
เสน่หา อาญารัก
ตอน 3
นิ้วแกร่งยกขึ้นปัดปอยผมที่หลุดลงมาบังความงามของใบหน้านวลให้อย่างอ่อนโยน ความร้อนจากสัมผัสของเขาแม้จะเพียงปลายนิ้วก็ตาม ทำให้เนื้อตัวหล่อนวูบวาบ หญิงสาวพยายามทำใจให้มั่นคง หล่อนจะไม่ยอมอ่อนไหวกับผู้ชายคนไหนง่ายๆ เหมือนกับแม่หรอก...
แม่... แม่นอนกับผู้ชายไม่เลือกหน้า เพียงเพราะแค่ต้องการเงินมาซื้อยาเสพติด หล่อนกับน้องอีกสองคนไม่เคยเห็นหน้าพ่อ และก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อของตัวเองคือใคร หรือแม้แต่แม่ของหล่อนก็ไม่อาจจะตอบคำถามของลูกๆ ได้ว่าพ่อชื่ออะไร
และไม่ช้าแม่ก็จากไปด้วยอาการเสพยาเกินขนาด ทิ้งหล่อนกับน้องๆ ให้เผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายตามลำพัง
ตยาคีย์ออกจากโรงเรียนแค่มัธยมปีที่ 3 เพื่อที่จะได้ออกมาทำงานได้เต็มที่ และสามารถส่งน้องสาวและน้องชายที่พึ่งอยู่ในวัยเรียนให้มีโอกาสศึกษาต่อไป แม้หล่อนจะต้องลำบากมากมายแค่ไหนก็ตาม
“ฉันจะไปรู้จักคุณได้ยังไงล่ะคะ คุณก็ถามแปลกๆ”
พยายามฝืนทำเสียงตลกโปกฮาเข้าไว้ ขณะพยายามขยับตัวให้ออกมาจากวงแขนของเขา แต่ก็เซทำท่าจะร่วงไปกองกับพื้น มาร์โคจึงต้องรวบหล่อนเข้าไปไว้ในอ้อมแขน ตยาคีย์แก้มแดงระเรื่อ เนื้อตัวปั่นป่วนวาบหวิวแปลกประหลาด พยายามขยับตัวให้เขาปล่อย แต่เขากลับดันร่างบางของหล่อนให้กลับไปนั่งลงกบนโซฟาตัวเดิม โดยมีเขานั่งบนส้นเท้าจ้องมองหล่อนอยู่ตรงหน้า
“คุณไปอดหลับอดนอนที่ไหนมาหรือเปล่า ทำไมถึงได้อ่อนเพลียขนาดนี้ หรือว่าหิวข้าว”
มาร์โคจ้องมองสาวน้อยตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง และก็อดแปลกใจตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมเขาถึงได้ห่วงใยหล่อนนัก ทั้งๆ ที่เจ้าหล่อนก็เป็นเพียงพนักงานทำความสะอาดที่แสนต่ำต้อย ระดับชีวิตของเขากับหล่อนก็ห่างกันราวฟ้ากับก้นเหว
“เปล่าค่ะ ฉันแค่ทำงานเยอะไปเท่านั้นเองไม่มีอะไรหรอก คุณไปตรวจที่อื่นต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันก็จะทำงานของฉันแล้ว อู้มาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว”
หญิงสาวยิ้มให้เขา ทำท่าจะลุก แต่เขาใช้มือหนาเพียงข้างเดียวกดไหล่หล่อนไว้
“วันนี้ผมว่าคุณกลับบ้านไปเถอะ ไม่ต้องทำแล้ว เดี๋ยวไม่สบายมาจะลำบากเปล่าๆ”
