
บ่วงรักเทพบุตรมาเฟีย (ซีรีย์ชุดมาเฟียที่รัก)
ตอน 2
“ถ้าริน”
“รินจะยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง นัทไม่ต้องเป็นห่วงหรอก” กีณรินปลดมือที่จับแท่นแขนของตนเองออกแล้วเดินตามนางรำคนอื่นๆ ไปหลังร้าน
“น่าอิจฉาจังมีหนุ่มๆ มาตามจีบ” เสียงเพื่อนสาวแซวกันสนุกปาก แต่กีณรินส่ายหน้าระอาใจ
“รินไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นด้วยนี่”
“ก็คิดสักหน่อยจะเป็นไร นี่ก็เรียนจบแล้วจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนสักคนก็ไม่เห็นแปลก”
“รินไม่อยากคิดเรื่องนั้น รินอยากหางานทำเลี้ยงตัวเองตอบแทนพระคุณของลุงก่อน”
“จ้า”
“เอ้า พอแล้วสาวๆ ได้เวลาทำงานแล้วจ๊ะ”
บรรดานางรำหยุดล้อกีณรินแล้วต่างดูแลเครื่องแต่งกายของตัวเองอีกครั้งหลายคนไหว้ครูเพื่อแสดงความเคารพตามธรรมเนียมแล้วจึงขึ้นแสดงตามคิวของตัวเอง วันนี้กีณรินแสดงการรำอวยพรที่ตนเองเตรียมมา เธอยกมือไหว้ครูอีกครั้งก่อนจะหันไปพยักหน้ากับพี่เลี้ยงที่ค่อยดูแลคิวการแสดงอีกที
“โอเค รินพร้อมแล้วค่ะ”
ชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้าในร้านอาหารริมน้ำด้วยสีหน้าเรียบเฉยในขณะที่ผู้ออกมาต้อนรับแสดงอาการนอบน้อมทั้งที่อายุมากกว่าหลายปีนัก เขาปรายตาไปบนเวทีซึ่งมีการแสดงร่ายรำอยู่อย่างไม่สนใจนัก อากาศประเทศไทยแม้จะค่อนดึกแล้วแต่เขายังรู้สึกร้อนอยู่จนต้องถอดเสื้อสูทตัวนอกออก
“เอ่อ คุณชายรับเครื่องดื่มหรืออาหารดีครับ”
ชายร่างอ้วนเตี้ยเหงื่อแตกพลั่กๆ แต่ไม่ใช่เพราะอากาศร้อนแต่เพราะรัศมีอำมหิตจากชายหนุ่มมาดเหี้ยมต่างหาก “คุ...คุณ เอ่อ...ท่านฟังภาษาไทยออกไหมครับคุณสุรัต”
“ได้บ้างครับเสี่ย” สุรัตผู้ติดตามเอ่ยตอบแทนผู้เป็นนาย เขาหันไปถามชายหนุ่มที่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยภาษาอังกฤษและเมื่อได้คำตอบจึงหันไปสั่งกับชายร่างอ้วนที่ยืนเหงื่อแตกอยู่ใกล้ๆ
ชายหนุ่มยกมือขึ้นปิดปากตัวเองที่กำลังจะหาวออกมา ช่างแสนน่าเบื่อนัก ยังไม่ได้ทำอะไรเลยก็ทำท่าหวาดกลัวเสียเวอร์เชียว คนที่นี่จะทำให้เขาเบื่อกว่าที่คิดเสียอีกแถมยังไม่ได้ออกแรงอะไรเลยแล้วแบบนี้จะเรียกว่า ‘พิสูจน์’ตัวเองได้ยังไงกัน
ราฟาเอล ซิวีลิอาโน่ออกจะแปลกใจนิดๆ ที่ถูกเชิญมารับประทานอาหารค่ำในร้านอาหารแบบนี้ แม้ว่าจะเป็นร้านอาหารกลางแจ้งขนาดใหญ่กินเนื้อที่กว่าสองไร่แต่บรรยากาศแบบครอบครัวและเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทำให้เขานึกขำๆ นี่คงกลัวว่าเขาจะยกปืนจ่อขมับมันง่ายๆ ละมั้งถึงได้พาเขามาในร้านอาหารแบบครอบครัวนี่
ชายหนุ่มฟังภาษาไทยออกและพูดได้เนื่องจากมารดาค่อยฝึกสอนมาอย่างดีแม้จะไม่ได้เรียนในโรงเรียนก็ตาม แต่เขาก็อยากดูฝีมือของ ‘สุรัต’ ผู้ช่วยและผู้ติดตามที่บิดาส่งมาให้เขาหากสุรัตแสร้งแปลผิดความหมายเขาก็พร้อมที่จะจัดการได้ง่ายๆ เช่นกัน ชีวิตอย่างเขาไม่เคย ‘ไว้ใจ’ ใคร
จังหวะดนตรีไม่คุ้นหูเรียกสายตาเขาให้จ้องมองเรือนร่างบอบบางอ่อนช้อยที่ร่ายรำอยู่บนเวทีซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เรียกสติไม่ให้หลับใหลของเขาได้ เขาไม่รู้จักการแสดงบนเวทีนักแต่การเคลื่อนไหวพลิ้วไหวเข้ากับจังหวะดนตรีนั้นงดงามไม่น้อย เขาพยายามเพ่งมองนางรำที่ร่ายรำบนเวที นึกเสียดายที่โครงหน้าสวยๆ ฉาบเครื่องสำอางเกินความจำเป็น แต่เรียวปากสวยและดวงตากลมโตดึงดูดผู้คนได้ไม่ยาก แม้ใบหน้าจะแต้มยิ้มหวานแต่เขาดูออกว่ามันไม่ใช่การยิ้มยั่วแบบเชิญชวน เขาเคยชินกับการมีผู้หญิงมาทอดกายมากมายและสารพัดรูปแบบเพื่อแลกกับเงินทองและอำนาจที่จะได้อยู่เคียงข้างเขา แต่ผู้หญิงแบบนั้นไม่เคยอยู่ในสมองเขาเลยสักนิด
อะไรที่ได้มาง่ายเกินไปก็ไร้ค่า
เมื่อดนตรีสิ้นสุดการร่ายรำก็ยุติตามไปด้วย กีณรินก้าวลงจากเวทีซึ่งจัดไว้ตรงกลางของร้านอาหารริมน้ำแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการหลังจากการแสดงที่จัดเตรียมไว้สร้างความบันเทิงและความประทับใจของลูกค้าจบลง เหล่าบรรดานางรำต้องไปถ่ายรูปกับแขกที่มาในร้านอาหารเป็นการปิดท้ายและนั่นแสดงว่างานของเธอเสร็จสิ้นแล้ว
กีณรินเหลือบมองไปทางมุมหนึ่งที่เธอสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องอย่างไม่เกรงใจเธอเห็นรอยยิ้มยั่วของเขาแต่แสร้งทำเป็นไม่เห็น ช่างไร้มารยาทเหลือเกิน! แม้ว่าเธอจะเจอสายตาแบบนี้หลายต่อหลายครั้งแต่ก็นึกบ่นว่าในใจไม่ได้ ทำไมนะ! เธอทำงานสุจริตแต่ทำไมถึงถูกสายตาดูแคลนจ้องมองแบบนี้นะ หลังการถ่ายรูปกับลูกค้าเสร็จเธอกับบรรดาเพื่อนนางรำก็หลบไปด้านหลังเพื่อรับประทานอาหารที่เจ้าของร้านจัดเตรียมไว้ให้เช่นเคยก่อนจะกลับ แต่หญิงสาวรู้สึกถึงการดึงชายผ้าด้านหลังจึงหันไปมอง แล้วก็พบร่างเด็กชายตัวน้อยยืนจับชายผ้าสไบของเธออยู่
“ว่าไงจ๊ะหนุ่มน้อย มากับใครจ๊ะ” กีณรินเอ่ยถามพลางย่อตัวลงนั่งบนส้นเท้า
“ว้าย รูปหล่อมาจากไหนจ๊ะ น่ารักจังเลย” เสียงเพื่อนสาวเอ่ยแซวแล้วต่างมาห้อมล้อมเด็กหนุ่มตัวน้อย
“พ่อแม่อยู่ไหนจ๊ะ เอ๊ะ ฟังภาษาไทยได้ไหมเนี่ย รินช่วยหน่อยซิ”
“ค่ะเดี๋ยวรินถามเอง” กีณรินค่อนข้างจะเก่งภาษาอังกฤษจึงมักถูกเพื่อนๆ ให้สื่อสารกับชาวต่างชาติอยู่เสมอ “มากับใครค่ะ”
“มากับมามี้และแดดดี้ฮะ” เด็กน้อยตอบเสียงใส
“มาทำอะไรที่นี่ละจ๊ะ เดี๋ยวมามี้กับแดดดี้เป็นห่วงนะ”
“มาหาพี่สาวคนสวยฮะ พี่สวยจังเป็นแฟนกับผมนะฮะ”
กีณรินหัวเราะเสียงใสแล้วหันไปพูดกับเพื่อนๆ “ขอพาหนุ่มน้อยไปส่งพ่อกับแม่เค้าก่อนนะจ๊ะ”
คุณอาจจะชอบ





