
ทัณฑ์รักจากจอมมาร
ตอน 2
แค่คิดว่าได้ครอบครองหญิงตรงหน้า ฟรองซัวร์ก็แทบสำลักความสุขเสียแล้ว
“เมรีอายุ23 ปีค่ะ” เมรีตอบและก้มหน้าหลบสายตาคมดุ
เธอเคยแต่ได้ยินชื่อของฟรองซัวร์ เขาเป็นทายาทมาร์เซย์ แต่เมรียังไม่เคยเห็นตัวจริงตัวเป็นๆ เธอได้แต่แอบมองอยู่ไกลๆ ด้วยความเจียมตัว ตระกูลมาร์เซย์เป็นเจ้าของแบรนด์เนมเสื้อชื่อดังติดอันดับต้นๆ ในวงการแฟชั่น ผู้กุมบังเหียนคือฟรองซัวร์ หนุ่มรูปงาม ผู้มากความสามารถคนนี้เอง
“เรียนจบแล้วหรือยังล่ะ ซาร่าเคยบอกไว้น่ะว่าเธอกำลังเรียนอยู่” ฟรองซัวร์กลั้นใจถาม เขาข่มความรู้สึกรุ่มร้อน และเริ่มคิดหาวิธีครอบครองหญิงตรงหน้า
“ยังค่ะ เหลืออีกสองเดือนเมรีก็จะจบแล้วค่ะ” เมรีตอบเสียงสั่นพร่า
“งั้นรึ แล้วเธอจะทำไงต่อล่ะ ซาร่าไม่อยู่แล้วแบบนี้” ฟรองซัวร์กระหยิ่มในใจ เขาเห็นความเศร้าในดวงตาสาวน้อย ช่องทางที่จะได้ครอบครองสาวน้อยตรงหน้า ไม่น่าจะยาก… เมื่อเมรีไร้คนดูแล และคงไม่น่าจะรอดมือเขาไปได้ เมื่อนั่นคือสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการ ตาสีเขียวมรกตเปล่งประกายแรงโลด มีรอยยิ้มสมใจแต้มมุมปาก
“…” เมรีไม่ได้ตอบคำถาม น้ำตาไหลพรูหล่นลงหลังมือจนเปียกชุ่ม ชายหนุ่มยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
“เช็ดซะ ฉันไม่ชอบน้ำตาผู้หญิง เธออยู่ที่นี่ต่อจนกว่าจะเรียนจบก็ได้ ฉันจะออกค่าใช้จ่ายที่เหลือให้เอง ถือว่าตอบแทนซาร่า ที่คอยดูแลฉันอย่างดีมาตลอด” เมรีเงยหน้ามองชายสูงศักดิ์ตรงหน้าด้วยความซาบซึ้ง ชื่นชม
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ” เมรียกมือไหว้ปรกๆ เอ่ยขอบคุณเสียงพร่า ยกผ้าเช็ดหน้าหอมอ่อนๆ เช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าอย่างยินดี เธอฝืนยิ้มให้เจ้านายของแม่ ทั้งที่ริมฝีปากอิ่มยังสั่นระริกเพราะกลั้นเสียงสะอื้นไว้ มันเป็นน้ำตาแห่งความยินดี ยังมีคนใจดีเมตตาตนเอง
“ฉันหมดธุระกับเธอแล้วล่ะ เธอกลับไปเถอะ ไว้เธอเรียนจบเมื่อไหร่เราค่อยมาคุยกันถึงเรื่องนี้อีกที” ฟรองซัวร์อนุญาตให้เมรีกลับไปพัก เขาหลุบเปลือกตาลงปิดบังประกายตาร้อนแรง
เมรีทรงตัวลุกขึ้นยืน เธอไม่ได้ตัวเล็กอย่างที่เขาคิด คงเป็นชาติกำเนิดและเชื้อพันธุ์ชีวิต เธอเลยดูตัวเล็กบอบบาง เมื่อเทียบกับผู้หญิงในฝั่งยุโรป เรือนกายอรชรทูกใจฟรองซัวร์ เขาแอบสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่รวยรินออกมาจากคนตรงหน้า เมื่อเมรีขยับตัวเบาๆ เขาชอบกลิ่นแบบนี้มากกว่ากลิ่นน้ำหอมชั้นนำที่มีเกลื่อนเมือง และสาวๆ นิยมใช้
เมรีเดินออกไปจากห้อง ฟรองซัวร์มองตามเขาถอนใจแรงๆ แปลกใจนิดๆ กับความผิดปกติของตัวเอง เกิดปฏิกริยารุนแรงกับผู้หญิงที่เพิ่งพบหน้า เนื้อตัวเต้นยุบยับ เหมือนสัตว์ตัวผู้ที่ถึงฤดูผสมพันธุ์!!
