ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เทวัญขวัญรัก

เทวัญขวัญรัก

++++++++++++++++++++++++++++++++ เรื่องของเทวัญเจ้าของอู่หนุ่มผู้ดิบเถื่อน กับขวัญรักผู้จำใจมาเป็นเมียของเขา จากการซื้อมาเพื่อเงิน เพื่อบำบัดความใคร่ เรื่องระหว่างเธอกับเขาจะกลายเป็นรักแท้หรือไม่ ต้องลองอ่านกันค่ะ +++++++++++++++++++++ ขวัญรักเม้มปาก สะกดกลั้นน้ำตา ...บอกตัวเองว่าอย่าร้องไห้ เธอตัดสินใจไปแล้ว แม้จะถูกเขาเหยียบย่ำ ดูถูกดูแคลนว่าเป็นผู้หญิงขายตัวขนาดไหนก็จะทนเพื่อครอบครัว ผู้ชายที่เธอเห็นเขาตัวโต สวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัว อวดความกว้างของไหล่บึกบึน คิ้วยาวดำพาดเฉียง ดวงตาดำลึก จมูกโด่ง แนวกรามแข็งแกร่ง ปากสีเข้ม เขาคือคนที่ขวัญรักเจอหน้าห้องน้ำนั่นเอง แต่ทว่าก็ไม่อาจหยุดอาการประหม่าจนตัวสั่นของเธอลงได้ “ชื่ออะไร...” หนุ่มเสื้อยืดดำถาม แต่ฟังแล้วดุเหลือเกินในความคิดของเธอ “ขะ...ขวัญรักค่ะ” เธอรู้สึกเหมือนกลับเป็นเด็กอายุสามขวบ ยามที่ไปโรงเรียนอนุบาลวันแรก และต้องแนะนำตัวต่อหน้าเพื่อนทุกคน “มีชื่อเล่นไหม” เทวัญมองเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า อยากรู้...ผมที่ถักเปียของเธอหากคลายออกจะยาวขนาดไหน อยากสัมผัส...จะนุ่มละมุนมือหรือเปล่าหนอ “กะ...กวางค่ะ” เรียวคิ้วดำขมวดไปครู่ ก่อนคลายออก นึกชมว่าพ่อแม่ตั้งชื่อสมตัว ท่าทางเธอเหมือนลูกกวางจริง ๆ นั่นแหละ และเขาก็เป็นเสือหิวที่ไม่ยอมปล่อยเหยื่อเนื้อหวานไปง่าย ๆ “ต้องทดลองของสักหน่อยแล้ว ขอยืมห้องหน่อยมึง” เทวัญแค่บอกเล่า ไม่สนใจว่าเจ้าของจะอนุญาตหรือไม่ อย่างไรเสียคืนนี้เขาต้องได้เล่นสนุกกับของราคาแพงที่ซื้อมา “เดี๋ยวก่อนค่ะ ยื่นหมูยื่นแมว ขอเงินก่อน รับโอนนะคะ” ++++++++++++++++++++++++++++++++
ตอน
แชร์

ตอน 1

[“อยากได้เมียโว้ย”]

กฤตเลิกคิ้วทันทีที่เพื่อนทักมาเป็นประโยคแรก

[“ของขาดหรือมึงอ่ะ ช่วงนี้”]

เจ้าพ่อสถานบันเทิงหัวเราะหึ ๆ ใส่คนโทรมา

[“ไหนว่ามีเด็กมาอยู่ด้วยไง”]

[“เด็กมันสก๊อย แค่เพื่อนนอน ทำอะไรไม่เป็นเลยนอกจากกินกับนอน มันตามฝรั่งในแอปฯไปแล้ว”]

