ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ปากบอกไม่แต่ใส่สุดเกียร์

ปากบอกไม่แต่ใส่สุดเกียร์

หญิงสาวถูกแฟนลอบวางยาปลุกเซ็กซ์ในเครื่องดื่ม เธอจึงขอความช่วยเหลือจากชายคนหนึ่ง ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมากลับพบว่าเขาคือเพื่อนเก่าสมัยเรียนที่ขู่บังคับให้เธอเป็นคู่นอนโดยอ้างว่ามีคลิปลับบันทึกไว้ เธอจำต้องยอมทำตามเพราะความกลัว แต่เมื่อความจริงเปิดเผยว่าคลิปนั้นไม่มีอยู่จริง เธอจึงตัดสินใจตัดสัมพันธ์ทันที ทว่าฝ่ายชายกลับไม่ยอมเลิกราง่ายๆ เพราะความรู้สึกของเขาถลำลึกจนเกินกว่าสถานะคู่นอนที่เคยตกลงกันไว้เสียแล้ว
ตอน
แชร์

ตอน 3

วันจันทร์ที่แสนวุ่นวายภาณุวิชญ์เข้ามารับงานจากบริษัทจากนั้นก็ออกไปดูไซต์งานก่อสร้างซึ่งตอนนี้โครงการก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรคืบหน้าไปมากแล้วเกือบ 60% ชายหนุ่มเป็นวิศวกรอยู่ในบริษัทของพี่ชาย ซึ่งเขามีหน้าที่รับผิดชอบดูแลโครงการก่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมต่างๆ ส่วนพี่ชายและพี่สาวก็ทำหน้าที่บริหารอยู่ในบริษัทนานๆ ครั้งเขาถึงจะเข้ามาประชุมที่บริษัทเพราะส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตอยู่ตามไซต์งานมากกว่า

วันนี้มีไซต์งานที่เขาต้องไปดูทั้งสามที่ชายหนุ่มรู้สึกว่ามันเป็นงานที่ท้าทายที่จะต้องขับรถไปนั่นมานี่มันทำให้เขาไม่เบื่อเลยที่จะออกไปเจอผู้ คนการได้คุยกับโฟร์แมนการได้คุยกับคนงานก่อสร้างมันเป็นความสนุกอีกอย่างหนึ่งที่ได้เรียนรู้ชีวิตของเพื่อนร่วมงาน

หลังจากคุยกับโฟร์แมนคุมงานก่อสร้างแล้วภาณุวิชญ์ก็ขอตัวกลับแต่เมื่อเดินมาถึงรถก็มันขึ้นได้ว่ามีบางอย่างที่ยังไม่ได้บอกกับหัวหน้าคนงานชายหนุ่มจะกลับเข้าไปงานอีกครั้ง

เพราะคิดว่าจะคุยไม่นานภาณุวิชญ์จึงไม่ได้สวมหมวกนิรภัยและมันเป็นจังหวะที่เศษไม้ชิ้นหนึ่งร่วงลงมาทำให้กระแทกกับศีรษะของเขาอย่างจัง

“โอ๊ย....” เขากุมศีรษะแน่นและรู้สึกถึงของเหลวเหนียวๆที่ไหลเต็มมือไปหมด

“คุณณุเป็นอะไรหรือเปล่า” คนงานก่อสร้างที่อยู่บริเวณนั้นรีบวิ่งมาดูอย่างรวดเร็ว

“ไม่รู้อะไรหล่นใส่หัวผมน่ะ”

“มือคุณณุมีแต่เลือดผมว่ารีบไปโรงพยาบาลดีกว่า เดี๋ยวผมพาไปส่งนะ”

“ไม่เป็นไรหรอกแค่นี้เองเดี๋ยวผมไปโรงพยาบาลเองได้ ยังไงฝากบอกหัวหน้าคนงานด้วยนะว่าพรุ่งนี้ใส่สายๆ ให้โทรหาผมหน่อย”

“ได้ครับคุณณุว่าแต่คุณไปเองได้แน่นะครับให้ผมขับรถไปส่งดีกว่าไหม” คนงานถามด้วยความเป็นห่วง

ภาณุวิชญ์รีบเดินกลับมาที่รถและขับรถไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กับโครงการก่อสร้างมากที่สุด เมื่อมาถึงรีบตรงไปบริเวณห้องฉุกเฉินทันที

“คนไข้เป็นอะไรมาคะ” พยาบาลรีบเข้ามาถามเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเดินตรงเข้ามา

