ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บ่วงแค้นหัวใจปีศาจ

บ่วงแค้นหัวใจปีศาจ

อุบัติเหตุสยองคร่าชีวิตกุลธิดาน้องสาวสุดที่รักของหัสดินไปอย่างไม่มีวันกลับ ทิ้งให้เขาจมอยู่กับความกามแค้นต่อต้นเหตุที่ทำลายดวงใจดวงเดียวของเขา ในขณะที่ดารินผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกันต้องสูญเสียพี่ชายและตื่นมาพบกับพายุแห่งการจองเวร หัสดินปักใจเชื่อว่าเธอคือคนผิดที่ต้องชดใช้อย่างสาสม เขาเฝ้ารอเวลาที่เธอออกจากโรงพยาบาลเพื่อเริ่มต้นการล้างแค้นที่แสนทรมาน บ่วงกรรมที่ผูกพันด้วยความเกลียดชังและรอยเลือดจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางปริศนาที่รอวันเปิดเผย
ตอน
แชร์

ตอน 2

เสียงพระสวดศพส่งคนตายไปสู่สุคติดังผสมกับเสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาวไร้ญาติ เธอยืนเหม่อใจลอย ดวงตาเขียวช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มานานนับไม่ถ้วนมองโลงไม้ที่ข้างในมีร่างไร้วิญญาณของพี่ชายนอนสงบนิ่งอยู่

ดารินหนาวเหน็บ ว้าเหว่หัวใจที่ขาดที่พึ่งสุดท้าย ดวงหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาเศร้าหมองก้มมองภาพถ่ายของพี่ชายในอ้อมแขน

“น้องอยู่คนเดียวได้ค่ะ” ดารินยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นไว้แน่น มือที่ลูบภาพถ่ายของพี่ชายนั้นยกขึ้นเช็ดน้ำตา น้ำมูกที่ไหลเปรอะดวงหน้าขาวซีด

“พี่ชายไม่ต้องเป็นห่วงน้องนะ หลับให้สบาย บอกพ่อกับแม่ด้วยว่า น้องคิดถึงพวกท่าน” เสียงของดารินสั่นเครือเหมือนมือของเธอที่สั่นไหวยามได้วางดอกไม้จันทน์ตรงฝาโลง

“ฮืออ...พี่ชายย” หญิงสาวครางสะอื้นไห้เรียกหาพี่ชาย ดวงตาเอ่อน้ำใสๆ ไหลอาบแก้มทั้งสองข้างมองเปลวเพลิงลุกเผาโลงที่ใส่ร่างของพี่ชาย…

การสูญเสียพี่ชายเพียงคนเดียวไปอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุโดยไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ดารินรู้สึกเคว้งคว้าง มองไปทางไหนก็มืดมน การเรียนต้องหยุดพักเพราะไม่มีเงินพอที่จะจ่ายค่าเทอม ไหนจะค่าใช้จ่ายต่างๆ ระหว่างเรียน ซึ่งคนฐานะยากจนอย่างเธอไม่มีเงินพอที่จะเรียนต่อเมื่อขาดเสาหลักเพียงคนเดียวไป บิดามารดาของเธอเสียชีวิตไปตั้งแต่เธออายุ 10 ปี ซึ่งตอนนั้น พี่ปิติของเธอเรียนจบมีงานทำพอดี ทำให้เธอกับพี่ชายพออยู่รอดได้

ดารินซับเหงื่อตรงหน้าผากออกด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้ทั้งวันแล้วที่เธอเดินหางานทำ แต่ก็มีแค่ให้ยื่นเอกสารแล้วรอสัมภาษณ์งาน

“พ่อจ๋า แม่จ๋า พี่ชายจ๋า ช่วยรินด้วยนะคะ” ดารินเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา เธอน้ำตาซึมเมื่อมองกระเป๋าเงิน

“เราต้องประหยัดให้สุดๆ” เงินในกระเป๋ามีเหลือแค่เจ็ดพันเท่านั้น ‘อยู่ได้สิ’ ดารินกระสิบเสียงปลอบใจตัวเอง เธอยังมีบ้านเป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่ได้อาศัยอยู่โดยไม่ต้องเช่า

