ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สิงหราชคนใจร้าย

สิงหราชคนใจร้าย

ลินินต้องเผชิญกับสถานการณ์บีบคั้นที่ทำให้เธอไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากยอมลดตัวลงไปเป็นเพียงคู่นอนของสิงหราช ชายหนุ่มผู้มีนิสัยโหดร้ายและไร้ความเมตตาอย่างที่สุด การตัดสินใจที่แสนขมขื่นในครั้งนี้มีเพียงเหตุผลเดียวคือเพื่อทดแทนบุญคุณของผู้ที่เคยชุบเลี้ยงและให้ที่พักพิงแก่เธอมาโดยตลอด แม้จะต้องแลกด้วยศักดิ์ศรีและความเจ็บปวดจากการปรนนิบัติคนใจดำเช่นเขา เธอก็จำต้องยอมกล้ำกลืนฝืนทนต่อสู้กับความใจร้ายนั้นเพื่อรักษาพันธะแห่งความกตัญญูที่มีต่อผู้มีพระคุณให้ถึงที่สุด
ตอน
แชร์

ตอน 3

แกร๊ก!

เสียงของประตูห้องนอนที่ถูกปิดสนิทลงทันทีที่สิงหราชเปิดประตูออกไป

".........." ลินินที่เห็นแบบนั้นก็รีบเหวี่ยงขาทั้งสองข้างลงจากเตียงนอนอย่างรวดเร็ว เธอเดินไปคว้าชุดนอนที่ตกอยู่ที่พื้นมาสวมใส่ ก่อนที่จะเดินตรงไปที่ประตูห้องจัดการล็อคประตูห้องอย่างรวดเร็ว

เพราะกลัวว่าสิงหราชคนใจร้ายจะกลับมาเข้ามาในห้องของเธออีก หลังจากที่จัดการล็อคประตูห้องเรียบร้อยแล้วก็เดินกลับมาที่เตียงนอนของตัวเอง

ร่างเล็กทิ้งตัวลงไปกับที่นอนอย่างหมดเรี่ยวแรง ก่อนที่จะพลิกตัวนอนตะแคงกอดตัวเองเอาไว้

น้ำตาสีใสที่เหือดแห้งไปก่อนหน้านี้กลับไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่สิงหราชคนใจร้ายพึ่งทำไว้กับเธอ

"ทำไมถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้" ลินินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสะอื้น

ดวงตากลมโตที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาค่อยๆปิดสนิทลง พลางนึกถึงเรื่องราวเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน เรื่องราวที่ทำให้เธอกับแม่ของเธอต้องย้ายเข้ามาในคฤหาสน์แห่งนี้

จุดเริ่มต้นมันเกิดในวันนั้น วันที่เด็กจบใหม่อย่างเธอออกไปสมัครงาน แล้วกลับมาบ้านก็พบว่าผู้เป็นแม่หมดสติอยู่ที่พื้น ในมือกำรูปชายหนุ่มรุ่นลูกคนหนึ่งซึ่งเธอก็รู้ดีว่าผู้เป็นแม่รักคนๆนั้นสุดหัวใจเอาไว้

ตอนนั้นเธอตกใจมาก ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่พอตั้งสติได้ก็รีบโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลมารับโฉมฉายผู้เป็นแม่ ถึงได้รู้ความจริงบ้างอย่างที่ผู้เป็นแม่ปิดเอาไว้

"แม่คะ...ฮึก ทำไมแม่ไม่บอกนินคะ ทำไมไม่บอกว่าแม่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย" ลินินจับมือของโฉมฉายเอาไว้ด้วยหัวใจที่ปวดร้าวพร้อมกับเอ่ยถามทั้งน้ำตา ขณะที่โฉมฉายนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยด้วยใบหน้าซีดเซียว

ทว่าโฉมฉายก็ยังไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาประตูห้องก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง และนั่นก็ทำให้โฉมฉายและลินินหันไปมองอย่างพร้อมเพรียง ก็ปรากฏร่างชายสูงวัยคนหนึ่งนั่นก็คือพิพัฒน์

"คุณลุง!" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจซึ่งไม่ต่างจากโฉมฉายที่ดูตกใจเหมือนกันกับเธอ

"คุณ!" โฉยฉายเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

"คุณจะปกปิดผมไปอีกนานเท่าไหร่โฉม ต้องรอให้ถึงวันสุดท้ายก่อนเลยหรือไง คุณยังเห็นผมเป็นผัวอยู่ไหมโฉม?" พิพัฒน์พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจและโกรธ

เขาสาวเท้าเดินตรงมาหาโฉมฉายที่เตียงผู้ป่วย ซึ่งลินินก็ยันตัวลุกจากเก้าอี้เบี่ยงตัวหลบให้พิพัฒน์ได้นั่งคุยกับโฉมฉาย แล้วพาตัวเองมานั่งที่โซฟาที่อยู่ภายในห้องพิเศษของโรงพยาบาล