“คุณท่านต้องการอะไรเพิ่มไหมครับ” บัตเลอร์วัยชราที่รับใช้ตระกูลมาร์เซย์มาตั้งแต่รุ่นเก่า กระซิบถามเสียงสำรวม
ฟรองซัวร์ปรือตามอง “หาห้องให้เมรีอยู่ใหม่ด้วย เอาที่โปร่งๆ สบายหน่อยไม่แออัดเกินไป แยกออกมาอยู่เสียในตึกนี่เลยก็ได้ ช่วยจัดการให้ด้วยนะ”
“ครับนายท่าน…”
“มารายงานฉันด้วยล่ะ…” ฟรองซัวร์เปรยบอก เมื่อบัตเลอร์ชราถอยหลังออกไป แววตาของคนโตกว่ามีร่องรอยความกังวลจนเห็นได้ชัด
ความเป็นอยู่ของเมรีดีขึ้นกว่าก่อน คงเป็นเพราะไม่ต้องประหยัดเหมือนตอนที่เดินทางมาถึงฝรั่งเศสใหม่ๆ ตอนนั้นมารดาของเธอต้องประหยัดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เพราะแค่ค่าเดินทางของเมรีก็ต้องใช้เวลาเก็บอยู่นาน ไหนจะค่าเล่าเรียนของเมรีอีก ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ทำให้เธอโหมทำงานหนักเพิ่มขึ้น สะสมทุกบาททุกสตางค์เพื่อให้บุตรสาวเพียงคนเดียวได้มาอยู่ด้วยกัน ฟรองซัวร์ออกค่าใช้จ่ายให้เมรีจนเหลือเฟือ แต่เพราะเคยประหยัดจนเคยตัว เมรีก็ยังคงทำตัวเหมือนเดิม จนสาวใช้ในบ้านคลายความริษยาลง หลายคนแอบอิจฉาในความโชคดีของเมรี เธอได้รับโอกาสดีๆ เจ้าของคฤหาสน์หนุ่มรูปหล่อ
เริ่มต้นวันใหม่ของทุกวัน เมรีจะเข้าไปช่วยเอสก้าทำงานในครัว จนสาวใหญ่ผู้นั้นรักและเอ็นดูเมรีเหมือนเป็นลูกหลาน นางสอนเมรีเรื่องการทำอาหาร และขนมอบให้เมรีหลายอย่าง จนเธอคลายความเศร้า ก่อนจะออกไปเรียนเมรีสาละวนช่วยทำงานอย่างแข็งขัน ไม่สนใจว่าจะถูกเหน็บจากคนรอบตัวมากเพียงใด เธอยิ้มรับโดยไม่โกรธ เมรีจึงเป็นที่รักใคร่ของคนในบ้าน แต่ก็เป็นแค่ชนชั้นแรงงานเท่านั้นที่พอใจ กับประมุขของคฤหาสน์มาร์เซย์ โซเฟีย ไม่เคยชอบหน้าหญิงอาภัพผู้นี้เลย นางเล็งเห็นอนาคตได้อย่างชัดเจน หญิงผู้นั้นงดงามผิดจากคนธรรมดาทั่วๆ ไป ประกายบางอย่างในตัวเมรีเป็นที่แตะตา ใบหน้าหวานงดงามฉ่ำหวานและคงจะต้องตาฟรองซัวร์ไม่ใช่น้อย บุตรชายของนางถึงได้กางปีกอุ้ม อุปการะส่งเสียเมรีให้เรียนต่อจนจบ
แค่คิดว่าได้ครอบครองหญิงตรงหน้า ฟรองซัวร์ก็แทบสำลักความสุขเสียแล้ว
“เมรีอายุ23 ปีค่ะ” เมรีตอบและก้มหน้าหลบสายตาคมดุ
เธอเคยแต่ได้ยินชื่อของฟรองซัวร์ เขาเป็นทายาทมาร์เซย์ แต่เมรียังไม่เคยเห็นตัวจริงตัวเป็นๆ เธอได้แต่แอบมองอยู่ไกลๆ ด้วยความเจียมตัว ตระกูลมาร์เซย์เป็นเจ้าของแบรนด์เนมเสื้อชื่อดังติดอันดับต้นๆ ในวงการแฟชั่น ผู้กุมบังเหียนคือฟรองซัวร์ หนุ่มรูปงาม ผู้มากความสามารถคนนี้เอง
