
สัญญาพราย
ตอน 3
หญิงสาววางโทรศัพท์เคลื่อนที่ลงบนโต๊ะข้างแก้วน้ำ ที่มีน้ำอัดลมสีคล้ำอยู่ก้นแก้วจนน้ำแข็งหลอดเล็กๆ โผล่พ้นขึ้นมาเหนือน้ำ แต่มันก็โผล่ได้ไม่นานนักเมื่อหล่อนหยิบขวดที่วางอยู่ใกล้ๆ รินน้ำสีคล้ำที่เหลือไม่ถึงครึ่งขวดเติมลงไปจนเกือบเต็มแก้วและสามารถทำให้น้ำแข็งพวกนั้นจมมิดอยู่ในน้ำสีคล้ำอีกครั้ง แต่แทนที่คนรินจะยกขึ้นมาดูดกินให้ชื่นใจ กลับหยิบโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งเพิ่งวางไว้ขึ้นมาดู พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
เสียงเคาะโต๊ะเบาๆ พร้อมเสียงถามดังขึ้น
“หนูดี แกยิ้มอะไร เห็นดูมือถือแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไหนขอดูหน่อยสิ” ปากบอกว่าขอแต่มือกลับถือวิสาสะกระชากโทรศัพท์เคลื่อนที่ราคาพอประมาณไปจากมืออีกฝ่ายทันที
“เฮ้ สา เอาคืนมา”
หนูดีหรือปรัศนีแย่งโทรศัพท์เคลื่อนที่คืนจากมาริสาเพื่อนสนิท เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมก็กำไว้เสียแน่นจึงต้องยื้อยุดกันอยู่พักใหญ่ ปรัศนีขู่ฟ่อให้ส่งคืน คนเป็นเพื่อนก็ปฏิเสธลั่นไม่ยอมให้ท่าเดียว จนมีกรรมการเข้ามาตัดสิน
“อะไรกันสองสาว เอามานี่เลย” วิกรมที่มาจากไหนไม่รู้มายึดมือถือไปจากสองคนได้อย่างง่ายดาย ก่อนมองเจ้าของเครื่องซึ่งกำลังกลบเกลื่อนความตกใจบนสีหน้า แต่ไม่แนบเนียนและไม่ทันการณ์เพราะเขาเห็นชัดเจน ยิ่งทำให้เขาสงสัยมากขึ้นว่าต้องเกี่ยวกับมือถือที่ยื้อยุดกันอยู่ และอาจเกี่ยวข้องกับเขาด้วย ไม่อย่างนั้นปรัศนีจะทำหน้าตกใจทำไม
“เอามากร” ปรัศนีขอพร้อมยื่นมือไปรับ
ชายหนุ่มส่ายหน้าแต่ไม่ทันได้พูดอะไร มือที่สามก็มาฉกไป
“เอามานี่” มาริสาคว้าโทรศัพท์เคลื่อนที่จากมือวิกรมได้ก็วิ่งไปยืนเสียไกลเพราะรู้ดีว่าเจ้าของจะต้องตามมาเอาคืน และจริงดังนั้นเพราะปรัศนีขยับวิ่งตาม แต่มาริสาก็ไม่ยอมคืนง่ายๆ มาริสาวิ่งวนพลางเปิดหน้าจอมือถือสุดหวงที่ทำให้เพื่อนสาวดูมีลับลมคมในพลาง ก่อนจะหยุดวิ่งแล้วคะมำไปข้างหน้าเมื่อปรัศนีที่วิ่งตามหยุดไม่ทันชนเข้าด้านหลัง มาริสาประคองโทรศัพท์ไว้ไม่ให้ตกจากมือ แล้วหัวเราะเมื่อยืนได้มั่นคงแล้ว
“ฮ่าๆ นึกว่ามีความลับอะไร เรื่องแค่นี้เอง เอาคืนไป” มาริสาส่งโทรศัพท์มือถือคืน แล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะรับประทานอาหารต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วิกรมดึงเก้าอี้มานั่งข้างๆ มาริสา แต่สายตายังจับจ้องปรัศนีที่ยืนกำโทรศัพท์แน่นเหมือนมีความลับสุดยอด เขาขยับปากจะถาม แต่เด็กในร้านขายอาหารตามสั่งขัดจังหวะเสียก่อน
“พี่สั่งอาหารหรือยังครับ”
“เอาเส้นเล็กต้มยำ โค้กขวด”
“ครับ”เด็กรับรายการเดินกลับไปบอกพ่อครัว ก่อนจะไปต้อนรับลูกค้ารายใหม่
“ไปไหนมา” มาริสาถามวิกรม
“ผ่านมา” วิกรมตอบ แต่คนถามรู้สึกเหมือนมันไม่ใช่คำตอบ จึงถามย้ำอีกครั้ง
“ไปไหนมา”
วิกรมสบตาคนถามคำถามเดิม แล้วถอนหายใจเฮือก “ไปหาหนูดีที่บ้าน แม่บอกว่าออกมากับสา แล้วนี่นึกยังไง บ้านหนูดีขายข้าวแกง แต่สองคนมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวกันที่นี่”
“แล้วมันแปลกตรงไหน ก็เห็นอยู่ว่ากินก๋วยเตี๋ยว ไม่ได้กินข้าวแกง”มาริสาย้อน
“เออจริง งั้นถามใหม่ ไปไหนกันมา”
“มาหาฉันมีอะไรหรือเปล่ากร” เมื่อถูกเอ่ยถึงปรัศนีจึงรีบเดินกลับมานั่ง จ้องปากชายหนุ่มอย่างรอคำตอบ แต่ต้องเป็นฝ่ายหลบตาเมื่อวิกรมถามกลับบ้าง
“มีอะไรในมือถือหรือหนูดี”
“เปล่า ไม่มี”
“มี” มาริสาแย้งทันควัน ก่อนหันไปหาชายหนุ่ม
“หนูดีมันอ่านข่าว”
“ไม่มีอะไร ก็อ่านข่าวบันเทิงทั่วไปนะ กินๆ ก๋วยเตี๋ยวมาพอดี” ปรัศนีรีบเปลี่ยนเรื่อง แล้วเร่งให้ชายหนุ่มรับประทานพร้อมเลื่อนชามก๋วยเตี๋ยวที่เด็กในร้านเพิ่งนำมาวางเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น ก่อนหันไปมองเพื่อนสาวตาเขียวอย่างคาดโทษ หากแปลเป็นคำพูดก็คงไม่พ้นคำว่า หุบปาก แต่ไม่ทำให้มาริสากริ่งเกรงสักนิดแม่เพื่อนสาวยักไหล่แล้วพูดทันที
“ข่าวบันเทิงมาก ดารายกเลิกการแต่งงาน มันเรื่องน่ายินดีเสียจริงๆ”มาริสาพูดไปหัวเราะไป แต่ปรัศนีกลับหน้าง้ำตาเขียวปัด ส่วนวิกรมถึงกับวางตะเกียบที่กำลังจะคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวลง แล้วมองหญิงสาวทั้งสองก่อนเอ่ย
“ข่าวพี่เบ็นใช่มั้ย ผมเห็นแล้ว”
“อ่า คุณตำรวจอย่างนายสนใจข่าวบันเทิงด้วยเหรอ” มาริสาสงสัยจริงๆ
“ไม่ได้รู้จากข่าว แต่แนนเป็นคนบอก” เขาเอ่ยถึงอดีตคู่หมั้นของพี่ชาย “แนนโทรบอกพ่อกับแม่ว่าจะถอนหมั้นพี่เบ็น แล้วก็ล่ำลา ป่านนี้คงบินไปเมืองนอกแล้ว”
“แปลกนะ พวกดาราพอเลิกกันแล้วทำไมต้องบินไปนอกวะ มันมีอะไรดีนักหนา หรือมีน้ำใบบัวบกขายแบบบ้านเรา”มาริสาทำหน้าสงสัย
“บ๊อง”
“อ้าว! ว่าฉันเหรอ เดี๋ยวแม่ตบปากฉีกเลย” มาริสาหันไปเอาเรื่อง วิกรมขยับเก้าอี้หนีเล็กน้อยก่อนลงมือกินก๋วยเตี๋ยว
คุณอาจจะชอบ





