
สัญญารักร่ายพิศวาส
ตอน 3
“ได้โปรดนะคะคุณวิน อย่าทำอะไรน้ำผึ้งเลย เราไม่ใช่ผัวเมียกันจริงๆ นะคะ” ชญาดาพยายามถอยหนีพนาวินด้วยท่าทางหวาดกลัวและตื่นตระหนก
“ทำไมจะไม่ใช่ เราแต่งงานกันแล้ว แล้วก็...จดทะเบียนกันแล้วด้วย เพราะฉะนั้นคืนนี้คุณต้องเป็นของผม ทั้งคืน”
คนที่กำลังเมาได้ที่เริ่มรุกรานภรรยาของตนเอง เพราะฤทธิ์ของความหึงหวงที่คละเคล้าไปกับฤทธิ์ของน้ำเมาทำให้ชายหนุ่มหมดสิ้นซึ่งการควบคุมอารมณ์ปรารถนากำลังลุกโชนขึ้นเรื่อยๆ
“ไม่นะคะ คุณกำลังเมามาก คุณกลับไปนอนที่ห้องของคุณดีกว่านะ”
ร่างบางสั่นเทาไปทั้งตัวเมื่อร่างสูงใหญ่ไม่มีทีท่าว่าจะฟังเธอเลย แต่เขากลับผลักร่างของเธอลงกับที่นอนและขึ้นทาบทับจนคนตัวเล็กแทบจะหายใจไม่ออก
“ทำไมล่ะน้ำผึ้ง สามีของเธอคนนี้ไม่เร้าใจเท่าไอ้หมอนั่นที่เธอหายไปกับมันมาทั้งวันอย่างนั้นเหรอ” พนาวินมองภรรยาแค่เพียงในนามของเขาด้วยแววตาเชือดเฉือนแต่ทว่ากลับหวานซึ้งเต็มไปด้วยเสน่หา
“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ เขาเป็นแค่เพื่อนสนิทของน้ำผึ้งเท่านั้น เราไม่ได้มีอะไรเกินเลยกันเลยนะคะ” ชญาดาพยายามอธิบายให้ชายหนุ่มฟัง ทั้งๆ ที่หัวใจของเธอก็เริ่มหวั่นไหวจนสั่นไปทั้งตัว เพราะว่าแอบมีเขาอยู่ในหัวใจตั้งแต่แรกเห็น แต่ก็พยายามแกล้งแสดงละครมาตลอดเวลาว่าทุกอย่างเป็นเพียงมายาที่ใช้หลอกคนอื่นเท่านั้น เธอไม่ได้รักเขาจริงๆ
เพราะรู้ว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะรัก เพราะรู้ว่าเขามีคนรักตัวจริงอยู่แล้ว และอีกไม่นานพวกเขาก็จะได้เจอกันและแต่งงานกันในที่สุด แต่สำหรับชญาดาหล่อนมันก็แค่เครื่องมือที่ใช้ในการต่อรองเพื่อถ่วงเวลารอคอยคนรักของเขากลับมาและเพื่อแสดงละครตบตาแม่ของเขาเท่านั้น วันหนึ่งเมื่อถึงเวลาผู้หญิงบ้านนอกอย่างเธอก็ต้องออกไปจากชีวิตของเขา
“แน่ใจเหรอว่าไม่มี ฉันเห็นเธอคบกับมันมาตั้งนาน อย่าหลอกฉันซะให้ยากเลยสาวน้อย ฉันว่าเธอเองก็คงจะมีใจให้ฉันไม่น้อยเลยใช่รึเปล่า เธอคงอยากจะรู้ล่ะสิ ว่าระหว่างฉันกับคู่ขาเก่าของเธอ ใครมันจะมีลีลาเด็ดกว่ากันจริงมั้ย”
สายตาล้อเลียนร้ายกาจไหวระริกไปมาเหมือนจะหยอกเย้า แต่มันกลับเต็มไปด้วยความต้องการอยากจะครอบครองร่างกายอันสั่นเทาเหมือนกับว่าหล่อนกลัวเขานักหนา