“เรียนจบแล้วหรือยังล่ะ ซาร่าเคยบอกไว้น่ะว่าเธอกำลังเรียนอยู่” ฟรองซัวร์กลั้นใจถาม เขาข่มความรู้สึกรุ่มร้อน และเริ่มคิดหาวิธีครอบครองหญิงตรงหน้า
“ยังค่ะ เหลืออีกสองเดือนเมรีก็จะจบแล้วค่ะ” เมรีตอบเสียงสั่นพร่า
“งั้นรึ แล้วเธอจะทำไงต่อล่ะ ซาร่าไม่อยู่แล้วแบบนี้” ฟรองซัวร์กระหยิ่มในใจ เขาเห็นความเศร้าในดวงตาสาวน้อย ช่องทางที่จะได้ครอบครองสาวน้อยตรงหน้า ไม่น่าจะยาก… เมื่อเมรีไร้คนดูแล และคงไม่น่าจะรอดมือเขาไปได้ เมื่อนั่นคือสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการ ตาสีเขียวมรกตเปล่งประกายแรงโลด มีรอยยิ้มสมใจแต้มมุมปาก
“…” เมรีไม่ได้ตอบคำถาม น้ำตาไหลพรูหล่นลงหลังมือจนเปียกชุ่ม ชายหนุ่มยื่นผ้าเช็ดหน้าให้
“เช็ดซะ ฉันไม่ชอบน้ำตาผู้หญิง เธออยู่ที่นี่ต่อจนกว่าจะเรียนจบก็ได้ ฉันจะออกค่าใช้จ่ายที่เหลือให้เอง ถือว่าตอบแทนซาร่า ที่คอยดูแลฉันอย่างดีมาตลอด” เมรีเงยหน้ามองชายสูงศักดิ์ตรงหน้าด้วยความซาบซึ้ง ชื่นชม
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ” เมรียกมือไหว้ปรกๆ เอ่ยขอบคุณเสียงพร่า ยกผ้าเช็ดหน้าหอมอ่อนๆ เช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าอย่างยินดี เธอฝืนยิ้มให้เจ้านายของแม่ ทั้งที่ริมฝีปากอิ่มยังสั่นระริกเพราะกลั้นเสียงสะอื้นไว้ มันเป็นน้ำตาแห่งความยินดี ยังมีคนใจดีเมตตาตนเอง
“ฉันหมดธุระกับเธอแล้วล่ะ เธอกลับไปเถอะ ไว้เธอเรียนจบเมื่อไหร่เราค่อยมาคุยกันถึงเรื่องนี้อีกที” ฟรองซัวร์อนุญาตให้เมรีกลับไปพัก เขาหลุบเปลือกตาลงปิดบังประกายตาร้อนแรง
เมรีทรงตัวลุกขึ้นยืน เธอไม่ได้ตัวเล็กอย่างที่เขาคิด คงเป็นชาติกำเนิดและเชื้อพันธุ์ชีวิต เธอเลยดูตัวเล็กบอบบาง เมื่อเทียบกับผู้หญิงในฝั่งยุโรป เรือนกายอรชรทูกใจฟรองซัวร์ เขาแอบสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่รวยรินออกมาจากคนตรงหน้า เมื่อเมรีขยับตัวเบาๆ เขาชอบกลิ่นแบบนี้มากกว่ากลิ่นน้ำหอมชั้นนำที่มีเกลื่อนเมือง และสาวๆ นิยมใช้
เมรีเดินออกไปจากห้อง ฟรองซัวร์มองตามเขาถอนใจแรงๆ แปลกใจนิดๆ กับความผิดปกติของตัวเอง เกิดปฏิกริยารุนแรงกับผู้หญิงที่เพิ่งพบหน้า เนื้อตัวเต้นยุบยับ เหมือนสัตว์ตัวผู้ที่ถึงฤดูผสมพันธุ์!!