“ผมไม่แน่ใจว่าอะไรหล่นใส่หัวครับ” ชายหนุ่มบอกกับพยาบาลแล้วหันให้เธอดูศีรษะของเขา

“ถ้างั้นเชิญทางนี้เลยค่ะ” พยาบาลรีบพาเขาเข้าไปในห้องฉุกเฉินจากนั้นก็เรียกหมอมาตรวจดูแผลแล้วหมอก็สั่งให้พยาบาลทำความสะอาดบาดแผลเพราะเดี๋ยวเขาจ้เป็นคนมาเย็บให้

ระหว่างนั้นก็มีพยาบาลอีกคนมาซักประวัติซึ่งภาณุวิชญ์เป็นคนไข้ประจำของที่นี่อยู่แล้วบอกแค่ชื่อกับนามสกุลทุกอย่างก็เลยง่ายไปหมด

“คุณต้องตัดผมบริเวณนี้ออกนิดหนึ่งนะคะ คุณหมอจะได้เย็บสะดวก”

“อะไรนะ ผมต้องตัดผมด้วยเหรอ”

“ค่ะถ้าไม่ตัดมันก็จะเย็บแผลไม่ได้”

“ไม่ตัดได้ไหม” ภาณุวิชญ์กลัวว่าผมของตัวเองจะแหว่งเพราะอีกไม่กี่วันก็จะถึงงานเลี้ยงที่โรงเรียนเก่าเขาต้องไปเจอเพื่อนและจะไม่ยอมให้พยาบาลตัดผมของเขาออกแน่

“แต่ถ้าไม่ตัดหมอก็จะเย็บแผลไม่ได้หรือถ้าเย็บได้แต่แผลของคุณก็อาจจะไม่สวยหรือไม่ก็อาจจะสกปรกจนติดเชื้อได้นะคะ”

“มันต้องมีวิธีอื่นสิ” เขาก็ยังคงเถียงต่อ

“คุณคะในห้องฉุกเฉินไม่ใช่มีคุณแค่คนเดียวที่เป็นคนไข้นะคะถ้าคุณไม่ให้ฉันทำความสะอาดแผลแล้วถ้าเกิดมีคนไข้คนอื่นเข้ามาและหมอเขาไปดูคนไข้คนอื่นคุณจะมาโวยวายว่าเราลัดคิวไม่ได้นะคะ” พยาบาลพยายามอธิบายอย่างใจเย็นที่สุดแต่ดูเหมือนชายหนุ่มจะไม่เข้าใจอะไรเลย

“มีอะไรหรือเปล่าจอย”

“ก็คุณคนนี้ไม่ยอมให้จอยตัดผมค่ะ พี่ป่าน”

“ไม่เป็นไรจ้ะเดี๋ยวพี่คุยกับเขาเอง จอยไปรับคนไข้เด็กคนนั้นน่ะ รู้สึกว่าจะโดนหมากัดมานะ”

“ได้ค่ะพี่ป่าน” เมื่อจอยหรือวรางคณาเดินออกไปแล้ว ปราญติญาก็เดินมาหาคนไข้

“ทำไมถึงไม่อยากตัดผมออกเหรอคะ” หญิงสาวถาม

“ถ้าตัดออกมันคงตลกมาก”

“เพื่อแลกกับการรักษาฉันว่าตัดออกนิดเดียวไม่เป็นอะไรหรอกนะคะ”

“แต่มันต้องน่าเกลียดมากๆ และผมจะไม่ยอมเด็ดขาด”

“คุณกลัวไม่หล่อใช่ไหม”

“ก็ใช่น่ะสิ”

“ฉันว่าคุณเป็นคนที่หน้าตาดีมากๆ คนหนึ่งนะคะ”

“ผมรู้ว่าผมหล่อ” เขาตอบพลางยักไหล่

“ถ้างั้นก็มั่นใจหน่อยสิ เพราะคนที่หน้าตาหล่ออยู่แล้วไม่ว่าทรงผมจะเป็นยังไงก็ยังหล่อเหมือนเดิมนอกเสียจากว่าคุณไม่มั่นใจว่าคุณหล่อที่หน้าตา คุณไม่เห็นต้องแคร์อะไรเลย คนที่มองหน้าคุณเขาก็คงไม่สนใจผมคุณมากเท่าไหร่หรอกถ้าหากคุณมั่นใจในใบหน้าของตัวเองแล้วก็ไม่ต้องสนใจอย่างอื่น” หญิงสาวพูดย้ำเพื่อให้เขารีบตัดสินใจเพราะ

“มันจะไม่น่าเกลียดใช่ไหม”

“ไม่หรอกค่ะ ถ้าคุณยอมให้ฉันตัดผมออกฉันจะตัดออกแค่พอให้คุณหมอเย็บสะดวกจากนั้นคุณพอแผลหายคุณก็ไปให้ช่างเขาเล็มผมให้มันเท่ากันแค่นั้นเอง” ปราญติญาอธิบาย

