
ปรารถนารักครั้งใหม่
ตอน 2
ในขณะเดียวกันมุนินที่เพิ่งมาถึงหน้าคอนโดของวิษรุท ก็กำลังเตรียมของมาเซอร์ไพรส์ด้วยความดีใจ ตลอดมาวิษรุทเป็นฝ่ายคอยเทคแคร์ดูแลเธอมาตลอด ตั้งแต่ที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย วันนี้หญิงสาวจึงตั้งใจเอาไว้ว่าอยากจะตอบแทนชายหนุ่มบ้าง
หญิงสาวในวันนี้ตั้งใจใส่ชุดออฟฟิศที่เป็นเดรสสีขาวเปิดไหล่ตัวงาม เพราะอยากจะแต่งตัวสวยๆ มาให้แฟนของเธอชม ข้าวของที่เป็นของขวัญ ช่อดอกไม้ช่อโตไหนจะลูกโป่งและกล่องของขวัญรวมถึงเค้กพะรุงพะรังเต็มไม้เต็มมือไปหมด
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันยากลำบากอะไรเลย กลับกันเธอยิ่งจะตื่นเต้นและมีความสุขมากมายจนหุบยิ้มไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
มุนินผ่านเข้าไปในล็อบบี้ด้วยความง่ายดายเพราะวิษรุทให้คีย์การ์ดสำรองไว้ที่เธอ
“พี่รุทจะต้องตกใจแน่ ๆ ฮิ ๆ”
เสียงใสพูดอยู่คนเดียวในขณะที่กำลังยืนรออยู่ในลิฟต์ เธอบอกกับวิษรุทเอาไว้ว่าช่วงนี้งานยุ่งมากจนจำต้องเลื่อนฉลองวันครบรอบออกไปเป็นอาทิตย์หน้า ทว่าแท้จริงแล้วมันเป็นแค่ลูกไม้เพื่อหลอกแฟนหนุ่มให้ตายใจก่อนรอรับเซอร์ไพรส์ใหญ่จากเธอต่างหาก
เสียงลิฟท์ดังขึ้นเมื่อมันเลื่อนขึ้นมาถึงยังชั้นที่วิษรุทอยู่ หญิงสาวหอบข้าวของพะรุงพะรังออกมา ก่อนจะกดกริ่ง ก็ยังไม่ลืมที่จะยืนจัดเสื้อผ้าและตรวจเช็คความเรียบร้อยอีกครั้ง คว้าหาทั้งลิปสติกและแป้งพัฟขึ้นมาทาย้ำอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าแฟนหนุ่มจะรู้สึกประทับใจที่เห็นภาพเธอ
“เอ๊ะ!”
จู่ ๆ มุนินก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เหมือนว่าวันนี้วิษรุทเองก็น่าจะงานยุ่งเช่นกัน ไม่แน่ว่าเธอควรจะเข้าไปรอเซอร์ไพรส์ข้างในอาจจะตื่นเต้นกว่าก็ได้
เมื่อนึกได้อย่างนั้นหญิงสาวเจ้าของใบหน้าหวานก็ตัดสินใจแตะคีย์การ์ดเข้าไปในห้องทันที
แกร๊ก!
ประตูห้องบานใหญ่ปลดล็อกทันที เช่นเดียวกับที่มุนินก็เกิดความระแวงขึ้นมา กลัวว่าอีกฝ่ายอาจจะกลับมาแล้วแต่ดันอยู่ในห้อง หญิงสาวร่างบางจึงลองแง้มประตูเข้าไปก่อนเล็กน้อยเพื่อเช็คให้มั่นใจว่าไม่มีใครอยู่ด้านในจริงๆ
สภาพบรรยากาศข้างในตอนนี้นั้นมืดสนิท มุนินเข้าใจทันทีว่า ชายหนุ่มผู้ที่เป็นเจ้าของห้องนั้นคงจะยังไม่กลับ เมื่อเป็นดังนั้นหญิงสาวจึงใช้มืออีกข้างที่ถือลูกโป่งและช่อดอกไม้ผลักประตูเข้าไปให้กว้างขึ้น ก่อนจะแทรกร่างกายเข้ามาผ่านกรอบประตูสี่เหลี่ยม
มือบางคลำไปที่ผนังเพื่อหาสวิสไฟหวังจะเปิดให้ภายในนั้นดูสว่างทันทีตามความเคยชิน ก่อนที่เท้าจะแตะ เธอรู้สึกถึงสิ่งกีดขวางอะไรบางอย่างที่ทำให้มุนินสะดุด
แต็ก!!
ไฟเปิดสว่างโล่ง บรรยากาศด้านในนั้นยังคงเงียบเชียบ สายตาคู่สวยเริ่มมองเห็นก่อนจะรีบก้มดูที่พื้นว่ามีอะไรอยู่ที่เท้าของเธอ เมื่อเห็นภาพนั้นความรู้สึกชาวาบก็แล่นไปทั่วทั้งตัวจนหัวใจหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม
รองเท้าส้นสูงสีชมพูที่ถูกถอดทิ้งเอาไว้อย่างไม่เป็นระเบียบเด่นชัดอยู่ตรงหน้า ส่วนข้างๆ ก็เป็นรองเท้าหนังคู่คุ้นเคยที่เป็นของวิษรุทถูกถอดเอาไว้ หญิงสาวรับรู้ได้ทันทีว่ามันไม่ใช่ของของเธอ เธอไม่เคยมีรองเท้าส้นสูงสีชมพู แล้วก็ไม่เคยทิ้งข้าวของอะไรไว้ที่ห้องของวิษรุทมาก่อนเช่นกัน
ก่อนที่ลางสังหรณ์จะบอกให้มุนินเคลื่อนสายตาไปมองเข้ามายังห้องนอนที่ถูกปิดประตูเอาไว้ราวกับว่าไม่มีคนอยู่ ความกลัวกังวลกลับตีตื้นขึ้นจนมุนินไม่อยากจะเดินเข้าไปใกล้
สองเท้าย่างเยื้องเข้าไป ทั้งระแวงและทั้งระแวดระวัง ฝีเท้าสืบไปด้านหน้าอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะแตะผนังค่อยๆ เงี่ยหูฟังเสียง
ห้องของชายหนุ่มถูกรีโนเวทใหม่เป็นห้องเก็บเสียงอย่างดี นั่นจึงเป็นเรื่องยากยิ่งที่จะมีเสียงอะไรเล็ดลอดออกมา ในขณะเดียวกันสมองของเธอก็เริ่มคิดเรื่องราวมาเป็นฉากๆ ว่าทำไมถึงมีรองเท้าผู้หญิงคนอื่นอยู่ในห้อง แต่ถึงอย่างนั้นใจนึงก็ยังหาข้อแก้ตัวมาลบล้างข้อสันนิษฐานที่ตัวเองคิดขึ้นมาได้
ในตอนนั้นเองที่มือบางเลือกที่จะเคาะประตูเพื่อลองดูว่าจะมีใครอยู่ในนั้นหรือไม่
ก๊อก ๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น หัวใจเต้นโครมคราม ผิดกับความเงียบสงัดที่รายล้อมอยู่รอบตัวเธอ
ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา มุนินจึงกลั้นใจส่งเสียงเรียกชื่อแฟนหนุ่มออกมา เพราะเธอมั่นใจว่าด้านในนั้นต้องมีวิษรุทอยู่แน่ ๆ
“พี่รุทคะ”
คุณอาจจะชอบ