“คุณท่านต้องการอะไรเพิ่มไหมครับ” บัตเลอร์วัยชราที่รับใช้ตระกูลมาร์เซย์มาตั้งแต่รุ่นเก่า กระซิบถามเสียงสำรวม
ฟรองซัวร์ปรือตามอง “หาห้องให้เมรีอยู่ใหม่ด้วย เอาที่โปร่งๆ สบายหน่อยไม่แออัดเกินไป แยกออกมาอยู่เสียในตึกนี่เลยก็ได้ ช่วยจัดการให้ด้วยนะ”
“ครับนายท่าน…”
“มารายงานฉันด้วยล่ะ…” ฟรองซัวร์เปรยบอก เมื่อบัตเลอร์ชราถอยหลังออกไป แววตาของคนโตกว่ามีร่องรอยความกังวลจนเห็นได้ชัด
ความเป็นอยู่ของเมรีดีขึ้นกว่าก่อน คงเป็นเพราะไม่ต้องประหยัดเหมือนตอนที่เดินทางมาถึงฝรั่งเศสใหม่ๆ ตอนนั้นมารดาของเธอต้องประหยัดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เพราะแค่ค่าเดินทางของเมรีก็ต้องใช้เวลาเก็บอยู่นาน ไหนจะค่าเล่าเรียนของเมรีอีก ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ทำให้เธอโหมทำงานหนักเพิ่มขึ้น สะสมทุกบาททุกสตางค์เพื่อให้บุตรสาวเพียงคนเดียวได้มาอยู่ด้วยกัน ฟรองซัวร์ออกค่าใช้จ่ายให้เมรีจนเหลือเฟือ แต่เพราะเคยประหยัดจนเคยตัว เมรีก็ยังคงทำตัวเหมือนเดิม จนสาวใช้ในบ้านคลายความริษยาลง หลายคนแอบอิจฉาในความโชคดีของเมรี เธอได้รับโอกาสดีๆ เจ้าของคฤหาสน์หนุ่มรูปหล่อ
เริ่มต้นวันใหม่ของทุกวัน เมรีจะเข้าไปช่วยเอสก้าทำงานในครัว จนสาวใหญ่ผู้นั้นรักและเอ็นดูเมรีเหมือนเป็นลูกหลาน นางสอนเมรีเรื่องการทำอาหาร และขนมอบให้เมรีหลายอย่าง จนเธอคลายความเศร้า ก่อนจะออกไปเรียนเมรีสาละวนช่วยทำงานอย่างแข็งขัน ไม่สนใจว่าจะถูกเหน็บจากคนรอบตัวมากเพียงใด เธอยิ้มรับโดยไม่โกรธ เมรีจึงเป็นที่รักใคร่ของคนในบ้าน แต่ก็เป็นแค่ชนชั้นแรงงานเท่านั้นที่พอใจ กับประมุขของคฤหาสน์มาร์เซย์ โซเฟีย ไม่เคยชอบหน้าหญิงอาภัพผู้นี้เลย นางเล็งเห็นอนาคตได้อย่างชัดเจน หญิงผู้นั้นงดงามผิดจากคนธรรมดาทั่วๆ ไป ประกายบางอย่างในตัวเมรีเป็นที่แตะตา ใบหน้าหวานงดงามฉ่ำหวานและคงจะต้องตาฟรองซัวร์ไม่ใช่น้อย บุตรชายของนางถึงได้กางปีกอุ้ม อุปการะส่งเสียเมรีให้เรียนต่อจนจบ
คุณอาจจะชอบ




![หน้าปกนวนิยาย ร้ายริษยา [Jealous]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/8d7768625001834806825087462/fEcHlDditOcA.webp!15491.webp)
