ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2

เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2

เมื่อภารกิจชำระล้างไอมารสิ้นสุดลงจนผืนดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เว่ยซือหงจึงพร้อมเริ่มต้นการออกเดินทางผจญภัยที่แท้จริงเสียที เป้าหมายของนางคือการมุ่งหน้าสู่ดินแดนลับที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อเสาะแสวงหาทรัพยากรล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นสมบัติวิเศษระดับตำนานหรือสมุนไพรหายากที่ไม่มีใครเคยพบเห็น นางตั้งใจที่จะครอบครองและกวาดทุกสรรพสิ่งมาเป็นของตนเองให้ได้ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งในฐานะสตรีผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองอย่างแท้จริงในโลกกว้าง
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ทำไมชีวิตของคนที่โตแล้วมันเหนื่อยอย่างนี้นะ”

หลิงจูหลิงอิงมองหน้ากันด้วยอาการกระอักกระอ่วน เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้านายตัวน้อย คุณหนูของพวกนางเพิ่งอายุสิบขวบมาได้เท่าไรเอง หากว่าถึงวัยปักปิ่นอันเป็นวัยผู้ใหญ่ที่แท้จริงนางจะบ่นมากกว่านี้หรือไม่กันหนอ

“อะไร มองแบบนี้หมายความว่ายังไง คงคิดว่าข้าแก่แดดสินะ”

“เปล่านะเจ้าคะ”

“พวกพี่จะไปรู้อะไร เด็กสิบขวบก็มีเรื่องเหนื่อยยากเหมือนกันกับผู้ใหญ่โตเต็มวัยนั่นแหละ”

“คุณหนูพูดเหมือนพวกข้าไม่เคยอายุสิบขวบ”

“อีกแล้วนะพี่หลิงอิง ชอบขัดข้าอยู่เรื่อย ประเดี๋ยวเถอะ ฮึ่ม”

“ขออภัยเจ้าค่ะคุณหนู”

ดรุณีน้อยปรายตามองสาวใช้ทั้งสอง ก่อนจะพิศมองด้วยสีหน้าจริงจัง จนขนถูกมองทั้งขวยอายและรู้สึกแปลก ๆ

“คุณหนูมองเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ” หลิงจูเอ่ยถามด้วยความระมัดระวัง

เว่ยซือหงเผยยิ้มใช้สายตาแพรวพราวมองแม่นางทั้งสอง “โอ้ ปกติข้าไม่เคยมองพวกท่านตรง ๆ แบบจริง ๆ จัง ๆ วันนี้พอได้พิศแล้วกลับรู้สึกว่าพวกท่านงดงามมาก เป็นความงามที่แตกต่างกันยิ่ง”

สาวใช้ทั้งสองของเว่ยซือหงไม่ต่างอันใดกับดอกไม้แรกแย้มเลยสักนิด หากให้เปรียบเป็นดอกไม้ ความงามของหลิงจูนั้นคงเหมือนกับดอกฝูหรงหรือดอกพุดตาน ซึ่งเป็นดอกไม้ที่สามารถเปลี่ยนสีได้ถึงสามสีในหนึ่งวัน ตรงกับลักษณะนิสัยของเจ้าตัว ที่มีความสดใสสมวัยหากมีความอ่อนช้อยแฝงความซุกซนชวนให้น่าเอ็นดู

ตรงกันข้ามกับหลิงอิง สาวงามนางนี้แม้ไม่ได้มีความงามเป็นที่ประจักษ์ดังสาวงามอันดับหนึ่งหรือมีความงามล่มแคว้น หากมองแล้วรู้สึกสบายตา ด้วยลักษณะนิสัยที่สุขุมเรียบร้อย รักษาสีหน้าตนเองได้ดีของนาง ยิ่งชวนให้บุรุษอยากกลั่นแกล้งรังแก เผื่อใบหน้างามเรียบนิ่งนั้นจะมีความรู้สึกอื่นขึ้นมาบ้าง เช่นเดียวกับดอกไป่ฉานหรือดอกพุดซ้อน ที่มีสีขาวบริสุทธิ์จนยากนำสีอื่นไปแต่งแต้ม

กล่าวคือสาวใช้คนสนิทของเว่ยซือหงทั้งสองคนนี้ มีความงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย

“พูดอะไรก็ไม่รู้เจ้าค่ะคุณหนู” หลิงจูหันรีหันขวางทำตัวไม่ถูก แม้แต่หลิงอิงที่เก็บอาการได้ดีที่สุดยังรักษาความสงบนิ่งเอาไว้ไม่ได้ ใบหน้าเห่อร้อนผิวแก้มแดงระเรื่อของสาวใช้ทั้งสองเรียกเสียงหัวเราะของเจ้านายยกใหญ่

“ฮ่าฮ่า ดูพวกท่านสิ น่ารักเป็นบ้า ฮ่าฮ่า ไม่ต้องเขินหรอกเจ้าค่ะ คนกันเองทั้งนั้น” เว่ยซือหงหัวเราะจนน้ำตาเล็ด นิ้วเล็กที่มีความยาวมากกว่าเมื่อสามปีที่แล้วยกขึ้นปาดน้ำตาที่หางตาทิ้งอย่างลวก ๆ

“คุณหนูได้โปรดหยุดแกล้งพวกข้าเถิดเจ้าค่ะ” หลิงอิงเอ่ยขอร้องเพราะตอนนี้นางแทบจะทนไม่ไหวแล้ว วาจาคุณหนูไม่น่าสะเทิ้นอายเท่าดวงเนตรกลมโตคู่นั้นเลยสักนิด

หากคุณหนูเอ่ยชมอย่างเดียวนางยังพอเก็บอาการได้ แต่ถ้าคุณหนูส่งสายตาหยอกล้อกันเช่นนี้แล้ว นางทนต่อไปไม่ไหวหรอก

“ฮ่าฮ่าฮ่า พวกพี่นี่น่าเอ็นดูจริง ๆ ไหน ๆ พวกพี่ก็ผ่านวัยปักปิ่นมาแล้ว สมควรมีครอบครัว ถ้ารักใครชอบใครก็บอกข้านะเจ้าคะ ข้าจะเป็นแม่สื่อให้เอง”

“คุณหนู!!!” สองพี่น้องได้แต่ร้องเรียกเจ้านายที่แกล้งพวกนางไม่เลิก ส่งสายตาแห่งการไม่ได้รับความเป็นธรรมไปให้ เนิ่นนานกว่าเสียงหัวเราะของเว่ยซือหงจะจบลง

“เอาละ ๆ ไม่แกล้งพวกพี่แล้ว เตรียมน้ำเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะอาบน้ำ วันนี้ร้อนยิ่งนัก”

“เจ้าค่ะ”

หลิงอิงปลีกตัวไปเตรียมน้ำให้คุณหนูที่ชอบทำให้นางเขินเอย หลิงจูหันไปเตรียมเสื้อผ้าชุดใหม่ไว้คอย

หนึ่งก้านธูปต่อมา เว่ยซือหงนั่งมองตัวเองหน้ากระจกทองเหลืองบานใหญ่ ที่เห็นภาพไม่ชัดนักแล้วสะท้อนใจ สามปีมานี้นางให้ท่านลุงใหญ่หลิวหย่งลองถามชาวโพ้นทะเลที่มาทำการค้ายังเมืองตงไห่แล้วว่ามีกระจกที่ส่องแล้วเห็นภาพชัดเจนหรือไม่ ปรากฏว่ายังไม่มีสินค้าที่นางต้องการเข้ามาเสียที หากนางมีกระจกเหมือนห้วงฝันหรือความทรงจำเลือนรางนั้นคงดีไม่น้อย มันคงจะชัดมากจนเหมือนมีนางอีกคนมานั่งอยู่ตรงข้ามทีเดียวละ

“คุณหนูงดงามนักเจ้าค่ะ” หลิงจูเอ่ยชมด้วยใจจริง แม้จะอยู่ในวัยสิบขวบ แต่ความงามของคุณหนูกลับฉายชัด

เว่ยซือหงมองภาพขุ่นมัวที่สะท้อนมาแล้วยกยิ้มบาง ๆ พลางส่ายหน้า “ไม่หรอก ตอนนี้ยังไม่อาจเรียกว่างาม”

“แต่คุณหนูของบ่าวงดงามจริง ๆ นะเจ้าคะ จะไม่เรียกว่างามได้อย่างไร”

