
ทิวาโลมดาว
ตอน 3
หม่อมเจ้าทิทยุมองใบหน้าที่ก้มต่ำ แม้ไม่เห็นสายตาก็รู้ว่าอรอนงค์กำลังประหม่าและอึดอัด เขารู้ดีว่าอรอนงค์ไม่ได้หัวโบราณมากมายอะไรนัก แต่ก็ไม่ใช่สาวสมัยใหม่จนไม่ไยดีกับการสูญเสียพรหมจรรย์ สิ่งที่ควรสงวนให้กับสามีดันถูกเขาช่วงชิงมาแล้ว ในใจของเธอจะเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใดหนอ
เขาไม่ใช่คนละเอียดอ่อน แทบไม่เคยทะนุถนอมสตรีคนใดนอกจากขนิษฐา ยิ่งวิธีคิดของสตรีนั้นเขายิ่งไม่เคยจะใส่ใจมาก่อน หากยามนี้ รู้ตัวดีว่าตนเองผิดเต็มประตู จะเสือกไสไล่ส่งอีกฝ่ายเหมือนสตรีที่เคยผ่านมาไม่ได้ จะไม่ไยดีทำเหมือนเหตุการณ์เมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้นก็นับว่าเป็นการทำร้ายจิตใจของเธอมากจนเกินไป แต่จะให้ยืดอกรับผิดชอบให้สมกับความเป็นสุภาพบุรุษในทันทีทันใดนั้น เขาเห็นว่าเกินจำเป็น อย่างน้อย...ขอเวลาให้เขาได้คิดและตรึกตรองสักคืนหนึ่ง รอจนความว้าวุ่นในใจของเขาสงบลงและรอให้เธอใจเย็นกว่านี้อีกสักหน่อย ค่อยพูดคุยตกลงกันก็ยังไม่สาย
“อร” เขาทอดเสียงแบบที่พยายามให้อ่อนโยนที่สุด กระนั้นก็ยังทำให้เธอสะดุ้งเฮือก อรอนงค์ดูหวาดกลัว และเหมือนสติจะล่องลอยไปอยู่ที่ใดไม่ทราบได้ เขาจำได้ว่าเธอมีเพื่อนชายคนสนิทสองสามคน นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอกังวล อรอนงค์อาจจะกลัวว่าคนใดคนหนึ่งในนั้นจะยอมรับตัวเธอไม่ได้
เขาวางมือที่ต้นแขนทั้งสองข้างของอรอนงค์ รับรู้ถึงอาการสั่นสะท้านที่ไม่มีทีท่าว่าจะสงบ คิดอยากดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดปลอบเสมือนกอดน้องสาวคนหนึ่ง แต่เขากลับไม่กล้าทำเช่นนั้น ทำได้เพียงบีบต้นแขนกลมกลึงนั้นเบาๆ ก่อนจะจับจูงเธอมานั่งที่เตียง ผมดำขลับของเธอเปียกชื้นตกระใบหน้า เขาจึงเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กในตู้มาเช็ดให้ ทีแรกอรอนงค์กระถดหนี ไม่ยอมให้เขาแตะต้องผมของเธอแม้แต่ปลายเล็บ
“อยู่เฉยๆ” เขาออกคำสั่งทั้งยังใช้สายตาดุๆ มองเธอเช่นเดียวที่มองหญิงทัส เจ้าหล่อนก็ก้มหน้างุด ยอมให้เขาทำตามอำเภอใจ ไม่กล้าขัดใจอีก
ท่านชายเช็ดผมให้เธออย่างเบามือ อรอนงค์เคยเห็นเขาทำเช่นนี้กับท่านหญิงมาก่อน แต่ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้รับการกระทำอย่างอ่อนโยนเช่นนี้จากเขา หญิงสาวนั่งตัวลีบไม่ขยับเขยื้อน ใบหน้าก้มต่ำจนคางแทบชิดอก เสื้อสูทของท่านชายที่คลุมตัวเธออยู่เริ่มอุ่นขึ้นมาทีละน้อย ทำให้อาการหนาวสั่นของเธอหายเป็นปลิดทิ้ง
ผ่านความตกใจมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว อรอนงค์เริ่มตั้งสติได้ เธอยืดตัวตรง เงยหน้า มองสบดวงตาที่ลึกล้ำดั่งมหาสมุทรของคนตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา
ท่านชายปล่อยมือจากผมของเธอ ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าเธอ มือที่อุ่นร้อนแตะที่หลังมือของเธอ แต่ก่อนที่เขาจะพูด อรอนงค์กลับชิงพูดเสียก่อน
“อย่าบอกท่านหญิงนะเพคะ”
ท่านชายย่อมเข้าใจดีว่าเรื่องอะไรที่ไม่ควรบอก ทว่าสีหน้าและแววตาที่แสดงออกมากลับไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดคิด สีหน้าไม่เห็นด้วยและสายตาที่อ่อนโยนนั้นทำให้เธอคิดไปไกลแล้วว่าท่านชายอยากจะรับผิดชอบ ‘อุบัติเหตุ’ ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
