ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สุดที่รักของจักรพรรดิ

สุดที่รักของจักรพรรดิ

เฉียวชูเยว่อุทิศตนดูแลสามีจนได้เป็นขุนนาง ทว่าเขากลับทรยศนางด้วยความโลภและเจ้าชู้ เพื่อปกป้องอนาคตของเขา นางจำต้องยอมทอดกายรับใช้จักรพรรดิผู้เหี้ยมโหดอย่างกล้ำกลืน ขณะที่สามีเสวยสุขในลาภยศและสตรีอื่น นางกลับถูกตอบแทนด้วยใบหย่าและถูกไล่ล่าจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังที่สุด จักรพรรดิได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมยื่นข้อเสนอให้นางมาเป็นผู้หญิงของพระองค์ เพื่อแลกกับการคุ้มครองไม่ให้ใครหน้าไหนมารังแกนางได้อีกตลอดกาล
ตอน
แชร์

ตอน 3

“คนธรรมดาเช่นหลินอวี้ ใยถึงได้มีภรรยาที่ทั้งงดงามทั้งแสนดีถึงเพียงนี้ได้” โหลวเป่ยเฉินพึมพำเบา ๆ ราวกับกำลังนึกเสียดายพร้อมทั้งเป็นการทอดถอนใจไปด้วย

เมื่อไม่นานมานี้ มีคนส่งสาส์นลับฉบับหนึ่งโดยอ้างว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในการสอบจอหงวนครั้งนี้

เพื่อสืบสวนคดีทุจริต เขาจึงปลอมตัวออกมาทำภารกิจในฐานะทูต ก่อนจะได้พบกับขี้เมาคนหนึ่งที่ชื่อหลินอวี้เข้าโดยบังเอิญ

จำได้แค่ว่าวันนั้นหลินอวี้กำล้งโอบกอดสาวงามมากมาย ซ้ายคนขวาคนอย่างสุขสำราญ

เป็นเพราะหนึ่งในหมู่สาวงามชายตามองเขา หลินอวี้ผู้หึงหวงจึงพยายามจะสั่งสอนเขา

ด้วยความที่มีองครักษ์คอยประจำการ หลินอวี้จึงล้มเหลวในการต่อสู้เป็นธรรมดา ทว่ากลับเผลอทำจี้หยกที่ห้อยอยู่รอบเอวเขาหักโดยไม่ได้ตั้งใจ

พอเห็นจี้หยกที่แตกหักแล้ว หลินอวี้ถึงจะตื่นจากความฝัน หลังจากที่เห็นว่าโหลวเป่ยเฉินสวมเสื้อผ้าหรูหราและถูกรายล้อมไปด้วยองครักษ์จำนวนมาก เขาก็กลัวจนฉี่รดกางเกงต่อหน้าทุกคนทันที

เสื้อผ้าของหลินอวี้ยับยู่ยี่ ใบหน้าแดงก่ำของเขายังคงเปื้อนรอยริมฝีปากจากชาดสีแดงของหญิงโสเภณี เนื้อตัวของเขาสะบักสะบอมไปหมด สภาพของเขาเรียกได้ว่าอนาถาถึงขีดสุด

หลังจากที่โหลวเป่ยเฉินชำเลืองมององครักษ์ข้างกายด้วยความรังเกียจ องครักษ์ก็รีบขับไล่เขาออกไปทันที

แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง เขาไม่ได้สนใจตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ ในส่วนที่ว่าองครักษ์จะจัดการอย่างไรบ้าง เขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน

คิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อเช้านี้จะมีใครคนหนึ่งส่งจดหมายมาโดยระบุว่าจะมาทำการขอโทษขอโพยกันที่นี่

ครั้งนี้เขาออกมาทำภารกิจแบบลับ ๆ จึงไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนมากเกินไป ทว่าในขณะที่กำลังจะปฏิเสธ เขากลับได้กลิ่นหอมจากจดหมายขอเข้าพบเข้าพอดี

นับตั้งแต่ลืมตาดูโลกมา อาการปวดหัวก็ตามหลอกหลอนเขาเหมือนดั่งคำสาปมาตลอด ทว่าหลังจากได้สูดกลิ่นหอมเข้าไป มันกลับบรรเทาลงอย่างมาก