ตยาคีย์รีบส่ายหน้าดิก ไม่เอาหรอก หล่อนจะกลับบ้านได้ยังไง หากกลับไปค่าแรงคืนนี้หล่อนก็ไม่ได้น่ะสิ เขาไม่มีวันรู้หรอกว่ามันสำคัญต่อหล่อนขนาดไหน
“ฉันทำไหวค่ะ อย่าไล่ฉันกลับเลยนะคะ นี่ดูสิ ฉันแข็งแรง”
หญิงสาวพยายามหัวเราะ และยกแขนขึ้นโยกไปมาให้เขาดู มาร์โคหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู
“ถ้ากลัวถูกหักค่าแรง ผมจะจัดการเรื่องนั้นให้ รับรองว่าคุณได้ค่าแรงคืนนี้แน่”
“ฉันไม่ได้งกนะ แต่ฉันจำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ”
ใบหน้าของหล่อนเศร้าหมองลง มาร์โครู้สึกสงสารขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ หล่อนน่ารัก และขยันเสียจริงๆ
“ผมไม่ได้ว่าอะไรคุณสักหน่อย ไปเถอะ เดี๋ยวผมไปส่งบ้าน”
เขาลุกขึ้นพร้อมๆ กับเกี่ยวร่างของหล่อนให้ลุกขึ้นยืนด้วย ศีรษะของหล่อนสูงแค่ปลายคางของเขาเท่านั้นเอง ทำไมเขาถึงตัวโตนักนะ ดูสิสูงจนหล่อนกลายเป็นคนแคระไปเลย
“อย่าเลยค่ะ อย่าลำบากเพราะฉันเลย คุณทำงานของคุณไปเถอะ อย่าให้ฉันทำคุณเสียงานเลย”
คำพูดที่จริงจังของหญิงสาวทำให้มาร์โคอมยิ้มออกมา นานๆ จะเจอผู้หญิงที่ชอบยืนบนลำแข้งของตนเองสักที และนี่ก็ทำให้เขาชื่นชมหล่อนมากขึ้นไปอีก
“ผมก็จะกลับพอดี ไปเถอะ อย่าดื้อสิ”
เขารั้งเอวบางให้เดินออกมาพร้อมๆ กับตัวเอง แม้หญิงสาวจะพยายามฝืนขนาดไหนแต่ก็สู้แรงผู้ชายตัวโตแบบเขาไม่ได้ จำต้องก้าวไปพร้อมๆ กับเขา
“แต่ฉันยังทำความสะอาดห้องท่านประธานไม่เรียบร้อยเลย ฉันเกรงว่า....”
แม้จะถูกรั้งตัวให้เดินออกไป แต่สาวน้อยก็ยังมิวายเหลียวกลับมามองห้องที่ตนเองยังทำไม่เสร็จด้วยความกังวล
มาร์โคหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รู้สึกเอ็นดูแม่สาวน้อยคนนี้ขึ้นมาอย่างประหลาด
“ผมรับรองว่าท่านประธานไม่มีทางว่าคุณแน่ เชื่อผมสิ”
ชายหนุ่มดันหล่อนให้เดินเข้าไปในลิฟท์
“คุณทราบได้ยังไงล่ะคะ”
เงยหน้าถามเขาด้วยความสงสัย แต่ก็เจอสายตาคมกล้าที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว ความอึดอัดบริเวณช่องท้องที่พึ่งจางหายไป ระเบิดตูมขึ้นมาใหม่ หัวใจเต้นระทึกราวจังหวะเพลงร็อค เรียวปากอิ่มแห้งผากราวกับขาดน้ำหล่อเลี้ยงมาเป็นปี พลังอำนาจที่ซ่อนอยู่ในเรือนกายของเขานั้นช่างน่าสะพรึงกลัว รัศมีความดุดัน หิวกระหายระบายเด่นชัดบนใบหน้าหล่อเลิศเลอทำเอาร่างบางสั่นระริก
“ฉันคงถามมากเกินไป...”