“คุณวิน ปล่อยน้ำผึ้งเถอะค่ะ คุณวินอย่านอนกับผู้หญิงที่ตนเองไม่ได้รักเลยนะคะ”
“แล้วใครบอกล่ะว่าฉันไม่ได้รักเธอ อยากรู้มั้ย...ว่าตอนนี้ฉันรู้สึกกับเธอยังไง” ดวงตาสีนิลที่มีเปลวเพลิงปรารถนาอยู่ภายใน มันแทบจะแผดเผาร่างกายและหลอมละลายหัวใจของหญิงสาวให้มอดไหม้ไปกับอ้อมกอดอันแข็งแกร่งของเขา
ใจหนึ่งก็อยากปฏิเสธ แต่อีกใจหนึ่งก็อยากจะรู้ว่ารสสัมผัสจากชายที่เธอรักจะให้ความรู้สึกพิเศษมากน้อยแค่ไหน ยิ่งคิดร่างกายและหัวใจก็ยิ่งสั่นไหวไปด้วยความกลัวระคนตื่นเต้น แล้วเธอกลัวอะไรล่ะ แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะจินตนาการต่อ ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาปานเทพบุตรในฝันนั้นก็โน้มต่ำลงมาอย่างรวดเร็ว
ริมฝีปากแสนหวานของเขาประกบลงมาบนริมฝีปากเล็กสีกุหลาบอย่างอ่อนหวานและหิวกระหายในคราเดียวกัน ชญาดาแทบลืมหายใจ หัวใจของเธอเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมาจากซี่โครง หญิงสาวกลัวเหลือเกินกลัวว่าชายหนุ่มจะรู้ว่าตอนนี้เธอตื่นกลัวและสั่นสะท้านในหัวใจมากแค่ไหน
แล้วทำไมนักรักอย่างพนาวินจะไม่รู้ล่ะ ว่าคนตัวเล็กใต้ร่างของเขากำลังรู้สึกอย่างไร สาวน้อยในอ้อมกอดอายุห่างจากเขาเกือบสิบปี ทำไมเขาจะดูไม่ออกว่าตอนนี้ชญาดาหวั่นกลัวเขามากแค่ไหน เขารู้ว่าหล่อนกลัวอะไร
ชญาดาใจเต้นระทึก เมื่อร่างหนาบดเบียดริมฝีปากหนักขึ้น และสอดลิ้นร้อนๆ เข้าหาตวัดดูดกลืนความหอมหวานซึ่งเธอเองก็รู้สึกได้ว่ามันหวานล้ำมากแค่ไหน จนกระทั่งเธอมึนเมากับรสรักที่เขามอบให้ ดวงดาวพร่างพรายเต็มหัวไปหมด และไม่เป็นตัวของตัวเองอีกต่อไป
พนาวินครางออกมาอย่างพึงพอใจ ร่างกายของเขาก็กำลังร้อนรุ่มดั่งเพลิงแผดเผาเช่นเดียวกัน ความรู้สึกต้องการครอบครองเพิ่มมากขึ้นจนเกือบบ้าคลั่ง ยิ่งเห็นอาการตอบสนองที่ไร้เดียงสาของสาวน้อยในอ้อมแขน ยิ่งรู้สึกว่าหล่อนสั่นเทิ้มไปทั้งตัวเพราะความกลัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น มันยิ่งทำให้เขาคึกคะนองเป็นเท่าทวีคูณ เขาอยากจะรุนแรง โหมกระหน่ำให้หนำใจ แต่ก็ต้องหักห้ามยั้งใจเอาไว้อย่างสุดที่จะกลั้น