คำปฏิเสธจุกอยู่ที่ลำคอ จนท้ายที่สุดก็ต้องฝืนกลืนมันลงไป

เลือดเนื้อในกายของเขาต่างพากันกู่ร้องออกมาว่า อยากเจอกับเจ้าของจดหมายขอเข้าพบ

อยากจะถลกเสื้อผ้าของอีกฝ่ายออกทีละชั้น แล้วก็ลิ้มลองรสชาติของอีกฝ่ายเหลือเกิน

เดิมทีเขาตั้งใจจะลิ้มรสชาติแค่ผิวเผิน แต่กลับไม่คาดคิดว่าตัวเองจะขาดสติ ทำจนอีกฝ่ายหมดสติไป

พอนึกถึงริมฝีปากสีแดงอันเนียนนุ่มของนาง ดวงตาของเขาก็ฉายแววลึกซึ้งยิ่งขึ้น ก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างแผ่วเบา

ร่างกายที่สงบลงอย่างเห็นได้ชัดพลันเดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง

“เฉียวชูเยว่......”

เขาจ้องมองชื่อของเฉียวชูเยว่ในจดหมายและพึมพำอย่างแผ่วเบา

เขาวาดนิ้วมือผ่านชื่อของเฉียวชูเยว่พร้อมทั้งกระตุกมุมปากเผยรอยยิ้มออกมา

“ช่างน่าเสียดาย หากข้าได้พบเจ้าเร็วกว่านี้ก็ดีสิ”

หากพบกันเร็วกว่านี้ เขาจะควบคุมนางไว้ในกำมือของตัวเองให้อยู่หมัดเลย

จะได้ไม่ต้องมานั่งคำนึงถึงเมียชาวบ้านอยู่ที่นี่เช่นในตอนนี้

เฉียวชูเยว่กลับถึงบ้านในสภาพสะบักสะบอมอย่างยิ่ง ระหว่างที่เดินโซซัดโซเซกลับบ้าน นางได้คิดหาคำอธิบายมากมายเพื่อแก้ต่างเรื่องสภาพอนาถาของตนเรียบร้อยแล้ว แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าสมาชิกภายในจวนจะไม่มีใครสนใจการกลับมาของนางเลยสักคน

นางกลับมาที่ห้องด้วยความเศร้าหมอง ก่อนจะเช็ดเนื้อตัวให้สะอาดและเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าที่คล้ายคลึงกับตัวเดิม

นางมองพิจารณาในกระจกอยู่พักใหญ่เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีพิรุธอะไร ก่อนจะหยิบตะเกียงที่อยู่ด้านข้างขึ้นมาเพื่อไปหาสามี

ท่านพี่เป็นคนขยัน ปกติแล้วเวลานี้เขาจะอ่านตำราอยู่

หลังจากมาถึงห้องหนังสือ นางก็เห็นว่าห้องหนังสือยังคงสว่างไสวไปด้วยแสงเทียนอย่างที่คาดเอาไว้

พอคิดว่าสามีกำลังนั่งอ่านตำราท่ามกลางแสงไฟอยู่ข้างในนั้น นางก็รู้สึกว่าทุกความพยายามที่ทุ่มเทไปทั้งหมดนั้นคุ้มค่า นางกระตุกมุมปากเผยรอยยิ้มเล็กน้อยออกมา ก่อนจะเดินไปที่ห้องหนังสือ

หลังจากมาถึงประตูของห้องหนังสือ นางกลับได้ยินเสียงแม่สามีกำลังสนทนากับสามีอยู่ข้างในว่า

“ชูเยว่ไปตั้งนานแล้ว เหตุใดถึงยังไม่กลับมาอีก? ขุนนางผู้นั้นคงไม่ได้ทำอะไรนางหรอกใช่หรือไม่?”

“ท่านแม่ ท่านวางใจเถิดขอรับ ชูเยว่เก่งกาจจะตายไป ขนาดบรรดาคนในโลกของการค้าขาย นางยังรับมือไหว คราวนี้ก็ต้องไม่มีปัญหาเป็นแน่ขอรับ”

“ไม่ใช่ ๆ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ข้าหมายความว่าชูเยว่หน้าตาสะสวยถึงเพียงนั้น ขุนนางผู้นั้นคงไม่ได้ลวนลามนางหรอกใช่หรือไม่?”