“น้ำขวดหนึ่งค่ะ” ดารินพูดไม่ทันจบประโยค ดวงตากลมโตสุกประกายปรายมองไปเห็นป้ายประกาศรับสมัครงาน

- รับสมัครพนักงานพิมพ์ดีด โรงพิมพ์วิบูลวิวัฒน์

- วุฒิการศึกษา ม.6 ขึ้นไป

- อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

- ไม่จำกัดเพศ

- สมัครได้ที่โรงพิมพ์วิบูลวิวัฒน์ทุกวัน เวลา 07.00 น.-17.00 น.

ดารินยิ้มใจชื้น อ่านป้ายอย่างมีความหวัง เธอเดินเข้าไปในออฟฟิศของโรงพิมพ์ในไม่กี่นาทีต่อมา

“สวัสดีค่ะดิฉันมาสมัครงานค่ะ” ดารินยกมือไหว้ผู้หญิงวัยกลางคน เธอเดาเอาว่าหล่อนคงจะเป็นหัวหน้าพนักงานที่นี่

“นั่งก่อนสิ เดี๋ยวฉันจะไปบอกเจ้านายก่อน เพราะเจ้านายเป็นคนสัมภาษณ์เอง” ผู้หญิงคนนั้นบอกให้ดารินนั่งรอ แล้วหล่อนก็เดินเข้าไปในห้องสีเทา

ไม่ถึงห้านาที หล่อนคนนั้นก็เดินออกมากวักมือเรียกให้ดารินเข้าไป…

“สวัสดีค่ะ”

ทันทีที่ได้ยินเสียงหวานใส เจ้าของร่างสูงก็เงยหน้าจากเอกสารที่กองเต็มโต๊ะ ชายหนุ่มตกตะลึงเมื่อเห็นว่าเป็นหญิงสาวคนที่ขับรถชนน้องสาวของเขาเสียชีวิต

“ฉันมาสมัครงานค่ะ” ดารินยืนตัวแข็งเมื่อเจอสายตาดุดันจ้องมอง เธอก้มหน้าหลบสายตาของเขา แล้วพูดเบาๆ ให้ชายหนุ่มรับรู้ เมื่อคนตรงหน้าไม่ยอมพูดอะไร

“พรุ่งนี้ เธอเริ่มงานได้ เข้างาน 7 โมงเช้า เลิกงานทุ่มครึ่ง เงินเดือนฉันให้เธอแค่ 9,000 ตามค่าแรงขั้นต่ำ” หัสดินเอ่ยเสียงเรียบ ไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาให้หญิงสาวรับรู้ แต่ในใจมันร้อนรุ่ม เคียดแค้นอยากจะกระโจนเข้าบีบคอระหง

“คะ?” ดารินยืนตะลึง รู้สึกแปลกใจระคนงุนงงที่ชายหนุ่มรับเธอเข้าทำงานอย่างง่ายดาย หนำซ้ำไม่ได้สัมภาษณ์อะไรเลยสักนิด

“เธอมีปัญหาอะไร?” เขาถามเสียงเรียบเฉย แววตาสีเข้มดูหยันๆ มองตั้งแต่ศีรษะไล่ลงต่ำถึงปลายเท้า แล้ววกขึ้นมองใบหน้างามจิ้มลิ้ม จ้องลึกเข้าไปในดวงเนตรสีดำขำ

“มะ...ไม่มีค่ะ” ดารินกลัวชายหนุ่มจะเปลี่ยนใจจึงรีบยกมือไหว้ขอบคุณพร้อมทั้งส่ายหน้าปฏิเสธ

“หึ! ดีใจไปเถอะดาริน ไม่นานหรอก ฉันจะทำให้เธอตกนรกเหมือนตายทั้งที่ยังหายใจ” หัสดินกล่าวออกมาหลังจากที่หญิงสาวลับตาไปแล้ว…