เว่ยซือหงไม่ได้เอ่ยตอบในทันที นางมองใบหน้าพริ้มเพราที่สะท้อนอยู่ในกระจกทองเหลือง ดวงตาหงเรียวสวยได้รูปหางตาตวัดขึ้นเล็กน้อย ให้ความรู้สึกกำลังยิ้มอยู่นิด ๆ ขนตาหนาเป็นแพสยาย เกิดเป็นดวงตาสวยสะกดผู้คน หากเจ้าของดวงตาไม่แย้มยิ้มก็จะให้ความรู้สึกเย็นชาไว้ตัว เป็นดวงตาที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึกกดดันได้ไม่ยาก ทว่ายามนี้ยังไม่ชัดเจนนักเพราะนางเพิ่งสิบขวบ

ไล่สายตามองลงมาที่จมูกเล็กเป็นสันปลายโค้งมนได้รูป ขับให้ใบหน้าดูจิ้มลิ้ม รับกับริมฝีปากอมชมพูโดยไม่ต้องแต้มชาด รวมทั้งพวงแก้มใสทั้งสองข้าง ทั้งหมดทั้งมวลนี้กอรปกันเป็นองคาพยพของดรุณีน้อยนามเว่ยซือหง

“อย่างข้าตอนนี้เขาเรียกว่าน่ารัก พี่หลิงจูดูสิ แก้มทั้งสองข้างของข้ายังเป็นก้อนอยู่เลย จะงดงามไปได้อย่างไร มองยังไงก็จิ้มลิ้มพริ้มเพราน่ารักน่ากอด หาใช่งดงามอย่างที่ท่านว่า พี่หลิงอิงเห็นด้วยข้าหรือไม่”

หลิงอิงที่ยืนฟังการสนทนาของน้องสาวและคุณหนูอยู่ตลอดยกยิ้ม คุณหนูกล่าวได้ถูกต้อง ด้วยใบหน้าจิ้มลิ้มและร่างกายที่สูงขึ้นไม่มากดูน่ารักน่ากอดมากกว่าจะใช้คำว่างามจริง ๆ นั่นแหละ ครั้นถูกเอ่ยถามจึงตอบในทันที

“เจ้าค่ะ คุณหนูน่ารักมาก”

