
แค่เมีย ไร้สถานะ
ตอน 2
‘ใครจะไปชอบเธอยัยแว่น’
คำตอบของเขาหลังเธอสารภาพความในใจ
เพื่อนที่เคยสนิท แต่ตอนนี้สถานะนั่นไม่ใช่เสียแล้ว
คีรี พิพัฒไพบูรณ์
กันตาชะงักกึก ขาที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้าชะงัก หลังสบตาใครบางคนที่นั่งยิ้มแฉ่งอยู่ท่ามกลางเพื่อนเก่า
“ยัยตา ทางนี้” กานดาโบกมือ ส่งเสียงแข่งกับเสียงดนตรี
คีรีเหลือบมอง เขาขมวดคิ้วแล้วก็เอียงตัวถามเพื่อนที่นั่งข้างๆ
“ใครวะ?” เอกทศตอบพร้อมกับยิ้ม
“มึงจำเพื่อนสนิทสมัยม.ปลายไม่ได้แล้วหรือวะ?”
คีรีเพ่งมองซ้ำ เขามั่นใจว่าตนเองไม่เคยมีเพื่อนหน้าตาสวยขนาดนี้มาก่อน ผู้หญิงรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาดีไม่ใช่เล่นขนาดเห็นไกลๆ ออร่าความสวยยังพุ่งแทงในตา
“ใครละ กูไม่เห็นจำได้”
เอกทศเอียงตัวกระซิบบอก “ยัยแว่นกันตา คนที่สารภาพรักกับมึงไงวะ”
คีรีหันไปมองซ้ำ ไม่น่าเชื่อช่วงเวลาแค่สี่ปีจะเปลี่ยนหล่อนเปลี่ยนแปลงได้ถึงขั้นนี้
“ยัยนั่นไปศัลยกรรมมาเหรอ?”
เสียงหัวเราะดังคลืน เพราะทุกคนในกลุ่มได้ยินกันหมด
“แค่ดัดฟันยะ คนสวยน่ะ ไม่ต้องพยายาม” กานดาเป็นคนตอบเสียงเอง กันตาไม่ต้องพยายามสวย เธอสวยมาตั้งแต่เด็ก แค่ซ่อนเอาไว้เพราะมีดีมากกว่าหน้าตา
“เป็นว่าที่คุณหมอด้วยนะ เนื้อหอมตั้งแต่เป็นเงาะถอดรูปแล้วว่ะ”
คนพูดไม่ได้พูดเกินจริง หลังจบมัธยมปลาย กันตาเปลี่ยนไปจนเพื่อนแทบจำไม่ได้ อันดับแรกเพราะไม่อยากใส่แว่นอีก เธอเลยควักเงินเก็บไปทำเลสิกตา จากนั้นก็จัดฟันให้เข้ารูป โครงหน้าที่สวยอยู่แล้วเลยเข้าที่เข้าทาง
“มาๆ มาช้าต้องดื่มชดเชยนะ” ลลิตาส่งแก้วเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์นิดหน่อยให้
“ฉันขับรถมานะ” กันตาพยายามปฏิเสธ และเพราะสายตาของใครบางคนมองเธอไม่วางตา เธอเลยฉวยแก้วที่ลลิตาส่งให้เพื่อลดอาการขัดเขิน
และคงเพราะท้องว่างไม่มีอะไรอยู่ในท้องตั้งแต่หลังหกโมงเย็นมาแล้ว ทันทีที่เครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์อ่อนๆ นั่นตกถึงท้อง เธอร้อนวาบไปทั้งตัวทีเดียว
“ไง ไม่คิดจะทักทายกันเลยเหรอกันตา” คีรีเป็นฝ่ายที่ทนรอไม่ไหว
