
โพสต์อิทคือโลกทั้งใบของฉัน
ตอน 3
กุลธิดา (กุล) POV:
ฉันนั่งอยู่ในบ้านตัวเองที่ตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนแปลกหน้าและกล้องถ่ายรูปตัวใหญ่ ฉันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงมาที่นี่
คำพูดของผู้กำกับที่ว่าจะช่วยเหลือฉันนั้นฟังดูห่างไกลจากความจริงมาก เพราะสิ่งที่ฉันรู้สึกตอนนี้คือความอึดอัดและถูกคุกคาม
ผนังบ้านที่เคยเต็มไปด้วยโพสต์อิทตอนนี้ว่างเปล่า โล่งโจ้ง เหมือนความทรงจำในหัวของฉันที่หายไป ฉันรู้สึกเหมือนกำลังลอยเคว้งอยู่ในความว่างเปล่า
พศินเดินเข้ามาหาฉัน กล้องทุกตัวหันมาจับภาพเราสองคน ฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับจ้องจากทุกทิศทาง
เขาก้มลงมาจ้องหน้าฉัน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชา
"เจ็ดปีแล้วนะกุลธิดา ทำไมเธอยังดูแลตัวเองไม่ได้อีก" เขาพูด น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม
ฉันมองเขาอย่างว่างเปล่า ฉันจำเขาไม่ได้จริงๆ ฉันจำได้แค่ว่าเขาคือคนที่มาฉีกโพสต์อิทของฉันเมื่อวานนี้
สีหน้าของพศินบึ้งตึงขึ้นทันทีที่ฉันจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ไม่รู้จัก
ศุภลักษณ์รีบเข้ามาโอบแขนพศิน แล้วหันไปพูดกับกล้องด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
"ชินคะ อย่าถือสาเธอเลยนะคะ เธอคงความจำไม่ดีจริงๆ นั่นแหละค่ะ" เธอพูด
"เราต่างหากที่ต้องเข้าใจเธอ" ศุภลักษณ์หันมามองฉันแล้วยิ้ม "เธอคงไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น"
เธอหันไปพูดกับกล้องอีกครั้ง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสงสารปลอมๆ
"จริงๆ แล้วลักษณ์กับชินก็เพิ่งรู้เรื่องราวความลำบากของกุลธิดาเมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ" เธอเริ่มเล่าเรื่องราวที่แต่งขึ้นมา
"เจ็ดปีที่แล้ว เราคิดว่ากุลธิดาไปเจอชีวิตที่ดีกว่าแล้ว ไม่คิดเลยว่าวันนี้เธอจะต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้"
"ชินเขาก็รู้สึกผิดตลอดมานะคะ เขาคิดว่าอาจเป็นเพราะเขาไม่ดีพอในตอนนั้น กุลธิดาถึงได้เลือกผิดทาง"
"พอรู้ว่ากุลธิดาเป็นแบบนี้ ชินก็เป็นห่วงมากนะคะ เขาเลยอยากจะกลับมาดูแลกุลธิดา อยากจะชดเชยสิ่งที่เธอขาดหายไปตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาค่ะ"
เสียงซุบซิบและเสียงชื่นชมดังขึ้นจากทีมงาน ผู้คนรอบข้างต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของศุภลักษณ์
"คุณพศินนี่ใจดีจังเลยนะคะ"
"เป็นผู้ชายที่ดีจริงๆ"
ฉันฟังพวกเขาพูดโดยไม่เข้าใจอะไรเลย หัวของฉันหนักอึ้งไปหมด เสียงของพวกเขาดังอื้ออึงอยู่ในหัว ทำให้ฉันรู้สึกปวดร้าว
ฉันพยายามลุกขึ้นจากเก้าอี้ อยากจะเดินหนีไปจากตรงนี้ ไปหาที่เงียบๆ ที่ไม่มีใคร
แต่พศินกลับคว้ามือของฉันไว้แน่น แรงบีบที่ข้อมือทำให้ฉันรู้สึกเจ็บจนสะดุ้ง
"จะไปไหน กุลธิดา" เขาพูดเสียงเย็น "เธอคือนางเอกของเรื่องนี้ เธอยังไปไม่ได้"
