
สวาทลวงดวงใจไร้รัก
ตอน 3
เมื่ออยู่ตามลำพัง สิ่งแรกที่อลิมาหยิบออกมาจากกระเป๋าสัมภาระก็คือรูปถ่ายแม่กับเธอซึ่งถ่ายร่วมกันเมื่อปีก่อน ในตอนนั้นแม่หน้าตายังสดใส รอยยิ้มยังชื่นบาน ก่อนชีวิตเธอต้องประสบกับข่าวร้ายว่าแม่ป่วยเป็นมะเร็งระยะที่สอง แล้วแม่ก็จากเธอไปอย่างไม่มีวันกลับเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน
คิดถึงอดีต ความรักความห่วงใย สายสัมพันธ์ของแม่ลูกแล้วน้ำตาของอลิมาก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ตอนนี้เธอเป็นคนไร้บ้าน มีพ่อก็เหมือนไม่มีเพราะตั้งแต่จำความได้ เจอหน้าพ่อนับครั้ง พ่อไม่ค่อยสนใจไยดีเธอตั้งแต่เลิกกับแม่ เงินที่ส่งถึงก็น้อยนิดและนานครั้งถึงจะส่งให้ แต่ครั้งนี้ก็นับว่าเป็นบุญคุณครั้งใหญ่ที่พ่อไปรับตัวเธอและพามาฝากไว้กับคุณครองขวัญ
อลิมาวางรูปของแม่ลงบนหมอนที่ยังไม่ได้ใส่ปลอก ชุดเครื่องนอนยังถูกวางไว้รอให้เธอเปลี่ยนและจัดห้องนี้ให้เป็นห้องของเธอ มีตู้เสื้อผ้าและโต๊ะหนังสืออยู่อีกฟากหนึ่งของห้อง คุณครองขวัญบอกว่าจะหาโทรทัศน์เครื่องเล็กมาให้ เพราะเกรงเธอจะเหงานั่นยิ่งทำให้เธอซาบซึ้งน้ำใจของนายผู้หญิงมาก
ระหว่างนั่งคิดว่าจะจัดห้องอย่างไรนั้นเอง เสียงจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น อลิมากดรับสายนั้นทันทีที่รู้ว่าคนปลายสายคือใคร
“เป็นไงบ้าง พออยู่ได้หรือเปล่า” น้ำเสียงของคนเป็นพ่อนั้นแฝงด้วยความห่วงใยจนอลิมารับรู้ได้ หญิงสาวยิ้ม รู้สึกถึงความอิ่มอุ่นในใจทันที
“ผึ้งอยู่ได้จ้ะพ่อ คุณขวัญใจดี”
“แล้วเจอคุณเดียวหรือยัง”
“เจอแล้วจ้ะ”
“เป็นไง”
“เขาขู่ว่าถ้าทำตัวไม่ดี จะไล่ผึ้งออก”
เสียงถอนหายใจของพ่อดังพอให้ได้ยิน “คุณเดียวเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ก็เป็นคนมีเหตุมีผลนะ ถ้าไม่แย่จริงๆ คุณเดียวไม่เคยไล่ใครออก พ่อเชื่อว่าถ้าผึ้งทำตัวดีๆ จะอยู่ได้”
“ผึ้งจะพยายามจ้ะพ่อ”
“โอ๊ย...ถ้ากลัวมันไล่ออกก็เอามันเป็นผัวเลยสิ ทำให้มันรักมันหลง ขี้คร้านมันจะติดใจ” เสียงของเมียใหม่พ่อแทรกเข้ามาในบทสนทนา
ความคิดสกปรก!
การเป็นผัวเมียกันมันทำได้ง่ายขนาดนั้นเลยหรือ อลิมาหมิ่นแคลนความคิดน่าขยะแขยงของแม่เลี้ยง เพราะถ้าเธอจะเป็นเมียใครสักคน เขาคนนั้นต้องรักเธอ และเธอก็ต้องรักเขา
สักพักอลิมาก็ได้ยินเสียงพ่อตำหนิเบาๆ กับคนที่อยู่ข้างตัว “ความคิดอุบาทว์”
ก่อนน้ำเสียงที่ใช้พูดกับเธอจะกลับมาเป็นปรกติอีกครั้ง “ถ้าได้ยินอะไรเมื่อกี้ อย่าไปใส่ใจ พ่อมั่นใจว่าแกจะอยู่บ้านคุณขวัญกับคุณเดียวได้อย่างมีความสุข คุณขวัญก็รับปากแล้วนี่เรื่องจะให้ไปเรียนมหาลัย”
“จ้ะพ่อ...อาจจะปีหน้าหรือไม่ก็ปีถัดไป ให้ผึ้งเก็บเงินก่อน” การเรียนทำให้อลิมามีความหวัง การเรียนมหาวิทยาลัยเป็นความฝันของแม่กับเธอ
“แล้วพ่อจะแวะไปหาบ่อยๆ”
“ไปหาเฉยๆ นะไม่ใช่เอาเงินไปให้ด้วย จบมอหกแล้วจะยังเรียนอะไรอีก เป็นคนใช้เขาจำเป็นต้องเรียนสูงๆ ด้วยเหรอ เงินเดือนที่ได้ก็รู้จักแบ่งให้พ่อใช้ด้วย เรื่องตอบแทนบุญคุณน่ะอย่าลืม” ยังคงมีเสียงของแม่เลี้ยงแทรกเข้ามา แต่คราวนี้มันเสียงดัง รัวและเร็วกว่าเก่า
แล้วพ่อของเธอก็วางสาย ก่อนสัญญาณจะตัดขาด อลิมาแว่วได้ยินเสียงกระทบกระทั่งด่าทอของคู่ผัวเมียที่ได้ชื่อว่าพ่อบังเกิดเกล้าและแม่เลี้ยงอีกหลายประโยค
หญิงสาวดีใจที่พ่อโทร.หา แต่ก็ไม่ต้องการให้พ่อลำบากใจ เรื่องเงินเดือนที่ได้ อลิมาตั้งใจแล้วว่าจะแบ่งให้พ่อส่วนหนึ่ง ถึงเขาไม่ได้เลี้ยงดูเธอ แต่พ่อก็คือพ่อ ตอบแทนบุญคุณพ่อได้บ้างเธอก็อยากทำ
อลิมาเริ่มจัดห้องด้วยการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนและใส่ปลอกหมอน เสร็จแล้วก็เอาเสื้อผ้าที่มีอยู่ไม่กี่ชุดเก็บเข้าตู้ เธอมีหนังสือนิยายและหนังสือความรู้นอกเวลาอีกหนึ่งลังที่ขนมาจากบ้านเช่าหลังเก่า จึงจัดวางไว้บนโต๊ะ ใช้เวลาไม่นานนัก ข้าวของก็เข้าที่เข้าทาง ก่อนเปิดตู้หยิบผ้าเช็ดตัว ชุดนอนและของใช้เพื่อเตรียมตัวออกไปอาบน้ำ คุณครองขวัญอนุญาตให้เธอใช้ห้องน้ำชั้นล่างได้
คุณอาจจะชอบ





