ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ฝนโปรยในสายหมอก

ฝนโปรยในสายหมอก

ตอน
แชร์

ตอน 3

“พี่หมอกจะให้ฝนไปไหน แล้วลูกในท้องล่ะคะ พี่จะให้ฝนทำยังไง เขาเป็นลูกของพี่นะ อึกกก” ม่านฝนยังนั่งคุกเข่าอยู่ที่เดิม ดวงตาพร่ามัวเพราะน้ำตาบดบังมองร่างโต เขาที่ไม่เคยมองความทุกข์เจ็บปวดของเธอเลย

“หึ! ถ้าคิดไม่ออกก็พากันไปตายซะสิ!” คำถามของหญิงสาวทำให้แสงหมอกหยุดเดิน เขาหัวเราะและหายใจแรงๆ ผสมกันแล้วใช้เท้าเขี่ยของบางอย่างใส่หน้าเธอ

“พี่!” ม่านฝนในเวลานั้นเหมือนคนตายทั้งที่หายใจได้ ดวงตาฉ่ำน้ำใสมองเชือกที่ชายคนรักเตะใส่หน้า เธอจับมันขึ้นมาหวังจะทำจริงๆ แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อก้มมองมือของตัวเองที่กุมท้องแบนราบ

ม่านฝนโยนเชือกทิ้งแล้วเช็ดน้ำตาออกจากดวงตาพร่ามัวยามมองชายคนรักเดินห่างออกไปไกลแล้ว เขาทิ้งเธอให้จมอยู่กับปัญหาที่เขาทำ หญิงสาวต้องแก้ไขคนเดียวและทุกข์ทรมานใจอย่างแสนสาหัส…

“รถจอดป้ายสุดท้ายแล้ว ลงเร็วๆ ใครจะไปในเมือง อีกห้านาทีรถจะออกนะ รีบขึ้นรถเร็วๆ เลยนะ” เสียงเคาะข้างรถผสมเสียงตะโกนของเด็กเก็บตังค์เรียกผู้โดยสารดังสนั่น

“แม่ครับ ถึงบ้านแล้วครับ” แสงเหนือผงกหัวขึ้นมองหน้าแม่ แล้วมองไปรอบด้าน เด็กน้อยฉลาดเกินอายุจำได้ว่านี่เป็นทางเข้าบ้านจึงสะกิดเรียกแม่

“คะ ครับ” เสียงของลูกและเสียงตะโกนไล่ให้คนลงของเด็กท้ายรถ ดังจนม่านฝนตื่นตกใจ เธอลนลานอุ้มลูกลงจากรถไปยืนบนฟุตปาธ

“เหนือเดินเองได้ครับ” แสงเหนือขืนตัวลงจากอ้อมกอดของแม่ ยืนเกาะขาแม่ สายตาสีเข้มบ้องแบ๊วก็มองจ้องร้านค้าที่มีของเล่น

“ครับคนเก่ง” ม่านฝนก้มมองหน้าลูก มือก็สาละวนหากระเป๋าสตางค์ในกระเป๋าสะพาย เพื่อจะเอาเงินเหรียญให้ค่ารถสองแถว

“แม่ครับ เหนือไปหายายสายนะครับ” แสงเหนือบอกแม่ และไม่รอฟังคำตอบ เด็กน้อยกอดตุ๊กตาเสือเน่าเดินดุ่มๆ ตรงไปยังร้านขายของเล่น

“เหนือ เดี๋ยวครับ รอแม่ด้วยครับ” ม่านฝนจิตใจเริ่มว้าวุ่นขณะยืนรอเงินทอนจากเด็กเก็บเงิน ซึ่งเด็กมันก็อ้อยอิ่ง ไม่ยอมทอนเงินห้าบาทให้เธอสักที ถึงเงินห้าบาทไม่มีค่าสำหรับคนอื่น แต่สำหรับเธอมันมีค่ามากมาย เพราะห้าบาทนี้ยังซื้อมาม่าหรือไข่ไก่ให้พอประทังชีวิตในยามที่เธอไม่มีให้ลูกกิน...