หลังจากได้ยินดังนั้น เฉียวชูเยว่ก็ค่อย ๆ ชะงักก้าวเดินลง พอนึกถึงสิ่งที่เผชิญในวันนี้ นางก็เริ่มกลัวที่จะเปิดประตูบานนี้เสียแล้ว

“ขุนนางผู้นั้นมีฐานะที่ไม่ธรรมดา มิหนำซ้ำยังถูกรายล้อมไปด้วยคนรับใช้มากมายอีกต่างหาก แม้แต่เจ้าตำบลของพวกเรายังไม่โออ่าขนาดนั้นเลย เขาจะหาสตรีได้ทุกรูปแบบ ไม่มีทางมาตกหลุมรักแม่ค้าผู้หยาบกร้านที่กระจอกคนหนึ่งได้หรอกขอรับ”

หยาบกร้าน……

กระจอก…...

เฉียวชูเยว่แทบจะไม่เชื่อหูของตัวเองเลย

ท่านพี่บอกว่านางเป็นคนอ่อนโยน เพรียบพร้อม ใจดีและมีคุณธรรมมากที่สุดมิใช่รึ?

ลึก ๆ แล้วท่านพี่ก็มองนางเช่นนี้นี่เอง

หัวใจของนางเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน มันเย็นชาอย่างยิ่ง เย็นชายิ่งกว่าวันนี้ตอนที่ถูกขุนนางผู้นั้นกดลงกับเก้าอี้และกระทำชำเราอยู่บนนั้นเสียอีก

นางกำตะเกียงในมืออย่างแน่นหนา ก่อนจะเคาะประตูอย่างแผ่วเบา

“ท่านพี่ ท่านพี่อยู่หรือไม่เจ้าคะ?”

คนที่อยู่ข้างในเปิดประตูอย่างรวดเร็ว จากนั้นหลินอวี้ก็สวมกอดนางอย่างกระตือรือร้นทันที

“ฮูหยิน ฮูหยิน ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้วหรือนี่?”

เขาไม่ได้สังเกตเห็นท่าทีที่อ่อนแอของเฉียวชูเยว่เลยแม้แต่น้อย อีกทั้งยังไม่สังเกตเห็นด้วยซ้ำว่าเฉียวชูเยว่เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว

“เป็นอย่างไรบ้าง ขุนนางผู้นั้นยอมยกโทษให้ข้าหรือยัง?”

พอเห็นสีหน้าที่เปี่ยมด้วยความความคาดหวังของสามี เฉียวชูเยว่ก็นึกอยากจะทดสอบท่าทีของหลินอวี้ดูสักตั้ง

