ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ท่านอ๋องไร้หัวใจ

ท่านอ๋องไร้หัวใจ

โชคชะตานำพาให้ข้าต้องตกหลุมรักหญิงสาวผู้เลอโฉมจากการสบตาเพียงครั้งเดียว ทว่าท่ามกลางความขัดแย้งที่รุมเร้าและความลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้ ทำให้ข้าจำต้องเก็บซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่เย็นชาและห่างเหิน จนใครต่อใครต่างพากันลือว่าข้าคือบุรุษผู้ไร้ซึ่งหัวใจและไม่เคยมีความรู้สึกรักใคร่ให้แก่ผู้ใดเลยแม้แต่น้อย แต่แท้จริงแล้วภายในใจของข้ากลับเต็มไปด้วยความโหยหาและความรักที่สลัดไม่หลุดเพียงเพื่อนางผู้เป็นที่รักคนเดียวเท่านั้น
ตอน
แชร์

ตอน 1

“จินเฉิงอู่ วันนี้ข้าเห็นสมควรเลือกหญิงงามที่ผ่านการคัดเลือกและฝึกฝนการเป็นนางในเรียบร้อยแล้ว ประทานให้เจ้ารับนางเป็นชายารอง”

สิ่งที่ฮ่องเต้พระราชทานให้ไม่รับไม่ได้ ใครกันกล่าวไว้หากไม่รับก็เพียงแค่บ่ายเบี่ยงหรือยืดเวลาไว้ก็เท่านั้น แต่จินเฉิงอู่กลับไม่แยแส

“นางเป็นเพียงลูกนอกสมรสของใต้เท้าเจิ้งประทานให้เป็นชายารองของอ๋องห้าแห่งแคว้นซ่ง มิสูงศักดิ์ไปหน่อยหรือ” 

ใต้เท้าเจิ้งยืนอยู่ที่นั่นด้วยถึงกับหนวดกระตุกไปเลยทีเดียว

เจิ้งเหมยเพียงแต่ยิ้มที่มุมปากมิได้กล่าวคำใด เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว จะไปที่ใดไม่ต่างกันจะเป็นสนมกุ้ยเหรินกุ้ยเฟยนางในหรือสาวใช้ ไม่มีสิ่งใดมาโยกคลอนจิตใจของเจิ้งเหมยได้อีกแล้ว

“เช่นนั้นจะให้ข้าบังคับเจ้าหาได้ไม่ ข้าประทานให้เจ้าแล้วจะนำนางไปไว้ในตำแหน่งไหนข้าก็มิอาจยุ่งเกี่ยวได้อีกต่อไปแต่นางมิใช่ไร้ฐานันดรโดยแท้ เป็นถึงบุตรสาวของใต้เท้าเจิ้งของสี่ตระกูลใหญ่ เจ้าใจคอจะไม่ให้เกียรติใต้เท้าเจิ้งหน่อยหรือ”

 คำพูดเหมือนกับลองใจ จินเฉินอู๋ประสานมือขึ้นเบื้องหน้า เหลือบตาคมกริบ บนใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ คิ้วเข้มเป็นลักษณะของผู้ห้าวหาญขึ้นมองเจิ้งเหมยเพียบแว๊บเดียว

“ขอบพระทัยฝ่าบาท ข้าให้นางเป็นสาวใช้ข้างกาย หวังว่าท่านเจิ้งจะไม่เคืองโกรธ”

ต่อหน้าฮ่องเต้แม้ ฝืนใจเพียงใดต้องกลำกลืนไว้ค่อยแก้ไขทีหลัง เป็นการใช้จิตวิทยาโต้ตอบกันไปมา อย่างนั้นหรือ

ใต้เท้าเจิ้ง ก้าวเท้าออกมาข้างหน้า

“ท่านอ๋องเมตตา เจิ้งเหวยขอบพระทัยท่านอ๋อง”

รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของ จินเฉิงอู่

เกี้ยวถูกหามเดินนำไป เจิ้งเหมยเดินเกือบวิ่งตามเกี้ยวไปยังจวนอ๋องกับห่อผ้า บนไหล่และของใช้ส่วนตัว

จินเฉิงอู่ลงจากเกี้ยว สาวเท้าเข้าไปบนจวน ชายาอ๋องรูปร่างอรชรยืนรอรับที่หน้าจวนด้วยสีหน้าสดใสข้างๆ กายมีสาวใช้คอยพยุงอยู่ถึงสองคน

“ท่านกลับมาแล้ว โยวเสวี่ยนเตรียมน้ำให้ท่านอาบ”

มือใหญ่กุมมือบอบบาง

“ลำบากเจ้าแล้ว” 

เดินจูงมือเข้าไปข้างใน เจิ้งเหมยถูกไล่ให้ไปเข้าประตูเล็กอีกฝั่งหนึ่ง เมื่อคนเฝ้าประตูปิดประตูตามหลังท่านอ๋องและชายา

