ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พันธนาการร้ายรัก

พันธนาการร้ายรัก

เวธัสคือผู้ชายที่ทำลายอนาคตและสร้างบาดแผลในใจจนฉันยากจะให้อภัย ความเลวร้ายที่เขาทำไว้ทำให้ฉันสะสมความเกลียดชังและความแค้นไว้อย่างเต็มเปี่ยม แต่ท่ามกลางความชิงชังที่แสนสาหัส หัวใจเจ้ากรรมกลับทรยศความรู้สึกตัวเองด้วยการตกหลุมรักศัตรูที่ควรจะผลักไสออกไปจากชีวิต นี่คือเรื่องราวความรักที่ถูกจองจำด้วยความแค้นและอารมณ์อันซับซ้อนของตัวร้ายที่ยากจะถอนตัวจากพันธนาการครั้งนี้ได้
ตอน
แชร์

ตอน 3

“จะว่าไปคุณบลูนี่มีเสน่ห์มากนะ” เฌอริมาพูดขณะกำลังทานอาหารในร้านสเต๊กร้านหนึ่งในห้างกับอารียา

“อืม...มั้ง” อารียาพูดพร้อมหั่นเนื้อเสต็กอย่างตั้งใจเป็นพิเศษ

“แล้วเธอไม่เคยคิดแบบนั้นกับเขาเลยเหรอ?” เฌอริมาจงใจถามแล้วรอดูปฏิกิริยาของเพื่อน

“แบบไหนล่ะ” อารียาทำเป็นไม่เข้าใจ

“ก็แบบชอบเขา อยากได้มาเป็นแฟนอะไรแบบนี้ไง” เฌอริมายิ้มอย่างรู้ใจอีกฝ่าย

อารียาตกใจไม่คาดคิดว่าจะมีใครมาล่วงรู้ความในใจของเธอ ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเจ้านายหนุ่มนั้นไม่ผิด แต่เธอรู้ตัวดีว่าตนเองไม่มีอะไรคู่ควรกับเขาเลย ผิดกับหญิงสาวตรงหน้า เธอจึงตอบเลี่ยงไปเป็นเรื่องปกติ

“ไม่เลย เขาเป็นเจ้านายฉันนะ” อารียารีบปฏิเสธ กลัวว่าเพื่อนจะจับได้ว่าเธอคิดไม่ซื่อกับเจ้านายตัวเอง เพราะว่าเธอรู้สถานะของเธอดีว่าต่างกับบริณัยแค่ไหน

“งั้น ฉันจะจีบเขานะ” เฌอริมาแอบสังเกตดูท่าทีของอารียาที่แอบซ่อนไว้ แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาอันหลักแหลมของเฌอริมาไปได้

อารียาสะอึกไปเล็กน้อย แต่เธอจะทำอะไรได้ เฌอริมาต่างหากที่เหมาะสมกับบริณัยทุกประการ

“มันก็สิทธิ์ของเธอนี่” อารียาตอบเพื่อน แม้หน้าตาของเธอจะไม่ได้ยินดียินร้ายต่อสิ่งที่เฌอริมาพูด แต่สำหรับเฌอริมาแล้วแค่ปรายตามองเธอก็พอรู้ความในใจที่แอบซ่อนไว้ของอารียาได้เป็นอย่างดี

ทั้งสองคนคบกันมานานตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ด้วยความที่เฌอริมาเป็นผู้หญิงสุดเฟอร์เฟกต์ จึงเป็นเรื่องยากมากที่เธอจะไม่ถูกคนอื่นเกลียด เฌอริมาคุ้นชินกับการถูกเกลียดมาตั้งแต่เด็ก เธอมักไม่เคยได้รับความชื่นชอบจากใจจริงจากเพื่อนคนไหนเลย เธอรับรู้มันได้ตั้งแต่วัยประถมฯ เมื่อเพื่อนที่เธอคิดว่าสนิทด้วยกลับกลายเป็นคบกับเธอตามที่แม่บอก หรือว่าคบกับเธอเพราะอยากให้คนอื่นสนใจ เฌอริมาเจอเพื่อนจอมปลอมมาเกือบตลอดชีวิต จึงไม่แปลกที่เธอจะเติบโตมาด้วยท่าทางที่ค่อนข้างหยิ่งผยองและดูถูกดูแคลนคนอื่นโดยเฉพาะพวกที่ด้อยกว่าตน

“สวัสดีจ้ะ เธออยากได้นี่รึเปล่า”

อารียาส่งยิ้มหวานให้เฌอริมาที่กำลังมองหากระดาษทิชชู่ในห้องน้ำด้วยอาการหัวเสีย

“อืม” เฌอริมามองสาวหน้าใสไร้เครื่องสำอางตรงหน้าด้วยความระแวงก่อนจะรับซองกระดาษทิชชู่สีหวานไม่ต่างจากหน้าของเจ้าของมา