ที่ร้านขายของชำ...

“มายืนมองอีกแล้วนะเจ้าเหนือ”

ป้าสายเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างจึงบอกให้เด็กในร้านวิ่งข้ามถนนไปจูงเด็กแสงเหนือข้ามถนน ซึ่งม่านฝนที่ยังรอเงินห้าบาทจากไอ้เด็กท้ายรถสองแถวเห็นว่าเป็นคนของยายสายจึงพยักหน้าให้ และขอบคุณเจ้าของร้าน

“วันนี้ ผมมีเงินครับ แม่จะซื้อของเล่นให้ครับ” แสงเหนือยิ้มยิงฟันให้ยายสาย แล้วเข้าไปนั่งยองๆ ตรงกล่องขนาดใหญ่ซึ่งข้างในมีแต่หุ่นยางไอ้มดแดงและไอ้อุลตร้าแมนหลายร้อยตัว

“ยายก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ อยากได้อันไหนล่ะ เลือกเอาสิ” ยายสายคุ้นเคยกับเด็กน้อยคนนี้ เพราะเห็นมาตั้งแต่ตัวแดงๆ อายุสองเดือนได้ละมั้ง ตอนนั้น ม่านฝนหิ้วกระเป๋าอุ้มลูกมาขอเช่าบ้านของนางเมื่อสามปีก่อน

“มีหลายตัวจังครับ ผมอยากได้หมดนี่เลยครับ” แสงเหนือจับตัวนั้นปล่อยตัวนี้ แล้วกลับมาจับตัวเดิมทำสลับกันไปมา บ่นเบาๆ กับตัวเอง

ป้าสายหัวเราะหึๆ ในความน่ารักของเด็กน้อย นางลูบหัวของเจ้าแสงเหนือ แล้วลุกขึ้นยืนก่อนเดินไปหาม่านฝนที่เดินเข้ามาในร้าน พลางเอ่ยถาม

“ไปในเมืองมาเหรอฝน”

“ค่ะ” เพื่อมารยาท ม่านฝนก็ตอบเพียงสั้นๆ ถึงเธอจะเช่าบ้านของแกอยู่ ก็ใช่ว่าจะต้องเล่าทุกเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันให้หญิงชรารับรู้

“แม่ครับ เหนือไม่รู้จะเอาตัวไหนดีครับ ของเล่นเยอะแยะเลยครับ” แสงเหนือยิ้มจนเห็นฟัน ชูของเล่นหลายตัวที่อยู่ในมือให้แม่ดู

“เลือกอันที่อยากได้มากที่สุดสิครับ” ม่านฝนเดินไปนั่งยองๆ ข้างลูก เช็ดเหงื่อข้างขมับและผมชื้นเหงื่อกลางกระหม่อมให้แสงเหนือด้วยริมฝีปาก

“เอาอันนี้ ไม่เอาดีกว่า เอาอันนี้ดีกว่า แม่ครับ เหนืออยากได้สามตัวครับ” เด็กน้อยดันหน้าแม่ออก แล้วพูดอ้อนขอเพิ่มของเล่นทั้งที่เลือกหยิบจับหุ่นอุลตร้าแมน

“ป้าสายคะ ฉันเอาไข่ไก่สามฟอง ผงพะโล้ซอง แล้วปลากระป๋องสองกระป๋องกับวุ้นเส้นหนึ่งห่อ แล้วนี่สามตัวเท่าไรคะ” เธอยีเส้นผมของลูกเล่นแล้วลุกขึ้นยืน หันไปเลือกซื้อของจะทำกินเย็นนี้

“ไอ้หุ่นน่ะสามตัวร้อย ส่วนของนี่ทั้งหมดสามสิบบาท รวมทั้งหมดร้อยสามสิบบาท” นางสายบอกพร้อมทั้งสาละวนเอาของใส่ถุงหิ้ว

“เอาอมยิ้ม กับนมไวตามิลค์สามกล่อง แล้วขนมปังไส้แยมสองห่อด้วยค่ะ” ม่านฝนยื่นเงินให้ยายสายร้อยเจ็ดสิบบาท