“คุณตัดออกนิดเดียวแน่นะ”

“ค่ะ ตัดออกแค่นิดเดียว ตกลงให้ฉันตัดนะ”

“ก็ได้” เขาอนุญาตให้หญิงสาวตัดผมเพราะรู้สึกว่าตอนนี้เริ่มจะเจ็บแผลมากๆ

อีกอย่างถ้าหากเขาไปให้ช่างทำผมจัดแต่งทรงดีๆ มันก็คงไม่น่าเกลียดเท่าไหร่

เมื่อหญิงสาวเตรียมอุปกรณ์และเดินตัดผมใกล้ๆ ภาณุวิชญ์ก็รู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นน้ำหอมของหญิงสาวมาก มันเหมือนกับกลิ่นของผู้หญิงที่นอนกับเขาเมื่อคืนก่อนชายหนุ่มมองหน้าเธออย่างใช้ความคิดและจนกระทั่งหญิงสาวตัดผมเสร็จและเรียกให้หมอมาทำการเย็บแผลเขาก็ยังคงมองเธออยู่แบบนั้น

“เรียบร้อยแล้วค่ะ” หญิงสาวปิดแผลให้เขาด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ

“ผมต้องมาทำแผลที่นี่ทุกวันไหม”

“ไม่ค่ะ คุณหมอนัดมาดูแผลและตัดไหมอีกเจ็ดวันค่ะ แต่ถ้าระหว่างนี้มีเลือดซึมก็รีบกลับมาที่โรงพยาบาลได้ค่ะ”

“ผมต้องไปไหนต่อครับ”

“ชำระเงินที่ฝ่ายการเงินและรับยาจากนั้นก็กลับบ้านได้ค่ะ”หญิงสาวบอกกับเขาจากนั้นเธอก็เดินไปทำงานของตัวเองต่อ

ภาณุวิชญ์มองตามแล้วยิ้มที่มุมปากเขาคิดว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะใช่ผู้หญิงคนเดียวกับที่เขาเจอในคืนนั้นเพราะเขาชายหนุ่มจำกลิ่นน้ำหอมและเสียงของเธอได้ถึงแม้ว่าวันนี้เธอจะไม่แต่งหน้าแต่เขาก็สังเกตว่าหญิงสาวมีลักยิ้มที่มุมปากแต่ก็ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่เพราะท่าทางของเธอในวันนี้เรียบร้อยมาก

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รสรักหวานเอย
9.4
ชัชวินหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบต้องกลายเป็นคู่หมั้นกับอารยาสาวจบใหม่ด้วยพันธะแห่งหนี้สิน แม้จุดเริ่มต้นจะไร้รักแต่ความใกล้ชิดกลับปลุกเร้าอารมณ์เสน่หาที่ร้อนแรงเกินต้านทาน เมื่อชายหนุ่มประกาศกร้าวถึงความต้องการอันดุดันและเร่าร้อน สาวทันสมัยอย่างอารยาก็ไม่ยอมถอยแต่กลับเลือกใช้จริตยั่วยวนท้าทายเพื่อปั่นหัวคู่หมั้นรุ่นอาให้ตบะแตก ท่ามกลางเกมกามารมณ์ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ ทั้งคู่ต้องเผชิญกับรสสัมผัสที่ดูดดื่มและลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดในความสัมพันธ์ครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย โซ่เทวา
8.4
เริ่มต้นความสัมพันธ์บทใหม่ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตไปตลอดกาล เมื่อพันธะสัญญาที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งคำประกาศกร้าวที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไปสถานะระหว่างเราจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จงจดจำและประทับไว้ในใจให้มั่นว่าหน้าที่สามีของนายคือสิทธิ์ขาดของฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น เรื่องราวความรักในยุคสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและการแสดงความเป็นเจ้าของที่ชัดเจนภายใต้เงื่อนไขที่โชคชะตาขีดเส้นเอาไว้ให้เดิน
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
ที่งานหมั้น มู่ซินยวี่ดื่มเหล้าเข้าไปจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย เธอจึงพุ่งเข้าไปหาและจูบอย่างหลงใหล “คุณสามีจ๋า ฉันอยาก...” หลังจากเกิดอะไรบ้าคลั่งมาคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าชายที่อยู่ข้างกายเธอคือ เสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องนักบินของคู่หมั้น! “ตอดรัดแน่นมาก ชอบมากเลยเหรอ?”พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคู่หมั้น เสิ่นเจียหวิน ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู เสิ่นเจียสวี่เอาเสื้อสูทคลุมหัวเธอเพื่อพาเธอออกมาแต่ก็ยื่นเงื่อนไขโหดร้าย “มาเป็นกิ๊กของฉัน ไม่งั้น...ลองเดาดูสิว่าตระกูลเสิ่นจะมองเธอเป็นหญิงสำส่อนยังไง ?” มู่ซินยวี่กัดฟันรับข้อเสนอ แค่อยากจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่กลับพบว่าเสิ่นเจียสวี่คือกัปตันเครื่องบินของเธอ ในห้องพักบนเครื่องบินสูงหมื่นเมตร เขาจับเอวเธอ "คิดหนีเหรอ? เที่ยวบินนี้ฉันเป็นเป็นหลัก" เธอกล้ำกลืนเอาไว้เพื่อรักษาบริษัทที่แม่ทิ้งไว้และพ่อที่ป่วยหนักของเธอ แต่กลับได้ยินเสิ่นเจียหวินเยาะเย้ยว่า “คุณหนูที่ตกอับ เล่นสนุกแค่แป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว!” และเห็นเขากอดมู่อยู่อู่ น้องสาวบุญธรรม พร้อมทุ่มเงินฟุ่มเฟือย! มู่ซินยวี่รู้สึกใจหาย เอาล่ะ การหมั้นนี้ เธอไม่เอาแล้ว เธอหันหลังไปหาเสิ่นเจียสวี่ที่มีอำนาจมากกว่า “ช่วยฉันถอนหมั้น ฟื้นฟูบริษัท แล้วฉันจะยอมตามใจคุณ” ชายหนุ่มมีประกายตาแห่งความต้องการเป็นเจ้าของ “ตกลง จำไว้ จากนี้ไป เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ตั้งแต่นั้น ชีวิตของมู่ซินยวี่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
หน้าปกนวนิยาย บ้านไร่สายสวาท
9.2
วิโมกข์เคยพังทลายจากรักครั้งเก่าจนเสียผู้คน แต่คำเตือนสติจากเด็กสาววัยสิบเจ็ดช่วยให้เขากลับมายืนหยัดจนกลายเป็นนายหัวผู้มั่งคั่งในเจ็ดปีต่อมา ทว่าอดีตคนรักกลับวนเวียนเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้ง ขณะเดียวกันชาร์มมิ่งในวัยยี่สิบสี่ต้องกลับจากนิวยอร์กเพื่อรับภารกิจขัดขวางถ่านไฟเก่าของพี่ชายเพื่อน แม้เธอจะเต็มใจแอบรักเขาข้างเดียวต่อไป แต่เมื่อถูกกดดันเรื่องแต่งงาน เธอจึงตัดสินใจใช้โอกาสนี้ทำตามหัวใจ บทละครที่กลั่นจากความรู้สึกจริงจึงเริ่มขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980
8.1
ลิลลี่ ดีไซเนอร์สาวผู้มั่งคั่งแต่โดดเดี่ยว ต้องจบชีวิตลงด้วยความเครียดในวัยเพียง 30 ปี ทว่าเธอกลับได้รับโอกาสครั้งที่สองด้วยการตื่นขึ้นในร่างของ ฉินเสี่ยวหราน เด็กสาวมัธยมปลายในปี 1980 เธอเป็นลูกสาวคนโตของบ้านฉินที่มีพ่อเป็นพันตรีและแม่เป็นหญิงชนบท แม้ต้องเผชิญกับความแตกต่างของยุคสมัยและความกดดันในฐานะพี่สาวของฉินเสี่ยวหลิง แต่ด้วยทักษะแฟชั่นระดับโลกที่ติดตัวมา ลิลลี่จึงต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ในครอบครัวที่อบอุ่นและสร้างอนาคตที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย ใจร้ายคืนรัก
8.0
มรสุมชีวิตพรากทั้งบิดาและชายคนรักไปจากใบหยก ทิ้งให้เธอต้องเผชิญชะตากรรมในฐานะลูกนอกสมรสที่ถูกขับไล่จากบ้านพร้อมแม่ผู้พิการทางสายตา ท่ามกลางความสิ้นหวังเธอกลับได้พบชายหนุ่มผู้มั่งคั่งที่มีใบหน้าเหมือนคนรักเก่าราวกับเป็นคนเดียวกัน ทว่าเขากลับอยู่ในฐานะคู่ควงของพี่สาวต่างมารดา แม้แรงดึงดูดจะทำให้หัวใจที่บอบช้ำเริ่มมีความหวังและรอยยิ้มอีกครั้ง แต่สุดท้ายเธอกลับพบว่าตัวตนที่แสนดีของเขานั้นอาจเป็นเพียงภาพลวงตาที่ซ่อนความโหดร้ายเอาไว้