"ไหนแต่ก่อนเธอเคยชอบเรียกร้องความสนใจไง ตอนนี้ได้ออกทีวีแล้ว ทำไมถึงไม่ชอบล่ะ?" เขายิ้มเยาะ
เขาดันฉันกลับลงไปนั่งบนเก้าอี้อีกครั้งอย่างแรง
"ผู้กำกับครับ เริ่มถ่ายทำได้เลย" พศินพูดขึ้น
ผู้กำกับพยักหน้า กล้องทุกตัวหันมาจ่อที่ฉันอีกครั้ง ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกเปลือยเปล่าต่อหน้าสาธารณชน
"คุณพศินครับ เราขออนุญาตเยี่ยมชมบ้านของคุณกุลธิดาได้ไหมครับ?" ผู้กำกับถาม
"ตามสบายเลยครับ" พศินตอบแทนฉัน
ทีมงานกระจายกันไปทั่วบ้าน กล้องจับภาพทุกอย่าง เสื้อผ้าเก่าๆ ของฉันที่แขวนอยู่ อาหารง่ายๆ บนโต๊ะ ผ้าห่มเก่าๆ ที่ปะชุนจนพรุนไปหมด
เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงจากเพื่อนบ้านที่เดินเข้ามาในบ้าน พวกเขาอยากรู้อยากเห็น อยากเห็นดาราดัง
"โอ๊ยตายแล้ว! นี่น้องกุลธิดาเหรอเนี่ย" ป้าข้างบ้านพูดขึ้น "เมื่อก่อนสวยจะตายไป ใครๆ ก็บอกว่าเป็นนางฟ้า"
"แต่ก็นะ ใครจะไปคิดว่าทำตัวไม่ดีแล้วจะเจอแบบนี้ สมน้ำหน้าจริงๆ!" อีกคนเสริม
"ทิ้งคุณชินไปหาเสี่ยรวยๆ สุดท้ายก็โดนเสี่ยเขาทิ้ง นอนซมเป็นผักแบบนี้ไง"
"สมองก็ฝ่อไปแล้ว ใครจะไปคิดว่าเมื่อก่อนจะหยิ่งผยองขนาดนั้น"
"ดีนะที่พ่อแม่เขาทิ้งบ้านหลังนี้ไว้ให้ ไม่งั้นคงอดตายข้างถนนไปแล้วมั้ง"
คำพูดที่รุนแรงเหล่านั้นเหมือนก้อนหินที่ถูกปาเข้ามาใส่ฉัน ฉันรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงพูดแบบนั้น
ฉันมองไปที่ศุภลักษณ์ เธอยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน แต่ดวงตาของเธอจ้องไปที่กล้องแล้วกระพริบตาเล็กน้อย
ศุภลักษณ์เดินเข้ามาหาฉัน วางมือลงบนไหล่ของฉันแล้วพูดกับเพื่อนบ้าน
"พอเถอะค่ะ พวกป้าๆ อย่าพูดแบบนั้นเลยนะคะ" เธอพูด "ลักษณ์เห็นกุลธิดาเป็นแบบนี้ ลักษณ์ก็สงสารเธอค่ะ"
เธอหันไปพูดกับกล้องอีกครั้ง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย
"ลักษณ์ก็ไม่คิดเลยนะคะว่าเธอจะเจอเรื่องแบบนี้" เธอพูดต่อ "แต่ยังไงซะ อดีตก็คืออดีต เราควรจะให้อภัยเธอและเริ่มต้นใหม่นะคะ"
ศุภลักษณ์บีบไหล่ฉันแน่น ก่อนจะกระซิบบอกฉันเบาๆ ว่า "เล่นละครให้ดีหน่อยสิ ไม่งั้นพี่ชายเธอจะลำบากนะ"
ฉันมองหน้าศุภลักษณ์ด้วยความสับสน ฉันไม่เข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร แต่ฉันก็เชื่อว่าเธอไม่ได้หวังดีกับฉันเลย
ฉันรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ ความรู้สึกผิดที่ไม่รู้สาเหตุตีตื้นขึ้นมาในอก
ฉันอยากจะหนีไปจากตรงนี้เหลือเกิน ฉันอยากจะหายตัวไปจากสายตาของทุกคน
เสียงพูดคุยและเสียงกล้องยังคงดังอื้ออึงอยู่ในบ้านของฉัน ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะหายใจไม่ออก
หัวของฉันปวดหนึบไปหมด ภาพทุกอย่างพร่าเลือนไปในความมืดมิด
ฉันไม่รู้ว่าฉันจะต้องทนไปได้อีกนานแค่ไหน ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตาย
คุณอาจจะชอบ