รีบก้มหน้าหลบตา แต่ไม่นานก็ต้องร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อเขารวบร่างของหล่อนเข้าไปกอดรัดแน่น หญิงสาวหน้าแดงก่ำ เมื่อเรือนกายสาวปะทะเข้ากับความเป็นชายที่ตื่นตัวเต็มที่ที่หน้าขา สองมือบางรีบยกขึ้นแทรกกลางระหว่างแผงอกกว้างกับทรวงอกนิ่มหยุ่นของตัวเองเอาไว้ตามสัญชาตญาณ
“ใช่! มากเกินไป...”
เขาลากเสียงแหบพร่า ขณะก้มลงใช้ปลายจมูกโด่งชนกับแก้มเนียนไร้เครื่องสำอางอย่างฉวยโอกาส ตยาคีย์ราวกับถูกมนต์สะกด เลือดสาวในกายร้อนผ่าว ยอดทรวงบวมเบ่งปวดร้าว ความต้องการที่ไม่มีที่มากำลังทำให้หล่อนเจ็บปวด
แม้เสียงร่ำร้องภายในกายจะบอกให้หล่อนต่อต้านสัมผัสอันแปลกใหม่นี้ แต่ร่างกายกลับทรยศมันตื่นเร้าตอบสนองเขาด้วยความเต็มใจ
“ปากสวยๆ ของคุณทำอย่างอื่นได้ตั้งเยอะ อย่างเช่น...”
ดวงตาคมกล้าไม่ได้ละไปจากเรียวปากอิ่มสีสตอเบอรี่ของตยาคีย์แม้แต่น้อย ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำก้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดพวงแก้มสาวนั่นแหละ ตยาคีย์ถึงได้สติ หล่อนรีบละล่ำละลักห้ามปรามเขาออกไป
“ยะ อย่าทำ... อย่างนี้นะคะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวนะ”
“ผมก็พอจะมองออก...” เขาพูดเสียงพร่า
“แต่ผมห้ามตัวเองไม่ได้เลย อย่าโกรธผมนะ”
และเมื่อเขาพูดจบ เรียวปากอิ่มเต็มของหญิงสาวก็ถูกเขาบดขยี้ด้วยความหิวกระหาย ดุดัน ร้อนแรง ราวกับว่าเขาไม่อาจจะห้ามปรามไอ้เจ้าความปรารถนาที่มันมีแน่นล้นอกได้ เลย
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วจนไม่สามารถตั้งตัวได้ทัน ตยาคีย์คิดอย่างละเหี่ยใจ แม้สมองจะสั่งให้ปฏิเสธเขายังไง แต่ร่างกายที่ไร้เดียงสาของหล่อนกลับตอบสนองเขาด้วยความเต็มใจอย่างไร้ความละอาย ขณะแหงนเงยศีรษะขึ้นรองรับริมฝีปากอุ่นร้อนที่บดเคล้าลงมาด้วยความยินดี แม้จะไร้ประสบการณ์แต่หล่อนก็กระตือรือร้นที่จะเรียนบทเรียนรักนี้จากเขาอย่างน่าชื่นชม
มาร์โคครางในลำคออย่างพึงพอใจกับรสชาติหวานล้ำของกลีบปากสาว เสียงสัญญาณเตือนว่าประตูลิฟท์กำลังจะเปิดออกเนื่องจากถึงชั้นเป้าหมายแล้ว ทำให้ชายหนุ่มตัดใจถอนจุมพิตออก เขาจ้องมองใบหน้าหวานฉ่ำที่หลับตาพริ้มอย่างหลงใหล ก่อนจะตัดสินใจกดลิฟท์ให้วิ่งขึ้นชั้นบนอีกครั้ง เพื่อที่เขาจะได้มีเวลาดูดดื่มกับแม่สาวน้อยที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนอีกสักพักหนึ่ง
“คุณน่ารักจัง...”