เพื่อนเล่าแบบไม่มีน้ำเสียงเสียดายเลยสักนิด

[“กูยุ่ง ๆ กับงานใหญ่อยู่ ทำงานเสร็จหลับเป็นตาย ไม่ได้หาใหม่เลย วันนี้ว่างเลยโทรหามึงนี่แหละ หาให้คนดิ มาเป็นเมีย ชั่วคราวก็ได้ เผื่อใครไม่อยากรับแขกขาจร อยากอยู่กับกูยาว”]

กฤตเดาะลิ้น คนโทรมาเป็นเพื่อนเก่า หัวหกก้นขวิดมาตั้งแต่สมัยมัธยม รูปไม่หล่อเท่าเขา หน้าตาไปทางบึกบึน บุคลิกมาดแมนสมชาย สาว ๆ ที่ชอบหนุ่มเถื่อน ๆ เข้าหามิได้ขาด

แต่เจ้าตัวนิสัยเป็นฤษี ชอบเฝ้าอู่ เฝ้ารถ พอจะมีผู้หญิงเข้ามาหาหน่อยก็เลิกกันเสียแล้ว ร้อนถึงเขาต้องหาให้ใหม่

[“เดี๋ยวก็ให้ลูกน้องส่งรูปไปให้เลือก”]

[“ไม่เอาว่ะ รูปมันหลอกกันได้ กูอยากเห็นตัวจริงมากกว่า หาเรื่องออกไปกินเหล้าด้วย”]

[“ตามใจ เอาลูกน้องมึงมาด้วยสิ เพิ่มแขกเข้าร้านกูหน่อย ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี”]

[“พวกมันไม่มีปัญญาเคลมตัวท็อปร้านมึงหรอกนะ”]

แม้เทวัญจะได้สิทธิ์พิเศษเข้าสถานบันเทิงได้ฟรีเพราะเป็นเพื่อนเจ้าของ แต่พวกลูกน้องคงได้แต่ดื่มกับมองเด็กในร้านตาปริบ ๆ เป็นแน่

[“เออ มาเถอะ ดูของสวย ๆ งาม ๆ นอกจากรถบุโรทั่งกับจาระบีบ้าง กูเลี้ยงเหล้าขวดหนึ่ง”]

[“โอเค...ดีล คืนวันเสาร์นะ อาทิตย์กูจะปิดอู่”]

[“แล้วแต่มึง กูพร้อมเสมอ”]

สองหนุ่มคุยเล่นเรื่องอื่นตามประสาเพื่อนเก่าอยู่สองสามนาที ก่อนต่างฝ่ายจะวางสายลงไปทำกิจการงานของตนต่อ

“ค่าเช่าน่ะ ให้เดือนนี้เป็นเดือนสุดท้ายนะห้าพัน เดือนต่อไปขอเจ็ดพัน”

หญิงกลางคนผิวขาวน้ำนม สวมเสื้อโครงลายตารางกางเกงเล็กกิ้งพอดีตัว บอกกับขวัญรักที่เพิ่งยื่นค่าเช่าบ้านเดือนนี้ให้

“อ้าว ทำไมขึ้นเยอะจังเลยละคะเจ้ม่วย ตั้งสองพันเชียว”

เธอส่งสายตาขอความเห็นใจ สองพันนี่ซื้ออาหารเข้าบ้านได้ตั้งสองอาทิตย์

“โอ๊ย! สมัยนี้อะไร ๆ ก็ขึ้นราคาหมด ทั้งหมูเห็ด เป็ดไก่ ค่าน้ำมันค่าแก๊ส เธอจะไม่ให้ฉันได้กำรี้กำไรเลยเหรอ”

นางค้อน

“ตั้งสองพัน เจ้ม่วยขึ้นเยอะไปไหมคะ บ้านหนูมีแม่ทำงานคนเดียว ยายก็ป่วย”

“เธอก็เรียนจบปวช.แล้วไม่ใช่เหรอ ต้องหางานทำช่วยแม่ได้แล้ว อย่ามามัวรอแต่กินกับนอน”

เจ้าของบ้านเช่าปรามาส ขวัญรักผิวพรรณดี หน้าตาเข้าที ดูสุขภาพดีเปล่งปลั่งผิดกับการเป็นลูกแม่บ้าน

ดูสิ! ลูกชายกับผัวนางพอรู้ว่าจะมาเก็บค่าเช่าบ้านนี้ ก็ออกท่าทีกระตือรือร้นอยากมาทันที นางละหมั่นไส้ผู้ชายพวกนี้นัก เห็นสาว ๆ หน้าใส ๆ ยิ่งชอบมาก้อร่อก้อติก นางไม่อยากให้วงศ์วานว่านเครือไปเกี่ยวดองกับผู้หญิงยากจนที่มีภาระหนักติดหลังมา

“เจ้ม่วย หนูเพิ่งเรียนจบไม่กี่วันเองค่ะ ยังหางานไม่ได้เลย”

ขวัญรักถึงกับยกมือไหว้

“ขอผัดเรื่องขึ้นค่าเช่าไปสักเดือนสองเดือนเถอะค่ะ ถ้าหนูได้งานแล้วจะรีบเอามาจ่ายเลย”

“ได้ยังไง!”

หญิงกลางคนหวีดเสียงแหลม

“ฉันก็ต้องกินต้องใช้นะ มีค่าใช้จ่ายอื่นอีก ฉันจะขึ้นค่าเช่าเป็นเจ็ดพัน ถ้าไม่พอใจก็ย้ายออกไป มีคนตั้งเยอะที่ยอมจ่ายค่าเช่าราคานี้”

เจ้ม่วยไม่มีความปรานีเลย ตั้งใจจะขูดเลือดเนื้อเอากับปู

“โถ่ เจ้คะ บ้านหนูไม่มีจริง ๆ”

“ไม่มีก็ไปหาทำงานสิ อย่างอมืองอตีน หางานดี ๆ ไม่ได้ก็ใช้หน้าตาหากินไป”

นางริษยาในความสาวอ่อนเยาว์ จึงแสดงความใจดำ ปากก็เอ่ยถ้อยคำจงใจดูถูก

“อย่าทำตัวโง่ เอื่อยเฉื่อยสนิมสร้อยนักเลย”

อีกทั้งวาจายังถากถางร้ายกาจ ก่อนสะบัดร่างอวบขาวไป

ขวัญรักปิดประตูเหล็กขึ้นสนิมเก่าคร่ำคร่า คอตก อย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี

“ยัยเจ้ยักษ์ขมูขีนั่นจะขึ้นค่าเช่าบ้านเหรอพี่กวาง”

เก้งในชุดนักเรียนมัธยมต้นสอดมือมาขยับกลอนประตูให้เปิดออก แล้วน้องชายก็แทรกกายเข้ามาในบริเวณบ้าน

“เสียงดังลั่นซอยเลย”

“อือ...”

เธอพยักหน้า

“เก้งหิวไหม กินอะไรมาหรือยัง”

“ไม่ล่ะ เพื่อนผมเลี้ยงชานมไข่มุกมาแล้ว”

หนุ่มน้อยที่สูงเกือบเท่าพี่สาวแล้ว ระบายยิ้มที่มุมปาก

“อย่าไปให้เพื่อนเลี้ยงบ่อย ๆ นะ เกรงใจเขา”

“ผมช่วยมันทำการบ้านนะพี่ เป็นข้อแลกเปลี่ยนกันไง”

เก้งเอาตัวรอดได้ต่อหน้าพี่สาวเสมอ

“งั้นก็เข้าบ้าน มาช่วยดูยายหน่อย พี่จะทำกับข้าวเย็นรอแม่มา”

