
ขออย่าพบอีก
ตอน 2
บทที่ 2
ถ้อยคำทำร้ายใจ
พอได้ยินถ้อยคำที่อธิบายจากหญิงสาวในอ้อมกอด สีหน้าของเพ้ยหยุ่ก็ยิ่งบึ้งตึง เขาใช้ขาข้างหนึ่งเตะเก้าอี้ “อย่างไรก็ต้องย้าย ที่ชุนหย้วนเงียบสงบ หลิงเอ๋อก็ท้องเหมือนกันจำเป็นต้องบำรุงครรภ์ มู่ชิงเจ้าอย่างลืมว่าเดิมทีใครกันที่ช่วยเหลือเจ้าออกมาจากกองโจร หากไม่ใช่หลิงเอ๋อเอาตัวเองเป็นประกัน เจ้ายังคิดว่าจะมีชีวิตรอดกลับมาหรือ พวกเจ้า รีบมาเคลื่อนย้ายของพวกนี้ออกไป”
องค์รักษ์กลุ่มหนึ่ง ก็รีบเข้ามาในห้อง และนำของที่อยู่ในห้องทั้งหมดเคลื่อนย้ายออกอย่างรวดเร็ว
มู่ชิงเห็นภาพเหล่านั้น ในใจก็เคียดแค้นยิ่งนัก ความแค้นนี้เก็บกดไว้ในใจนางถึงครึ่งปี ครึ่งปีเต็ม ๆ
ก่อนหน้านี้ครึ่งปี นางและมู่หลิงต่างก็ถูกกองโจรจับไป
แต่นางรู้วิธีใช้ธูป นางใช้ธูปให้กองโจรสลบ สามารถที่จะพาหลิงเอ๋อ ออกจากกองโจรมาได้
เพียงแต่ พอมู่ชิงกลับมาถึงตำหนักอ๋องหยุ่ในวันที่สาม เพ้ยหยุ่ก็เข้ามาในห้องของนาง บีบคอนางแล้วพูดว่า นางไม่รู้ผิดชอบชั่วดี ทำให้มู่หลิงไปตกอยู่ในมือกองโจรได้รับความลำบากแต่นางก็เงียบไม่มารายงานอะไรสักอย่าง
มู่ชิงรู้สึกสับสน พอได้กลับบ้านตระกูลไป่นางถึงได้รู้ความว่า ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่มู่หลิง “โดนจับไปอีก”ที่รังกองโจร จนกระทั้ง เอาตัวเองมาแทนที่ให้มู่ชิงได้หนีไป และรอคอยให้มู่ชิงกลับมาช่วยนาง
ทุก ๆ คนต่างพากันเครียดแค้นนาง ด่าทอสาปแช่งนาง ว่าไม่ให้ตายดี!
ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วนางไม่ได้ทำอะไรเลย แต่แล้วก็ไม่มีใครเชื่อคำที่นางพยายามจะอธิบาย
ตอนนี้แม้กระทั้งเสื้อผืนสุดท้ายก็ยังจะไม่ให้นางเลยใช่ไหม
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” จู่ ๆ มู่ชิงก็คว้าเสื้อผ้าเด็กทารกจากหญิงรับใช้คนหนึ่ง เอามากอดไว้ “ นี่คือของของข้า”
“เจ้าเป็นบ้าอะไร” เพ้ยหยุ่หงุดหงิดปัดของในมือนางจนตกลงไป
เสื้อผ้าตกลงพื้น
มู่ชิงโค้งตัวลงไปเก็บขึ้นมา แต่โดนมู่หลิงหยิบไปเสียก่อน
สายตามู่ชิงจองมองของสามชิ้นที่อยู่ในมือหลิงเอ๋ออย่างเย็นชา นั้นคือเสื้อที่นางจะเก็บไว้ให้ลูก ตั้งแต่เมื่อครึ่งปีก่อนที่ถูกจับตัวไป ได้รับการขัดขวางจากมู่หลิงอีกเริ่มจากตอนออกจากตำหนักเพ้ยหยุ่ มู่ชิงก็เข้าใจได้ถึงความคิดของหญิงสาว
ว่าเป็นผู้หญิงที่แย้งสามีของนางไป นางไม่คู่ควรกับสิ่งของของข้า“เอาคืนมาให้ข้า”
“พี่สาว ข้าเพียงแค่ดูเท่านั้น เสื้อผ้าเหล่านี้จะทำให้ลูกใช่ไหม สวยมาก” ดวงหน้าของมู่หลิงแสดงให้เห็นถึงร้อยยิ้มที่แสนหวาน หยิบเสื้อผ้ามาดูแล้วดูอีก ทำราวกับว่าชอบมันมาก
เพ้ยหยุ่ดูเหมือนว่านางจะชอบ “ถ้ามันสวยก็เก็บไว้เถอะ ของอย่างอื่นรีบย้ายออกไป”
มู่ชิงสะกดลมหายใจไว้อย่างนิ่ง มีเพียงปลายนิ้วสั่นเล็กน้อย
“เพ้ยหยุ่ !” มู่ชิงสีหน้าขาวซีดก้มหน้าลงต่ำ“เหตุใดถึงนำของของข้าไปให้กับคนอื่น”
มู่ชิงมุ่งตรงไปข้างหน้า แย้งเอาเสื้อผ้าออกมาจากมือมู่หลิง ใช้แรงฉีกออก “ถึงแม้มันจะขาดไปแล้ว ก็ไม่สามารถยกให้หญิงใจทรามเช่นนี้ได้”
“มู่ชิง เจ้าว่าใครใจทราม” เพ้ยหยุ่เอื้อมมือไปเอาเสื้อผ้ามาจากมือมู่ชิง ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ “มู่หลิงเอาเสื้อผ้าเจ้าไปชุดสองชุดมันจะเป็นอะไร อีกทั้งนางยังเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเจ้า”
“ข้าไม่มีน้องสาว เจ้าลืมไปแล้วใช่ไหม ครึ่งปีก่อนคนตระกูลมู่ก็ขับไล่ข้าออกจากจวนแม่ทัพแล้ว” มู่ชิงกรีดร้องอย่างโศกเศร้า ความเก็บกดที่เก็บความน้อยเนื้อต่ำใจมาครึ่งปีถูกความโกรธดันปะทุออกมา “อยากให้ข้าไปอยู่ชุนหย้วนข้าจะไป แต่สิ่งของเหล่านี้ สักชิ้นเดียวข้าก็ไม่ให้ นางไม่คู่ควรกับมัน”
“เพี๊ย!” ฝ่ามือหนัก ๆ กระทบเข้ากับที่ใบหน้าของมู่ชิง ในเวลาเดียวกันนั้น เพ้ยหยุ่ก็ยังผลักนางออกไป
มู่ชิงร่นถอยหลังไป ยังดีที่มีมาม่าซูค่อยพยุงไว้ มู่ชิงเลยไม่ได้รับบาดเจ็บ
นางรีบพยุงท้องเอาไว้ มองด้วยน้ำตาคลออย่างเย็นชาและพูดกับมู่หลิง “มู่หลิง ให้เจ้าอยู่อย่างสงบในชุนหวนนี้อย่ามาระรานข้า ไม่เช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้าซะ”
มู่หลิงหดคอลง แสร้งวิ่งเข้าหาอ้อมกอดของเพ้ยหยุ่
เพ้ยหยุ่กระพริบตาด้วยสายตาเย็นชา “ไปซะ!”
คุณอาจจะชอบ