"โฉมทำไมคุณไม่บอกผม ทำไมต้องให้ผมรู้เอง ผมจะบ้าตายอยู่แล้วนะโฉม" ทันทีที่พิพัฒน์หย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ก็ขว้ามือโฉมฉายเข้ามาจับพร้อมกับเอ่ยพูดทั้งน้ำตา

"โฉมขอโทษค่ะ โฉมก็เพิ่งรู้เมื่อไม่นานนี้เอง" โฉมฉายพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ค่อยๆเอี้ยวตัวยื่นมือข้างที่ยังว่างใช้ปลายนิ้วค่อยๆเช็ดน้ำตาให้กับผู้เป็นสามี

"แล้วทำไมไม่รีบบอกผม"

"โฉมไม่อยากบอกให้คุณเครียดนี่คะ อีกอย่างโฉมก็ทำใจแล้ว อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดค่ะ"

"ผมทำใจไม่ได้หรอกนะโฉม คุณต้องอยู่อย่างลำบาก ผมไม่เคยชดใช้อะไรให้คุณเลย" พิพัฒน์เอ่ยทั้งน้ำตา คำพูดของเขาแสดงถึงความอัดอั้นที่อยู่ในใจ

ทั้งที่รักจนสุดหัวใจ แต่ก็แทบไม่มีเวลาได้อยู่ด้วยกัน เพราะเขาเองก็มีหน้าที่หลายบทบาท แถมงานก็ยังรัดตัว

"โฉมไม่ต้องการอะไรจากคุณค่ะ โฉมเคยบอกกับคุณหลายครั้งแล้ว ถ้าโฉมเป็นไรไปฝากดูลูกด้วยนะคะ" โฉมฉายยังคงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

แต่คำว่าลูกที่โฉมฉายพูดออกมานั้นไม่ได้หมายถึงลินินเพียงคนเดียว

"ไม่นะโฉมคุณต้องไม่เป็นอะไร ไปอยู่ที่บ้านกับผมนะโฉม ผมจะดูแลคุณเอง อย่ามัวชักช้าอีกเลยนะ ผมรู้คุณอยากเห็นเขา อยากสัมผัส อยากกอดเขา อยากอยู่ใกล้ๆเขาไม่ใช่เหรอโฉม ผมว่ามันควรจะถึงเวลานั้นได้แล้ว อย่ารออีกเลย"

"อย่าเลยค่ะ โฉมไม่อยาก....." โฉมฉายยังพูดไม่ทันจบประโยคพิพัฒน์ที่รู้ว่าเมียจะปฏิเสธก็ขัดขึ้นทันที

"ผมไม่ยอมแล้วนะโฉม ถ้าคุณไม่ยอมไปอยู่กับผมที่บ้าน ทุกอย่างที่ผมรับปากคุณเอาไว้ผมจะเปิดเผยมันออกมาให้หมด"

"อย่านะคะ!" โฉมฉายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดัง

"งั้นก็ไปอยู่กับผมที่บ้าน เอาหนูนินไปด้วย ไปกันทั้งสองคนนี่แหละ"

คำพูดของพิพัฒน์ทำเอาโฉมฉายเงียบไปคู่ใหญ่ สุดท้ายแล้วเธอก็หันไปมองลินินที่รู้เรื่องทุกอย่าง และยังคงฟังผู้ใหญ่ทั้งสองคนอย่างเงียบๆ

"นินจะว่าอะไรไหมถ้าแม่...."

"แม่อยู่ที่ไหน นินก็จะอยู่ที่นั่นค่ะ แม่ไม่ต้องกังวลเลย" ลินินกระพริบตาถี่ๆไล่น้ำตาให้ไหลออกมาจากดวงตาสวย

หลังจากที่รู้ว่าโฉมฉายเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายและอาจจะอยู่ได้ไม่เกิน5เดือน เธอก็ปฏิญาณกับตัวเองเอาไว้ในใจ ว่าต่อไปนี้จะทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนบุญคุณโฉมฉาย ไม่ว่าอะไรที่จะทำให้โฉมฉายมีความสุขเธอจะทำให้ทุกอย่าง

"ขอบใจนะลูก" โฉมฉายเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

"หนูลินินก็ตกลงแล้ว ไปอยู่ที่บ้านกับผมได้แล้วใช่ไหมโฉม ไปอยู่บ้านกับผมนะ" พิพัฒน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงมีความหวัง

"จะให้โฉมไปอยู่ด้วยจริงๆเหรอคะ คือว่าโฉมกลัว..."