สองพี่น้องก้าวเคียงกันไปยังห้องนั่งเล่นที่มียายผู้นอนติดเตียงดูโทรทัศน์อยู่ เก้งวางกระเป๋านั่งคุยกับยายจ้อย ๆ ส่วนเธอเปิดตู้เย็น สำรวจผักและเนื้อสัตว์ที่พอจะเหลืออยู่เพื่อทำมื้อเย็น ประมาณหนึ่งทุ่มแม่ก็กลับมาพร้อมใบหน้าเศร้า ๆ

“บริษัทแม่ปิดกิจการ”

ขวัญรักเข่าอ่อน แทบล้มทั้งยืน

“ฝ่ายบุคคลบอกว่าตั้งแต่พรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานแล้ว จ่ายเงินเดือนให้สามเดือน ส่วนที่เหลือให้ไปฟ้องเอา”

พอเห็นมารดาห่อเหี่ยวเช่นนั้น เธอรีบฝืนยิ้ม ทำตัวให้เข้มแข็ง

“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงไปนะจ๊ะ พรุ่งนี้กวางจะไปหางานอีก งานรายชั่วโมงก็เอาจ้ะ”

ขวัญรักให้ความหวังตนเองและมารดา แม้จะรู้สึกหนทางริบหรี่ เพราะเธอหางานมาเป็นเดือนแล้ว ยังไม่มีบริษัทไหนเรียกสักที ในสถานการณ์เศรษฐกิจเช่นนี้ ไม่ใช่มีเพียงคนที่รัดเข็มขัด บริษัทต่าง ๆ ก็เขี้ยวในการรับคนเช่นเดียวกัน

“เก้งก็จะไปช่วยหางานทำเสาร์อาทิตย์ อย่างรับจ้างเฝ้าร้านเกมไงแม่”

น้องขันอาสาอีกแรง

“แม่กลัวเก้งจะเหนื่อยไปนะสิลูก แค่อยู่บ้านช่วยดูแลยายในวันหยุดก็พอ”

สีหน้าแม่แช่มชื่นขึ้นมาบ้าง ที่เห็นลูกสองคนขยัน หาทางช่วยเหลือครอบครัว

“แม่มากินข้าวก่อนเถอะค่ะ วันนี้กวางทำน้ำพริกผัดหมูของโปรดแม่ด้วย”

ขวัญรักแก้สถานการณ์ทุกอย่างด้วยการกิน

“มีไข่เจียวมะเขือเทศของเก้งด้วยนะ”

“กิน ๆ หิวแล้ว”