เช้าวันต่อมา...ดารินเห่องานใหม่ รีบมาทำงานตั้งแต่ยังไม่ถึงหกโมงเช้า เธอเคาะประตูกระจกให้คนด้านในรู้สึกตัว ซึ่งหัสดินที่นั่งรออยู่แล้วเดินออกมาเปิดประตูให้หญิงสาว เขาพาเธอเข้าไปในห้องทำงานพร้อมกับยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้

“อะไรคะ?” ดารินเอ่ยถามอย่างสงสัย

“นี่เป็นสัญญาจ้างงาน ฉันจ้างเธอปีหนึ่ง เซ็นซะสิ” เขาเอ่ยแกมบังคับ ซึ่งดารินก็รับมาแล้วจรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไปทันทีโดยไม่ได้อ่านรายละเอียดเลยแม้แต่น้อย

หัสดินยิ้มมุมปากพอใจในสิ่งที่กำลังจะดำเนินไปตามแผนการ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวได้เซ็นเอกสารเรียบร้อยแล้ว เขาก็นำเอกสารไปถ่ายสำเนา แล้วนำฉบับจริงไปเก็บไว้ในเซฟส่วนตัว ส่วนสำเนาสำรอง เขาเอาวางไว้บนโต๊ะทำงาน

“คุณจะให้ฉันพิมพ์เอกสารเลยไหมคะ?” ดารินยืนอยู่กลางห้อง หันมองโต๊ะทำงานของตัวเองแล้วหันมองผู้ชายที่เป็นเจ้านาย เขายืนหันหลังให้เธอ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เชลยสวาทชีคร้าย
8.4
กชนิภา...ตกเป็นของชีคใจร้ายด้วยความผิดที่ไม่ได้ก่อ ชีคอัสวาน...เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความแค้น ความแค้นที่ลดลงในทุกๆ วัน และมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ โดยไม่รู้ตัว... ... “อย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย ฉันไหว้ล่ะ พี่ชายฉันไม่ได้ลงมือข่มขืนด้วย อย่าลงโทษถึงตายเลยนะคะ” กชนิภาอ้อนวอนอัสวาน ยกมือไหว้ชีคผู้เหี้ยมโหดตามปากพูด อัสวานมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตนทั้งที่พี่ชายตัวเองผิดด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดลากตัวชายทั้งสองคน “แลกกับอะไรล่ะ” กชนิภาเงยหน้ามองคนพูด “เงินเหรอคะ คุณต้องการเท่าไหร่ ฉันจะหามาให้คุณค่ะ” อัสวานกระตุกยิ้ม นัยน์ตาประกายความเจ้าเล่ห์ “เงินฉันมีเยอะ เยอะจนฉันใช้ไม่ไหว แล้วฉันจะต้องการเงินจากเธอทำไม” “แล้วคุณต้องการอะไร บอกฉันสิคะ ฉันจะรีบหามาให้คุณ ขอแค่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันยอมทุกอย่าง” “ฉันอยากได้ของที่ฉันไม่มีมากกว่า” “อะไรคะ คุณต้องการอะไร” เมื่อมีโอกาส กชนิภารีบคว้า “ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน” กชนิภาตกใจอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นไหวเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วแรง เธอไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ ประโยคที่ทำให้ ร่างกายทุกสัดส่วนแข็งทื่อ อาการตกใจไม่ได้เกิดแค่กชนิภาคนเดียว ยศวินก็ตกใจไม่คิดว่า อัสวานจะยื่นข้อเสนอนี้ “ฮะซีนจัดการ” ของแบบนี้ต้องมีแรงกระตุ้น ฮะซีนรู้คำสั่ง เขาลากตัวยศวินเข้าใกล้กรงจระเข้ ยศวินออกแรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ในที่สุดยศวินถูกลากไปถึงกรงสัตว์ร้าย ฮะซีนเปิดช่องตรงกรงกำลังทำแบบเดียวกับที่ฮาริมทำกับโอดิล “โรสช่วยพี่ด้วย พี่ยังไม่อยากตาย ช่วยพี่ด้วยโรส” ยศวินร้องตะโกนลั่น ความกลัวอาบทั่วจิตใจ ไม่สนใจว่าการที่ตนรอดตายจะแลกด้วยสิ่งใด “จัดการมันฮะซีน” อัสวานเปล่งเสียงคำสั่ง อาดีบเดินเข้ามาช่วยฮะซีนยกร่างยศวิน “ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” กชนิภาเสียงสั่น “ฉันยอมคุณแล้ว คุณก็ต้องรักษาสัญญาด้วย” อัสวานกระตุกยิ้ม พอใจกับคำตอบ ซึ่งเขามั่นใจเกินร้อยว่า เธอต้องยอม แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไม่ผิดเพี้ยน “คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” อัสวานบอกสาวปากกล้า ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องที่ปล่อยร่างยศวินกับอนันต์ คนเป็นพี่ชายรีบคลานมาหาน้องสาว กอดรัดร่างกชนิภาไว้แน่นแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยไม่นึกถึงใจคนเป็นน้องสักนิดว่า จะรู้สึกอย่างไร เสียใจมากแค่ไหนที่ต้องใช้ร่างกายแลกชีวิตพี่ชาย “งั้นคุณก็ปล่อยพี่ชายฉันสิ” “ปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่เธอทำตามข้อตกลงซะก่อน แล้วฉันถึงจะปล่อยตัวพี่ชายเธอ” “คุณกลัวฉันเบี้ยว แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวคุณผิดคำพูด” กชนิภาโต้กลับทันควัน “ฉันไม่เดือดร้อนนะ กับการไม่ไว้ใจฉันของเธอ เพราะคนที่ตายไม่ใช่ญาติพี่น้องของฉัน แต่เป็นพี่ชายเธอ” อัสวานยักไหล่พูด ไม่แยแสใครทั้งสิ้น “ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีตุกติกหรือเล่นแง่” กชนิภามองชายหนุ่มที่เป็นต่อตนทุกทาง อัสวานเหมือนผู้คุมเกม ไม่มีทางที่เธอจะต่อกรกับเขาได้ “ตกลงค่ะ คุณว่ายังไงฉันว่าตามนั้น” อัสวานกระตุกยิ้ม “ฉันจะให้พี่ชายเธอกับเพื่อนอยู่ที่นี่จนกว่าหน้าที่ของเธอจะเสร็จ แล้วฉันจะปล่อยมันสองตัว” กชนิภามองชายหน้าตาหล่อเข้มทว่าจิตใจโหดเหี้ยมทั้งน้ำตา เธอไม่เคยรู้สึกอดสูและตัวเองไร้ค่าเท่าวันนี้เลย แต่ถึงกระนั้นกชนิภาก็ไม่อาจต่อรองกับบุรุษที่ถือถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะได้เลย กชนิภาเดินตามร่างสูงใหญ่ของอัสวานออกไปจากห้องใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่นางบำเรอตามข้อตกลง
หน้าปกนวนิยาย งานวิวาห์ของฉัน ไม่ใช่กับเธอ
7.8
ห้าปีก่อนฉันยอมเสียดวงตาเพื่อช่วยชีวิตคู่หมั้น แต่เขากลับมองว่านั่นเป็นเพียงเรื่องดราม่าน่ารำคาญ เขาแอบย้ายงานแต่งไปภูเก็ตตามใจเพื่อนสนิท ซ้ำยังทิ้งฉันไว้กลางพิธีเพื่อไปหาผู้หญิงคนนั้นเพราะเชื่อว่าฉันจะยอมเขาเสมอ เขาไม่เคยเห็นค่าการเสียสละของฉันและใช้มันเป็นพันธนาการบีบให้ฉันจำนน ทว่าในวันที่เขาโทรมายังงานวิวาห์ที่ว่างเปล่า ฉันกลับยืนอยู่ท่ามกลางลมหนาวที่เชียงใหม่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ งานแต่งของฉันกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่มันไม่ใช่การแต่งงานกับคนใจร้ายอย่างเขาอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ไม่เล่นแล้ว ฉันคือคุณนาย
