ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กลลวงร้ายซ่อนรัก

กลลวงร้ายซ่อนรัก

หลังค่ำคืนที่แสนเจ็บปวด พี่ภูประกาศชัดว่าจะไม่มีการรับผิดชอบใดๆ พร้อมข่มขู่อัยไม่ให้แพร่งพรายเรื่องนี้แก่ผู้ใหญ่ มิเช่นนั้นเขาจะแฉเรื่องที่เธอเคยโกหกเพื่อจับเขาในอดีตจนทำให้ย่าของเธอต้องผิดหวัง อัยจำต้องยอมจำนนต่อคำขู่และข้อเสนอที่บีบบังคับให้เธอต้องมาปรนเปรอเขาตามต้องการทุกครั้ง แม้เธอจะพยายามโต้กลับว่าแท้จริงแล้วเขาเพียงแค่ติดใจในตัวเธอ แต่ความสัมพันธ์ลับที่เต็มไปด้วยการกดขี่และรอยน้ำตานี้กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ตอน
แชร์

ตอน 2

อัยวา.....

ฉันแอบมองอยู่นานพอสมควรพยายามทำใจให้เย็นไม่เหวี่ยงไม่วีนกับสิ่งที่ได้ยิน

"อ้าวน้องอัยมาพอดีเลยมานี่สิลูก" ป้าพิมพ์คงจะเห็นว่าฉันยืนดูอยู่ก็เลยเดินมาจูงมือฉันแล้วพาไปนั่งข้างๆพี่ภู ยัยนั่นมองมาที่ฉันด้วยสีหน้าไม่พอใจ ต้องเป็นฉันมากกว่าหรือเปล่าที่ไม่พอใจยัยนี่มีสิทธิ์อะไรมานั่งใกล้พี่ภูขนาดนี้

"ภูน้องอัยมาหาน่ะลูก" ป้าพิมพ์บอกพี่ภูแต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจการมาของฉันเลยสักนิด

"ครับ" พี่ภูตอบแค่นั้นจริงๆไม่พูดอะไรกับฉันเลยสักคำแม้แต่หน้าฉันก็ยังไม่ยอมหันมามองแต่กลับคุยกับยัยนั่นต่อ ยัยนั่นก็หันมองมาที่ฉันอีกรอบแล้วยิ้มเยาะใส่ ฉันกำหมัดแน่นด้วยความโกรธและน้อยใจพี่ภูทั้งที่ฉันเป็นว่าที่คู่หมั้นแต่เขากลับไม่สนใจไปสนใจยัยนั่นแทน

"ว่าแต่ตอนนี้เอินเรียนปีไหนแล้ว" น้ำเสียงที่พี่ภูคุยกับยัยนั่นเต็มไปด้วยความเอ็นดูอย่างเห็นได้ชัด

"ปีสองแล้วค่ะพี่ภู เอินลงเรียนบริหารธุรกิจสาขาเดียวกับที่พี่ภูเรียนเลยนะคะ^^" น้ำเสียงออดอ้อนทำให้ฉันอดหมั่นไส้ไม่ได้

"อ่าวเหรอพี่จำได้ว่าเราเคยบอกกับพี่ว่าเราไม่ชอบเรียนบริหารอยากเรียนนิเทศมากกว่าไม่ใช่หรือไง"

"ก็ใช่ค่ะตอนแรกเอินไม่อยากเรียนเพราะคิดว่ามันคงยากเอินหัวไม่ค่อยดีแต่พอรู้ว่าพี่ภูเรียนสาขานี้เอินก็เกิดแรงบันดาลใจค่ะเอินคิดว่าถ้าเอินเรียนจบเอินจะได้ไปช่วยงานพี่ภูที่บริษัทได้ยังไงล่ะคะคุณลุงกับคุณแม่ก็เห็นด้วยมากๆ^^"

"อื้มมมม" 

"พี่ภูอัยมีเรื่องจะคุยด้วยหน่อย" ฉันพูดแทรกขึ้นมาโดยไม่สนใจว่าใครจะมองว่าฉันไร้มารยาท

"มีเรื่องอะไรก็พูดมาตรงนี้" น้ำเสียงที่พี่ภูพูดกับฉันมันช่างต่างกันกับที่คุยกับยัยเอินราวฟ้ากับเหว

"แต่อัยอยากคุยกับพี่แค่สองคนคนอื่นไม่เกี่ยว"  ฉันพูดจงใจให้ยัยนั่นรู้ตัวว่าคนอื่นที่ฉันหมายถึงคือตัวมันเอง

