ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ปากบอกไม่แต่ใส่สุดเกียร์

ปากบอกไม่แต่ใส่สุดเกียร์

หญิงสาวถูกแฟนลอบวางยาปลุกเซ็กซ์ในเครื่องดื่ม เธอจึงขอความช่วยเหลือจากชายคนหนึ่ง ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมากลับพบว่าเขาคือเพื่อนเก่าสมัยเรียนที่ขู่บังคับให้เธอเป็นคู่นอนโดยอ้างว่ามีคลิปลับบันทึกไว้ เธอจำต้องยอมทำตามเพราะความกลัว แต่เมื่อความจริงเปิดเผยว่าคลิปนั้นไม่มีอยู่จริง เธอจึงตัดสินใจตัดสัมพันธ์ทันที ทว่าฝ่ายชายกลับไม่ยอมเลิกราง่ายๆ เพราะความรู้สึกของเขาถลำลึกจนเกินกว่าสถานะคู่นอนที่เคยตกลงกันไว้เสียแล้ว
ตอน
แชร์

ตอน 1

แสงแดดที่เล็ดลอดเข้ามาจากรอยแยกของม่านหน้าต่างทำให้คนที่นอนอยู่บนเตียงรู้สึกตัวตื่น หญิงสาวรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวจนแทบขยับร่างกายไม่ไหว

เธอลืมตาขึ้นมองและตกใจเมื่อบรรยากาศในห้องนั้นไม่คุ้นเคยเลยสักนิด เมื่อทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อคืนแล้วก็ต้องรีบลุกจากเตียงและมองหาชุดของตัวเอง

หญิงสาวคว้าผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่บนโซฟาปลายเตียงมาพันรอบกายเปลือยเปล่าก่อนจะเดินออกมานอกห้องอย่างเงียบที่สุด เธอจำได้ว่าครั้งแรกของเธอและเขาเกิดขึ้นบนโซฟาในห้องรับแขก

เมื่อเจอชุดชั้นในของตนเองที่ตกอยู่กลางห้องก็รีบหยิบขึ้นมาสวมแต่สายเดี่ยวที่เธอใส่มาเมื่อคืนนั้นถูกเขาดึงจนขาดไปแล้ว เธอจึงหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ตกอยู่บนพื้นมาสวมแทนและนับว่าโชคดีอยู่บ้างที่กางเกงขาสั้นของเธอยังอยู่ในสภาพที่พอจะสวมได้

หญิงสาวรีบแต่งตัวและคว้ากระเป๋าสะพายของตนที่ตกที่ทำตกไว้เธอก้มลงเก็บและจังหวะที่กำลังเงยหน้าขึ้นมาก็มองเห็นกรอบรูปอันหนึ่งที่รูปค่อนข้างคุ้นตา

เมื่อขยับเข้ามาใกล้และหยิบขึ้นมาดูหญิงสาวต้องตกใจจนหน้าซีดเพราะมันคือรูปถ่ายรูปเดียวกับรูปที่เธอมีอยู่ รูปถ่ายก่อนจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกของเธอและเพื่อนๆ นั่นก็เท่ากับว่าผู้ชายที่เธอนอนด้วยเมื่อคืนก็คือเพื่อนคนใดคนหนึ่งของเธอ

เธอรีบวางกรอบรูปลงและออกจากห้องอย่างรวดเร็วเพราะถ้าหากเจ้าของห้องตื่นขึ้นมาเจอกับเธอตอนนี้คงไม่ดีแน่ เรื่องคืนนี้มันจะเป็นความลับ เธอมองหน้าเขาไม่ชัดเท่าไหร่ส่วนเขาถ้าเจอกับเธออีกครั้งก็คงจำไม่ได้เนื่องจากเมื่อคืนหญิงสาวแต่งหน้าจัดกว่าทุกครั้ง

เมื่อออกมาจากห้องของชายหนุ่มแล้วเธอก็เรียกแท็กซี่ให้มาส่งที่หน้าซอยเข้าหอพักซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลที่เธอทำงานเท่าไหร่ หญิงสาวเดินไปยังร้านขายยาที่อยู่ใกล้ๆ ขณะกำลังจะเข้าไปซื้อยาคุมฉุกเฉินก็เจอกับเภสัชกรประจำร้านซึ่งทำงานที่โรงพยาบาลเดียวกับเธอ

“อ้าวป่านมาซื้ออะไรแต่เช้าล่ะ”

หญิงสาวชะงักเล็กน้อยเพราะถ้าบอกว่ามาซื้อยาคุมฉุกเฉินก็คงต้องตอบคำถามยาวหรืออาจจะถูกเภสัชกรมองไม่ดีก็ได้เธอจึงรีบโกหกออกไป

“ยาแก้ปวดประจำเดือนน่ะ” ปราญติญาหรือป่านตอบเภสัชไปแบบนั้น เธอพลาดเองที่มาซื้อยาคุมฉุกเฉินที่ร้านของคนรู้จัก

เมื่อได้ยาแก้ปวดประจำแล้วหญิงสาวก็เดินกลับหอพักของตนที่อยู่ไม่ไกล เธอรีบอาบน้ำและเปลี่ยนชุดก่อนจะขับรถญี่ปุ่นคันเล็กของตนเองไปซื้อยาคุมฉุกเฉินร้านที่ไกลออกไปจากบริเวณนี้

พอออกจากร้านยามาแล้วก็รีบรับประทานทันที ถึงแม้เมื่อคืนเธอจะพลาดไปนอนกับผู้ชายที่ไม่รู้ว่าเป็นใครแต่เธอจะพลาดให้ตัวเองท้องไม่ได้ หลังจากทานยาแล้วหญิงสาวก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากเธอขับรถมายังร้านข้าวแกงจากนั้นซื้อข้าวและข้าวแกงใส่ถุงสำหรับทานมื้อเช้าและมื้อกลางวันก่อนจะขับรถกลับมายังหอพักของตนเอง

หอพักแห่งนี้อยู่ใกล้กับโรงพยาบาลที่เธอทำงานผู้พักอาศัยส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนวัยทำงานมีทั้งคนในโรงพยาบาลเดียวกับเธอและคนที่ทำงานในบริษัทอื่นที่อยู่บริเวณนี้ใกล้

“ไปไหนมาแต่เช้า” เพื่อพยาบาลทักทายเมื่อหญิงสาวกำลังจะเดินขึ้นตึก

“ไปซื้อข้าวมาจ้ะ เจี๊ยบเพิ่งลงเวรเหรอ”

“ใช่จ้ะ ป่านหยุดเหรอ”

“เปล่าหรอกวันนี้ป่านขึ้นเวรบ่ายนะ เจี๊ยบล่ะต่อเวรไหม”

“เจี๊ยบหยุดสองวันว่าจะกลับบ้านน่ะ”

“เดินทางปลอดภัยนะ” ปราญติญาบอกกับเพื่อน

เธอกับพยาบาลที่ชื่อเจี๊ยบทำงานโรงพยาบาลเดียวกันแต่คนละแผนกปราญติญาทำงานแผนกฉุกเฉินส่วนเพื่อนทำงานที่แผนกผู้ป่วยใน โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่เป็นโรงพยาบาลเอกชนขนาดกลางพนักงานในโรงพยาบาลจึงรู้จักกันดี

หญิงสาวเดินขึ้นมาบนห้องพักหลังจากทานอาหารเช้าแล้วก็ล้มตัวลงนอนเพราะเมื่อคืนเธอแทบไม่ได้นอนพักเลย หญิงสาวกลัวว่าจะไม่มีแรงไปทำงานในเวรบ่าย

เธอหลับยาวตั้งแต่ช่วงสายแล้วตื่นมาอีกครั้งในเวลาบ่ายสามโมงเย็นก็รีบอาบน้ำเพื่อจะแต่งตัวไปทำงาน

โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่นั้นใกล้กับหอพักมากปกติถ้าเป็นเวรเช้าเธอจะเดินไปทำงานแต่วันนี้เป็นเวรบ่ายและต้องเลิกงานในเวลาเที่ยงคืนหญิงสาวจึงขับรถไปโรงพยาบาลเพราะไม่อยากเดินกลับในเวลากลางคืนคนเดียว

“สวัสดีค่ะพี่บี” ปราญติญามือไหว้พี่บีหรือสุนิสาหัวหน้าแผนกฉุกเฉินที่กำลังจะเดินออกจากห้องพักด้านหลังแผนก

“สวัสดีจ้ะป่านวันนี้ขึ้นบ่ายกับน้องใหม่พี่ฝากดูด้วยนะ พี่ไปประชุมก่อน”

“ได้ค่ะพี่บี”

เมื่อเก็บของใช้ส่วนตัวในตู้ล็อกเกอร์แล้วปราญติญาก็ออกมาที่ห้องฉุกเฉินซึ่งตอนนี้พยาบาลเวรเช้ากำลังทำแผลให้กับคนไข้ที่มีเพียงคนเดียวในแผนก

เวรบ่ายวันนี้ผู้ป่วยในแผนกฉุกเฉินค่อนข้างยุ่งมากเธอและเพื่อนพยาบาลที่ขึ้นเวรด้วยกันห้าคนแทบไม่ได้มีเวลาพักเลยแม้กระทั่งเวลาทานอาหารเย็นก็ต้องเปลี่ยนกันไปทาน ก่อนจะรีบออกมาทำงานต่อกว่าทุกคนจะได้นั่งพักก็เกือบจะห้าทุ่ม

“ขึ้นเวรกับหมออรรณพทีไรยุ่งทุกทีเลยป่านว่ามั้ย”

“อืมป่านเห็นด้วยนะ ดีนะที่วันนี้ป่านนอนพักเอาแรงมาเยอะแล้วบุ๋มไหวไหมบ่ายต่อดึกด้วย” ปราญติญาถามเพราะวันนี้เพื่อนของเธอต้องทำงานตั้งแต่เวลาสี่โมงเย็นจนถึงแปดโมงเช้าของอีกวัน

“สบายมากเพราะเวรบ่ายวันนี้บุ๋มขึ้นกับพี่นกหนักแค่ไหนพี่นกก็เอาอยู่ บุ๋มเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าป่านยังไม่ตอบตกลงจะไปงานโรงเรียนเลยนะ”

“งานจะเริ่มแล้วเหรอ”

“อีกสองอาทิตย์ตกลงไปนะ เรื่องเวรไม่ต้องห่วงเพราะบุ๋มโยกให้แล้วนะ” บุ๋มหรือพรชนกรู้ว่าปราญติญาเกรงใจเพื่อนร่วมงานคนอื่นจริงไม่กล้าแลกเวรเธอก็เลยจัดการให้เพราะโรงเรียนเก่าทั้งสองเรียนด้วยกันในสมัยชั้นมัธยมปลายนั้นไม่ได้จัดงานกันทุกปีและมันพิเศษกว่ามากเพราะปีนี้เป็นการจัดงานครบรอบ 50 ปีของโรงเรียน

“เพื่อนในห้องเราไปกันครบทุกคนไหมบุ๋ม” ปราญติญาเป็นกังวลเพราะกลัวว่าจะไปเจอผู้ชายคนนั้น

“ตอนนี้เพื่อนคนอื่นก็พยายามตามให้ครบทุกคนนะ บุ๋มตื่นเต้นมากไม่ได้เจอเพื่อนมาเกือบหกปีแล้วไม่รู้ว่าแต่ละคนจะเป็นยังไงบ้าง”

“ป่านก็ตื่นเต้นเพื่อนกลุ่มเราจะมากับครบไหม”

“ครบสิขนาดยัยกวางที่แต่งงานแล้วย้ายไปอยู่กับสามีที่อเมริกายังบินมาเลย”

“ไม่เจอกันนานไม่รู้ว่าเพื่อนจะจำป่านได้มั้ยนะ”

“ไม่มีใครจำป่านได้แน่ๆ เพราะป่านสวยขึ้นมาก”

“มันต่างจากตอนอยู่ม.ปลายมากๆ เลยใช่ไหมบุ๋ม”

“ต่างสิตอนอยู่ม.ปลายป่านเพิ่งเริ่มดัดฟันหน้าก็เป็นสิวและยังอ้วนกว่าตอนนี้มากๆ เพื่อนที่เคยเรียกป่านว่ายัยอ้วนยัยเหยินจะต้องตะลึงในความสวยของป่านแน่เผลอๆ จะเข้ามาจีบป่านด้วย”

“คงไม่ขนาดนั้นหรอก พอโตขึ้นคนเราก็หน้าเปลี่ยนและรู้จักดูตัวเองมากขึ้น บุ๋มก็ยังสวยขึ้นมากกว่าตอนเรียน”

“เราสองคนเหมาะจะเป็นเพื่อนกันนะ ชมกันได้ไม่มีเบื่อ”

พูดจบปราญติญากับพรชนกพากันหัวเราะ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รสรักหวานเอย
9.4
ชัชวินหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบต้องกลายเป็นคู่หมั้นกับอารยาสาวจบใหม่ด้วยพันธะแห่งหนี้สิน แม้จุดเริ่มต้นจะไร้รักแต่ความใกล้ชิดกลับปลุกเร้าอารมณ์เสน่หาที่ร้อนแรงเกินต้านทาน เมื่อชายหนุ่มประกาศกร้าวถึงความต้องการอันดุดันและเร่าร้อน สาวทันสมัยอย่างอารยาก็ไม่ยอมถอยแต่กลับเลือกใช้จริตยั่วยวนท้าทายเพื่อปั่นหัวคู่หมั้นรุ่นอาให้ตบะแตก ท่ามกลางเกมกามารมณ์ที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละ ทั้งคู่ต้องเผชิญกับรสสัมผัสที่ดูดดื่มและลึกซึ้งเกินกว่าที่ใครจะคาดคิดในความสัมพันธ์ครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย โซ่เทวา
8.4
เริ่มต้นความสัมพันธ์บทใหม่ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตไปตลอดกาล เมื่อพันธะสัญญาที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งคำประกาศกร้าวที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไปสถานะระหว่างเราจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จงจดจำและประทับไว้ในใจให้มั่นว่าหน้าที่สามีของนายคือสิทธิ์ขาดของฉันเพียงคนเดียวเท่านั้น เรื่องราวความรักในยุคสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและการแสดงความเป็นเจ้าของที่ชัดเจนภายใต้เงื่อนไขที่โชคชะตาขีดเส้นเอาไว้ให้เดิน
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
ที่งานหมั้น มู่ซินยวี่ดื่มเหล้าเข้าไปจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย เธอจึงพุ่งเข้าไปหาและจูบอย่างหลงใหล “คุณสามีจ๋า ฉันอยาก...” หลังจากเกิดอะไรบ้าคลั่งมาคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าชายที่อยู่ข้างกายเธอคือ เสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องนักบินของคู่หมั้น! “ตอดรัดแน่นมาก ชอบมากเลยเหรอ?”พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคู่หมั้น เสิ่นเจียหวิน ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู เสิ่นเจียสวี่เอาเสื้อสูทคลุมหัวเธอเพื่อพาเธอออกมาแต่ก็ยื่นเงื่อนไขโหดร้าย “มาเป็นกิ๊กของฉัน ไม่งั้น...ลองเดาดูสิว่าตระกูลเสิ่นจะมองเธอเป็นหญิงสำส่อนยังไง ?” มู่ซินยวี่กัดฟันรับข้อเสนอ แค่อยากจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่กลับพบว่าเสิ่นเจียสวี่คือกัปตันเครื่องบินของเธอ ในห้องพักบนเครื่องบินสูงหมื่นเมตร เขาจับเอวเธอ "คิดหนีเหรอ? เที่ยวบินนี้ฉันเป็นเป็นหลัก" เธอกล้ำกลืนเอาไว้เพื่อรักษาบริษัทที่แม่ทิ้งไว้และพ่อที่ป่วยหนักของเธอ แต่กลับได้ยินเสิ่นเจียหวินเยาะเย้ยว่า “คุณหนูที่ตกอับ เล่นสนุกแค่แป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว!” และเห็นเขากอดมู่อยู่อู่ น้องสาวบุญธรรม พร้อมทุ่มเงินฟุ่มเฟือย! มู่ซินยวี่รู้สึกใจหาย เอาล่ะ การหมั้นนี้ เธอไม่เอาแล้ว เธอหันหลังไปหาเสิ่นเจียสวี่ที่มีอำนาจมากกว่า “ช่วยฉันถอนหมั้น ฟื้นฟูบริษัท แล้วฉันจะยอมตามใจคุณ” ชายหนุ่มมีประกายตาแห่งความต้องการเป็นเจ้าของ “ตกลง จำไว้ จากนี้ไป เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ตั้งแต่นั้น ชีวิตของมู่ซินยวี่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
หน้าปกนวนิยาย บ้านไร่สายสวาท
9.2
วิโมกข์เคยพังทลายจากรักครั้งเก่าจนเสียผู้คน แต่คำเตือนสติจากเด็กสาววัยสิบเจ็ดช่วยให้เขากลับมายืนหยัดจนกลายเป็นนายหัวผู้มั่งคั่งในเจ็ดปีต่อมา ทว่าอดีตคนรักกลับวนเวียนเข้ามาในชีวิตเขาอีกครั้ง ขณะเดียวกันชาร์มมิ่งในวัยยี่สิบสี่ต้องกลับจากนิวยอร์กเพื่อรับภารกิจขัดขวางถ่านไฟเก่าของพี่ชายเพื่อน แม้เธอจะเต็มใจแอบรักเขาข้างเดียวต่อไป แต่เมื่อถูกกดดันเรื่องแต่งงาน เธอจึงตัดสินใจใช้โอกาสนี้ทำตามหัวใจ บทละครที่กลั่นจากความรู้สึกจริงจึงเริ่มขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ดีไซเนอร์สาวทะลุมิติมาเปิดร้านเสื้อผ้าในปี1980
8.1
ลิลลี่ ดีไซเนอร์สาวผู้มั่งคั่งแต่โดดเดี่ยว ต้องจบชีวิตลงด้วยความเครียดในวัยเพียง 30 ปี ทว่าเธอกลับได้รับโอกาสครั้งที่สองด้วยการตื่นขึ้นในร่างของ ฉินเสี่ยวหราน เด็กสาวมัธยมปลายในปี 1980 เธอเป็นลูกสาวคนโตของบ้านฉินที่มีพ่อเป็นพันตรีและแม่เป็นหญิงชนบท แม้ต้องเผชิญกับความแตกต่างของยุคสมัยและความกดดันในฐานะพี่สาวของฉินเสี่ยวหลิง แต่ด้วยทักษะแฟชั่นระดับโลกที่ติดตัวมา ลิลลี่จึงต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ในครอบครัวที่อบอุ่นและสร้างอนาคตที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย ใจร้ายคืนรัก
8.0
มรสุมชีวิตพรากทั้งบิดาและชายคนรักไปจากใบหยก ทิ้งให้เธอต้องเผชิญชะตากรรมในฐานะลูกนอกสมรสที่ถูกขับไล่จากบ้านพร้อมแม่ผู้พิการทางสายตา ท่ามกลางความสิ้นหวังเธอกลับได้พบชายหนุ่มผู้มั่งคั่งที่มีใบหน้าเหมือนคนรักเก่าราวกับเป็นคนเดียวกัน ทว่าเขากลับอยู่ในฐานะคู่ควงของพี่สาวต่างมารดา แม้แรงดึงดูดจะทำให้หัวใจที่บอบช้ำเริ่มมีความหวังและรอยยิ้มอีกครั้ง แต่สุดท้ายเธอกลับพบว่าตัวตนที่แสนดีของเขานั้นอาจเป็นเพียงภาพลวงตาที่ซ่อนความโหดร้ายเอาไว้