ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บ่วงวิวาห์จำยอม (The Unwilling Wedding)

บ่วงวิวาห์จำยอม (The Unwilling Wedding)

ปารวีถูกพ่อบังคับให้แต่งงานกับญาตาวี ลูกสาวของผู้หญิงที่ทำลายความสุขของแม่เขาในอดีต ชายหนุ่มจึงวางแผนล่อลวงเธอเข้าสู่บ่วงวิวาห์เพื่อแก้แค้นให้สาสมกับความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาเคยได้รับ แม้ญาตาวีจะพยายามหลีกหนีจากอารมณ์ที่ร้ายกาจและท่าทีหยิ่งยโสของเขาเพียงใด สุดท้ายเธอกลับติดกับดักจนต้องเสียตัวและตกเป็นภรรยาตามกฎหมายอย่างจำยอม ท่ามกลางความเกลียดชังและการทำร้ายจิตใจที่ปารวีก่อขึ้น ความใกล้ชิดกลับเริ่มเปลี่ยนเป็นความผูกพันที่สั่นคลอนหัวใจของทั้งคู่โดยไม่รู้ตัว
ตอน
แชร์

ตอน 1

ปัณณวัฒน์ เมธาชัย นักธุรกิจวัยห้าสิบปลายๆ ผู้ที่รวยติดอันดับต้นๆ ของเอเชีย เนื่องจากบริษัทผลิตสินค้าประเภทเครื่องประดับของเขามีเครือข่ายไปเกือบทุกประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในทวีปยุโป อเมริกา และทุกประเทศในแถบเอเชีย ที่สำคัญบริษัทของเขายังมีเครือข่ายในการผลิตสินค้าชนิดอื่นอีกมากมาย ชายสูงวัยกลับมาเหยียบประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากที่เขาย้ายไปอยู่ที่สิงคโปร์เป็นเวลานานเกือบ 35 ปี เพื่อไปแต่งงานกับหญิงซึ่งครอบครัวเขาเห็นว่าเหมาะสม และเปิดบริษัททำธุรกิจที่นั่น แต่เขาไม่เคยลืมประเทศไทยซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะไม่เคยลืมผู้หญิงไทยนางหนึ่งซึ่งเขารักปักดวงใจ ก่อนที่จำต้องจากไปแต่งงานกับใครคนอื่นที่เขาไม่เคยรัก แม้ว่าเขาจะมีลูกชายคนหนึ่งกับผู้หญิงที่พ่อแม่บังคับให้แต่งงานด้วยนามว่า ปารวี เมธาชัย

ปารวี เมธาชัย ใช้อีกชื่อหนึ่งที่เป็นสากลว่า ปีเตอร์ ถึงแม้ว่าคำว่า ‘ปารวี’ จะไม่ได้ยากเกินไปสำหรับคนต่างชาติจะเรียกเขาก็เถอะ แต่มันคงแปลกน่าดู กับการที่ต้องอยู่ท่ามกลางคนต่างชาติที่มักจะเรียกชื่อภาษาไทยเขาผิดๆ ดังนั้น เมื่อต้องทำธุรกิจหรือพูดคุยกับคนต่างชาติ ต่างภาษา เขามักจะใช้ชื่อว่า ‘ปีเตอร์’ เสียเป็นส่วนใหญ่ จะมีก็แต่พ่อกับย่าของเขาที่เรียกเขาว่า ‘ปรานต์’ ซึ่งเป็นชื่อเล่นในภาษาไทยของเขา ส่วนแม่และญาติฝ่ายแม่คนอื่นๆ มักจะเรียกเขาว่า ‘ต้าเฟย’ เนื่องจากครอบครัวของแม่เขาเป็นคนเชื้อสายจีนในสิงคโปร์ จึงทำให้เขาต้องมีชื่อภาษาจีนด้วย ดังนั้น เขาจึงกลายเป็นคนที่มี 3 ชื่อ ใน 3 ภาษา ถึงแม้ว่าจะสับสนอยู่บ้างในสมัยที่เขายังเป็นเด็กๆ แต่ด้วยความที่เขาใช้ชีวิตผ่านมาถึง 30 ปี แล้ว จึงคุ้นเคยกับชื่อทั้งสามเป็นอย่างดี