"อัยว่าเอินหรือเปล่า" ฉันโคตรเกลียดเลยกับน้ำเสียงตอแหลของยัยนี่

"............" แต่ฉันไม่ตอบแล้วก็ไม่มองหน้าด้วย

"เอ่อ ถ้าเอินเป็นส่วนเกินเอินกลับก่อนนะคะพี่ภู><"  ยัยนั่นพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยแต่ฉันรู้ดีว่ามันกำลังตอแหลให้พี่ภูเห็นใจมันฉันอยู่กับมันมาตั้งแต่เด็กทำไมฉันจะไม่รู้นิสัยว่ายัยเอินเป็นคนแบบไหน ฉันจะบอกให้ว่าแม่เป็นยังไงลูกก็เป็นอย่างงั้นแล่ะ

"เอินไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นอยู่ที่นี่แล่ะ เดี๋ยวพี่มานะ" พี่ภูยิ้มสดใสให้กับมันก่อนจะหันมามองหน้าฉันด้วยสายตารำคาญอย่างเห็นได้ชัด

"ได้ค่ะพี่ภู^^"   ยัยนั่นหันมายิ้มเยาะใส่ฉันอีกรอบฉันพยายามระงับความโกรธป้าพิมพ์ก็เหมือนจะรู้ว่าตอนนี้ฉันกำลังไม่พอใจท่านรีบเดินมาจับมือฉันไว้แล้วก็ลูบมือฉันเบาๆ เพื่อให้ฉันใจเย็น  พอพี่ภูลุกออกไปฉันก็รีบเดินตามออกมาทันที

"มีอะไรจะพูดก็พูดมาฉันจะออกไปข้างนอก" น้ำเสียงเย็นชาของเขารวมถึงสรรพนามที่เรียกทำให้ฉันอดน้อยใจไม่ได้เลยจริงๆวันนี้ฉันน้อยใจพี่ภูไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้

"พี่จะไปกับใครไปกับยัยนั่นเหรอ"

"............." พี่ภูเงียบไม่ตอบแล้วก็หันหน้าออกไปอีกทางเหมือนเขาไม่อยากมองหน้าฉัน

"พี่ภูอัยถามทำไมไม่ตอบ พี่จะไปกับนังเอินมันใช่ไหม" ฉันดึงแขนพี่ภูเพื่อให้เขาหันหน้ามาคุยกับฉัน

"ถ้าใช่แล้วจะทำไมมีปัญหาอะไร" สายตาที่ส่งมามันเกือบทำให้ฉันร้องไห้ออกมาแต่ฉันก็ต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้

"อัยไม่ให้ไป"

"มีสิทธิ์อะไรมาสั่ง"

"อัยเป็นว่าที่คู่หมั้นพี่นะ"

"ก็แค่ว่าที่ป่ะ ยังไม่ได้หมั้นเพราะฉะนั้นฉันจะไปไหนกับใครมันก็สิทธิ์ของฉันไม่เกี่ยวกับเธอ"

"มีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์อัยไม่สนแต่อัยไม่ยอมพี่ห้ามไปไหนกับมันเด็ดขาด"

"อย่าทำตัวงี่เง่าได้ป่ะวะโคตรน่ารำคาญ"

"พี่ว่าอัยงี่เง่าเหรอ"

"แล้วตรงนี้มีใครอยู่หรือเปล่าล่ะ"

"พี่ภู"

"ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังนิสัยเหมือนเดิมหัดทำตัวให้น่ารักมั่งเผื่อคนอื่นเขาจะได้เอ็นดูไม่ใช่ทำนิสัยแบบนี้"

"ใช่สิอัยมันนิสัยไม่ดีไม่เหมือนยัยนั่นนี่ดีทุกอย่างอัยมันไม่เคยดีเลยในสายตาพี่ภู ใช่ไหม"

"..........."

"อัยถามว่าใช่ไหม"

"เออใช่แล้วไง"

"พี่ภู!!!!" 