“ห้องพักของเจ้าอยู่ติดกับห้องครัว ต่อนี้ไปเจ้ามีหน้าที่ดูแลห้องทำงานท่านอ๋อง ไม่จำเป็นอย่าได้เข้าไปในห้องนอนเพราะชายาท่านอ๋องไม่โปรดให้ใครไปยุ่งที่นั่น ชายานางจะเป็นคนดูแล ทุกอย่างในห้องนอนท่านอ๋องเอง”

สาวใช้วัยไล่เลี่ยกัน จัดแจงช่วย เจิ้งเหมยจัดห้องหับ

“ข้าย่าหนาน เจ้าชื่อแช่ว่าอย่างไร”

เจิ้งเหมยยิ้มเพื่อสานความสัมพันธ์

“เจิ้งเหมยขอบใจเจ้าที่ช่วย ดูแล”

“ไม่ต้องเกรงใจ ข้าอยู่ห้องข้างๆ ห้องแม้จะเล็กแต่ที่นี่เงียบสงบที่สุด ไม่วุ่นวาย ด้านในจวนวุ่นวายสิ้นดีที่นั่นต่างต้องช่วยกันดูแลพระชายา”

“ท่านอ๋องคงจะรักพระชายามากแน่ๆ ”

“พระชายา ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ท่านอ๋องเอาใจใส่ดูแลเหมือนไข่ในหิน ไม่น่าแปลก ฝ่าบาทเคยคิดจะประทานชายารองมาหลายครั้งแต่ท่านอ๋องกลับปฏิเสธ ได้ข่าวว่าเจ้าเป็นคนเดียวที่ท่านอ๋องยอมรับมา แต่ก็ให้มาเป็นสาวใช้อยู่ดีคงจะเกรงใจฝ่าบาทไม่น้อย”

“พวกเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าถูกประทานมาเป็นชายารอง"

“เรื่องนี้เขารู้กันทั้งจวน ว่าคราวนี้หากฝ่าบาทเลือกนางใน ต้องประทานชายามาแน่เจ้าไม่เห็นหรือว่าพระชายาท่านอ๋องร้อนใจถึงกับต้องออกมารับท่านอ๋องที่หน้าจวนทั้งๆ ที่ไม่สบาย” 

เจิ้งเหมยยิ้มแห้งๆ

“แต่ไม่ต้องห่วงนะ พระชายาใจดีที่สุด รับรองว่า.. ไม่ได้โกรธเคืองอะไรเจ้าแน่ท่านอ๋องเองก็รู้ๆกันอยู่ว่ามีสายตาไว้มองเพียงพระชายาเท่านั้น”

"ช่างเป็นอ๋องที่รักมั่นเสียจริง"

น้ำเสียงเหมือนจะเย้ยหยัน แต่รอยยิ้มกลับจริงใจ

"รักมั่น แต่เจ้ากับข้าหรือทุกคนในจวนต่างก็ต้องเกรงกลัวท่านอ๋อง แม้สบตายังไม่มีใครกล้าทำ"

เจื้งเหมยยิ้มน้อยๆจะมีอะไรน่ากลัวไปกว่าการที่ จะถูกเลือกไปเป็นสนม ของฮ่องเต้อีก เจิ้งเหมยผ่านมาได้ถึงเพียงนี้นับว่าดวงดีไม่น้อย ฮ่องเต้ในสายตาของเจิ้งเหมยแม้ใบหน้าจะไม่ได่แก่ชราทว่าการที่เป็นถึงฮ่องเต้ หากขัดใจก็ไม่พ้นตาย อยู่ที่นี่เป็นสาวใช้ ไม่จำเป็นต้องเป็นที่โปรดปรานเพียงแต่อยู่เงียบๆในส่วนของตัวเองก็พอ

"ต่อไปข้าคงต้องอาศัยเจ้าแล้วย่าหนาน"

"ข้าดีใจที่เจ้ามาช่วยดูแลที่นี่ ข้าอยู่คนเดียวมาเสียนาน"

เจิ้งเหมยยิ้ม ไม่ได้แย่เกินไปอย่างน้อยก็มีย่าหนานเป็นสหาย

ค่ำคืนใน จวนอ๋องผ่านไปอย่างเรียบง่าย 

เช้าสดใส เจิ้งเหมยจัดการตัวเองและเตรียมพร้อมที่จะปัดกวาดในห้องทำงานที่ได้รับมอบหมายเสื้อผ้าชุดใหม่ไม่ได้มีสีสันมากนัก หน้าผมก็ไม่จำเป็นต้องแต่งเหมือนตอนอยู่ในช่วงคัดนางใน หากแต่ปล่อยให้ใบหน้าสดใสไร้เครื่องแต่งแต้ม

