
ปรารถนารัก เทพบุตรมาร
ตอน 3
‘ฟรานเชสโก้ บิลยาเลตดินอฟ ซีอีโอหนุ่มเลือดผสม วัยสามสิบห้าปีถูกคนร้ายซุ่มดักยิงขณะไปส่งคู่หมั้นสาว อย่างเบลล่า วิล ระหว่างทางกลับจากงานเลี้ยงที่ทั้งคู่ได้ไปร่วมด้วยกัน มีเพียงคนสนิทออกมาให้สัมภาษณ์ว่าท่านซีอีโอไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่ถูกยิงที่แขนและไม่ได้นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่ไม่มีการให้สัมภาษณ์ของเจ้าตัวแต่อย่างใดเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา’
สื่อทุกสำนักไม่ว่าจะเป็นรายการข่าวหรือหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ มีการเสนอข่าวของชายหนุ่มขึ้นหน้าหนึ่ง ทุกฉบับกลายเป็นข่าวดังที่สุด เพราะทุกคนจับตามองเจ้าของบริษัทบ่อน้ำมันที่ใหญ่ที่สุด และยังมีธุรกิจอีกหลายอย่างที่ชายผู้นี้ได้ลงทุนทำ ซึ่งแน่นอนว่าทุกธุรกิจที่เขาทำมันกำลังไปได้สวย
ข่าวดังตลอดหลายวันมานี้ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พิทยาเจ้าของสายการบินใหญ่ต้องโทรหาเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง แม้จะรู้จากข่าวแล้วว่าเพื่อนไม่ได้เป็นอะไรมากก็ยังมิวายต้องถามให้แน่ใจ
“ว่าแต่แกไม่เป็นอะไรแน่นะเซฟ” เสียงของพิทยาคอยถามเพื่อนไม่หยุดตั้งแต่อีกฝ่ายรับสาย
“เออ! ไม่เป็นอะไรหรอก แกนี่เซ้าซี้จริงๆ น่ารำคาญ!”
“ไม่เป็นไรก็ดี ไอ้เฟลิกซ์มันก็เป็นห่วงแกเหมือนกัน”
“.....” เงียบไม่มีเสียงตอบกลับมา ทางฝ่ายคนโทรมาก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเพื่อนยังอยู่ในสาย เป็นเรื่องปกติที่ไม่พูดเช่นนี้ พิทยาชินเสียแล้ว
“แล้วจะมาไทยเมื่อไหร่เนี่ย”
“อีกนาน ช่วงนี้งานเยอะมาก ไหนจะเรื่องไอ้พวกดักยิงฉันอีก” คนพูดเอ่ยด้วยเสียงเบื่อหน่าย
“เออๆ จะมาก็บอกนะ จะได้รู้ไว้ไม่ใช่ไปไหนมาไหนไม่บอก ตายแล้วตามเก็บศพไม่ถูก” พิทยาทิ้งคำพูดแรงๆ ก่อนที่จะกดวางสายไปโดยไม่บอกไม่กล่าว ไม่รู้ทำไมเวลาที่พวกเขาจะวางสายก็วางโดยไม่บอกกล่าวกัน เมื่อก่อนก็ไม่เป็นสงสัยคงจะติดนิสัยจากฟรานเชสโก้
“บอสครับ แน่ใจนะครับว่าจะไม่พักบ้าง เดี๋ยวแผลจะไม่หายเอาง่ายๆ นะครับ” คนสนิทเอ่ยเมื่อเห็นว่าเจ้านายวางสายจากเพื่อนโทรทางไกลข้ามฟ้าข้ามน้ำมาจากต่างแดน
“เออ!! ไม่ตายหรอกแผลแค่นี้เอง ไว้ฉันโดนระเบิดสมองก่อนแล้วกันจะหยุดพักให้” การพูดแบบประชดของเจ้านายทำให้คนที่ทำหน้าที่ควบกันหลายตำแหน่ง ส่ายหัวอย่างยอมแพ้กับความดื้อรั้น
“ผมแค่เป็นห่วงบอสเท่านั้น เดี๋ยวนายหญิงมาติน่าดุผมเอาได้”
“สรุปนายกลัวแม่ด่า หรือเป็นห่วงฉันกันแน่แวน” เจ้านายเสียงดุทันใด
“ก็ต้องเป็นอย่างหลังอยู่แล้วครับบอส ถ้าบอสเป็นอะไรไปใครจะจ่ายโบนัสให้ผม” แวนพูดติดตลกอย่างเป็นกันเอง เวลาอยู่ในห้องทำงานกันสองคนไม่มีคนนอก แวนก็จะกลายเป็นเพื่อนของฟรานเชสโก้คนหนึ่งนอกจากเจ้าสองแสบที่อยู่ไทยในขณะนี้อย่างพิทยาและเฟลิกซ์
“ไอ้งก!!”
