ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หนี้รักทาสเสน่หา

หนี้รักทาสเสน่หา

พิตตนันท์ต้องเผชิญกับความโหดร้ายของกัณติพัฒน์ที่ถูกความหึงหวงและโทสะบดบังจนไร้ความเมตตา เขาตราหน้าว่าเธอทรยศก่อนจะใช้กำลังลากเธอไปลงทัณฑ์บนเตียงเพื่อระบายความแค้น ชุดนอนถูกฉีกขาดท่ามกลางเสียงกรีดร้องอ้อนวอนที่ไร้ความหมาย ชายหนุ่มมอบบทเรียนแสนเจ็บปวดผ่านสัมผัสอันป่าเถื่อนที่สร้างรอยช้ำไปทั่วร่างสาว แม้เธอจะบอบช้ำจนแทบแหลกสลายแต่เขาก็ไม่หยุดยั้ง พิตตนันท์ทำได้เพียงภาวนาให้ช่วงเวลาที่แสนทรมานและรุนแรงนี้จบสิ้นลงเสียทีในอ้อมกอดที่เต็มไปด้วยไฟแค้นของมัจจุราชหนุ่ม
ตอน
แชร์

ตอน 1

1

“ว่าไงนะ จะมากู้เงินฉันหนึ่งแสน มีอะไรมาค้ำประกันเงินกู้ไหม ถ้ามีฉันจะให้”

เสียงของคุณนายผกาผู้ร่ำรวยและแสนเค็ม ปล่อยเงินกู้ด้วยดอกเบี้ยแสนหฤโหด ดังก้องอยู่ในโสตประสาทหูฝังแน่นเข้าไปในจิตสำนึก จริงสิเธอแบกหน้ามาขอกู้ยืมเงินแต่ไม่มีหลักประกันอะไรเลย อย่างนี้เธอจะได้เงินไปรักษายายที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลได้ยังไง

“บ้านที่อยู่ท้ายสวน พอจะค้ำประกันได้หรือเปล่าคะคุณนาย”

คุณนายผกาหัวเราะออกมาดังลั่น เมื่อได้ยินคำพูดที่ชวนหัวเราะของสาวแสนซื่อคนนี้

“ฉันอยากจะหัวเราะให้ฟันหัก บ้านของเธอที่อยู่ท้ายสวนมันมีค่าถึงแสนหนึ่งเหรอ แม่ต้นข้าวใช้อะไรคิดยะ”

คุณนายแสนเค็มหัวเราะอีกครั้งเมื่อพูดจบ มิหนำซ้ำยังเหยียดอีกฝ่ายด้วยสายตา ส่งผลให้สาวน้อยหน้าใสแสนซื่อนามว่าพิตตนันท์หน้าเจื่อนลงทันที จริงอย่างที่นางพูดบ้านเก่าขนาดนั้นได้เงินแค่ห้าพันก็ถือว่ามากแล้ว

“งั้นต้นข้าวขอตัวกลับก่อนนะคะ”

พิตตนันท์ขอตัวกลับทันทีเพราะอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร รังแต่จะขายขี้หน้าเปล่าๆ หญิงสาวก้าวออกมาพ้นประตูห้องรับแขกอย่างเศร้าสร้อยและเป็นทุกข์ เพราะไม่รู้ว่า จะหาเงินได้จากที่ใด โดยไม่รู้ว่ามีบุคคลที่สามยืนฟังการสนทนาของเธอและคุณนายผกาอยู่

มารุตลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของคุณนายผกา เดินตามพิตตนันท์ออกมา เพื่อยื่นข้อเสนอบางอย่างให้กับเธอ แลกกับเงินหนึ่งแสนบาท หลังจากที่ยืนฟังเหตุผลของการมาขอกู้เงินในครั้งนี้

“เดี๋ยว ต้นข้าว” มารุตร้องเรียกหญิงสาวเมื่อเดินเข้ามาใกล้ ร่างบางหยุดชะงัก หมุนตัวกลับไปมองผู้เรียก