9.7
ตลอดสามปีที่หลูเฉียนหนิงอยู่เคียงข้างโจวเป่ยจิ้ง เขาคิดเพียงว่าเธอคือผู้ช่วยที่ยอมแลกตัวเพื่อเงินรักษาแม่ จนกระทั่งความอดทนสิ้นสุดลงเมื่อเธอขอหย่าและตราหน้าว่าเขาเป็นคนชั่วที่มีคนอื่นในใจ ทว่าเขากลับต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแท้จริงแล้วเธอคือภรรยาลึกลับที่จดทะเบียนกันเมื่อหกปีก่อน จากท่านประธานผู้เย่อหยิ่งจึงต้องกลายเป็นคนคลั่งรักที่ยอมทุ่มเททรัพย์สินทั้งหมดเพื่อตามง้อเมีย แม้ใครจะดูถูกว่าเธอต่ำต้อย แต่ปัจจุบันเธอกลายเป็นประธานหลูผู้มั่งคั่งที่ทำเอาเขาถอนตัวไม่ขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ตกเป็นเมียของคนทั้งบ้าน
8.7
นัชชาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการแต่งงานเข้าสู่ตระกูลมหาเศรษฐี แต่บารมีผู้เป็นสามีกลับมีความต้องการทางเพศที่ผิดแผก เขาบังคับให้เธอเย้ายวนชายอื่นเพื่อกระตุ้นอารมณ์ตนเอง เมื่อลูกชายทั้งสองคนเริ่มมีพฤติกรรมเกเรและติดอบายมุข บารมีจึงสั่งให้ภรรยาสาวใช้เสน่ห์ล่อลวงลูกเลี้ยงให้เขาดู แผนการดัดนิสัยกลับบานปลายกลายเป็นการสมยอมให้ลูกชายร่วมหลับนอนกับแม่เลี้ยง ความสัมพันธ์ในบ้านจึงถลำลึกสู่ความมั่วซุมแบบสี่คนผัวเมียที่ไร้ซึ่งศีลธรรมและเต็มไปด้วยตัณหา
หน้าปกนวนิยาย ซุป’ตาร์พันเล่ห์
8.1
เมลดา หญิงสาวผู้ปิดตายหัวใจและไม่เคยเชื่อว่ารักแท้มีอยู่จริง ต้องมาเผชิญหน้ากับ ฮุนจีอึน ซุปตาร์หนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้มองว่าเธอคือความท้าทายใหม่ในคอลเลกชั่น แม้เริ่มต้นด้วยการปะทะคารมและความไม่ลงรอย แต่เพลย์บอยตัวร้ายกลับต้องงัดสารพัดเล่ห์เหลี่ยมมาใช้เพื่อสั่นคลอนหัวใจอันแข็งแกร่งของเธอ ท่ามกลางอุปสรรคมากมายที่ถาโถม บทพิสูจน์รักครั้งนี้จะเปลี่ยนความเกลียดชังให้กลายเป็นความผูกพันที่ไม่อาจถอนตัวได้หรือไม่ ในเส้นทางวงการบันเทิงที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย
หน้าปกนวนิยาย กุหลาบร้ายพ่ายรัก
9.5
เมื่อสาวสวยวัย 30 สุดมั่นต้องมาปะทะกับ CEO หนุ่มรุ่นน้องวัย 27 ที่เธอสุดแสนจะเกลียดขี้หน้า เพราะเขามักจะคอยจับผิดและสั่งงานนอกเหนือหน้าที่อยู่เสมอ ความขัดแย้งพุ่งพล่านถึงขีดสุดเมื่อยัสซันถูกเธอถีบหน้าจนแทบล้มคว่ำ ความโกรธแค้นทำให้เขาตัดสินใจรวบตัวเธอที่กำลังดิ้นรนขัดขืนกลับไปยังเตียงกว้างเพื่อชำระความผิดที่เธอได้ก่อไว้ด้วยบทลงโทษอันเร่าร้อนตามแบบฉบับของเขาเอง งานนี้สาวปากร้ายที่เคยถือดีจะรอดพ้นเงื้อมมือของท่านประธานหนุ่มขี้แกล้งไปได้อย่างไร