มือเรียวยาวเริ่มปลดอาภรณ์ของหญิงสาวออกช้าๆ อย่างเบามือจนชญาดาแทบจะไม่รู้สึก แต่เมื่อถอดออกเกือบหมด ร่างบางก็เริ่มสั่นระริกด้วยความหนาวสั่นจนฟันกระทบกันเบาๆ
“หนาวจังเลย” เสียงหวานกระซิบสั่นๆ ดวงตาปรือเยิ้มไปด้วยอารมณ์พิศวาส แต่เมื่อมองเห็นร่างเปลือยเปล่าที่แสนจะใหญ่โตกำยำของเขากำลังจะโน้มตัวลงมาอีกครั้ง ร่างงดงามยั่วเย้าของหล่อนก็ต้องสะดุ้งเฮือกเพราะความกลัวและตื่นตระหนก
“คุณวิน อย่าค่ะ น้ำผึ้งกลัว” ริมฝีปากบางสีกุหลาบที่บวมเจ่อเล็กน้อยขยับพูดอย่างสั่นๆ ยิ่งสร้างความกระหายให้กับพญาราชสีห์หนุ่มให้กางเล็บออกมาตะครุบร่างเหยื่ออันโอชะให้สยบคามือเร็วขึ้น
“ไม่ต้องกลัวสาวน้อย อย่ากลัวฉัน ฉันสัญญาครั้งแรกของเธอฉันจะพยายามไม่รุนแรง และจะทำให้เธอสุขสมให้จงได้”
ธนาวินยืนอ่านนิยายของจินดาราตรงหน้าแผงหนังสือมาถึงแค่นี้ ก็เหงือแตกซิก รู้สึกปวดร้าวแทบจะคลั่งตายอยู่ตรงชั้นวางของหนังสือในหมวดนิยายตรงนั้นแล้ว
‘วิวาห์ร้อนซ่อนเสน่หา อย่างนั้นเหรอ จินดาราเธอนี่เก่งไม่ใช่เล่นนะ ที่ทำเอาฉันแทบควบคุมตัวเองไม่ได้ ชื่อของพระเอกยังคล้ายกับชื่อของฉันอีก หึ...นี่ขนาดยังอ่านไม่ถึงไหนเลยนะเนี่ย อยากรู้จังว่าเธอเคยเรื่องอย่างว่าหรือเปล่า แต่ยัยวรรณบอกว่าเธอยังโสดสนิทนี่นา แล้วทำไมเธอถึงได้เขียนได้ลึกซึ้งถึงพริกถึงขิงได้ขนาดนี้ มันต้องเคยมาแล้วบ้างสิน่า’
ร่างสูงใหญ่ยังคงหอบหายใจเพื่อข่มความรู้สึกที่กำลังคุกรุ่นไปด้วยอารมณ์ปรารถนาให้ดับลงอยู่นานหลายนาที ก่อนที่จะพลิกไปอ่านคำโปรยปกหลังอย่างละเอียดอีกครั้ง
พนาวินชายหนุ่มผู้ซึ่งเกลียดการคลุมถุงชนมากที่สุด กลับถูกบิดาบังคับให้แต่งงานกับชญาดา ทั้งๆ ที่ตัวเขาเองก็มีคนรักอยู่แล้ว
ชญาดาสาวน้อยผู้ไม่เคยมีรัก แต่เมื่อพบเจอว่าที่สามีแค่เพียงในนามของตนเองในวันแรกเธอก็ตกหลุมรักเขาเสียแล้ว แต่เมื่อรู้ว่าพนาวินมีคนรักอยู่แล้ว และที่ต้องแต่งงานกับเธอก็เพียงเพราะต้องการครอบครองสมบัติของพ่อตามพินัยกรรม ทำให้หญิงสาวรู้สึกน้อยใจยิ่งนัก
และเมื่อทั้งสองไม่อาจขัดใจพ่อกับแม่ของตนได้ การแต่งงานและการสมรสที่เกิดขึ้นจึงเป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้น แต่เมื่ออยู่ใกล้ชิดกัน เพลิงรักก็ถูกจุดขึ้นได้ง่ายโดยไม่อาจหักห้ามใจ มันเร่าร้อนดั่งเปลวไฟ ร้อนระอุดั่งเพลิงปรารถนา ร้อนแรงเกินจะพรรณนา เกินกว่าที่จะดับไฟรักให้มอดลง