“มีอะไรคะคุณรุต” หญิงสาวเอ่ยถาม

“เธออยากได้เงินหนึ่งแสนบาทอยู่หรือเปล่า” มารุตถามตรงจุด

“คุณรุตจะให้ต้นข้าวยืมหรือคะ” พิตตนันท์ถามอย่างมีความหวัง ใบหน้าระบายด้วยรอยยิ้ม

“อืม ให้เลยล่ะ ไม่เอาคืนด้วย” มารุตตอบ

“จริงหรือคะ” เธอถามย้ำอีกครั้ง ในที่สุดเธอสามารถหาเงินไปรักษาอาการป่วยของยายที่นอนอยู่ที่โรงพยาบาลได้แล้ว

“แต่มีข้อแม้นะ”

“อะไรคะ”

“ไปคุยกันตรงโน้นดีกว่า เพราะว่าเราต้องคุยกันยาว”

มารุตเดินนำหญิงสาวไปที่โต๊ะหินอ่อนที่ตั้งอยู่กลางสนามหน้าบ้านเรือนไทย การสนทนาจึงเริ่มต้นอีกครั้ง เมื่อทั้งสองทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หินอ่อน

“เธอฟังฉันให้จบก่อนนะแล้วค่อยแย้งตกลงไหม”

มารุตรู้ว่าเรื่องจะพูดออกไปนั้น พิตตนันท์ต้องไม่ยินยอมและโวยวายเป็นแน่ เขาจึงพูดดักคอไว้เสียก่อน

“ค่ะ” หญิงสาวรับคำ

“ก่อนที่จะคุยกันจริงจัง ฉันขอถามเธอสักสองข้อได้ไหมว่า ข้อแรกเธอมีแฟนหรือยัง” มารุตถาม

“ไม่ค่ะ ต้นข้าวไม่เคยมีแฟนค่ะ” มารุตพอใจในคำตอบ

“ส่วนคำถามที่สอง เธออาจมองว่ามันละเมิดความเป็นส่วนตัวเธอ แต่ฉันจำเป็นต้องรู้เพราะมันเกี่ยวโยงกับเงินหนึ่งแสนที่ฉันจะให้เธอ” พิตตนันท์มองหน้าเจ้าของคำถาม แต่ก็เปิดโอกาสให้เขาถาม อาจเป็นเพราะเธอต้องการเงินจำนวนนี้

“คุณรุตถามมาได้เลยค่ะ”

“เธอครองพรหมจรรย์อยู่ไหม” มารุตกลั้นใจถามออกไป คนถูกถามอึ้งไปหลายวินาที ที่มาพร้อมกับความตกใจ ไม่คิดว่าคำถามจะเป็นประโยคนี้

“คำถามนี้มันเกี่ยวกับเงินหนึ่งแสนหรือคะ” น้ำเสียงไม่ได้บ่งบอกว่าโกรธหรือไม่พอใจ พิตตนันทร์แปลกใจและสงสัยมากกว่า

“ใช่ โดยตรงเลยแหละ” มารุตตอบกลับ “ตอบตามตรงนะต้นข้าว”

“ต้นข้าวยังครองพรหมจรรย์อยู่ค่ะ” ถึงไม่รู้เหตุผลแต่เธอก็ตอบออกไป

“งั้นฉันเข้าเรื่องเลยนะ อาทิตย์หน้าเป็นวันเกิดของเพื่อนสนิทของฉัน ปีนี้ฉันอยากให้ของขวัญที่เขาประทับใจและไม่มีวันลืม เป็นของขวัญที่แปลกกว่าคนอื่นๆ” เขาหยุดชะงักคำพูดนั้นไว้ สูดลมหายใจเข้าและผ่อนออกมา มองใบหน้างามของผู้หญิงตรงหน้าเพียงนิดก่อนพูดต่อ “ของขวัญชิ้นนั้นก็คือ ความบริสุทธิ์ของเธอหรือเรียกง่ายๆ ว่าพรหมจรรย์”

ร่างพิตตนันท์เเข็งราวกับหิน หัวใจแทบหยุดเต้น ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพรงด้วยความตกใจ คำพูดที่เปล่งออกมานั้นเป็นคำพูดที่ดูถูกเธอเป็นอย่างมาก และดูถูกศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงด้วย

“คุณมันบ้า บ้าที่สุด” พิตตนันท์ตะโกนใส่หน้าของมารุตเต็มเสียง ตั้งท่าจะวิ่งหนีชายหนุ่มตรงหน้าไปให้ไกลแสนไกล ไกลจากผู้ชายที่หยามเกียรติตน

“เธอลองเอาไปคิดดูนะ ฉันจะรอคำตอบจากเธอสามวัน” เขาพูดไล่หลังพิตตนันท์

“ไม่ว่าจะกี่วัน คำตอบของต้นข้าวก็คือไม่”

หญิงสาววิ่งออกไปจากบ้านหลังนั้นทันที โดยมีสายตาของมารุตมองตามไปจนสุดสายตา

“ฉันไม่คิดอย่างนั้นต้นข้าว เธอต้องกลับมาให้คำตอบที่ฉันพอใจแน่นอน” มารุตพูดออกมาเมื่อร่างของเธอออกไปจากประตูรั้วแล้ว

พิตตนันท์มาหยุดยืนหอบอยู่ที่สะพานไม้ ที่เชื่อมต่อระหว่างสองฝั่งคลอง ดวงตาคู่หวานมองเรือแจวที่ผ่านสัญจรอยู่ในแม่น้ำสายเล็กๆ เชื่อมต่อกันหลายหมู่บ้าน เป็นแม่น้ำที่ยังอุดมไปด้วยความใสสะอาด ใช้ประโยชน์ได้ตามปกติ เป็นเพราะหมู่บ้านทั้งสามแห่ง ช่วยกันดูแลเอาใจใส่ผืนน้ำผืนนี้ให้ลูกหลานไว้ได้ใช้สืบต่อไป บ้านของพิตตนันท์อยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร แถบชานเมืองมีสวนผลไม้ปลูกอยู่รอบบริเวณ ร่มรื่นและอบอุ่นด้วยไมตรีของเพื่อนบ้านที่พึ่งพาอาศัยกันเหมือนพี่เหมือนน้อง

“ยายจ๋า...ต้นข้าวจะทำยังไงดี จะหาเงินที่ไหนมารักษายาย”

พิตตนันท์พูดกับผืนน้ำที่สงบนิ่งเบื้องล่าง ปลดปล่อยอารมณ์ให้เลื่อนลอยไปพร้อมกับความคิดที่ว่างเปล่าของเธอ เพราะตอนนี้คิดอ่านอะไรไม่ออก ทุกอย่างมันตันไปหมด ขณะกำลังจมอยู่กับความทุกข์ เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ทำให้ความคิดที่ล่องลอยไปไกลวกกลับเข้ามาในสมองทันที

“สวัสดีค่ะ”

“ไม่ทราบว่า ใช่คุณพิตตนันท์ญาติคุณยายหอมหรือเปล่าคะ”

“ใช่ค่ะ”

“โทรมาจากโรงพยาบาลนะคะ ตอนนี้อาการของคุณยายยังไม่ดีขึ้น คุณหมอมาตรวจดูอาการคุณยายเมื่อครู่แล้วลงความเห็นว่า คุณยายต้องผ่าตัดค่ะ แต่คุณหมออยากคุยกับทางญาติก่อนค่ะ ไม่ทราบว่า คุณพอมีเวลามาโรงพยาบาลตอนนี้ไหมคะ” พยาบาลบอกตามหน้าที่ ปลายสายน้ำตาไหลอาบแก้ม ใจสั่นและหวั่นใจกับอาการป่วยของยายหอม

“ค่ะ จะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” พิตตนันท์ตัดสายทิ้งก่อนจะเดินทางไปที่โรงพยาบาลทันที

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน
7.9
เมื่อเจ้าบ่าวหนีงานแต่ง เฉียวซิงเฉินจึงตัดสินใจคว้าชายแปลกหน้ามาจดทะเบียนสมรสแทนเพื่อประชดรัก ทว่าสามีใหม่ของเธออย่างลู่ถิงเซียวกลับถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงคุณชายไร้ค่าของตระกูลลู่ ท่ามกลางเสียงเยาะเย้ยและคำเตือนจากอดีตคนรักที่ทรยศ เธอเลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างเขาและประกาศว่าทั้งคู่รักกันหวานชื่น แต่แล้วความจริงก็ปรากฏเมื่อตัวตนลับของเขาถูกเปิดเผยว่าคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่พร้อมจะคุกเข่ามอบแหวนเพชรล้ำค่าและดูแลเธอไปชั่วชีวิต
หน้าปกนวนิยาย THE GIRL พ่อติจ๋า
9.1
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากคนรู้จักที่ต้องมาร่วมกันดูแลเด็กหญิงตัวน้อยในฐานะพ่อและแม่ แม้ภายนอกจะดูเหมือนไม่มีอะไรเกินเลย แต่ความผูกพันที่เกิดขึ้นผ่านการเลี้ยงดูลูกทำให้ความรู้สึกของเขาเปลี่ยนไป จนวันหนึ่งเขาตัดสินใจเอ่ยถามถึงโอกาสในการขยับความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพราะเขาไม่ได้ต้องการเป็นเพียงแค่พ่อของลูกเท่านั้น แต่เขายังปรารถนาที่จะก้าวเข้าไปเป็นสามีเคียงข้างเธออย่างเต็มตัวในอนาคต
หน้าปกนวนิยาย เด็กในโอวาท
9.5
คิง พชร หนุ่มจอมพยศผู้มั่นใจว่าไม่มีใครสยบเขาได้ กลับต้องเผชิญหน้ากับความบ้าบิ่นและอำนาจมืดของ ภาค พิเภก ชายผู้แสนเย็นชาและโหดเหี้ยมเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด แม้คิงจะเคยลั่นวาจาว่าเกลียดชังคนอย่างภาคเข้าไส้และขอไม่พบเจอกันอีกตลอดชีวิต แต่โชคชะตากลับเล่นตลกอย่างร้ายกาจ เมื่อเขากลับต้องวนเวียนมาติดกับและตกเป็นคนในโอวาทของภาคอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งและอันตรายที่บีบคั้นให้คิงต้องหาคำตอบว่าทำไมชีวิตเขาถึงต้องมาสยบอยู่ใต้เงื้อมมือของชายคนนี้
หน้าปกนวนิยาย เมียบำเรอจอมมาร
8.6
ความเข้าใจผิดเปลี่ยนให้ฮาร์เวีย มาสเคราโน่ กลายเป็นชายใจร้ายที่เต็มไปด้วยความป่าเถื่อน ทว่าแพทริเซีย อะลอนโซ ลิซเต กลับยอมตกเป็นเหยื่อรองรับอารมณ์เพราะความรักที่มีให้ แม้จะพยายามขัดขืนและวิงวอนขออิสรภาพ แต่เขากลับยิ่งรัดตรึงเธอไว้ในกรงสวาทเพื่อระบายความหิวโหย ฮาร์เวียอ้างว่าต้องการร่วมหลับนอนกับเธอเพียงเพื่อให้เบื่อกันไปข้างหนึ่ง แต่การกระทำที่รุนแรงและเร่าร้อนนั้นกลับผูกมัดร่างกายและหัวใจของเธอเอาไว้จนยากจะหลีกหนีท่ามกลางไฟปรารถนาที่ไม่มีท่าทีว่าจะดับลง
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวยอดดวงใจ
8.2
นำทัพ ไตรจักรภพ ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมต้องเข้าพิธีวิวาห์ตามคำสัญญาในอดีต แต่โชคชะตากลับพลิกผันให้เขาได้พบกับ รัตนปาตี ปทมาศวรรย์ เจ้าสาวสำรองที่เขาไม่เคยนึกยินดีต้อนรับเข้าสู่ชีวิต ทว่าความใกล้ชิดและการใช้ชีวิตคู่ที่ไม่ได้เริ่มต้นจากความเต็มใจ กลับค่อยๆ เปลี่ยนความเย็นชาให้กลายเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้ง จนเธอผู้ถูกเลือกมาแทนที่กลายเป็นเจ้าสาวยอดดวงใจเพียงหนึ่งเดียวที่เขาพร้อมจะมอบความรักและปกป้องไว้แนบกายตลอดไป