ปัณณวัฒน์ พร้อมกับทายาทเพียงคนเดียวลงเครื่องที่สนามบินดอนเมือง ก่อนจะต่อรถเดินทางตรงมายังชนบทแห่งหนึ่งในภาคอีสานของประเทศไทย จากการสอบถามจากเพื่อนบ้านในหมู่บ้านที่หญิงคนรักของปัณณวัฒน์อาศัยอยู่เมื่อ 35 ปี ที่แล้ว ทำให้เขาทราบว่าหญิงนางนั้นได้ย้ายไปตั้งหลักปักฐานที่ภาคอีสาน เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการเงินและการงาน อาจเป็นความผิดของเขาเองก็ได้ที่ทำให้เธอต้องลำบาก เขาอยากขอโทษเธอเหลือเกิน เกร็ดแก้ว

“ถึงแล้วครับท่านประธาน”

ท่านประธานเหรอ? จะมีลูกชายคนใดบ้างที่เรียกพ่อตัวเองว่าอย่างนี้ บางครั้งเขาก็รู้สึกน้อยใจลูกชายเหมือนกันที่ทำอย่างกับว่าเขาเป็นคนอื่น ไม่ใช่พ่อ แต่มันก็เป็นความผิดของเขาเองที่ไม่สามารถรักแม่ของปารวีได้ และปล่อยให้แม่ของเขาต้องจมอยู่กับความเจ็บปวดที่ต้องทนอยู่กับผู้ชายที่เธอรักจนหมดหัวใจแต่เขากลับไม่เคยรักเธอได้แม้แต่น้อย ปารวีคงจะโกรธเกลียดเขา เพราะปารวีเป็นลูกติดแม่ ตั้งแต่แม่เขาเสียเพราะอุบัติเหตุตอนเขาอายุ 16 ปี เขาก็ไม่เคยเรียก ปัณณวัฒน์ ว่า ‘พ่อ’ เลยสักครั้ง ก็สมควรแล้วกับความผิดของเขา

ปัณณวัฒน์พยักหน้ารับคำของบุตรชาย ก่อนเดินลงจากรถตู้คันหรูลงมายืนมองดูวิถีชาวบ้านในชนบท ช่างเป็นเรื่องที่แปลกตากับเขาและปารวีนัก ที่ได้เห็นชาวบ้านต่างก็ขายของในตลาดด้วยความขยันเช่นนี้ ปัณณวัฒน์สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เนื่องจากว่าจากเมืองไทยไปนาน ทำให้เขาอยากจะสูดกลิ่นของบ้านเกิดอย่างเต็มที่

“ไปเถอะครับท่านประธาน”

ปารวีเอ่ยขึ้น ก่อนจะเดินนำหน้าผู้เป็นพ่อ ไปตรงเข้าไปยังตลาดที่มีแม่ค้านั่งเรียงขายของกันเป็นแถวๆ และลูกค้าต่างก็กำลังจับจ่ายซื้อของ ปารวีดูจะแปลกตากับสิ่งของที่ชาวบ้านที่นี่นำมาขายยิ่งนัก เพราะเขาไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดเวลา 30 ปีที่ผ่านมา เขาพิจมองสัตว์บางชนิดที่คล้ายๆ กับงู ซึ่งถูกใส่ไว้ในกะละมังใบเขื่องอย่างสงสัยว่าสิ่งนี้คืออะไร หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวยิ่งนัก ปัณณวัฒน์เห็นท่าทางเหมือนเด็กช่างสงสัยของบุตรชายแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ แต่ก็เป็นเพียงชั่วครู่ ก่อนที่ปารวีจะนึกได้ว่าเขามาที่นี่เพื่ออะไร เขาตรงไปยังแม่ค้าคนหนึ่งซึ่งนั่งขายเจ้าสิ่งที่เขารู้สึกสงสัยเมื่อครู่นี้

“ขอโทษนะครับ คุณป้าเคยเห็นผู้หญิงในรูปนี้ไหมครับ?”