เว่ยซือหงยิ้มรับไม่ปฏิเสธ ถึงนางจะอยากงามจนเป็นสาวงามอันดับหนึ่งในใต้หล้า แต่นางก็รู้ตนเองดี ยามนี้เรียกว่าน่ารักนับว่าเหมาะสมแล้ว รอจนถึงวัยปักปิ่นแล้วค่อยมาชมความงามของนาง ถึงตอนนั้นจะไม่ปฏิเสธสักคำ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมีย(ไม่)พลอยโจน
8.2
คนทั้งโลกอาจมองว่าเจ้าสาวที่ถูกทิ้งกลางงานแต่งอย่างนัสรินน่าเวทนา แต่สำหรับปราณต์เขารู้ทันว่านี่คือแผนการที่เธอร่วมมือกับน้องชายเขาเพื่อบีบบังคับให้เขาแต่งงานด้วย เมื่อเธอใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าแลก เขาก็พร้อมสลัดคราบชายแสนดีกลายเป็นซาตานเพื่อทำลายความสุขในชีวิตคู่จอมปลอมนี้ แม้นัสรินจะพยายามขอหย่าเพื่อจบปัญหา แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ โดยประกาศกร้าวว่าจะมอบบทเรียนให้เธอเป็นแม่หม้ายที่สมบูรณ์แบบก่อนจะแยกทางกัน เพื่อให้สมกับความเจ้าเล่ห์ที่เธอได้ทำลงไป
หน้าปกนวนิยาย หลงรักผู้ชายร้ายๆ
9.4
รอยร้าวระหว่างสองตระกูลนำมาซึ่งเกมล้างแค้นที่ไม่มีใครยอมใคร แต่อลินกลับต้องตกที่นั่งลำบากเมื่อกลายเป็นคนกลางระหว่างพ่อบังเกิดเกล้ากับชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี สถานการณ์บีบคั้นถึงขีดสุดเมื่อบิดาของเธอวางแผนกำจัดเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองเพื่อทำลายล้างศัตรูให้สิ้นซาก ท่ามกลางศึกสายเลือดและแรงพยาบาทที่โหมกระหน่ำ อลินจะเลือกนิ่งเฉยยอมจำนนต่อโชคตระกูล หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องลูกน้อยจากน้ำมือของพ่อตนเอง
หน้าปกนวนิยาย พิษสวาทร้าย เจ้าชายเถื่อน
8.7
หญิงสาวตัดสินใจสวมรอยเป็นพี่สาวฝาแฝดผู้ล่วงลับเพื่อเข้าพิธีวิวาห์กับเจ้าชายรูปงามแห่งดินแดนทะเลทราย แต่ความลับกลับถูกเปิดเผยจนนำไปสู่บทลงโทษอันเร่าร้อนด้วยเพลิงสวาทที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะพยายามควบคุมตัวเองเพื่อมอบความหฤหรรษ์ให้แก่เธอ ทว่าความเสียวซ่านกลับโหมกระหน่ำจนทั้งคู่จมดิ่งสู่กามารมณ์ที่รุนแรงและบ้าคลั่ง ร่างกายที่สอดประสานอย่างหนักหน่วงนำพาทั้งสองไปสู่จุดสุดยอดแห่งความสุขสม ทิ้งรอยเล็บและคราบเลือดไว้บนแผ่นหลังท่ามกลางแรงปรารถนาที่ไม่อาจหยุดยั้งได้
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่ถูกทิ้ง
9.3
ซูเมิ่ง นักธุรกิจสาวผู้เก่งกาจต้องมาอยู่ในร่างบุตรีที่ตระกูลขุนนางชิงชัง เธอถูกส่งตัวไปแต่งงานกับท่านแม่ทัพจากตระกูลศัตรูในฐานะตัวประกันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แม้จะถูกสามีทอดทิ้งแต่นางกลับมองเป็นโอกาสในการสร้างตัวด้วยทักษะการค้า ทว่าท่ามกลางความขัดแย้ง ท่านแม่ทัพเจ้าแผนการกลับเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมบีบบังคับให้เธออยู่ปรนนิบัติด้วยของหวานรสเลิศเพื่อดับโทสะ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดวุ่นวายที่ทั้งคู่ต้องรับมือ
หน้าปกนวนิยาย ฮัวฟู่หรง ฮูหยินร้ายแม่ทัพทมิฬ
9.2
ฮัวฟู่หรงดาราสาวดาวรุ่งเสียชีวิตกะทันหันขณะรับบทฮูหยินของอินลี่ซาน แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งต้าฉิน แต่โชคชะตากลับพาเธอย้อนอดีตสู่ยุคโบราณในร่างของฮูหยินฮัวที่หายตัวไป ท่ามกลางการตามล่าอย่างพลิกแผ่นดินของสามีทมิฬ การกลับมาครั้งนี้เธอไม่ใช่สตรีผู้อ่อนแอคนเดิมที่ใครจะมารังแกได้อีกต่อไป ฟู่หรงตัดสินใจสวมบทฮูหยินตัวร้ายที่พร้อมฟาดฟันทุกคนที่เคยทำร้ายคนที่เธอรัก แม้จะร้ายกาจเพียงใดเธอกลับครองใจแม่ทัพผู้แข็งแกร่งได้อย่างเบ็ดเสร็จในสมรภูมิแห่งความรักและแค้นนี้
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์อสุรา
8.6
จ้าวจื่อรั่วบุตรสาวอนุภรรยาวัยสิบหกถูกบังคับสลับตัวเพื่อวิวาห์กับกู้ตงหยาง แม่ทัพปีศาจผู้แสนโหดเหี้ยม ณ ชายแดนใต้ แม้ฐานะคือฮูหยินเอกแต่เขากลับเย็นชาใส่ ยกเว้นเพียงยามอยู่บนเตียงที่แผดเผานางด้วยไฟปรารถนา กู้ตงหยางตราหน้านางว่าคนสกุลจ้าวคือพวกปลิ้นปล้อนและประกาศกร้าวว่าจะทำให้นางพบแต่ความทุกข์ระทมเพื่อชดใช้ความผิด หญิงสาวผู้โดดเดี่ยวทำได้เพียงนิ่งรับชะตากรรมพลางตั้งคำถามว่าชีวิตนี้จะยังมีโอกาสสัมผัสความสุขที่แท้จริงได้หรือไม่