
ภรรยาไม่รับจ้าง
ตอน 3
ตอนที่ 2
ลิ้นกับฟัน
“ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้ว”
บารมีถามลูกชายเพื่อต้องการโยงไปถึงเรื่องต่อไปที่เขากำลังจะพูดซึ่งเป็นเรื่องที่ภูริดลก็รู้ดีว่ามันคือเรื่องอะไร
“ 33 ครับ คุณพ่อกำลังจะพูดต่ออีกว่าอายุก็มากแล้วเมื่อไหร่จะหาแฟนสักคนหรือแกอยากให้พ่อยกสมบัติทั้งหมดให้ คุณนารี”
ชายหนุ่มทำท่าทางน้ำเสียงล้อเลียนคนเป็นพ่อด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงมองสบตาคนพูดโดยที่ไม่ยอมละสายตาไปไหนต้องการแสดงออกให้รู้ว่าเขาเบื่อเหลือเกินที่จะต้องฟังเรื่องราวเดิม ๆ แบบนี้ทุกวัน
“ลูกก็รู้ว่าพ่อต้องพูดเรื่องนี้ก็แล้วทำไมไม่ทำให้มันสำเร็จ สักทีล่ะพ่อเริ่มคิดแล้วนะหรือความจริงแกไม่ได้ชอบผู้หญิงเหมือนอย่างที่คนอื่นเขาพูดกันพ่อไม่ว่าถ้าแกจะมีรสนิยมทางเพศแบบนั้นแต่ก็ควรจะพูดความจริงไม่ใช่เอาแต่อ้างนู่นอ้างนี่สุดท้ายอย่าหวังไปถึงมีครอบครัวเลยแค่แฟนสักคนก็ยังไม่เคยเห็นแกพามาบ้าน”
ข้าวต้มถูกตักเข้าปากเพียงแค่ไม่กี่คำ ชายหนุ่มก็วางช้อนลงคว้าผ้าข้าง ๆ มาเช็ดปากแสดงให้คนเป็นพ่อรู้ว่าคำพูดของผู้ใหญ่กำลังทำให้เขาไม่มีอารมณ์ที่จะกินข้าวต่อก่อนที่จะยกมือไหว้สวัสดีตอนเช้าและเดินออกจากบ้านไปทำงาน
สิ่งที่เกิดขึ้นแบบนี้มันเกิดขึ้นในเกือบทุกวัน นารีแม่เลี้ยงที่ไม่เคยทำอะไรไม่ดีกับลูกเลี้ยงสักครั้งแต่กลับไม่เคยได้รับการเปิดใจ ได้แต่ยืนมองอยู่ข้าง ๆ เพราะเธอไม่อยากเข้ามามีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ด้วยเพราะเหตุการณ์เท่าที่เกิดขึ้นตอนนี้เธอกับลูกเลี้ยงก็ไม่เคยมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันเลยสักครั้ง
“คุณก็พูดเรื่องนี้กับลูกบ่อยไปไหมคะเขาคงยังไม่เจอคนที่ใช่เราเองก็ไม่ควรจะไปบังคับเขาเรื่องของหัวใจมันบังคับกันไม่ได้หรอกค่ะ”
ลูกชายเดินออกไปแล้วนารีจึงรีบเดินเข้ามายังโต๊ะอาหารเพื่อหวังปลอบใจคนเป็นสามีเพราะเธอรู้มาตลอดว่าบารมีห่วงเรื่องนี้และมีความกังวลจนทำให้ความเครียดของเขานำโรคภัยกลับมาอีกคนเป็นภรรยาจึงรู้สึกเป็นห่วง
“คนอย่างดลถ้าไม่บังคับมันไม่มีทางทำหรอก คุณเองดีกับมันแค่ไหนลูกผมมันเคยมองเห็นไหม ทุกวันนี้มันก็ยังมองว่าคุณมาหลอกผมทั้งที่ตลอดเวลาที่เราแต่งงานกันมาคุณไม่เคยเรียกร้องการจดทะเบียนสมรส เงินทองที่ผมให้คุณก็แค่พอกินพอใช้ไปในแต่ละวัน นารีโลกนี้มันโหดร้ายนักคุณทำตัวเป็นคนดีผมกลัวเหลือเกินว่านึงคุณจะปกป้องตัวเองไม่ได้ถ้าผมจากโลกนี้ไป คุณเองนั่นแหละที่จะลำบากไอ้ดลมันจะให้คุณกินรึหรือก็คงไม่มีทาง”