“ทั้งหมดนี้ร้อยเจ็ดสิบพอดีนะ”

นางสายขอของเล่นจากเด็กแสงเหนือ แต่เจ้าแสงเหนือส่ายหน้า บอกยายสายว่า

“ผมจะถือเองครับ”

“ค่ะ” ม่านฝนพยักหน้า แล้วรับถุงหิ้วมาถือไว้ แล้วหันไปกวักมือเรียกลูกชาย

“แม่ครับ เหนือดีใจจังครับ ปิ้ววๆ ๆ อึกอักๆ ๆ ปิ้ววๆ ๆ ๆ”

เด็กแสงเหนือทำเสียงหุ่นสองตัวเตะต่อยสู้ยิงกัน พร้อมทั้งเดินเข้าไปกระแซะขาแม่ ดวงหน้าหล่อเต็มไปด้วยความสุขแหงนขึ้นมองแล้วชูของเล่นให้แม่ดูอีกครั้ง

“ไป กลับบ้านกันครับ”

รอยยิ้มกับเสียงหัวเราะมีความสุขของลูกทำให้ม่านฝนยิ้มจนแก้มแทบแตก ไม่มีอะไรอีกแล้วที่จะทำให้เธอหยุดรักลูกชาย หญิงสาวรักลูกยิ่งกว่าชีวิตของตัวเอง นี่คือคำพูดที่กลั่นกลองออกมาจากใจของเธอตลอดเวลาที่หายใจเข้าออก

“ครับ”

เด็กแสงเหนือยื่นมือให้แม่จับ อีกข้างก็กอดตุ๊กตาเสือและหอบของเล่น บ้างก็ทำเสียงยิงปืน ‘ปิ้ววว!!’ และทำเสียงชกต่อยกัน ‘อึกอัก!!!’ บ้างก็หยุดเดินเล่น แล้ววิ่งตามแม่ บางทีก็กระโดดเล่นคนเดียวเสียงดังไปตามทางเข้าบ้าน