คนถูกว่ากลับไม่รู้สึกอะไร ซ้ำยังยักไหล่กว้างให้เสียด้วยซ้ำ ก่อนจะก้มหน้าลงไปทำงานบนโต๊ะต่อ ส่วนเจ้านายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ กลับใช้มือหนาลูบริมฝีปากหยักลึกของตัวเองอย่างครวญคิดไม่ตก ซึ่งเป็นนิสัยประจำเวลาที่เขาคิดอะไรอยู่ในสมองและครวญคิดอย่างกลัดกลุ้ม
“ใครกัน!” ปากเรียวกระจับพึมพำกับตัวเองเบาๆ และหมุนเก้าอี้ทำงานหันไปมองวิวของเมืองผ่านผนังทำจากกระจกใส
สมองอันชาญฉลาดของซีอีโอหนุ่ม ที่ได้ฉายาว่าเป็นเจ้าพ่อพลังงานคิดไม่ตกว่าตนได้สร้างศัตรูที่ใดไว้ แต่เขาเป็นนักธุรกิจก็อาจจะมีการขัดผลประโยชน์อยู่หลายคนโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ แต่ไม่มีเรื่องใดหากว่าคนอย่างเขาอยากจะรู้แล้วไม่มีข้อมูล เพียงแค่ส่งลูกน้องให้ไปสืบไม่นานก็ต้องมารายงานว่าใครกล้าลูบคม ฟรานเชสโก้ บิลยาเลตดินอฟคนนี้
“คุณนิกกี้ไม่เข้าบริษัทมาหลายวันแล้วค่ะ” เลขารายงานเมื่อนายหญิงเข้าบริษัทและเรียกพบที่ปรึกษาสาว
“ไปไหน บอกไว้หรือเปล่า” มาติน่าสงสัย ปกติแล้วที่ปรึกษาคนนี้จะเข้าบริษัทแทบจะทุกวัน
“ไม่ทราบค่ะ ไม่ได้บอกไว้”
“เช็กสิว่าที่ห้องเสื้อมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ถึงได้หายไปแบบนี้”
เจ้าของบริษัทเครื่องนุ่งห่มขนสัตว์ส่งออกแบรนด์ดัง และเป็นรายใหญ่ที่สุดอย่างมาติน่า บิลยาเลตดินอฟแปลกใจเป็นอย่างมากกับนักออกแบบฝีมือเยี่ยม ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบในแต่ละฤดูกาล มาติน่าชื่นชมผลงานของเธอคนนี้เป็นอย่างมาก งานทุกชิ้นที่เธอแนะนำให้คำปรึกษาเมื่อออกสู่ตลาดแล้วจะเป็นที่นิยมขายดิบขายดีจนสินค้าหมดและต้องสั่งทำขึ้นอีกครั้งเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าไปทั่วโลก นางไม่ปฏิเสธหรอกว่าที่บริษัทมีกำไรมากส่วนหนึ่งก็มาจากที่ปรึกษาคนเก่งที่ออกแบบดี
คุณอาจจะชอบ




![หน้าปกนวนิยาย อัญมณีอสูร [ My treasure ]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/9bd4a67d5001834806832443823/TNvYKnsIDDEA.webp!15491.webp)