การที่ใช้ชีวิตที่ต่างประเทศตั้งแต่เกิด ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับเขาในการพูดภาษาไทย ตรงกันข้ามเขากลับพูดภาษาไทยได้ชัดเจนกว่าคนที่เกิดและอาศัยในเมืองไทยตั้งแต่เกิดเสียอีก ด้วยว่าเขาใช้ภาษาไทยพูดกับทุกคนในบ้าน ซึ่งเป็นญาติฝ่ายพ่อ และพูดภาษาจีนกับญาติฝ่ายแม่ แต่เมื่อต้องติดต่อกับคนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจก็จำเป็นที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ ทำให้เขาพูดทั้งสามภาษาได้คล่อง

“ไม่เคยเห็นเลยจ้ะ”

ป้าแม่ค้าตอบกลับมาด้วยคำตอบที่ชวนให้เขาผิดหวังเป็นที่สุด เขาอยากจะค้นหาตัวของผู้หญิงคนนี้ให้เร็วที่สุด ด้วยความที่ไม่อยากทิ้งงานไว้นาน และอยากรู้เหลือเกินว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ทำไมพ่อของเขาจึงอยากจะพบเธอนัก? เขาใช้ความพยายามอย่างมากในการถามคนนั้นที คนนี้ที ว่าเคยรู้จักผู้หญิงในรูปนี้หรือไม่ แต่คำตอบที่ได้มาก็ไม่เป็นที่น่าพอใจเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งเขาหันหลังกลับมาและพบว่าพ่อของเขาไปหยุดยืนมองใครคนหนึ่ง ปารวีจึงเดินเข้าไปสมทบ

เหมือน...เธอช่างเหมือนผู้หญิงในรูปถ่ายใบเก่านี่เหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าเรียวขาวใสอมชมพู ดวงตากลมโต ริมฝีปากบางรูปกระจับน่าจูบนั่นอีก ไม่น่าเชื่อเลยว่าพ่อของเขาจะรักผู้หญิงที่ดูเด็กคราวลูกอย่างนี้ หญิงสาวตรงหน้าอาจจะอายุน้อยกว่าเขาเสียอีกกระมัง นี่พ่อเขากลายเป็นโคแก่ไปแล้วหรือ? น่ารังเกียจนัก

“เกร็ดแก้ว”

เสียงแผ่วเบาราวกระซิบดังผ่านริมฝีปากของชายสูงวัย ทำให้หญิงสาวคนที่ยืนอยู่ตรงหน้ามีสีหน้าฉงนนัก นี่แม่ของเธอรู้จักชายสูงวัยท่าทางพื้นฐานอย่างนี้ด้วยหรือ ทำไมเธอไม่เคยรู้มาก่อนเลย

“คุณลุงรู้จักแม่หนูด้วยเหรอคะ?”

เสียงหวานใสชวนหลงใหลดังขึ้น ทำไมนะ? ทำไมปารวีถึงใจสั่นเพียงแค่ได้ยินน้ำเสียงราวกับระฆังแก้วของผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้านี้ด้วย? ทั้งๆ ที่ในชีวิตเขาผ่านผู้หญิงมาก็มา แต่ไม่เคยมีใครมีอิทธิพลต่อใจเขาเช่นนี้มาก่อน ไม่! เขาจะรักผู้หญิงที่เพิ่งพบหน้ากันได้อย่างไร อีกอย่างเขาก็มีแฟนอยู่แล้วทั้งคน

ปัณณวัฒน์ยิ้มหยันตัวเองทันทีที่ได้ยินชื่อของสาวคนรักดังผ่านจากริมฝีปากบางของหญิงสาวที่เหมือนกับเธอคนนั้นราวกับพิมพ์ เขารู้จักเกร็ดแก้วไหมน่ะหรือ? ยิ่งกว่ารู้จักเสียอีก

เกร็ดแก้วเคยทำงานเป็นพนักงานในบริษัทของปัณณวัฒน์ซึ่งมีพ่อของเขาเป็นประธานในขณะนั้น ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในใจกลางเมืองกรุงเทพฯ อันศิวิไลซ์ ครั้งแรกที่ปัณณวัฒน์เข้ามาทำงานในบริษัทฯ เพื่อที่จะรับช่วงต่อในการสืบทอดบริษัทฯ เขาก็ได้เห็นพนักงานหญิงหน้าตาสวยหวานยาดเยิ้มคนหนึ่ง นั่งทำงานอย่างขะมักเขม้น ในสมัยนั้นปัณณวัฒน์ก็จัดว่าเป็นที่หมายปองของสาวๆ หลายคน ด้วยมีรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติที่เป็นรากฐานทำให้หญิงสาวทุกนางต่างตรงปรี่มาเสนอกายให้เขาถึงที่ เผื่อว่าจะโชคดีได้เป็นภรรยาของเขา และเขาไม่เคยปฏิเสธผู้หญิงเหล่านั้นสักครั้ง ยอมรับว่าหญิงเหล่านั้นมอบความสุขให้เขาได้อย่างมาก แต่ก็เป็นเพียงเรื่องของตัณหาราคะเท่านั้น ไม่เคยมีผู้หญิงคนใดที่ทำให้เขาใจเต้นแรงแค่เพียงเห็นหน้า และไม่เคยมีผู้หญิงคนใดที่เขาอยากจะได้มาครอบครองเท่าเธอคนนี้มาก่อน ไม่ใช่แค่เพียงชั่วครั้งชั่วคราวเหมือนทุกคนที่ผ่านมา หากแต่เขาอยากจะอยู่กับเธอไปตลอดชีวิต

