
ยั่วรักพันธะร้อน HOT Temptation
ตอน 2
บ้านไม้หลังหนึ่งตั้งอยู่ริมท่าน้ำมาหลายสิบปี ถึงจะทรุดโทรมไปตามกาลเวลาแต่ยังแข็งแรงและมั่นคงเพราะเจ้าของหมั่นตรวจสอบดูแลอยู่เสมอแต่สองปีที่ผ่านมาสิ่งที่ทรุดโทรมล้ำหน้าสภาพบ้านกลับเป็นผู้อยู่อาศัย
มันเป็นที่พำนักของครอบครัวเล็กๆ คือแพรพรรณ สมคิดและโซ่ทองคล้องใจของทั้งคู่คือเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มชื่อแพรนวล บ้านหลังนี้สองสามีภรรยาช่วยกันหาเงินมาสร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงตั้งแต่ตกลงปลงใจอยู่กินด้วยกัน สมัยก่อนค่าที่ค่าทางยังไม่แพงเท่าสมัยนี้เมื่อได้ที่ดินเป็นหลักแหล่งจึงเริ่มสร้างพอบ้านเสร็จแพรพรรณก็ตั้งท้องพอดี
“นังหนูนี่มีบุญจริงๆ เกิดมาก็ได้อยู่บ้านหลังใหญ่” สมคิดคุยกับลูกสาวตีนเท่าฝาหอยพร้อมน้ำตาที่ไหลไม่ขาดสาย ผ่านมายี่สิบสามปีเขายังจำสัมผัสนั้นได้ถึงแม้วันนี้ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็ตาม
“นะคะแม่ หนูขอร้อง” แพรนวลกระซิบกับมารดาเบาๆ เพราะไม่อยากปลุกบิดาที่กำลังหลับสนิท บุตรสาวเพียงคนเดียวชำเลืองมองผู้ให้กำเนิดก็ได้แต่ทดท้อใจที่โชคชะตาช่างโหดร้ายกับท่านเหลือเกิน
“มันอีกไม่ถึงปีเองนะลูก เราหาทางรอดได้แน่ๆ หรือถ้ามันหมดสิ้นหนทางจริงๆ เราขายบ้านหลังนี้ก็ได้”
“ไม่ค่ะแม่ ไม่ขายยังไงบ้านหลังนี้หนูก็ไม่ยอมให้ขายมันคือสมบัติชิ้นเดียวของเรานะคะแม่” แพรนวลคัดค้านเสียงแข็ง ถ้าพ่อแม่ต้องขายบ้านเพื่อแลกกระดาษแผ่นเดียวเธอไม่มีวันยอมแน่นอน
“นะคะแม่ ให้หนูดรอปเรียนไว้ก่อน เรียนตอนนี้หนูก็ไม่มีสมาธิให้หนูออกมาทำงานหาเงินดีกว่าเรื่องเรียนมันไม่มีวันสายกลับไปเรียนเมื่อไหร่ก็ได้แต่พ่อหนูไม่รู้เลยว่าจะได้ดูแลท่านไปอีกกี่ปี ถ้าท่านเป็นอะไรขึ้นมาในระหว่างที่หนูไปนั่งทื่อๆ อยู่ในชั้นทั้งที่รู้ว่าทำอะไรได้มากกว่านั้นหนูต้องเสียใจไปจนวันตายแน่ๆ”
“แม่ก็รู้ว่าหนูไม่เคยใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา บ้านเรากำลังลำบากนะคะหนูอยากให้แม่ทุ่มเทดูแลพ่อให้เต็มที่ส่วนเรื่องเงินหนูจะดูแลเอง”
“แล้วหนูจะหายังไงแพร วุฒิก็แค่มัธยมปลาย”
“งานพาร์ทไทม์เยอะแยะไปจ้ะแม่ หนูทำได้สบายมากทำสักสองสามที่”
“สองสามที่เลยเหรอ”
“จ้ะ เราจะได้มีเงินเอาไว้รักษาพ่อ”
“ถ้าแพรคิดว่าทำไหวและตัดสินใจมาดีแล้ว แม่ก็จะไม่คัดค้าน”
“หนูคิดดีแล้วค่ะแม่ ให้หนูได้ตอบแทนพระคุณพ่อกับแม่บ้างนะคะหนูสัญญาว่าถ้าทุกอย่างมันเข้าที่เข้าทางหนูจะกลับไปเรียนแน่นอน”
“ขอบใจนะลูก” แพรพรรณลูบผมลูกสาวด้วยความรักใคร่ แต่เล็กจนโตลูกสาวเพียงคนเดียวไม่เคยทำเรื่องร้อนใจให้สักครั้ง แพรนวลเป็นเด็กดีอยู่ในโอวาทและเรียบร้อยสมเป็นกุลสตรี
“เมื่อเช้าพ่อกินข้าวเยอะไหมจ๊ะ” แพรนวลเช็ดน้ำตาแล้วเอ่ยถามมารดา ตอนเข้าปีหนึ่งครอบครัวของเธอประสบเคราะห์ร้ายครั้งใหญ่เพราะแม่ไปเซ็นค้ำประกันให้คนแถวบ้านตอนเข้าทำงาน โชคร้ายก็คือผู้ชายคนนั้นยักยอกเงินไปเกือบล้านและคนเซ็นค้ำประกันต้องเป็นผู้จ่ายคืน พ่อกับแม่ไปตามหาที่บ้านก็ไม่เจอแม้แต่เงา