“เราเรียนเอกเดียวกันนะ เธอชื่อเฌอริมาใช่มั้ย?” อารียายังชวนคุยต่อ

“ใช่” เฌอริมาดึงกระดาษทิชชู่ออกจากซองแล้วซับลงที่มือที่เปียกชุ่มของเธออย่างเบามือ

“อืม...งั้นไปก่อนนะ” อารียายิ้มให้พร้อมโบกมือเบา ๆ

เฌอริมาไม่ได้สนใจอะไรกับเพื่อนร่วมเอกมากนัก เธอยังคงเติมหน้าโดยไม่ได้ทักทายอารียาอย่างที่เพื่อนพึงทำต่อกัน พอทำธุระจนเรียบร้อยก็หยิบซองทิชชู่ของอารียายัดเข้ากระเป๋าอย่างไม่ใยดี เธอก้าวออกจากห้องน้ำไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่ ก็เห็นกลุ่มเพื่อน ๆ ในเอกเดียวกันกำลังจับกลุ่มเม้าท์อะไรบางอย่างอยู่ โชคดีที่เฌอริมามีเซนส์เรื่องพวกนี้ไม่น้อย เธอขยับตัวหลบสายตาของเหล่าสาว ๆ ที่กำลังพ่นคำว่าร้ายเธออย่างเผ็ดร้อนพอดี

“ยัยริมาอะไรนั่น โคตรหยิ่ง ฉันละเกลียดจริง” เพื่อนผู้หญิงแต่งหน้าจัดคนหนึ่งพูดขึ้น

“โอ๊ยยยย นางถือว่าตัวเองรวยไง ก็เลยเหยียบหัวคนอื่นง่าย ๆ” เพื่อนอีกคนสมทบ

“ได้ข่าวว่านางขี้อ่อยมากเลยล่ะ ใครมีแฟนต้องระวังนางดี ๆ” เพื่อนอีกคนหันมาสมทบด้วยแววตามันเป็นประกาย

เฌอริมาแอบถอนหายใจเบา ๆ ด้วยความเหนื่อยใจ เธอตั้งใจจะเดินหลีกไปอีกทางเพราะฟังเรื่องพวกนี้จนแทบจะอาเจียนแล้ว ทว่าเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาเบา ๆ

“แต่ว่าเธอก็น่ารักดีนะ พวกเธอมองริมาในแง่ร้ายไปรึเปล่า?”

เฌอริมาหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ หันไปที่กลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงนั้น

“เธอมันหัวอ่อนยัยอาย ยัยริมามีแค่หน้าตาดีแล้วก็รวยเท่านั้นแหละ” เพื่อนที่แต่งหน้าเข้มเอานิ้วจิ้มหน้าผากอารียาเบา ๆ อย่างหมั่นไส้

“แต่เธอเคยให้ฉันยืมปากกาด้วยนะ ริมาคงไม่ได้ร้ายอย่างที่พวกเธอคิดหรอก” อารียายังพูดแก้ตัวให้เฌอริมายกใหญ่ จนเฌอริมาเห็นก็ยังแอบกลั้นหัวเราะไม่ได้

“แหมกะอีแค่ปากกาก็ว่าเขาเป็นคนดีแล้วเหรอ” เพื่อนอีกคนเบ้ปากใส่อารียาด้วยความรำคาญ

“แล้วแค่เขาสวยแล้วก็รวยเลยว่าเขาร้ายงั้นสินะ” อารียาหันไปตอบกลับเพื่อน ๆ พร้อมหัวเราะออกมาอย่างสุภาพ เฌอริมาที่แอบมองอยู่ได้แต่แอบยิ้ม เธอเพิ่งเจอคนที่พูดถึงเธอในด้านลับหลังเธอ เพราะปกติคำพูดแบบนี้เธอมักจะเจอต่อหน้าจากคนที่ประจบเพื่อหวังผลประโยชน์จากเธอมากกว่า ส่วนคำพูดลับหลังก็เหมือนกับเพื่อนในกลุ่มอารียาที่พูดถึงเธอนั่นแหละ

นั่นจึงเป็นความประทับใจแรกที่ทำให้เฌอริมารักและเป็นเพื่อนกับอารียามาจวบจนทุกวันนี้ แต่แม้อารียาจะดีแสนดีและจริงใจกับเธอแค่ไหน ความความดีก็ไม่อาจต้านทานอารมณ์อยากเอาชนะของเฌอริมาได้เลย

“ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ รู้มั้ยว่าการที่เกิดมาในครอบครัวที่รวยเป็นมหาเศรษฐีมันแย่ตรงไหน? สำหรับฉันน่ะมันแย่หลายตรงเลยล่ะ ฉันเกิดมาหน้าตาดี แบบที่ใคร ๆ ต่างก็ออกปากชม ฉันโดนสายตาแทะโลมมาตั้งแต่จำความได้ ไหนจะพวกเพื่อนขี้อิจฉาที่พยายามจะเขย่งให้สูงกว่าฉันอีก พวกหล่อนไม่มีปัญหาจะเด่นกว่าฉันได้ เลยเลือกที่จะเกลียดฉัน และพยายามทำลายชื่อเสียงฉันด้วยข่าวลือมั่ว ๆ แต่นั่นแหละ ก็สมใจพวกหล่อนเพราะพวกคนที่หลงเชื่อสิ่งที่พวกหล่อนพูด ก็ไม่ต่างกัน พวกเขาไม่มีโอกาส ไม่มีแม้แต่ตัวตนให้คนจดจำ แน่นอนละว่าคนพวกนั้นย่อมเห็นคนที่เป็นเหมือนแสงสว่างอย่างฉันเป็นมารในชีวิต ทั้งที่ฉันไม่เคยไปทำอะไรให้คนพวกนี้เลย ที่สำคัญคือ ฉันสูงกว่าเหล่าผู้คนที่นินทาฉันเสมอ ไม่มีทางไหนเลยที่ฉันจะร่วงหล่นไปให้พวกนั้นเหยียบย่ำได้ ถ้าฉันไม่ยอมจำนนเอง แต่อายขอโทษนะนิสัยช่างเอาแต่ใจ ที่ชอบเอาชนะของฉันมันไม่หายไปเสียที แม้จะกับเธอก็ตามเพื่อนรัก ฉันแค่อยากรู้ว่าพวกเธอสองคนจะทำยังไง ถ้าต้องฝืนใจตัวเอง โดยเฉพาะเธอ อาย ฉันจะดึงด้านร้าย ๆ ของเธออกมาได้อย่างที่ฉันเป็นรึเปล่า ฉันเชื่อเสมอว่าภายในของทุกคนมีปีศาจแอบซ่อนอยู่ แล้วเธอล่ะอายเธอจะแสดงด้านโสมมแบบนั้นออกมามั้ย เรื่องนั้นแหละที่ฉันอยากจะรู้”

เฌอริมาปล่อยใจและจมจ่อมอยู่กับความคิดของตัวเอง เธอไม่สามารถหยุดยั้งหลุมดำในจิตใจเธอได้ มันราวกับว่าท้าทาย ล่อลวง ให้เธอตกลงไปอยู่ตลอดเวลา

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมีย(ชัง)รักของพี่มาร์ค
7.8
วรนิษฐ์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาพี่มาร์คเพื่อแจ้งข่าวว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา ทว่าเขากลับตอบแทนด้วยความเย็นชาและยืนยันว่ารักเพียงแพร แฟนสาวของตนเท่านั้น แม้จะยอมรับลูกแต่เขาก็ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบในตัวเธอ พร้อมทั้งดูแคลนพรหมจรรย์ที่เสียไปว่าไร้ความหมายในยุคสมัยนี้ เมื่อความพยายามเรียกร้องความยุติธรรมผ่านผู้ใหญ่กลายเป็นเพียงการขู่เข็ญในสายตาเขา ความเจ็บช้ำจึงเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว วรนิษฐ์ตัดสินใจฟ้องหย่าเพื่อจบความสัมพันธ์ที่ไร้รัก แต่สามีใจร้ายกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ
หน้าปกนวนิยาย พี่หมอเจ้าขาอย่าทำข้าหวั่นไหว
9.8
เมื่อโชคชะตาพาแม่หญิงช่อฟ้าแห่งอโยธยาข้ามกาลเวลามาสู่กรุงเทพฯ ยุคปัจจุบันที่เธอไม่รู้จัก การปรับตัวในโลกใหม่จึงเริ่มต้นขึ้นโดยมีพี่หมอหนุ่มผู้อ่อนโยนคอยดูแลและชี้ทางสว่างให้ ความใกล้ชิดเปลี่ยนความหวาดกลัวเป็นความหวั่นไหว จนก่อเกิดเป็นความรักที่ลึกซึ้งท่ามกลางอุปสรรคแห่งยุคสมัย จากสาวหลงยุคสู่การเป็นฟ้ารดา มหานคร ทายาทห้างทองผู้มั่งคั่ง เธอจะเลือกเดินบนเส้นทางที่พรหมลิขิตขีดเขียนไว้เพื่อครองคู่กับเขาตลอดไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย น้องเมียร่านสวาท
8.2
แก้วตาแอบเฝ้ามองภาพเหตุการณ์อันเร่าร้อนระหว่างพี่เขยและลีนาผู้เป็นพี่สาวผ่านมุมมืดอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางเสียงครางระงมและการร่วมรักที่ดุเดือดปานจะขาดใจ ความชัดเจนของกิจกรรมบนเตียงทำให้หญิงสาวเกิดอารมณ์ร่านสวาทจนร่างกายตอบสนองอย่างรุนแรง ความเสียวซ่านพุ่งพล่านจนน้ำรักไหลอาบชุ่มง่ามขาและกางเกงชั้นใน ยิ่งเห็นพี่เขยกระแทกกระทั้นแก่นกายเข้าใส่พี่สาวอย่างหนักหน่วง แก้วตาก็ยิ่งบิดเร้าด้วยความกระสันอยากที่ไม่อาจต้านทานได้ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยกามารมณ์นี้
หน้าปกนวนิยาย กลรักซาตานร้าย
8.6
ความรักของนาตาเซียและลูคัสเต็มไปด้วยอุปสรรคและห่างไกลจากคำว่าโรแมนติกในฝัน เมื่อนาตาเซียตัดสินใจหนีจากการถูกบังคับให้แต่งงานเพื่อหวังจะมีอิสระ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องมาเผชิญหน้ากับลูคัส ชายหนุ่มผู้มีหัวใจบอบช้ำและจมปลักอยู่กับความสูญเสียคนรักจากอุบัติเหตุในอดีต การพบกันครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการหนีเสือปะจระเข้ที่นำพาเธอเข้าสู่กรงขังแห่งความแค้นและพันธนาการที่ยากจะคาดเดาได้
หน้าปกนวนิยาย สัมพันธ์ร้ายสายใยรัก
8.8
พลอยไพลินจำใจยุติความสัมพันธ์ในวันที่เขาขอแต่งงาน หลังพบความจริงว่าเขามีคู่หมั้นซ่อนไว้ เธอหนีไปพร้อมความลับเรื่องลูกในท้องจนคลอดลูกสาวได้เก้าเดือน โชคชะตาเล่นตลกเมื่อเธอต้องมารับหน้าที่พยาบาลดูแลอดีตคนรักที่เดินไม่ได้ตามคำขอของผู้มีพระคุณ ซึ่งกลายเป็นแม่ของชายหนุ่มคนนั้นเอง การกลับมาพบกันในสถานะใหม่ท่ามกลางความอึดอัดและรอยร้าวในอดีตจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมบทพิสูจน์ว่าความซื่อสัตย์คือหัวใจสำคัญที่อาจต่อสายใยรักให้กลับมาได้อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย แผนรักจอมเผด็จการ
8.3
กริชไท (กระทิง) ต้องปวดหัวไม่เว้นแต่ละวันเมื่อโดนญารินดา (หญ้าหวาน) ปั่นป่วนหัวใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แล้วเขาจะอดใจได้อย่างไรเล่า ในเมื่อหญ้าหวานๆ นั้นเกิดมาเป็นอาหารอันแสนโอชะของกระทิงหนุ่มเช่นเขา “พี่กระทิงคะ พี่กระทิง!” “ครับ ว่าไงหญ้าหวาน” กริชไทสะดุ้งกะพริบตาปริบๆ หันมองคนหน้าหวานที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง “พี่กระทิงจะป้อนข้าวหญ้าหวานที่ปากหรือที่...” เธอหลุบตาลงต่ำก้มลงมองอกอวบๆ ของตัวเอง ตอนนี้ช้อนข้าวต้มที่ถูกเป่าจนหายร้อนจ่ออยู่ตรงร่องอกอิ่ม “เฮ้ย!” กริชไทสะดุ้งเมื่อมองตามสายตาของเธอ ก่อนจะดึงมือหนีจากร่องอกอวบที่เขาจ่อข้าวต้มเข้าไปหา *** “หญ้าหวานเกิดมาเป็นของพี่ ของพี่กระทิงคนเดียว” “รู้ไหมกินหญ้าแล้วจะถูกหาว่าโง่” “ใครบอกกัน กินหญ้าหวาน มีประโยชน์และสรรพคุณเยอะแยะเลย” เขาตอบเสียงนุ่ม มองสบตาเธออย่างแสนรัก “อะไรบ้างล่ะคะ บอกมาทีละข้อสิ” เธอทำเสียงเฉียบสั่ง เหมือนคุณครูแสนสวยสั่งลูกศิษย์ตัวโข่ง “สมุนไพรหญ้าหวานช่วยเพิ่มกำลังวังชา เห็นไหม พี่แรงเยอะขนาดไหน กินหญ้าหวานได้ทั้งคืนเลย”