เกร็ดแก้ว ไม่เหมือนผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยผ่านมา เพราะหญิงสาวคนอื่นๆ มักจะรี่เข้ามาหาปัณณวัฒน์อย่างเต็มใจ แต่เธอคนนี้กลับมีแต่คอยวิ่งหนีเขา แม้ว่าเขาจะหยิบยื่นข้อเสนอดีๆ โดยขอให้เธอยอมเป็นของเขาและแต่งงานกับเขา แต่เธอกลับปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอไม่เคยรักผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันและคิดแต่จะใช้เงินซื้อตัวเธอให้มาเป็นนางบำเรอให้กับตนอย่างเขา ทำให้เขายิ่งประจักษ์ชัดเจนว่า หญิงสาวคนนี้มีจิตใจงามประเสริฐ และนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เขารักเธอมากยิ่งขึ้น และดูเหมือนว่าปัณณวัฒน์จะเป็นนักทุ่มเทตัวยง เขายอมสละทิ้งผู้หญิงทุกคนที่ผ่านมาและเทียวไล้เทียวขื่อเกร็ดแก้ว จนเธอเห็นความดีของเขาและตอบรับรักเขาในที่สุด

แต่นั่นไม่ใช่ตอนอวสานที่พระนางจะได้อยู่ครองรักกันอย่างมีความสุข เพราะเมื่อครอบครัวของปัณณวัฒน์รู้ว่าทั้งเขาและเกร็ดแก้วรักกัน และปรารถนาจะแต่งงานกัน พ่อแม่ของเขาก็พยายามกีดกันทั้งสองทุกวิถีทาง แต่มีหรือที่คนบูชาความรักอย่างปัณณวัฒน์จะยอม เขาพยายามจะพาเกร็ดแก้วหนีไปอยู่ในที่ที่ไม่มีใครสามารถกีดกันทั้งสองได้ แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด จนพ่อและแม่ของเขาต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด นั่นคือบังคับให้เขาต้องไปทำงานในบริษัทเครือข่ายที่สิงคโปร์และแต่งงานกับผู้หญิงที่ท่านเลือก ซึ่งเป็นลูกสาวของตระกูลหวัง นามว่า ‘หวังจิ่งฟาง’ ที่เป็นตระกูลนักธุรกิจชื่อดังของสิงคโปร์ โดยยื่นคำขาดว่าหากเขาไม่ยอมทำตามจะส่งคนมาทำร้ายเกร็ดแก้วและครอบครัวของเธอ นาทีนั้นเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับข้อเสนอ ไม่ใช่สิ! ต้องเรียกว่าข้อบังคับของพ่อแม่ของเขา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์ร้ายน้องชายสุดที่รัก
8.0
ความสัมพันธ์สุดตึงเครียดระหว่างพี่สาวและน้องชายที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันต้องมาถึงจุดแตกหัก เมื่อวินรุกรานพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างคุกคาม แม้เธอจะพยายามอ้อนวอนให้เขาหยุดและขู่ว่าจะเรียกพ่อกับแม่มาช่วย แต่เขากลับไม่เกรงกลัวและตอกกลับด้วยคำพูดที่แสนอันตรายว่าเขาจะเปลี่ยนเสียงร้องขอความช่วยเหลือให้กลายเป็นเสียงครางแทน พร้อมประกาศชัดเจนว่าเขาเป็นลูกคนเดียวและไม่เคยเห็นเธอเป็นพี่สาวเลยแม้แต่น้อย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์และการเผชิญหน้าที่ไร้ทางหนี
หน้าปกนวนิยาย รีเทิร์นหัวใจ
8.6
เมื่อความร้าวฉานเข้าบั่นทอนความสัมพันธ์ระหว่างสายน้ำ ประธานหนุ่มมาดนิ่งผู้มีบุคลิกพูดน้อยแต่เด็ดขาด กับพ่อเลี้ยงอานนต์ ชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในศักดิ์ศรีและไม่ยอมก้มหัวให้ใครเว้นเพียงแต่คนรักของเขาเท่านั้น ท่ามกลางความบาดหมางที่ทวีความรุนแรงจนถึงจุดแตกหัก พ่อเลี้ยงอานนต์ต้องเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในการหาหนทางเยียวยาบาดแผลในใจ เพื่อพิสูจน์ความจริงใจและอ้อนวอนขอการให้อภัยจากสายน้ำให้ยอมกลับมาเริ่มต้นความรักใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย บำเรอรักกับดักอสูร
9.4
ฟินิกซ์ ฮิสตัน บรู๊ค หนุ่มลูกครึ่งนัยน์ตาสีน้ำทะเลผู้มองผู้หญิงเป็นเพียงความบันเทิงชั่วครั้งชั่วคราว เขาวางแผนใช้เสน่ห์ล่อลวง ม่านไหม หญิงสาวชาวไทยให้มาติดกับดักหวังจะทิ้งขว้างเธออย่างไม่ใยดี เขาเสนอข้อตกลงอันตรายด้วยการสัมผัสเพียงร่างกายภายนอกเป็นเวลา 20 นาที และจะหยุดลงหากเธอไม่ยินยอม แต่ม่านไหมหารู้ไม่ว่านี่คือหลุมพรางของอสูรร้าย เพราะเมื่อไฟปรารถนาถูกจุดขึ้นมาแล้ว มันยากเกินกว่าจะมอดดับลงได้ และหัวใจของเธอกำลังจะถูกแผดเผาภายใต้พันธนาการรักที่เขาเป็นผู้ควบคุม
หน้าปกนวนิยาย แฟนหนุ่มนอกใจผู้หญิงบ้านรวย แต่ไม่รู้ว่าฉันคือบุตรสาวคนเดียวของมหาเศรษฐี
8.1
หลังคบหากันสามปี แฟนฉันแอบแต่งงานกับทายาทเศรษฐีโดยอ้างเรื่องฐานะลูกนอกสมรสที่ต้องการการยอมรับจากตระกูล เมื่อฉันขอเลิกเขากลับกักขังฉันไว้ราวกับนกในกรงทอง พร้อมดูถูกว่าฉันไม่มีปัญญาหาเลี้ยงตัวเองได้สุขสบายเท่านี้ ท้ายที่สุดเขายอมบีบคั้นให้ฉันกระโดดตึกชั้น 17 เพียงเพื่อเอาใจภรรยาใหม่ โดยหารู้ไม่ว่าผู้หญิงที่เขาคิดว่ากระจอกคนนี้ แท้จริงแล้วคือบุตรสาวเพียงคนเดียวของมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่เขามิอาจเอื้อมถึง
หน้าปกนวนิยาย รสรัก สวิงร้อน
9.3
น้ำอิงกับบอย คู่รักวัยอยากรู้อยากลอง กับประสบการณ์ร่านร้อนที่ไม่มีวันลืม ผลงานเล่มที่ 5 ของไรต์ ในชุด เมียสาวซ่อนเสียว ฝากเป็นกำลังใจและสนับสนุนกันด้วยจ้า น้ำอิงไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองจะมานอนอยู่บนเตียงโดยมีชายสองคนที่ไม่ใช่แฟนตัวเองขนาบซ้ายขวา ในขณะที่บอยแฟนตัวดีนั่งเป็นผู้ชมอยู่ที่โซฟาด้านข้าง เรื่องราวทั้งหมดมันเริ่มต้นจากความอยากรู้อยากลองของทั้งคู่ จนพาตัวเองเข้าสู่โลกอีกใบที่นับวันยิ่งพาเธอด่ำดิ่งและยกระดับความร้อนร่านมากขึ้นแบบที่ตัวเองเองยังไม่เชื่อว่าจะมาถึงจุดนี้ได้….