางหว่านยอมสละชีวิตปกป้องเผยจี๋จนเธอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีกตลอดไป แม้เขาจะเคยลั่นวาจาว่าไม่ต้องการมีทายาท แต่สุดท้ายเขากลับเปลี่ยนใจและเลือกใช้ซูเซวี่ยนักศึกษาสาวที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับซางหว่านมาเป็นแม่อุ้มบุญเพื่อผลิตทายาทให้ตนเอง โดยที่เผยจี๋ไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าข้อเสนอที่แสนเห็นแก่ตัวในครั้งนี้ จะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ซางหว่านตัดสินใจเดินออกไปจากชีวิตของเขาอย่างถาวรและไม่หวนกลับมาหาเขาอีกเลย
หน้าปกนวนิยาย พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
8.8
เมื่อความหิวไม่ได้จบลงที่เมนูอาหารทั่วไป แต่กลับกลายเป็นความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจ เรื่องราวความรักในยุคปัจจุบันของสาวคนหนึ่งที่โคจรมาพบกับหนุ่มไอทีสุดเนิร์ด จนเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่เกินจะห้ามใจ เธอไม่ได้เป็นคนหื่นกระหาย แต่แค่อยากลองลิ้มรสสัมผัสที่แตกต่างไปจากชีวิตเดิมๆ ที่แสนจืดชืด พบกับความโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความแสบสัน เมื่อหัวใจเรียกร้องอยากกินอย่างอื่นที่ไม่ใช่แค่ข้าวสวยร้อนๆ อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียสุดเย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อบิดาพา นับดาว สาวน้อยจอมทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนแม่ของเขาต้องคิดสั้น ความแค้นปะทุขึ้นเมื่อเขามองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังเกาะคนรวยเพื่อยกระดับฐานะ แม้เธอจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใดเขาก็มีเพียงความเกลียดชังมอบให้ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้เธอต้องมาตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา ชายหนุ่มจึงเริ่มบทลงโทษอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาได้รับ
หน้าปกนวนิยาย หวามรักเจ้าพ่อคาสิโน
8.5
ชีวิตของนิลยาพังทลายเพราะหนี้สินที่เธอไม่ได้ก่อ เมื่อพี่ชายต่างบิดามอมยาแล้วนำเธอมาขายประมูลให้ราเชน เจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล แม้เขาจะช่วยเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว แต่ราเชนกลับเลือกบททดสอบที่โหดร้ายเพื่อสอนให้เธอรู้จักโลกความเป็นจริง เขาเสนอเงินแลกกับการให้เธอเปลื้องผ้าทีละชิ้น นิลยาจำใจทำตามด้วยความขมขื่นและผิดหวัง ท่ามกลางความกดดันและความกลัวที่สั่นสะท้านไปทั้งตัว ท้ายที่สุดราเชนกลับทนดูไม่ได้และตัดสินใจยุติเกมนี้ด้วยการบดจูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
... เธอคือดวงใจของครอบครัว คือผู้สืบทอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้สูงสุด เธอหลงรักผิดคนถึงเจ็ดปี ยอมถอนตัวจากวงการเพื่อมู่จื่อเจว๋ ไม่สนฐานะตนและรับใช้พ่อแม่สามี ใช้ความสามารถของตัวเองสร้างบริษัทเพื่อเขา และพาตระกูลมู่ไปสู่ความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการหักหลังจากเขาและเพื่อนสนิทของเธอ เธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่มู่จื่อเจว๋กระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “เซี่ยหลิง เพื่อฉัน เธอควรหลับไปตลอดกาล...” เพื่อความเร้าใจ พวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากันในข้างเตียงของเธอถึงสามปี เพื่อแย่งชิงบริษัท พวกเขาวางแผนที่จะกำจัดเธอ แต่วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมา และโลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน จัดการผู้ชายทรยศ ฉีกหน้าหญิงเพื่อนสนิท จัดการพ่อแม่สามีอย่างเด็ดขาด และสร้างความสะเทือนใจให้กับวงการชนชั้นสูงในเมืองหลวง พร้อมทั้งทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือเธอ! เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำในระดับนานาชาติ ก็คือเธอ! และแม้แต่ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจที่ควบคุมเศรษฐกิจใต้ดินของโลก ก็คือเธอ! เมื่อข่าวเรื่องนี้ถูกเปิดเผย วงการชนชั้นสูงในเมืองหลวงถึงกับระเบิด ตระกูลใหญ่ต่างพากันคลุ้มคลั่ง! มู่จื่อเจว๋ที่เคยเห็นเธอยอมมัดผ้ากันเปื้อนและทำอาหารให้ กลับต้องมองเธอที่ยืนเปล่งประกายบนเวทีโลกด้วยความเสียใจ เขาคุกเข่าร่ำไห้ขอการให้อภัยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ไสหัวไป!” เธอเตะเขากระเด็นออกไปด้วยเท้าเดียว จากนั้นเธอหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนรอเธออย่างอดทนในท่าทางของอัศวิน เฟิงเส้าถิง เจ้าพ่ออาวุธสงครามระดับโลก ผู้ซึ่งรอคำตอบจากเธอมานานนับสิบปี เธอยิ้มบางๆ และเอ่ยว่า “ฉันรับรักของคุณแล้วค่ะ”
ตอน
อ่านเลย
แชร์