"อย่ามาขึ้นเสียงใส่แล้วก็เลิกทำตัวแบบนี้ซักทีรู้หรือเปล่าว่าเธอแม่งโคตรน่ารำคาญ" พูดเสร็จพี่ภูก็เดินกลับเข้าไปในบ้านฉันก็รีบเดินตาม

"ป่ะเอินไปข้างนอกกัน" พี่ภูเดินไปหายัยนั่นแล้วก็จูงมือพากันเดินออกไปฉันรีบเดินเข้าไปขวางทางไม่ยอมให้ไป

"พี่ภูจะพานังลูกเมียน้อยนั่นไปไหนไม่ได้ทัังนัันอัยไม่ให้ไป" 

"เป็นแค่ว่าที่คู่หมั้นไม่ใช่เมียอย่ามาสั่ง" 

"อัยจะสั่งอัยมีสิทธิ์ ส่วนแกนังลูกเมียน้อยแกอย่ามาใกล้พี่ภูนะ ออกไป!!!"  ยัยนั่นยิ้มเยาะฉันเบะปากใส่ฉันทำลอยหน้าลอยตาจนฉันทนไม่ไหวตรงเข้าไปกระชากแขนพี่ภูออกมา

"โอ๊ยพี่ภูเอินเจ็บจังเลยค่ะ><" แต่กลับกลายเป็นยัยนั่นล้มลงไปกองที่พื้นแล้วก็ร้องครวญครางราวกับเจ็บปวดเจียนตายสำออยชัดๆ ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยัยนี่ทำแบบนี้ มันทำแบบนี้มาหลายครั้งแล้วและทุกครั้งก็จะต้องเป็นฉันที่เป็นฝ่ายผิดตลอดเพราะพ่อเข้าข้างสองแม่ลูกนั่นจนบางครั้งฉันก็รู้สึกน้อยใจที่พ่อเชื่อสองแม่ลูกนั่นมากกว่าลูกแท้ๆของตัวเอง

"อย่ามาสำออยให้มากฉันรู้ว่าแกแกล้งล้ม"

"เอินเปล่าสำออยนะก็อัยดึงแขนพี่ภูไปมันเลยทำให้เอินล้ม พี่ภูคะเอินเจ็บขาเดินไม่ไหวค่ะพี่ภูสงสัยขาจะพลิก โอ๊ยเอินเจ็บ ฮือออ ฮือออพี่ภูขาาพี่ภู" พี่ภูกำลังตั้งท่าจะเดินเข้าไปอุ้มมันซึ่งฉันไม่ยอมเป็นอันขาดฉันรีบดึงแขนพี่ภูไว้แต่พี่ภูกลับสะบัดแขนฉันออกอย่างแรงจนฉันเซไปทางด้านหลังโชคดีที่ป้าพิมพ์มาประคองหลังเอาไว้ทันไม่อย่างงั้นฉันคงล้มหัวฟาดพื้นไปแล้ว ฉันยืนมองพี่ภูที่กำลังอุ้มนังเอินขึ้นมาสายตายัยนั่นจ้องมองมาที่ฉันอย่างคนที่เหนือกว่าแล้วมันก็ซบลงไปที่อกของพี่ภูต่อหน้าฉันทำให้ฉันทนไม่ไหว

"พี่ภูปล่อยมันลงเดี๋ยวนี้นะ!!!!นังลูกเมียน้อยแกมันชอบสำออยพี่ภูอย่าไปเชื่อมัน"  

"เลิกโวยวายซักทีได้มั้ยวะ!!!" พี่ภูตะคอกใส่ฉันเสียงดังลั่นบ้าน

"ภูทำไมพูดกับน้องแบบนี้ห๊ะ" ป้าพิมพ์ต่อว่าพี่ภูซึ่งมันยิ่งทำให้พี่ภูโกรธมากกว่าเดิม

"แม่ก็ดีแต่เข้าข้างยัยเด็กนี่ตลอด"

"พี่ภูอย่าว่าป้าพิมพ์นะ" ฉันปกป้องป้าพิมพ์เพราะยอมไม่ได้ที่พี่ภูว่าป้าพิมพ์แบบนี้

"เธอก็เหมือนกันนิสัยก็ไม่ดีชอบดูถูกคนอื่นไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีใครรักไม่มีสนใจชอบเรียกร้องความสนใจรู้บ้างหรือเปล่าว่ามีแต่คนเขาเอือมละอา" ถึงจะเจ็บกับคำพูดของพี่ภูแต่ฉันก็จะไม่ยอมอ่อนแอให้เขาเห็นเป็นอันขาด