แล้วเมื่อถึงเวลา วันที่ผู้หญิงอีกคนก้าวเข้ามา และถูกจับได้ว่าทุกอย่างคือการโกหก พนาวินจะยอมปล่อยให้ภรรยาแต่เพียงในนามของเขาเป็นอิสระหรือไม่ แล้วชญาดาล่ะเธอแน่ใจแล้วหรือที่จะเดินออกมาจากชีวิตของเขา
ธนาวินอ่านดูแล้วนิยายเรื่องนี้มันช่างคล้ายกับเขาในตอนนี้เหลือเกิน ที่จะต้องทำตามประกาศิตของมารดา ว่าต้องแต่งงานเร็วๆ นี้ เหตุผลย่อยๆ อาจจะต่างกันแต่เหตุผลหลักๆ ก็หนีไม่พ้นการแต่งงาน ซึ่งมันทำให้เขาแสนกลุ้มใจ ถ้าหากว่าแม่ของเขาไม่เป็นโรคหัวใจ เขาก็คงจะหาทางปฏิเสธได้โดยง่าย แต่เพราะเป็นห่วงสุขภาพของผู้เป็นมารดาทำให้ธนาวินต้องมาเตร็ดเตร่อยู่แถวร้านหนังสือนี้เป็นนานสองนาน
เพราะเขาต้องการผู้หญิงสักคนมาแต่งงานด้วย แต่ไม่ต้องการที่จะผูกมัดไปตลอดชีวิต และเพราะความเห็นแก่ตัวของเขาจึงทำให้ธนาวินต้องเลือกผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาหลอกๆ ให้แม่ของเขาตายใจสักพัก เพื่อรอวันที่หญิงคนรักของเขากลับมา แล้วค่อยเลิกกับภรรยาจอมปลอม
แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่าเขาจะหาใครดีมาทำหน้าที่เป็นเมียชั่วคราวหลอกๆ ให้กับเขา และทำให้ชีวิตการแต่งงานปลอมๆ นี้ไม่น่าเบื่อ และไม่ต้องซ้อมบทละครกันให้เสียเวลามากมาย รับรองว่ามันไม่ง่ายแน่
‘ผู้หญิงคนนั้น ฉันอยากให้เป็นเธอนะจินดารา เธอเป็นคนเขียนนิยายเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเธอคงรู้ดีว่าต้องทำยังไง แต่ว่า...เธอจะยอมหรือเปล่า เฮ้อ! จะบ้าตาย’ ธนาวินถอนหายใจยาวก่อนที่จะยืนนิ่งคิดประมาณหนึ่งนาที แล้วจึงตัดสินใจได้ในที่สุด
ร่างสูงใหญ่เดินออกไปจากชั้นวางหนังสือ ในมือถือหนังสือนิยายเล่มหนึ่งติดมือออกมาด้วย เป็นครั้งแรกที่นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอย่างเขาซื้อหนังสือนิยายแบบนี้ไปอ่าน มันน่าขำชะมัดแต่มันก็อาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้กับเขาในเวลานี้ก็ได้
...และเขาจะไปอ่านต่อฉากเลิฟซีนที่ค้างเอาไว้ คืนนี้...