เขาส่งเสียงทักไปก่อน กันตารีบปรับสีหน้า เธอเงยหน้ามองสบตาเขา แล้วก็ยิ้มบางๆ
“เคนท์เองเหรอ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ละ”
กานดายกหัวแม่มือให้กับการสำรวมท่าทางไม่ให้อีกฝ่ายเห็นความประหม่าของตนเองได้
คีรีไหวไหล่ “สักพักแล้ว”
“อือ” กันตาพยักหน้าและเพราะความประหม่าอีกนั่นแหละ เธอเลยฉวยแก้วเครื่องดื่มมาดื่มอีกอึกใหญ่ๆ กานดามองตาโต แก้วเครื่องดื่มในมือกันตาว่างเปล่า สีหน้าของกันตาแดงก่ำขึ้นมาทันที
“ยัยตา เดี๋ยวเมา” กานดาปรามเบาๆ
แต่ไม่ทันเสียแล้ว เธอมองหน้ากานดาแล้วก็ยิ้มหวาน
ตอนที่ 2.น่าจะเพราะผีผลัก
อาการตาลายมองไปทางไหนก็มีแต่ภาพซ้อนทับกัน กันตารู้สึกว่าไม่ไหว เธอเลยอยากรีบกลับ แต่ยังไม่รู้ว่าจะหาเหตุอะไรออกมาอ้าง เธอมาทีหลัง แต่จู่ๆ จะขอกลับก่อนก็จะน่าเกลียดเกินไปหน่อย
กันตาพยายามกลั้นความวิงเวียน
แต่อาการพะอืดพะอมไม่เข้าใครออกใคร
“ฉันไปห้องน้ำแปบนะยัยดา” กันตากระซิบบอกกานดา แล้วก็พยายามพยุงตัวเองไปที่ห้องน้ำ เธอคายของเก่าออกมาจนแทบหมดไส้หมดพุง แต่ความมึนๆ เบลอๆ ก็ยังไม่หายไปสักที
กันตาเดินเกาะกำแพงออกมาจากห้องน้ำ เธอปรือตามองไปรอบๆ นึกอยากยอมเสียมารยาทครั้งแรก เธอฝืนตัวเองไม่ไหวแล้ว กันตามองเลยไปที่เพื่อนๆ คนทั้งกลุ่มกำลังสนุก เธอเลยตัดสินใจปุบปับ
แต่...
“เหมือนเธอจะไม่ไหวนะ”
เสียงคุ้นหูดังอยู่ใกล้ๆ กันตาเหลียวมองแล้วก็รีบยิ้มแผล่
“นึกว่าใคร? คุณนั่นเอง”
“คุณอะไรกันตา เราสองคนเคยสนิทกันนะ เรียกเสียห่างเหินเชียว”
กันตาพยักหน้าหงึกหงัก “เคยสนิท” แล้วก็พึมพำ
“เธอเป็นคนบอกเองนี่ตา เราสองคนยังเป็นเพื่อนกันอยู่ เธอไม่ถือสา”
กันตาหัวเราะหึๆ “ถือสา” ขนาดสติเหลือไม่เต็มร้อย เธอก็ยังรู้สึกสมเพชตัวเองไม่ไหว มีคนไหนบ้าง หลังสารภาพรักและถูกปฏิเสธจะยังเป็นเหมือนเดิม ทั้งโลกก็คงมีแค่เธอที่ทนทายาดแบบนั้น เธอฝืนเป็น ‘เพื่อน’ กับผู้ชายตรงหน้าได้ตั้งหลายเดือน โชคดีที่เขาไปเรียนต่อต่างประเทศเสียก่อน ไม่อย่างนั้นเธอก็คงทำตัวเองขายขี้หน้าอีกหลายครั้ง
“ท่าทางเธอเมานะ”
“อือ เมา” กันตาพยักหน้าอีก ทำท่าจะเดินสะเปะสะปะจากไป
“เธออยากกลับเลยไหม?” คีรีถามซ้ำ
“อยากสิ แต่...” กันตาพึมพำ
คุณอาจจะชอบ