ผ่านมาจะสามปีแล้วที่บ้านของเธอต้องหาเงินใช้หนี้ที่ตัวเองไม่ได้ก่อแล้วเคราะห์ร้ายครั้งที่สองก็เข้ามาซ้ำเติมอีกระลอก พ่อของเธอโดนรถชนเสียขาไปหนึ่งข้าง พอเสาหลักของบ้านล้มลงทุกอย่างก็พังไม่เป็นท่าแม่จึงตัดสินใจกู้เงินนอกระบบมาหนึ่งก้อนเพื่อแก้ปัญหาเบื้องต้นโดยไม่ให้พ่อรู้และตอนนี้ดอกเบี้ยของเงินก้อนนั้นกับเงินค้ำประกันที่ต้องส่งทุกเดือนกำลังจะถึงทางตัน เธอจึงตัดสินใจดรอปเรียนไว้ก่อนเพื่อออกมาหาเงิน
“ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ลูก”
“หนูสัญญาว่าจะทำให้พ่อกับแม่สบายขึ้น” แพรนวลให้คำมั่น
“แม่รู้ว่านหนูทำได้ กินอะไรมารึยังลูก”
“ยังเลยค่ะ หนูไปหาเองก็ได้แม่ดูพ่อเถอะจ้ะ”
“ไม่เป็นไร พ่อเพิ่งหลับเขายังไม่ตื่นหรอก” สองแม่ลูกพากันเดินเข้าครัวโดยไม่รู้เลยว่าคนที่นอนทำเพียงแค่หลับตา สมคิดเจ็บปวดใจยิ่งนักที่กลายเป็นภาระให้ลูกกับเมีย คนที่เคยเดินเหินสะดวกสบายกลับต้องมานอนเป็นผักเน่าๆ รอวันตายอย่างไร้ค่า พอเดินไม่ได้เขาก็กลายเป็นคนพิการที่ไร้ซึ่งประโยชน์ใดๆ บริษัทขอให้ออกและให้เงินล่วงหน้ามาสามเดือนที่แค่กะพริบตามันก็หายวับจนหมดสิ้น
“แล้วหนูจะทำงานอะไร”
“ก็งานพาร์ทไทม์ค่ะ” แพรนวลตอบคำเดิม
“งานยังไง” แพรพรรณซักต่อ เธอรู้สึกว่าลูกสาวบอกไม่หมด
“พนักงานแนะนำสินค้าค่ะ”
“ที่ต้องใส่สั้นๆ โชว์เนื้อโชว์หนังแบบนั้นเหรอ”
“ของหนูคงไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ พวกนั้นเขามีชื่อเสียงมากทำงานระดับประเทศ”
“แน่ใจเหรอลูกว่ามันปลอดภัย”
“ปลอดภัยค่ะเพื่อนหนูทำอยู่ หนูคงเป็นแค่พริตตี้อาหารแหละจ้ะแม่เคยเห็นตามห้างสรรพสินค้าไหมจ๊ะที่เขามาแนะนำอาหารหรือขนมใหม่ๆ”
“เคยเห็น ก็ดูน่ารักแต่งตัวมิดชิดดี”
“ใช่จ้ะ เพราะเป็นสถานที่ชุมชนมีเด็กๆ มาใช้บริการแต่งตัวล่อแหลมมากไม่ได้จ้ะ”
“เหนื่อยหน่อยนะลูก” แพรพรรณบอกลูกสาวด้วยเสียงแผ่วเบา ถึงครอบครัวของเธอจะไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้าแต่ความรักความผูกพันของพ่อแม่ลูกที่มีให้กันล้นหัวใจมันยิ่งใหญ่และมีค่ากว่าเงินตราเป็นไหนๆ
“ไม่หรอกจ้ะแม่ มันเทียบไม่ได้เลยกับที่พ่อแม่ทำให้หนูมาตั้งแต่เกิดหนูยังเด็กยังมีแรงเหนื่อยก็พักเดี๋ยวก็หาย”
“พ่อเป็นยังไงบ้างจ๊ะ”
“ก็เหมือนเดิม เอาแต่เหม่อ”
“อย่าโกรธพ่อเลยนะจ๊ะ พ่อยังทำใจไม่ได้”
“อืม แม่รู้แม่ไม่โกรธหรอกแต่อยากให้พ่อเขาทำใจรับสิ่งที่เป็นให้ได้ ของมันเสียไปแล้วยังไงก็ไม่ได้กลับมาก็ไม่ควรไปอาวรณ์ถึงมันอีกอยู่กับสิ่งที่มีเห็นค่าในสิ่งที่เหลือดีกว่า”
“ให้เวลาพ่อหน่อยนะจ๊ะ”
“อร่อยไหม ไม่บอกแม่ก่อนว่าจะมาจะได้ทำแกงส้มดอกแคไว้ให้”
“แม่ทำอะไรหนูก็ชอบหมดแหละจ้ะ กับข้าวแม่อร่อยที่สุดในโลกเลย”
“อร่อยก็กินเยอะๆ ทำไมกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนสักที”
“แม่รู้ไหมว่าหุ่นแบบนี้มีแต่คนอิจฉา”
“น่าอิจฉาตรงไหน หุ่นเหมือนคนขาดสารอาหาร แก้มตอบเชียว แขนขาก็เล็กเหมือนจะไม่มีแรง” แพรพรรณไม่เข้าใจค่านิยมความสวยของคนสมัยนี้เอาซะเลย สมัยเธอผู้หญิงสวยคือรูปร่างสมส่วนมีน้ำมีนวลไม่ใช่ผอมแห้งแคระแกร็น
“หนูก็อยากจะอวบกว่านี้นะแต่กินยังไงมันก็เท่าเดิม” แพรนวลว่าแล้วตักอาหารเข้าปากให้เยอะขึ้น
คุณอาจจะชอบ