"ทั้งสามคนนั้นโตกันหมดแล้วนะโฉม ตาใหญ่ก็35เข้าไปแล้วนะ ส่วนเจ้าคู่แฝดนั้นก็33แล้ว คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก"

"............" โฉมฉายฟังที่พิพัฒน์พูดก็ขบคิดอยู่ครู่ใหญ่ บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายในชีวิตเธอแล้วก็ได้ "ตกลงค่ะ โฉมจะไปอยู่กับคุณ"

"ผมดีใจที่สุดเลยโฉม ในที่สุดคุณก็ยอมไปอยู่กับผมแล้ว" พิพัฒน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจพุ่งตัวจะไปกอดคนที่นอนอยู่บนเตียงอย่างโฉมฉาย ทว่าก็โดนผลักเอาไว้ซะก่อน

"อายลูกบ้างสิคะ ลินินนั่งอยู่ตรงนั้นนะ" คำพูดของโฉมฉายทำให้พิพัฒน์หันกลับไปมองลินิน ซึ่งลินินก็ฉีกยิ้มบางๆออกมา

"ขอโทษนะหนู ลุงดีใจมากไปหน่อย"

"ไม่เป็นไรค่ะนินเข้าใจ"

"นินลูก หนูเดินมาหาแม่หน่อย"

"..........." ทันทีที่ได้ยินโฉมฉายเอ่ยเรียก ลินินก็รีบยันตัวลุกขึ้นยืน เธอสาวเท้าเดินมาอีกฝั่งหนึ่งของเตียง ดวงตาที่แดงช้ำหลังจากผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก มองไปที่ใบหน้าซีดเซียวของโฉมฉาย ก่อนจะเอ่ยพูด..."แม่มีอะไรจะพูดกับนินเหรอคะ?"

"แม่มีอะไรจะขอนินนะลูก" โฉมฉายเอ่ยบอกกับลินินก่อนที่จะหันไปหาพิพัฒน์อีกฝั่งหนึ่งของเตียง "คุณก็ด้วยคะ"

"ว่ามาสิ ผมกับหนูลินินฟังอยู่"

"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ทั้งคุณทั้งนิน ห้ามพูดเรื่องนั้นออกมาเด็ดขาด รับปากฉันนะคะคุณ" โฉมฉายหันไปคาดคั้นเอาคำตอบกับพิพัตน์เป็นคนแรก

"คุณพูดกับผมเป็นครั้งที่ร้อยแล้วโฉม ผมรับปากครับ" พิพัฒน์ตอบทำให้เห็นรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าของโฉมฉาย ก่อนที่เธอจะหันไปหาลินิน

"นินล่ะลูก รับปากแม่ได้ไหม?"

"ค่ะ...นินรับปาก" ลินินเอ่ยบอกพร้อมกับพยักหน้าและนั่นก็ทำให้โฉมฉายยิ้มกว้าง

"ผมว่าเราคุยกันรู้เรื่องหมดแล้วนะ หลังจากที่คุณออกจากโรงพยาบาล คุณกับหนูนินก็เตรียมตัวได้เลยนะ ผมจะพาไปบ้านทันที"

.............................

ง่า...มีความลับอะไรซ่อนอยู่ ทำไมถึงเปิดเผยไม่ได้

จะเกี่ยวกับคุณใหญ่่หรือเปล่าน๊า....

