
พันธะรัก สัญญาลวง (เดม่อน-ซินญอริต้า)
ตอน 3
@ Paradise place
เดม่อนก้าวเท้าเข้ามายังอาคารสำนักงานชั้นบนสุดของศูนย์การค้าครบวงจร Paradise place ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวของเขากับครอบครัวของอาเซนส์ น้องชายของแด๊ด ซึ่งเปิดทำการมาได้เกือบห้าปีแล้ว ศูนย์การค้าแห่งนี้ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งมายาวนาน และกำลังจะมีโปรเจคขยายสาขาเพิ่มในอนาคตอันใกล้นี้
"สวัสดีค่ะบอส วันนี้บ่ายสองโมงมีประชุมโปรเจคขยายสาขากับคุณเอเรสและคุณเอริสค่ะ เอกสารการประชุมเจนนี่เตรียมไว้ให้ที่โต๊ะแล้วนะคะ"
เจนนี่เลขาสาวผู้ที่อยู่กับเขามาหลายปี รีบวิ่งมารายงานทันทีที่เห็นเขาเดินออกมาจากลิฟท์ และเธอต้องทำแบบนี้เป็นกิจวัตร เพราะบอสของเธอไม่เหมือนคนอื่น เขาจะไม่ชอบหยุดพูดคุยกับใครนาน ๆ โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่เชื่องช้า เพราะบอสของเธอเป็นคนขี้รำคาญและทำงานโครตเนี๊ยบ
"อ้าว! บอสจะไปไหนเหรอคะ?" เธอเอ่ยถามเมื่อเห็นบอสหนุ่มก้าวขาฉับ ๆ เลยห้องทำงานของตัวเองไป เมื่อเขายกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม เจนนี่จึงหุบปากฉับ เลิกสนใจ นั่งลงที่โต๊ะทำงานและจัดการงานของตัวเองต่อไป
แกร๊กกก...
เสียงประตูที่ถูกเปิดโดยไม่ได้เคาะ ทำให้เอริสเงยหน้าขึ้นมองลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง ที่กำลังยืนหน้าบอกบุญไม่รับ พร้อมกับลากเก้าอี้ตรงหน้าแล้วนั่งลงจ้องหน้าเธออย่างเอาเรื่อง
"เป็นอะไรอีกล่ะ ทำหน้าเหมือนโลกจะแตก" เธอกระเซ้าน้องชายทั้ง ๆ ที่ตอนนี้อีกฝ่ายน่าจะอารมณ์ไม่ดีนัก และเอริสก็รู้ดีถึงเหตุผลของน้องชาย
"พี่จงใจให้ผมไปหาผู้หญิงคนนั้น?" เอริสวางปากกาในมือลงแล้วเปลี่ยนเป็นนั่งกอดอกมองหน้าเขาแทน
"ใช่ แกมีปัญหาอะไร?"
"พี่อย่ามาถามทั้ง ๆ ที่รู้ดีอยู่แล้วหน่อยเลย" เดม่อนยกเท้าขึ้นนั่งไขว่ห้าง แล้วหายใจลึก ๆ ระบายอารมณ์
"ซินเป็นจิตแพทย์ที่เก่งมาก อีกอย่างเธอก็รู้จักแกดี พี่ก็เลยอยากให้ซินเป็นคนดูแลแก หรือแกอยากให้คนอื่นรู้ว่าแกกำลังเผชิญกับปัญหาอะไรอยู่?"
เอริสลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาลูบไหล่น้องชายเบา ๆ อย่างเอาใจ เธอรู้ว่าเขาโกรธที่เธอไม่ยอมบอกว่าจิตแพทย์ที่นัดไว้เป็นอดีตแฟนเก่าของน้องชายที่จบกันแบบไม่สวยสักเท่าไหร่
แต่ที่เอริสต้องตัดสินใจทำแบบนี้เพราะเป็นห่วงถึงชื่อเสียง และความรู้สึกของน้องชายและครอบครัว เพราะถ้าเขาป่วยจริง และข่าวแพร่ออกไป อาจจะมีผลต่อการบริหารธุรกิจและชีวิตการทำงานของเดม่อนก็ได้ จริงอยู่ที่การพบจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่อย่าลืมว่าคู่แข่งมันจับตาดูเราและรอคอยที่จะซ้ำเติมอยู่เสมอ และถ้ามันรู้ว่าเรามีจุดอ่อน คงไม่ดีแน่
"พี่เป็นห่วงแกนะเดม่อน อย่างน้อยซินก็ไว้ใจได้ เพราะนอกจากจรรยาบรรณของแพทย์แล้ว เขากับเราก็รู้จักกันมานาน"
"รู้จักก็ไม่ได้หมายความว่าจะรู้ใจ" เดม่อนเอ่ยเสียงทุ้ม
"เอาน่า..บางทีชีวิตคนเราก็ไม่มีอะไรให้เลือกมากนักหรอก เปิดใจให้ซินเขาได้ดูแลแกเถอะ ไหนแกว่าลืมเรื่องเก่า ๆ ไปหมดแล้วไง หรือจริง ๆ แกไม่ได้ลืม" เดม่อนช้อนสายตาขึ้นมองดวงตาจ้องจับผิดของพี่สาว
"ผมไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนั้นแล้ว ถ้าพี่อยากให้ผมรักษาผมก็จะรักษา แต่บอกไว้ก่อนว่าผมไม่ได้เป็นอะไร ที่ผมไม่อยากยุ่งกับใครเป็นเพราะผมเบื่อหน่ายที่จะฝากความรักและชีวิตไว้กับคนอื่นที่ไม่รู้ว่าวันนึงเขาจะทิ้งผมไปเมื่อไหร่ต่างหาก"
เดม่อนพูดจบก็ลุกขึ้นยืนกระชับสูทแล้วก้าวเดินออกจากห้องทำงานของพี่สาวไป