รับผิดชอบงั้นหรือ...อรอนงค์นึกภาพไม่ออกเลย ผู้ชายที่รักอิสระและไม่เคยเอาหัวใจไปเกาะเกี่ยวผู้หญิงคนใดอย่างท่านชายจะยอมแต่งงานกับเด็กสาวที่อายุห่างจากเขาเกือบสิบหกปี ทั้งยังเป็นคนที่เขาเคยดูแคลน อรอนงค์ยังจำได้ถึงคำตำหนิอย่างตรงไปตรงมาของเขา
‘ไม่มีศักดิ์ศรีแล้วหรือ’
‘เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าปราบ* (จากเรื่องเพียงรอยพรหม) แต่งงานแล้ว เธอยังจะไปยุ่งอะไรกับเขาอีก’
‘เธอจะตามตื๊อผู้ชายที่มีเจ้าของแล้วอีกนานแค่ไหนกัน หืม? คิดจะแย่งเขามางั้นหรือ ทำไม่ได้หรอก ฉันมั่นใจว่าเธอทำไม่ได้ ยิ่งเธอทำตัวแบบนี้ ปราบก็จะยิ่งไม่มองเธอ’
เวลาล่วงเลยมาเกือบหกปีแล้ว แต่เหตุการณ์ในตอนนั้นยังฝังลึกอยู่ในใจของเธออย่างยากจะลบเลือน อรอนงค์ยอมรับว่าเมื่อหกปีก่อน เธอยังเด็กจึงคิดตื้นเขินและอยากเอาชนะมากจนเกินไป แต่ท่านชายเป็นคนเดียวที่ทำให้เธอคิดได้ คำพูดของท่านชายแม้จะกัดกินหัวใจของเธอจนเลือดซิบแต่ก็เปรียบดั่งแสงสว่างขับไล่ความโสมมในจิตใจของเธอออกไปได้
“ไม่ให้บอกหญิงทัส?”
เสียงของท่านชายปลุกเธอจากภวังค์ อรอนงค์กะพริบตาถี่เร็ว ภาพความทรงจำในวันวานจึงแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าคมสันสมบูรณ์ที่ดูภูมิฐานตามช่วงวัย
“ไม่ใช่แค่ท่านหญิง แต่ทุกคนเพคะ”
“แน่ใจแล้วหรือ”
อรอนงค์พยักหน้าโดยไม่เสียเวลาคิด แววตาของเธอทั้งหนักแน่นจริงจังจนทำให้ท่านชายนิ่งงันไปชั่วขณะ เขาเพ่งมองเธอ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สุกสกาว จริงใจและบริสุทธิ์ ดวงตาคู่นี้ดึงดูดเขา...ทำให้เขาไม่อาจหักห้ามใจตัวเอง ไม่อาจดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด แล้วบดจูบลงบนกลีบปากที่ชุ่มฉ่ำเชิญชวนนั้น
‘อืม’
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัวราวกับละครฉากหนึ่ง เขาจำได้ว่าส่งเสียงครางอย่างพึงพอใจเมื่อได้ลิ้มรสกลีบปากอ่อนนุ่มที่เต็มไปด้วยความประหม่าของเธอ
ท่านชายย้ายสายตามาที่ริมฝีปากชมพูระเรื่ออย่างไม่รู้ตัว
มีร่องรอยของเขาอยู่บนนั้น อาจเป็นรอยกัดหรือรอยดูดจนเกิดเป็นรอยจ้ำจางๆ ครั้นเลื่อนสายตาต่ำลงกว่านั้น เขาก็เห็นรอยประทับบนเนินทรวง รอยแดงจ้ำสองสามรอยนั้นทำให้เขารู้สึกราวกับได้ครอบครองความงดงามทั้งหมดของโลกใบนี้ไว้เพียงคนเดียว
“อรอยู่ที่นี่นานไม่ได้ ประเดี๋ยวท่านหญิงไปที่บ้านแล้วจะไม่พบ”
เสียงของอรอนงค์ทำให้คนที่กำลังเหม่อลอยรู้สึกตัว ท่านชายผุดลุกรวดเร็ว กระแอมกระไอในลำคอสองสามครั้ง พลางดึงสาบเสื้อของตัวเองให้ปกปิดเนินเนื้อผุดผ่องที่ชวนให้คิดไปถึงไหนต่อไหนนั้น
“ฉันไปส่ง”
“ไม่เป็นไรเพคะ ประเดี๋ยวอรโทร.เรียกให้ที่บ้านมารับดีกว่า”
เท้าที่กำลังมุ่งหน้าไปยังประตูชะงักเล็กน้อย ตอนเขาเอี้ยวตัวหันมามอง ดวงตาของเขาก็แสดงอำนาจที่ทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้
“ฉันจะเบาใจมากถ้าได้ไปส่งเธอด้วยตัวเอง”
จากนั้นมือใหญ่ก็คว้าข้อมือเล็ก จับจูงคนที่ยืนอ้ำๆ อึ้งๆ ให้เดินตามจนขาแทบขวิด
คุณอาจจะชอบ