จินดารากำลังนั่งอยู่หน้าโน๊ตบุ๊คเครื่องกะทัดรัดของเธอด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะสดชื่นเท่าไรนัก เพราะหญิงสาวรู้สึกเครียดที่นั่งอ่านคอมเม้นท์หน้าเว็บนิยายที่เธอเอานิยายของตนเองไปลงไว้
“วรรณ แกมาอ่านคอมเม้นท์ของฉันดูสิ เขาบอกว่าบทเลิฟซีนของฉันมันไม่ค่อยโอเค โดยเฉพาะในตอนเข้าด้ายเข้าเข็มน่ะมันแข็งไป อ่านแล้วไม่ค่อยมีอารมณ์ร่วมด้วย นี่แกว่าฉันเขียนแย่ขนาดนั้นเลยเหรอวะ ฉันชักไม่มั่นใจแล้วสิ” นักเขียนมือใหม่หันมาถามเพื่อนรักที่เป็นนักเขียนหัดใหม่เหมือนกัน ด้วยสีหน้ายุ่งๆ หัวคิ้ววิ่งมาชนกันจนแทบจะเป็นปม
“ไหน ใครบังอาจมาคอมเม้นท์เพื่อนรักของฉัน” แล้วธีระวรรณก็คลิกไปเปิดดูที่คอมพิวเตอร์ของตนเอง แล้วก็คลิกเข้าไปในหน้าเว็บที่มีคอมเม้นท์ของเพื่อนรัก
“เราชอบแนวการเขียนนิยายของคุณจินนะ แต่ว่าขอติงบทเลิฟซีนหน่อยค่ะ อยากจะบอกว่ามันแข็งกระด้างเกินไป อยากให้คุณจินใส่อารมณ์ให้เต็มที่กว่านี้ค่ะ” ธีระวรรณอ่านออกมาเสียงดัง แล้วก็หันไปมองหน้าเพื่อน เพราะความที่ไม่เคยเข้าไปอ่านนิยายของเพื่อน เลยไม่รู้ว่าที่เขาวิจารณ์มามันเรื่องจริงหรือเปล่า
“อย่าคิดมากน่าจิน แกยังไม่เคยมีสามี เขียนเลิฟซีนออกมาได้ขนาดนี้ก็บุญแล้ว หรือถ้าจะให้ฉันแนะนำนะ แกก็ควรจะหาแฟนสักคนแล้วก็ไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กัน เดี๋ยวแกก็เขียนฉากรักได้ซี๊ดซ๊าดถึงใจเองแหละ ฮ่าๆ ๆ”
คนที่ไม่ค่อยคิดอะไรมากให้คำแนะนำกับเพื่อนรักอย่างทะลึ่งๆ จนคนฟังค้อนขวับด้วยความเขินอายเล็กน้อย
“จะบ้าเหรอ แฟนน่ะไม่ใช่หนังสือดีๆ ที่จะหาอ่านได้ง่ายๆ นะจ๊ะ แล้วผู้หญิงที่เชยๆ เฉิ่มๆ อย่างฉัน ผู้ชายที่ไหนเขาจะมามอง”
จินดาราทำท่าเจียมเนื้อเจียมหน้าตาของตนเอง เพราะหล่อนมองตนเองผ่านแว่นสายตาในกระจกทุกวัน ก็ไม่เคยที่จะมั่นใจในรูปร่างและหน้าตาของตนเองเลยสักครั้ง
“แหม แม่นักเขียนใหญ่ ฉันว่าแกสวยจะตาย ไอ้พวกผู้ชายมันตาถั่วต่างหากล่ะ ที่มองไม่เห็นความสวยของแกที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ข้างใน”
ธีระวรรณพยายามให้กำลังใจเพื่อนรัก ทั้งๆ ที่ในใจก็อดขำการแต่งตัวและท่าทางของจินดาราไม่ได้เหมือนกัน แต่ครั้นจะบอกความจริงตรงๆ ว่าเพื่อนรักของตนเองเปิ่นมากแค่ไหนก็ไม่กล้า กลัวว่าคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองอยู่แล้ว ยิ่งไม่มั่นใจในตัวเองเข้าไปใหญ่
คุณอาจจะชอบ