ม่านฝนเดินจากปากทางมาถึงบ้านก็ใช้เวลาเพียงสิบนาที ซึ่งบ้านไม้ชั้นเดียวหลังนี้ เธอเช่ายายสายอยู่ในราคาเดือนละพันเจ็ดร้อยบาท ไม่รวมค่าไฟและน้ำ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KLQ” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KLQ
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย การกลับมาอย่างมีชัย
9.6
ลู่หว่านใช้ชีวิตในฐานะภรรยาลับมานานสามปีโดยไม่เคยพบหน้าสามี ทว่าเขากลับขอหย่าเพื่อไปทุ่มเทให้หญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์และกลับมาเฉิดฉายด้วยความสามารถที่ซ่อนไว้ ทั้งการเป็นหมอเทวดา แฮ็กเกอร์ และอัจฉริยะในอีกหลายด้าน เมื่อตัวตนที่แท้จริงถูกเปิดเผย อดีตสามีที่เคยเย็นชากลับมาอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัว พร้อมเสนอจะยกทรัพย์สินและชีวิตทั้งหมดเพื่อแลกกับการให้เธอกลับมาเคียงข้างเขาอีกครั้งในฐานะคนรัก
หน้าปกนวนิยาย จากการทรยศริมผา สู่รักนิรันดร์
8.1
รดาถูกภาคินสามีที่รักกันมาห้าปีผลักตกหน้าผาหวังฆ่าปิดปากเพื่อไปเสวยสุขกับชู้รักอย่างชลิตา ท่ามกลางพายุฝนและความเจ็บปวดเจียนตาย เธอได้ยินแผนร้ายที่เขาเตรียมจัดฉากให้การตายของเธอเป็นเพียงอุบัติเหตุจากความประมาท ความแค้นจึงปะทุขึ้นในใจแทนที่ความสิ้นหวัง ในนาทีที่ลมหายใจโรยริน จูเลียน ธีรเดชวงศ์ มหาเศรษฐีหนุ่มซึ่งเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของภาคินได้ปรากฏตัวขึ้น เขาคือความหวังเดียวที่จะช่วยให้เธอรอดชีวิตกลับไปทวงคืนความยุติธรรมและทำลายทุกอย่างที่ภาคินรักให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย เพราะคืนนั้น รักพันธนาการหัวใจ
8.1
โชคชะตาเริ่มต้นขึ้นในคืนที่แสนวุ่นวาย เมื่อนัทธนิษฐ์ นักธุรกิจสาวชาวไทยวัยสามสิบที่มุ่งมั่นผลักดันแบรนด์เครื่องสำอางสู่ระดับสากล กลับพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับซู่เหลียงฉี นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นคู่แข่งคนสำคัญในสนามการค้า ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจในครั้งนี้กลายเป็นพันธนาการที่ผูกมัดใจเธอไว้จนยากจะลืมเลือน เธอต้องเผชิญกับความรู้สึกที่สับสน ขณะที่เขายังคงเป็นปริศนาว่าคิดอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น พวกเขาจะจัดการกับความรักที่มาพร้อมกับความขัดแย้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย รอยรักสีจาง
8.3
เมื่อเข็มอาการดีขึ้น ภูรินจึงบีบบังคับให้เลิฟไปขอโทษอีกฝ่ายทันที แม้เธอจะยืนกรานว่าตนเองบริสุทธิ์และไม่ได้เป็นคนทำผิด แต่เขากลับไม่รับฟังซ้ำยังตวาดใส่ด้วยความโกรธแค้น ภูรินตราหน้าว่าเธอคือคนลวงโลกที่เขาไม่รู้จักอีกต่อไป พร้อมประกาศกร้าวว่าความเกลียดชังที่มีต่อตัวเธอนั้นเพิ่มขึ้นในทุกวัน เขาไล่ให้เธอเลิกหวังและไปจากชีวิตเสีย ท่ามกลางหยดน้ำตาที่พร่ามัว เลิฟมองแผ่นหลังของชายที่เคยรักเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย แม้จะอยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือแต่เธอกลับไม่เคยคว้าใจเขาได้เลย
หน้าปกนวนิยาย นิยายชุด บทเรียนรักเด็ก
9.5
เรื่องราวความรักสุดละมุนของพรีน หญิงสาวที่มอบหัวใจรักมั่นให้แก่อาแพคมาโดยตลอด แม้อาแพคจะเป็นรักแรกที่เธอเฝ้ามองมาเนิ่นนาน แต่เขากลับมองเห็นเธอเป็นเพียงหลานสาวตัวน้อยเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีคนรักที่เพียบพร้อมเคียงข้างกายอยู่แล้ว พรีนจึงทำได้เพียงเฝ้ารอและแอบรักอยู่ห่างๆ อย่างอดทน โดยหวังเพียงว่าสักวันหนึ่งเมื่อเขาหันมองกลับมา จะยังคงเห็นเธอยืนรออยู่ที่เดิมไม่ไปไหน เพื่อพิสูจน์ว่าความรักที่เธอมีให้นั้นมั่นคงเพียงใด
หน้าปกนวนิยาย สิเน่หาต้องมนต์
8.9
ชีวิตดั่งเจ้าหญิงของทานตะวันพังทลายลงเมื่อธุรกิจกาสิโนของบิดาล้มเหลว จนเธอต้องกลายเป็นสินค้าขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้มหาศาลให้กับโนเอล จอห์นสัน มาเฟียหนุ่มผู้ดิบเถื่อนที่จ้องจะครอบครองเธอมาตลอด แม้เธอจะพยายามขัดขืนต่อการคุกคามของเขาเพียงใด แต่ความจริงที่ซ่อนอยู่คือโนเอลยอมปล่อยเงินกู้ก้อนนี้เพราะหลงเสน่ห์เธอจนถอนตัวไม่ขึ้น เขาเฝ้ารอเวลานี้เพื่อบีบให้เธอไร้ทางเลือก และวิธีเดียวที่ทานตะวันจะอยู่รอดได้คือการยอมจำนนอยู่ใต้เงื้อมมือของเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง