
กาลเวลาพิสูจน์ใจนาย
ตอน 2
บทที่ 2
ร่างกายที่ร้อนลุ่ม
“นายเป็นใครปล่อยฉันนะ”
“อีกเดี๋ยว ผมจะให้เธอรู้ว่าผมเป็นใคร”
ผู้ชายที่ร่างกายสูงใหญ่ บทที่ก้มศีรษะของเขาลงมาพูด ลมที่ร้อนผ่าวได้โชยจากด้านในปากมาสัมผัสกับเรือนร่างของจันวิภา จนทำให้เธอรู้สึกคันคอขึ้นมายิบๆ
พระเจ้า นี่มันสถานการณ์อะไรกันผู้ชายคนนี้คิดจะทำอะไรกันแน่
“สารเลว นายคิดจะทำอะไร รีบปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” จันวิภาดิ้นรน เพื่อต้องการที่จะหนีออกจากอ้อมกอดของผู้ชายคนนี้
“เธอว่านอนสอนง่ายที่สุดเลยเด็กน้อย” ชายคนนั้นยื่นมือออกมาลูบไปบนคอที่เรียวยาวของเธออย่างนุ่มนวล น้ำเสียงแหบแห้งแต่ไพเราะ ทำให้อดไม่ได้เลยที่จะเคลิบเคลิ้ม
จันวิภาสั่นสะท้านขึ้นมาทันที แม้ว่าเธอไม่เคยผ่านเรื่องนี้มาก่อน แต่เธอก็รู้ดีว่าตอนนี้จะต้องเกิดอะไรขึ้น
“ถ้านายกล้าแตะฉันแม้แต่นิดเดียวล่ะก็ ฉันจะไม่จบกับนายแน่ สารเลว รีบปล่อยฉันไปเดียวนี้” จันวิภาออกแรงดิ้นรนร่างกาย
“จะไม่จบกับผม เธอจะทำอะไรงั้นหรอ” สุมิตรกระดกคิ้วขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยการเย้าหยอก
ไม่รอให้จันวิภาตอบกลับ สุมิตรเอนกายลงไปทางด้านหน้า ผลักเธอไปเข้ายังมุมของกำแพงห้อง
จันวิภาตกใจจนถึงขีดสุด จึงกรีดร้องออกมา วินาทีต่อมา ผู้ชายคนนั้นยืดแขนออก จันวิภาถูกยกตัวขึ้นมา แล้วโยนเธอลงบนเตียงขนาดใหญ่
จันวิภาเป็นดั่งปลาที่กำลังดิ้นอยู่ กำลังจะพลิกตัวออกไป แต่ก็ถูกร่างกายของผู้ชายคนนั้นกดทับเธอเอาไว้อย่างหนักหน่วง ทำให้เธอไม่สามารถที่จะหนีไปไหนได้อีก และไม่มีแรงที่จะขัดขืน......
ชายคนนั้นจูบจนหายใจไม่ออก ทำให้เสียงกรีดร้องทั้งหมดทั้งมวลของจันวิภาถูกกลืนหายไปจนไม่เหลือ.....
หลังจากเหตุการณ์นั้น.....
หยดน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมาจากเบ้าตา จันวิภาถลึงตาจ้องมองเขาแล้วกัดฟันจนแน่น อาศัยเพียงแสงที่เล็ดลอดออกมาจากผ้าม่านเพื่อต้องการที่จะมองหน้าตาของผู้ชายที่อยู่ต่อหน้าเธอให้ชัดเจน แต่มันค่อนข้างที่จะมืดไปเสียหน่อย จึงมองไม่เห็นอะไรเลย เพียงแค่รู้สึกได้อย่างเลือนรางว่าเขาแข็งแกร่งอย่างน่าประหลาด และเป็นผู้ชายที่โหดเหี้ยม
“นายเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงทำกับฉันอย่างนี้”
“หึหึ....” ผู้ชายยิ้มอย่างนุ่มนวล มือข้างหนึ่งลูบคลำไปที่แก้มของเธออย่างอ่อนโยน “น่าสนใจจริงๆ ท่าทีเมื่อกี้นี้ทำได้ไม่เลวเลยจริงๆ”
“ป๊าบ”เธอตบไปยังมือข้างหนึ่งที่ไม่อยู่นิ่งของผู้ชายคนนั้น จันวิภารีบลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ตระโกนออกมาด้วยความโมโห “ฉันถามนายว่า นายเป็นใครกันแน่”
“เอาใจผมสิ แล้วผมจะบอกเธอ ว่าผมเป็นใคร” สุมิตรกล่าว พร้อมกับเตรียมยื่นมือออกไปดึงจันวิภาให้เข้ามาอยู่ข้างกายของตนเอง
ไร้ยางอายถ่อยสถุล
“สารเลว ใครอยากจะเอาใจนายกัน” คลำหาเสื้อผ้าที่ตกลงอยู่บนพื้น จากนั้นจันวิภาจึงได้ห่อผ้ากับตัวเองเอาไว้จนแน่น
ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ตอนนี้เธอจะต้องหนีออกไปให้ได้ และจะไม่มาพักที่นี่อีกอย่างเด็ดขาด
เหมือนกับว่าจะคาดเดาความคิดที่อยู่ในใจของจันวิภาได้ ชายคนนั้นจึงหัวเราะออกมา ในน้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยการหยอกล้อและยั่วเย้า ราวกับว่าเขาเป็นราชาที่สามารถควบคุมทุกอย่างที่นี่ไว้ได้ทั้งหมด “เธอคิดว่าเธอจะหนีออกไปได้งั้นหรอหญิงน้อย ทางที่ดีที่สุดผมแนะนำให้เธอก็คือ เอาความคิดที่งี่เง่านี่ทิ้งไปซะ”
นิ้วมือลูบคลำไปที่ริมฝีปากที่เบาบางของตนเอง ชายคนนั้นพูดต่อไปด้วยรอยยิ้ม “หน้าตาที่ดุร้ายนี่ไม่เหมาะกับเธอเลย เธอเมื่อกี้นี้ ก็น่ารักมากอยู่แล้ว........”
คำพูดของเขา มีความหมายแฝง.......
“สารเลว”
จันวิภาร้องตระโกนเสียงดังกึกก้อง แม้ว่าภายนอกเธอจะดูอ่อนแอ แต่ทว่ากลับไม่ใช่ผู้หญิงที่ฝ่ามือไม่สามารถบีบไก้ให้ตายได้ ด้วยความโกรธ จึงคว้าเอาถ้วยอะไรสักอย่างที่อยู่ข้างกายขึ้นมาแล้วโยนมันออกไปอย่างรุนแรง
ในความมืดมิด ชายคนนั้นหลบหลีกถ้วยที่ท่าทางดูเหมือนจะอันตรายนั่นได้อย่างง่ายดาย ยกคิ้วขึ้นและต้องการที่จะลวนลามจันวิภาต่อ แต่ทว่ารอยยิ้มของเขายังไม่ทันที่จะได้ยิ้มออกมา จู่ๆก็ได้มีอาการปวดท้องฉับพลันขึ้นมา
“เธอ คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้า.....”
“มีอะไรที่ฉันจะไม่กล้าล่ะ” จันวิภาขัดจังหวะคำพูดของเขา แล้วดึงขาที่เรียวยาวของตนเองกลับมา ฟังเสียงร้องโหยหวนของอีกฝ่ายอย่างพึงพอใจ แล้วจึงพูดอย่างโหดเหี้ยมออกมาในทันที “คนที่สมองมีแต่อสุจิแบบนาย ก็ควรที่จะถูกสั่งสอนด้วยบทเรียนดีๆอย่างนี้”
พูดจบ จึงได้ฉวยโอกาสชั่วพริบตาที่ฝ่ายชายเจ็บปวดจนยากจะทานทน จันวิภารีบสวมใส่เสื้อผ้า เปิดประตู แล้วจึงวิ่งออกไป
เมื่อเห็นเธอกำลังวิ่งออกไป สุมมิตรขมวดคิ้วขึ้นมาทันที ตำหนิอย่างไม่พอใจเป็นที่สุด “เธอ หยุดซะ ไม่อนุญาตให้หนีออกไป”
“ไม่หนีก็โง่แล้ว” จันวิภามองดูเขา แล้วพูดอยากล้ออย่างจริงจัง “ฉันจะบอกนายให้ครั้งหนึ่งนะ แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกของฉัน แต่ก็รู้ได้ว่าสิ่งที่นายแสดงออกมานั้น มันโคตรจะ.....ต่ำ.....ทราม”
พูดจบ ก็ออกไปทันที
หลบหนีออกจากโรงแรม หายใจเข้าลึกๆครั้งหนึ่ง หลังจากจันวิภาสงบจิตใจลงได้ ถึงลูบคลำไปบนบริเวณลำคอของตนเองเป็น ประจำ แต่ทว่าสิ่งที่สัมผัสได้กลับมีแต่เพียงความว่างเปล่า ทำให้เธอชักงันขึ้นมาทันที
“พระเจ้าหยกโบราณของฉันล่ะนั่นเป็นหยกประจำตระกูลที่พ่อทิ้งไว้ให้ฉันนะ”
โรงแรม
มันจะต้องหล่นอยู่ในโรงแรมแน่นอน
แต่.....เธอจะไปเอากลับมาได้อย่างไรล่ะ
ผู้ชายคนนั้นยังอยู่ในโรงแรม
เมื่อคิดถึงชายคนนั้น หยดน้ำตาของจันวิภาก็กลั้นไว้ไม่ได้ที่จะล่วงไหลลงมา ครั้งแรกของเธอ.....ไม่น่าจะเป็นอย่างนี้.....
และแม้แต่รูปร่างของชายคนนั้นก็ยังเห็นไม่ชัดอีก......
คุณอาจจะชอบ