อย่าลืม comment นะ ไรท์รออ่านค่า

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HLM” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HLM
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หนี้ร้อนซ่อนสวาท
8.1
เมื่อครอบครัวติดหนี้ร้อยล้าน 'จันทร์ศิตางค์' สาวนักเรียนนอกจึงต้องกลายเป็นพี่เลี้ยงในบ้าน 'อติภัทร' นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหญ่ผู้เป็นเจ้าหนี้ เพื่อสืบหาความจริงเรื่องหนี้สินภายใต้การปลอมตัวเป็น 'ลูกจันทร์' สาวบ้านนอกแสนซื่อ ทว่าแผนการลับต้องสั่นคลอนเมื่อเธอค้นพบความลับบางอย่างของเขา พร้อมกับต้องเผชิญหน้ากับเสน่ห์อันเย้ายวนและการเล้าโลมที่ยากจะต้านทาน แม้จะพยายามขัดขืนเพียงใด แต่สุดท้ายเธอกลับติดกับดักเสน่หาและแรงปรารถนาของเจ้าหนี้หนุ่มรูปงามเสียเอง
หน้าปกนวนิยาย พันธะรักซ่อนร้าย Bad Romance
8.2
ภากรจำใจเข้าพิธีวิวาห์เพื่อทวงสมบัติคืนตามเงื่อนไขล้างหนี้ แม้จะเต็มไปด้วยความแค้นจากการถูกว่าที่พ่อตาจัดฉากมัดมือชกด้วยการนำเขาไปพัวพันกับนาตาลีจนกลายเป็นข่าวดัง ท่ามกลางเกมชิงไหวชิงพริบระหว่างลูกเขยกับพ่อตา นาตาลีกลับต้องกลายเป็นเพียงเบี้ยบนกระดานที่ถูกคนในครอบครัวปั่นหัว กว่าเธอจะรู้ตัวว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้คือแผนการซ้อนแผน เธอก็เผลอมอบหัวใจให้สามีที่จ้องจะแก้แค้นไปเสียแล้ว บทสรุปของรักซ่อนร้ายครั้งนี้จะจบลงอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ถึงเฮียจะร้าย…หนูก็จะรัก (Jay & Aeng Aei )
8.3
เมื่อความสัมพันธ์มาถึงจุดที่ความลับถูกเปิดเผย หญิงสาวตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่าเหตุใดชายหนุ่มที่เคยประกาศตัวว่าไม่สนใจในเพศหญิง กลับมีความเชี่ยวชาญและล่วงรู้ถึงจุดอ่อนไหวในร่างกายของเธอไปเสียทุกสัดส่วน แต่แทนที่จะได้รับคำอธิบายที่ชัดเจน เขากลับตอบโต้ด้วยการกระทำที่เร่าร้อนพร้อมออกคำสั่งให้สาวน้อยผู้ใสซื่อโอนอ่อนผ่อนตามแต่โดยดี ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความปรารถนาอันยากจะต้านทานระหว่างคนทั้งสองในค่ำคืนนี้
หน้าปกนวนิยาย ตราบฟ้าไร้ดาว [ดราม่าหนัก พระเอกจำนางเอกไม่ได้ เลยร้ายใส่]
9.6
วรินรำไพเฝ้ารอคอย 'พี่หิน' ชายผู้เป็นรักเดียวที่หายสาบสูญไปพร้อมกับความสุขในชีวิตของเธอ ทว่าเมื่อเขากลับมาในฐานะ 'ชลธิป' ผู้บริหารหนุ่มผู้เย็นชา เขากลับจำอดีตไม่ได้และมองว่าเธอคือศัตรูที่ต้องชดใช้ด้วยความเจ็บปวด ชลธิปจึงกลายเป็นยมบาลที่คอยทำร้ายหัวใจดวงเดิมอย่างไร้ความปรานี ท่ามกลางความสับสนและพันธะกับดลยา หญิงสาวแสนดีที่ครอบครองหัวใจเขาในปัจจุบัน เอ๋ยต้องทนทุกข์ทั้งเป็นในกองเพลิงแห่งความแค้นที่เขามอบให้ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่ากำลังทำลายผู้หญิงที่เขารักที่สุด
หน้าปกนวนิยาย เลิฟแห่งตระกูลใหญ่
8.1
ชะตากรรมโหดร้ายเริ่มต้นเมื่อหญิงสาวถูกขายให้มหาเศรษฐีจอมหยิ่งถึงเจ็ดราตรี หลังถูกทอดทิ้งเธอพบว่าตนอุ้มท้องจึงตัดสินใจหนีไปสร้างชีวิตใหม่ สี่ปีผ่านไปเธอคือแม่ผู้อุทิศตนเลี้ยงดูเด็กชายสุดเฉลียวฉลาดเพียงลำพัง ทว่าโลกที่เงียบสงบกลับพังทลายเมื่อกลุ่มบุรุษผู้มั่งคั่งสืบพบตัวเธอและต่างพากันอ้างสิทธิ์ความเป็นพ่อ วิกฤตถึงขีดสุดเมื่อมหาเศรษฐีผู้เป็นบิดาตัวจริงปรากฏตัวเพื่อทวงทายาทของเขาคืน สงครามแย่งชิงสิทธิ์ดูแลเด็กจึงเปิดฉากขึ้น นำมาซึ่งความขัดแย้งและบททดสอบทางอารมณ์อันหนักหน่วงที่เธอต้องเผชิญ
หน้าปกนวนิยาย ข้อเสนอรักเมียตีทะเบียน
8.7
ห้าปีที่แล้ว มิลา เลียม เซเลปสาวชื่อดังเผชิญวิกฤตตั้งครรภ์เพียงลำพัง แต่เธอเลือกเชิดหน้าเลี้ยงดูลูกสาวอย่างมิลินโดยไม่สนคำนินทา โดยมีภูมิเพื่อนสนิทคอยช่วยเหลือ จนกระทั่งเธอก้าวขึ้นเป็นผู้บริหารระดับสูงของคอนนอร์เทรด ทว่าชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์กลับสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ เอเดน คอนนอร์ มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทผู้เป็นพ่อที่แท้จริงของลูกสาว แม้เขาจะร่ำรวยล้นฟ้า แต่มิลากลับต้องการปกป้องความลับนี้และรักษาลูกสาวไว้เป็นของเธอเพียงคนเดียวโดยไม่ให้เขาเข้ามาวุ่นวาย