"แล้วไงใครแคร์" ฉันพยายามทำเหมือนไม่แคร์แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สายเกินไป สำหรับการอภัยของเขา
8.6
เมื่อชายคนรักขอให้ ‘อรุณา’ บริจาคไตให้แฝดน้องและยอมถอนหมั้นเพื่อให้เธอได้แต่งงานสมใจก่อนตาย ครอบครัวต่างรุมประณามว่าเธอเนรคุณที่ปฏิเสธ โดยหารู้ไม่ว่าห้าปีก่อนเธอคือผู้สละไตให้พ่อตัวจริง แต่ถูกน้องสาววางยาและสวมรอยแย่งความดีไป ทว่าความจริงที่เจ็บปวดกว่าคืออรุณาเหลือไตเพียงข้างเดียวและกำลังป่วยหนักมีชีวิตได้อีกไม่กี่เดือน เมื่อถูกบีบคั้นจนถึงที่สุด เธอจึงตัดสินใจเซ็นสัญญาสละชีวิตเพื่อจบสิ้นทุกพันธนาการที่ไร้ค่านี้เสียที
หน้าปกนวนิยาย กลรักเล่ห์การันต์
8.8
เมื่อความผิดพลาดเพียงคืนเดียวทำให้ปาลิน มิจฉาชีพสาวฝีมือดีต้องตกหลุมพรางของลูกค้าจอมปลอม เธอถูกบีบให้ทำสัญญาทาสกับชายแปลกหน้าผู้มั่งคั่ง เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของเขาที่อยากพิสูจน์ว่าเงินคือสิ่งที่บันดาลได้ทุกอย่างในโลกใบนี้ แม้เธอจะกังวลเรื่องสถานะลับๆ แต่เขากลับยืนยันว่านี่คือข้อตกลงทางธุรกิจที่ไร้ซึ่งความรักและการผูกมัด โดยเขาสามารถเลี่ยงการแต่งงานที่แสนน่าเบื่อได้ ในขณะที่เธอก็ได้รับผลประโยชน์มหาศาลเป็นการตอบแทนในฐานะคู่สัญญาเพียงคนเดียวของเขา
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีในชีวิตคู่ สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากทาส จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกเพื่อหลีกทางให้คนรักเก่าของเขา เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในตอนที่สเตลล่ากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับเกิดความหึงหวงจนคลุ้มคลั่งและพยายามเข้ามาแทรกแซงชีวิตเธออีกครั้ง แต่คราวนี้สเตลล่าเลือกที่จะตอกกลับอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องอิสระและหัวใจของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย Tour der Love คู่มือหัวใจ ฉบับเที่ยวปารีส
7.8
ลุค โมเรล ได้เรียนรู้ว่าไม่มีคำแนะนำใดในโลกออนไลน์ที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เขาตกหลุมรักไกด์สาวท้องถิ่นได้ ทันทีที่เขาเดินทางถึงปารีสและได้พบกับหญิงสาวในชุดโค้ตสีแดงผู้มาพร้อมกับรอยยิ้มอันสดใสและป้ายนำเที่ยวในมือ หัวใจของเขาก็ถูกขโมยไปในทันที เรื่องราวความรักฉบับนอร์มัลท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกของเมืองแห่งแสงสีเริ่มต้นขึ้นเมื่อความประทับใจแรกพบเปลี่ยนโลกทั้งใบของเขาไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย แด๊ดดี้คนเลว
7.8
เมื่อเด็กสาวผู้ไร้เดียงสาถูกรับมาเลี้ยงดูในฐานะลูกบุญธรรมโดยกลุ่มมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลทั้งสามคน ท่ามกลางความหรูหราและอำนาจมืดกลับมีความลับดำมืดซ่อนอยู่ภายใต้ความสัมพันธ์แบบสี่คนนี้ เหล่าพ่อบุญธรรมไม่ได้มีเพียงความเมตตาให้เธอเท่านั้น แต่ทุกคนต่างมีแผนการบางอย่างที่ปิดบังไว้และมีจุดประสงค์แอบแฝงที่รอคอยเวลาเปิดเผยออกมาในวังวนแห่งความรักที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและอันตรายของโลกมาเฟียยุคใหม่
หน้าปกนวนิยาย ทวงรักเมียแต่ง
8.0
เมื่อความรักไม่ได้เป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์ แต่คือพันธนาการจากการคลุมถุงชนที่ถูกกำหนดขึ้นด้วยเหตุผลทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว ท่ามกลางผลประโยชน์มหาศาลของสองครอบครัวที่บีบบังคับให้คนสองคนต้องเข้าสู่พิธีวิวาห์โดยไร้ซึ่งความรู้สึก การใช้ชีวิตคู่บนพื้นฐานของความเย็นชาจึงเริ่มต้นขึ้น แม้สถานะทางสังคมจะดูสมบูรณ์แบบเพียงใด แต่ในความเป็นจริงแล้วหัวใจของทั้งคู่กลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง จนดูเหมือนว่าไม่มีทางเลยที่ความผูกพันจะเกิดขึ้นได้ในชีวิตแต่งงานครั้งนี้