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หย่ากันแล้วไยต้องรักท่าน
9.2
เมื่อความภักดีที่ไป๋ชิงมีให้ลู่เฉินถูกตอบแทนด้วยความเฉยเมยและการรับอนุเข้าบ้านไม่ซ้ำหน้า นางจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ด้วยการหย่าขาด แม้ลู่เฉินจะยินยอมปล่อยไปอย่างง่ายดายในตอนแรก แต่ไม่นานเขากลับตามตื๊อขอคืนดีอย่างน่าประหลาดใจ ทว่าหัวใจที่บอบช้ำของไป๋ชิงไม่มีวันหวนกลับ นางตั้งมั่นจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อไขว่คว้าหาคู่ชีวิตคนใหม่ที่ดียิ่งกว่าเดิม พร้อมพิสูจน์ให้คนทั้งใต้หล้าได้เห็นว่าหญิงหม้ายเช่นนางก็สามารถเริ่มต้นชีวิตรักครั้งใหม่ที่รุ่งโรจน์ได้โดยไม่ต้องง้ออดีตสามี
หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา
9.3
จากทายาทมาเฟียยุค 2000 สู่ร่างเด็กหญิงตัวน้อยในมิติสุดโหดที่กำลังล่มสลาย หงต้องเผชิญโลกที่ตัดสินทุกอย่างด้วยพลังปราณและธาตุอันแข็งแกร่ง แม้จะมีภารกิจกอบกู้โลกอันยิ่งใหญ่รออยู่ แต่ความทรงจำที่เลือนรางกลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ นางต้องเริ่มต้นใหม่จากการปลูกผักประทังชีวิตไปพร้อมกับการกำจัดเหล่ามารร้ายที่รุกราน ท่ามกลางชะตากรรมที่เหมือนโดนสวรรค์กลั่นแกล้ง เจ๊ใหญ่จะนำพาความสามารถดั้งเดิมมาเอาชนะอุปสรรคและพลิกฟื้นโลกใบนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตเสน่หามนตรารัตติกาล
8.8
โชคชะตาหรือมนตราลึกลับที่นำพา รุ้งราตรี ให้ตกอยู่ใต้อ้อมกอดของแดเนียล แวมไพร์ผู้มีหัวใจเย็นชามาแสนนาน เพียงสบตาและสัมผัสแรกเธอกลับรู้สึกถึงอันตรายที่แฝงไปด้วยความหวั่นไหวอย่างรุนแรง แม้จุมพิตเดียวจะทำให้เขาปักใจเชื่อว่าเธอคือเนื้อคู่ที่ตามหา แต่รุ้งราตรีกลับพยายามถอยห่าง ทว่าด้วยความจำเป็นบางอย่างทำให้เธอไม่มีทางเลือก นอกจากต้องหวนคืนสู่คฤหาสน์อันน่าสะพรึงกลัวแห่งนั้นอีกครั้งเพื่อเผชิญหน้ากับความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทานไหว
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์
9.4
อดีตยมทูตผู้ทรงพลังกลับชาติมาเกิดใหม่ในฐานะผู้นำแก๊งมาเฟียสุดระห่ำ พร้อมภารกิจสุดเพี้ยนในการแผ่ขยายอิทธิพลและทะเยอทะยานยึดครองดินแดนกะลาแลนด์โดยใช้กลยุทธ์สุดกาวที่ไม่มีใครคาดคิด ผลงานภาคต่อของ 'เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต' ที่นำเสนอเรื่องราวบทใหม่แบบจบในตัว ให้คุณได้สัมผัสความมันส์จากการปะทะและแผนการสุดล้ำในการสร้างอาณาจักรอาชญากรรมเหนือจินตนาการ แม้ไม่เคยอ่านภาคแรกมาก่อนก็สามารถสนุกไปกับการผจญภัยสุดระทึกและตลกขบขันนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม
หน้าปกนวนิยาย กำเนิดใหม่คุณหนูใหญ่ขยันเชือด
8.9
ในโลกที่ไร้ความยุติธรรมและเต็มไปด้วยความเน่าเฟะ วิถีแห่งมารจึงกลายเป็นทางออกเดียว เมื่ออดีตนางมารผู้โหดเหี้ยมได้กลับมาเกิดใหม่ในร่างของคุณหนูผู้ปัญญาอ่อน ท่ามกลางสังคมที่ยึดถือเพียงพละกำลังเป็นเครื่องตัดสินทุกสิ่ง นางจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนอำนาจและพร้อมที่จะบดขยี้ศัตรูทุกคนที่ขวางหน้าให้สิ้นซาก การเดินทางครั้งใหม่เพื่อทำลายล้างระเบียบเดิมและสถาปนาความแข็งแกร่งของตนเองในมหาพิภพที่บิดเบี้ยวนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
หน้าปกนวนิยาย เป่ยฟางหรง ลิขิตรักราชินีปีศาจ
9.5
เมื่อจิตมารหวนคืนสู่ภพภูมิใหม่ในฐานะองค์หญิงแห่งดินแดนเหมันต์ เป่ยฟางหรงจึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหลี่จิ้ง เทพอัคคีผู้รับภารกิจขัดเกลาจิตใจนางไม่ให้เข้าสู่หนทางมืดมิด ทั้งคู่ต่างลงมาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อเผชิญด่านเคราะห์และกระชับความสัมพันธ์ในฐานะศิษย์อาจารย์ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อธรรมชาติของมารในตัวนางไม่อาจลบเลือน นำไปสู่บทสรุปอันแสนเจ็บปวดที่หลี่จิ้งต้องตัดสินใจสังหารลูกศิษย์เพียงคนเดียวด้วยมือของเขาเอง