น้ำเสียงห้าวพร่าของเขาทำให้ตยาคีย์ลืมตาขึ้น พอเห็นใบหน้าหล่อเหลาก้มมองลงมาด้วยสายตาล้อเลียน ความอับอายทั่วทุกมุมโลกก็วิ่งเข้าใส่ไม่ยั้ง หญิงสาวกำลังจะอ้าปากต่อว่าเขา แต่ก็ช้าไป เพราะชายหนุ่มสุดหล่อได้ก้มลงปิดปากของหล่อนด้วยริมฝีปากหยักสวยนุ่มลื่นของตนเองอีกครั้ง และหนนี้ก็ดูเหมือนจะยาวนานจนไร้ที่สิ้นสุด
ความสุขล้ำช่างมีอำนาจเหลือล้น จนสามารถสะกดกลั้นเสียงเล็กๆ ที่ร้องตะโกนว่า มันไม่ถูกต้อง ให้เงียบหายไปกลับคลื่นความปรารถนาที่เขาจับหล่อนโยนเข้าใส่
มาร์โคดันร่างบางไปจนชิดผนัง มือหนาเลื่อนจากบั้นท้ายอวบขึ้นไปที่หน้าอกอิ่ม ก่อนจะรูดซิปลงช้าๆ ขณะสอดมือหนาเข้าไปลูบไล้เนื้อนวลที่ซ่อนอยู่ใต้บราเซียตัวเก่าเก็บของหล่อน ตยาคีย์แทบจำตัวเองไม่ได้เลยว่าตอนนี้หล่อนคือใคร เพราะเท่าที่เห็นก็จะมีแต่ผู้หญิงกระหายเซ็กซ์คนหนึ่งเท่านั้นที่กำลังเล่นรักอยู่กับผู้ชายที่พึ่งเจอกันเพียงแค่ไม่ถึงชั่วโมง
หล่อนมันแพศยา ไร้ยางอาย อย่างน่าสมเพช
หล่อนมันก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากโสเภณีแม้แต่น้อย...
หล่อนยอมให้ผู้ชายที่พึ่งรู้จักสำรวจตรวจตราเรือนร่างได้สนิทชิดเชื้ออย่างนี้
หญิงสาวพยายามหาเหตุผลเพื่อมาหยุดการสมยอมที่น่าละอายของตนเอง... แต่พอปลายนิ้วแกร่งสีอำพันของมาร์โคสะกิดยอดทรวงผ่านบราเซียเท่านั้น สาวน้อยก็หลงลืมสติที่เพียรเรียกกลับมาจนหมดสิ้น เผยอเรียวปากอิ่มตอบสนองจุมพิตของเขาด้วยความร้อนแรงทัดเทียมกัน มือบางยกขึ้นประคองศีรษะทุยได้รูปสวยของเขาอย่างชื่นชม ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมายังช่วงไหล่สง่างาม
สัมผัสจากปลายนิ้วเรียวนิ่มที่เคลื่อนไหวอยู่บริเวณไหล่กว้าง เรียกเสียงคำรามด้วยความพึงพอใจของมาร์โคออกมาอย่างต่อเนื่อง ชายหนุ่มอยากจะเนรมิตให้ภายในลิฟท์นี้คือเตียงนอนนัก อยากจะจับหล่อนโยนลงไปบนเตียง และก็จัดการให้หายคลั่ง
“ผมชอบคุณมากนะ...”
คำพูดของเขามีผลทำให้หัวใจอิ่มเอิบ ความร้อนที่หน้าท้องขยายตัวอย่างรุนแรง จนหญิงสาวไม่อาจจะหยุดตัวเองให้ยืนนิ่งเฉยอยู่ได้ ยิ่งเมื่อเขาแทรกปลายลิ้นแกร่งล่วงล้ำเข้ามาในอุ้งปากด้วยแล้ว ไฟร้อนๆ ก็ระเบิดตูมตาม แผดเผาจนหัวใจไหม้เกรียม เฝ้ารอบางอย่างจากเขา
เสียงสัญญาณเตือนอีกครั้งว่าประตูลิฟท์กำลังจะเปิด...
“ถ้าอยู่บนเตียงผมจะทำมากกว่านี้...”
คุณอาจจะชอบ