"ก็ไอ้ที่เบื่อหน่ายและกลัวว่าวันนึงคนที่รักจะทิ้งไปจนไม่กล้าเปิดใจนี่แหละ คือ Philophobia หวังว่าซินจะช่วยรักษาแกให้หายได้นะเดม่อน"
เอริสพูดคนเดียวแล้วถอนหายใจพรืด ก่อนหน้านั้นเธอก็ไม่คิดหรอกว่าน้องชายจะเป็นโรคกลัวความรักและกลัวความสัมพันธ์แบบลึกซึ้ง
แต่หลังจากเหตุการณ์ในอดีตตอนที่เดม่อนเลิกรากับซินญอริต้า เขาก็เปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นคนเปิดใจและพูดคุยได้กับทุกคน ก็กลายเป็นคนที่ไม่ไว้วางใจใคร ชอบเก็บตัวสันโดษ และสบายใจที่จะทำอะไรคนเดียวมากกว่าการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น
หลายครั้งที่เธอมักจะชวนน้องชายให้ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาบ้าง เช่น ชวนไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์ เดินเล่นที่สวนสาธารณะ หรือไปดื่มกาแฟในร้านกาแฟ เขาจะปฏิเสธทันทีโดยให้เหตุผลว่า สถานที่ดังกล่าวมักจะมีคู่รักไปที่นั่น เขาเห็นแล้วรำคาญลูกตา ซึ่งเป็นเหตุผลที่ประหลาดสำหรับเธอสุด ๆ
แต่กับเรื่องความสัมพันธ์ทางกาย เดม่อนยังสามารถมีได้ปกติตามแบบของผู้ชายทั่วไป แต่จะไม่ยอมมีความสัมพันธ์กับใครมากกว่าครั้งสองครั้ง เพราะเขากลัวที่จะถูกพัฒนาเป็นความสัมพันธ์ทางใจในอนาคต และถ้ามีผู้หญิงเข้าหา หรือแสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนใจ หรือเข้ามาทักทายหรือเข้ามาจีบ เขาจะชิ่งหนีทันที
เอริสใช้เวลาสังเกตเดม่อนอยู่นานเกือบสองปี จนอาการเล็กน้อยของเดม่อนเริ่มมีความชัดเจนขึ้น เธอจึงแอบไปปรึกษากับจิตแพทย์ท่านหนึ่ง และจิตแพทย์ท่านนั้นก็แนะนำให้รีบพาเดม่อนไปปรึกษาจิตแพทย์
อาการแบบนี้ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะนอกจากเดม่อนจะไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตแล้ว หากมีอาการแบบเรื้อรังหรือไม่ได้รับการรักษาอย่างจริงจัง อาจมีความเสี่ยงที่จะพัฒนาเป็นโรคอื่นๆ ได้อีก เช่น โรคซึมเศร้า หรือโรควิตกกังวล หนัก ๆ เข้าก็อาจกลายเป็นคนกลัวการเข้าสังคม รวมทั้งมีแนวโน้มที่จะใช้สารเสพติดและอาจมีความคิดฆ่าตัวตายได้ ซึ่งเธอจะไม่ยอมให้เดม่อนเป็นแบบนั้นเด็ดขาด
.
.
.
Write Talk:
ขอท้าวความสำหรับผู้ที่ไม่ได้อ่านเรียงตามลำดับมา หรือรี้ดที่เพิ่งอ่านเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกหน่อยนะคะ ตระกูลมาร์ตินแกรนด์ เริ่มจากแด๊ดโนแอล มีลูกชายกับภรรยาคนแรกที่เสียไป นั่นคือ เซดริก พระเอกจากเรื่อง Malalin of love ร้อยรักมาลารินทร์
หลังจากนั้นแด๊ดโนแอลได้แต่งงานกับมัมมาริสา ตอนเซดริกอายุได้สิบขวบ และมีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนคือ เออเนส พระเอกจากเรื่อง Promis of love ปฏิญญารัก
ส่วนเซนส์ เป็นลูกชายของอดีตมือขวาของแด๊ดโนแอล ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทั้งผัวทั้งเมีย แด๊ดโนแอลจึงรับเลี้ยงดูเป็นลูกบุญธรรมและรักเสมือนลูกแท้ ๆ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยเซนส์เกิดปีเดียวกันกับเออเนสค่ะ
เอริสเป็นลูกสาวของแด๊ดเออเนส กับมัมปฏิญญา จากเรื่อง Promis of love ปฏิญญารัก เขามีลูกด้วยกันสองคน คนโตเป็นชายชื่อเอเรส และคนเล็กเป็นหญิงชื่อเอริสค่ะ
พี่เดม่อน พระเอกของเราเป็นลูกของแด๊ดเซนส์ และมัมน้ำฟ้า จากเรื่อง Promis of love ปฏิญญารัก เช่นเดียวกัน โดยแด๊ดเซนส์เป็นคู่รองของเรื่องนี้ค่ะ แด๊ดเซนส์มัมน้ำฟ้า มีลูกสองคน คนโตเป็นหญิงชื่อ คริสตัล และ คนเล็กคือเดม่อน ดังนั้นสองบ้านนี้จึงเป็นลูกพี่ลูกน้องที่รักและสนิทกันมากค่ะ
คุณอาจจะชอบ