น้องเอามือลูบท้อง เข้าครัวช่วยกันเอาโต๊ะพับขึ้นมา ลำเลียงอาหารวาง ล้อมหน้ากันกินมื้อเย็นพร้อมหน้าพร้อมตัวครอบครัว โดยที่ขวัญรักกินข้าวในจานตัวเองคำ ป้อนยายบนเตียงคำ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย จากการทรยศริมผา สู่รักนิรันดร์
8.1
รดาถูกภาคินสามีที่รักกันมาห้าปีผลักตกหน้าผาหวังฆ่าปิดปากเพื่อไปเสวยสุขกับชู้รักอย่างชลิตา ท่ามกลางพายุฝนและความเจ็บปวดเจียนตาย เธอได้ยินแผนร้ายที่เขาเตรียมจัดฉากให้การตายของเธอเป็นเพียงอุบัติเหตุจากความประมาท ความแค้นจึงปะทุขึ้นในใจแทนที่ความสิ้นหวัง ในนาทีที่ลมหายใจโรยริน จูเลียน ธีรเดชวงศ์ มหาเศรษฐีหนุ่มซึ่งเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของภาคินได้ปรากฏตัวขึ้น เขาคือความหวังเดียวที่จะช่วยให้เธอรอดชีวิตกลับไปทวงคืนความยุติธรรมและทำลายทุกอย่างที่ภาคินรักให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย  ปรารถนารักครั้งใหม่
9.7
หญิงสาวผู้ยึดมั่นในศรัทธาว่าการปิดฉากความสัมพันธ์ที่ขมขื่นคือโอกาสที่จะได้เริ่มต้นใหม่กับสิ่งที่ดีกว่า เธอจึงเริ่มออกตามหาผู้มีพระคุณที่เคยมอบชีวิตใหม่ให้ในอดีต ทว่าเส้นทางนี้กลับเต็มไปด้วยอุปสรรคเมื่อต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้โอหังและไร้สำนึกผิด แม้แต่ความน่ากลัวของนรกเขาก็ยังมองเป็นเพียงเรื่องตลกขบขัน การปะทะกันระหว่างความหวังครั้งใหม่กับคนใจร้ายจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางบททดสอบที่ไม่ง่ายดายเลย
หน้าปกนวนิยาย ร้อนหัวใจเจ้าสาววัยกระเตาะ
8.6
โชคชะตานำพาให้อาโหน่งและหนูครีมต้องมาลงเอยกันในอุบัติเหตุรักที่ไม่ได้ตั้งตัว เมื่อเค้กผู้เป็นพี่สาวหนีตามคนรักไป ทำให้หนูครีมต้องเข้าพิธีวิวาห์แบบคลุมถุงชนแทนเพื่อสานฝันของสองปู่ที่อยากรวมสองครอบครัวเป็นหนึ่งเดียว แม้ลึกๆ เธอจะแอบชื่นชมความอบอุ่นและสมาร์ตของอาหนุ่มอยู่แล้ว แต่การเป็นเจ้าสาววัยใสที่ต้องเผชิญหน้ากับความดุดันและจริงจังของพัสกรกลับไม่ใช่เรื่องง่าย เขาพร้อมจะพิสูจน์ว่าชีวิตคู่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และหัวใจของสาวน้อยคนนี้จะรับมือกับบทเรียนรักครั้งสำคัญจากชายหนุ่มรุ่นใหญ่ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่เป็นแม่เลี้ยงจำเป็นของนายน้อยสกุลถังในยุค80s
9.1
หลี่ซูซิน เชฟสาวผู้ข้ามเวลามาสู่ยุค 80 ต้องเผชิญมรสุมชีวิตเมื่อเห็นแม่แท้ๆ ถูกตระกูลหลี่กดขี่ข่มเหงอย่างไม่ยุติธรรม พ่อของเธอเมินเฉยต่อภรรยาหลวงและยกย่องเมียน้อยจนชีวิตพวกเธอตกต่ำ เพื่อพาแม่หนีจากขุมนรกนี้ เธอจึงตัดสินใจรับข้อเสนอแต่งงานกับถังหนิงอี นายพลหนุ่มผู้เย็นชาที่กำลังมองหาแม่เลี้ยงมาดูแลถังหลง ลูกชายเพียงคนเดียวของเขาที่สูญเสียแม่ไปตั้งแต่เด็ก ท่ามกลางความเย่อหยิ่งของสามีและการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะแม่เลี้ยงที่ไม่มีใครคาดคิด
หน้าปกนวนิยาย เกมสวาททัณฑ์ซาตาน
8.7
เมื่อความลับที่ซ่อนไว้ถูกเปิดโปง สงกรานต์ต้องเผชิญกับความโกรธแค้นของเจ้านายหนุ่มที่เธอเคยหลอกลวงมานานหลายปี แม้จะพยายามอ้อนวอนขอความเมตตาด้วยความหวาดกลัวเพียงใด แต่ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นกลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาตั้งใจจะลงทัณฑ์เธอให้สาสมกับความโง่เขลาที่เขาได้รับจากการต้มตุ๋นของเธอและพ่อ กายแกร่งเข้าคุกคามบีบคั้นจนหญิงสาวไร้ทางหนี ในเกมสวาทที่เขาเป็นผู้คุมกฎแต่เพียงผู้เดียวเพื่อล้างแค้นแม่ตัวแสบที่แอบหัวเราะเยาะเขามาตลอด
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