ใบหน้าผุดผาดดุจมู่หลานแรกแย้ม ไม่จำเป็นต้องแต่งแต้มใดๆก็สะดุดตามากพอ

ชายาเอกนั่งชมสวนกับสาวใช้อีกสองคน เจิ้งเหมยกำลังจะเดินผ่าน

"เจ้าใช่ไหม สาวใช้ในจวนคนใหม่"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย
8.0
หญิงสาวผู้จบชีวิตด้วยความแค้น กลับต้องข้ามภพมาอย่างไม่ตั้งใจจนพบกับชายผู้เฝ้ารอเธอมาเนิ่นนาน ท่ามกลางความสับสนในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย เธอถูกเขาตั้งคำถามว่าเป็นปีศาจหรือไม่ ทว่าภายใต้ท่าทีเหล่านั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ยากจะหักห้ามใจ แม้คนหนึ่งอยากลืมแต่อีกคนกลับจำฝังใจ สายตาและสัมผัสที่รุกเร้าบีบให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ในการเดินทางข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่หาและบททดสอบของหัวใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ข้าอยากเป็นเมียพระรอง
8.4
อวี้เหมยหรู แพทย์หญิงจากยุคปัจจุบันต้องพบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเธอหลุดเข้าไปในโลกของนิยายที่เคยอ่าน แทนที่จะสนใจในตัวองค์ชายสามจีเสวียนผู้เป็นพระเอกของเรื่อง เธอกลับมอบหัวใจให้แก่ซือเหยียน แม่ทัพหนุ่มผู้ครองตำแหน่งพระรองอย่างหมดใจ แพทย์สาวจึงตัดสินใจใช้ความรู้และทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนบทบาทชีวิตใหม่ โดยตั้งเป้าหมายที่จะเคียงคู่กับบุรุษที่เธอรักท่ามกลางเรื่องราวแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยความโรแมนติกนี้ให้ได้
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาปลูกผักพร้อมของวิเศษ
8.6
จากชีวิตที่แสนสุขสบาย หญิงสาวกลับต้องเผชิญโชคชะตาเล่นตลกเมื่อประสบอุบัติเหตุจนหลุดมาอยู่ในยุคโบราณ ทว่าสถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม เมื่อเธอต้องมาอยู่ในร่างของเด็กหญิงตัวน้อยท่ามกลางครอบครัวที่ยากลำบาก ทั้งมารดาที่ล้มป่วยและบิดาที่พิการไร้ความสามารถในการทำงาน มีเพียงเธอคนเดียวเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งสุดท้ายในการออกไปหาอาหารเพื่อประทังชีวิตทุกคนให้รอดพ้นจากความอดอยากในโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายนี้
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 1
9.0
หลังจบชีวิตลงในโลกที่ล่มสลายเพราะฝูงซอมบี้ ฉินหลิวซีก็ได้โอกาสเกิดใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบผู้แสนอาภัพ เธอต้องเผชิญกับความยากจนข้นแค้นและถูกเหล่าญาติมิตรคอยกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อเป็นเช่นนี้เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตนเองและคนในบ้าน โดยตั้งปณิธานไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะใช้ความสามารถที่มีนำพาครอบครัวก้าวข้ามความลำบากและสร้างฐานะให้มั่งคั่งร่ำรวยเหนือใครให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย สวนท้อสวรรค์ของเหยาจี
7.8
เมื่อผลท้อสวรรค์หายไป เหยาจีเซียนน้อยผู้ดูแลสวนจึงถูกลงทัณฑ์ให้จุติยังโลกมนุษย์พร้อมเมล็ดพันธุ์ล้ำค่า โดยมีมู่สี่เสินทูตผีเสื้อติดตามมาในฐานะพี่ชาย ทว่าหลวนหลงเทพมังกรผู้ควรได้ครองผลท้อกลับตามลงมาเพื่อขัดขวางการปลูกต้นท้อบนดินแดนมนุษย์ ท่ามกลางเหล่าเซียนที่หวังช่วงชิงอำนาจและผลท้อวิเศษ เหยาจีต้องเผชิญอุปสรรคจากทั้งเทพผู้มีอำนาจและเหล่ามหาเทพผู้ปกครองสวรรค์ที่เฝ้ามองอยู่ บทสรุปของการปลูกท้อต้องห้ามและการปะทะกันของเหล่าเทพในร่างมนุษย์จะจบลงเช่นไร
หน้าปกนวนิยาย มนต์ไอยคุปต์
9.5
กาลเวลาที่ผันผ่านหลายภพชาติไม่อาจลบเลือนปณิธานอันแรงกล้าของอดีตฟาโรห์หนุ่มผู้ครองพีระมิดบนทะเลทรายสีขาว พระองค์คือกษัตริย์ผู้ไร้นามในประวัติศาสตร์ที่ยอมอุทิศทุกการเกิดใหม่เพื่อเฝ้ารอการกลับมาพบหญิงสาวสามัญชนผู้เป็นรักแท้เพียงหนึ่งเดียวอีกครั้ง นี่คือเรื่องราวความผูกพันข้ามชาติภพที่เปี่ยมด้วยมนต์ขลังแห่งไอยคุปต์ เมื่อความทรงจำในอดีตนำพาหัวใจสองดวงให้มาบรรจบกันท่ามกลางโชคชะตาที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้