บารมีตัดสินใจรับนารีเข้ามาเป็นภรรยาหลังจากที่แม่ของ ภูริดลเสียชีวิตไปได้เกือบ 3 ปีทั้งที่ตอนนั้นเขารู้สึกเจ็บปวดตรอมตรมกับการโทษตัวเองที่เป็นสาเหตุทำให้ภรรยาต้องฆ่าตัวตายหนีความทุกข์ไปแบบนั้นเพราะเมื่อครั้งสมัยวัยรุ่นเขาเป็นผู้ชายที่เจ้าชู้และทุกครั้งที่ทะเลาะกับภรรยาก็มักจะใช้ความรุนแรงโดยที่ไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นคนผิดแต่เมื่อทุกอย่างสายเกินไปเขาจึงกลับตัวใหม่และนารีก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่เคยเป็นเมียน้อยเขา เธอเป็นเพียงแค่พนักงานในบริษัทที่เขาเคยช่วยเหลือเมื่อครั้งที่ครอบครัวของเธอเดือดร้อนจนแม่ของเธอจากไป เธอจึงกลายเป็นแค่เด็กกำพร้าบารมีจึงตัดสินใจรับเธอเข้ามาเป็นภรรยาอย่างเปิดเผยแต่ไม่มีการจดทะเบียนสมรสและเรื่องนี้ภูริดลก็ไม่เคยรู้ ชายหนุ่มยังเฝ้าคิดแต่ว่าเมื่อไหร่ที่พ่อของเขาจากไปสมบัติบางส่วนก็คงต้องตกเป็นของภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายซึ่งก็คือแม่เลี้ยงของเขานั่นเอง
“จัดการได้เลยนะเดี๋ยวฉันส่งข้อมูลผู้หญิงที่ฉันต้องการไปให้ขอแบบเร็วที่สุด ฉันพร้อมจ่ายไม่อั้นเรื่องสัญญาฉันจะเป็นคนร่างสัญญาไว้เองแกมีหน้าที่แค่หาผู้หญิงมาและนัดวันให้ฉันดูตัวถ้าฉันโอเคก็เป็นอันตกลง”
ภูริดลตัดสินใจโทรศัพท์หาเพื่อนทันทีทุกครั้งที่ต้องเจอบิดาในเวลาของอาหารเช้า เขาไม่เคยได้กินข้าวอย่างมีความสุขเพราะต้องคอยตอบคำถามซ้ำ ๆ ในสิ่งที่เขาเองก็ไม่เคยรู้คำตอบและวันนี้เขาตัดสินใจแล้วว่าเขาจะทำให้บิดาเห็นว่าเขาไม่ใช่ชายรักชายและเขาก็ไม่จำเป็นต้องมีแฟนมากมายก็สามารถหาภรรยาที่ถูกต้องได้
“คุณดาวมาขอพบค่ะ”
เลขาของภูริดลเดินเข้ามาบอกว่าเพื่อนสาวคนสนิทของเจ้านายต้องการขอเข้าพบในเวลานี้เพราะปกติแล้วชายหนุ่มจะไม่ยอมให้ใครเข้าพบถ้าไม่ได้นัดหมายล่วงหน้า
“หวังว่าคงจะเป็นธุระสำคัญเพราะผมก็บอกแล้วว่าไม่ชอบให้คนมาหาโดยที่ไม่ได้นัดหมายมาก่อน”
ดุจดาวลูกสาวคนเดียวของเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เธอเป็นเพื่อนสนิทกับภูริดลมาตั้งแต่สมัยมัธยมและทั้งคู่ก็มาเลิกติดต่อกันอีกครั้งเมื่อหญิงสาวตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อย ๆ ห่างกันไปเรื่อย ๆ เมื่อดุจดาวตัดสินใจแต่งงานกับชาวต่างชาติและความสนิทก็พยายามจะกลับมาอีกครั้งเมื่อดุจดาวต้องหย่าขาดจากสามีและกลับมาอยู่เมืองไทย
“ดลทำไมต้องทำหน้าแบบนั้น เพื่อนจะมาหาเพื่อนบ้างไม่ได้เลยใช่ไหมจะต้องให้นัดหมายยุ่งยากเหมือนกับว่าดาวเป็นลูกค้าหรือว่าตอนนี้ดลเป็นถึงประธานบริษัทดาวมันก็เป็นเพียงแค่เพื่อนสนิทที่ดลลืมแล้ว”
คุณอาจจะชอบ





