ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย โฉมงามของอ๋องอสูร

โฉมงามของอ๋องอสูร

หลังจบชีวิตด้วยโรคร้าย วิญญาณของเธอกลับตื่นขึ้นในร่างองค์หญิงผู้ต้องกลายเป็นพระชายาของชินอ๋องโหย่วเฉาบุรุษผู้ถูกขนานนามว่านักรบปีศาจแห่งต้าถัง แม้เขาจะขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและมีอนาคอนดายักษ์เป็นอาวุธคู่กายที่น่าเกรงขาม ทั้งยังเคยปิดตายเรื่องความรักไปแล้ว ทว่าความดื้อเงียบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีอ่อนแอของพระชายาคนใหม่กลับสั่นคลอนหัวใจท่านอ๋องผู้เอาแต่ใจให้ปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในนิยายรักแฟนตาซีสุดฟินเรื่องนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

เสิ่นหรันหรันป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวตั้งแต่ยังเด็ก เธอไม่เคยได้ไปโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่นการเรียนของเธอที่ผ่านมานั้นมีเพียงพ่อกับแม่ที่เป็นผู้สอน

เสิ่นหรันหรันเก่งหลายวิชา แต่ที่ชอบที่สุดก็คงเป็นการเขียนพู่กันจีนโบราณและเธอก็เขียนได้ดีจนใคร ๆ ที่ได้เห็นล้วนชื่นชม คงเป็นเพราะเธอได้ความเก่งกาจมาจากพ่อแม่ที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยทั้งคู่

เดิมเสิ่นหรันหรันยังมีพ่อแม่พร้อมหน้า ถึงเธอจะป่วยแต่ครอบครัวก็อบอุ่น พ่อแม่ของเธอรักใคร่และถนอมเธอที่สุด แต่หลังวันเกิดอายุครบสิบหกปีของเธอก็เกิดเรื่องร้ายขึ้น เมื่อพ่อกับแม่ของเธอมาที่โรงพยาบาลก็เกิดอุบัติเหตุรถชนจนพวกท่านเสียไปทั้งคู่

คนที่มาดูแลเสิ่นหรันหรันก็คือคุณป้าซึ่งเป็นพี่สาวคนเดียวของพ่อ ซึ่งปกติก็เป็นคนที่ดูแลเธออยู่แล้ว นับตั้งแต่นั้นมาเสิ่นหรันหรันก็มีเพียงป้าของเธอเท่านั้นที่เป็นครอบครัวเพียงคนเดียว ซึ่งญาติคนอื่นล้วนไม่มีใครอยากยุ่งกับคนป่วยเช่นเธอ

โชคดีที่พ่อและแม่ของเธอมีสมบัติทิ้งเอาไว้มาก รวมทั้งยังได้ทำประกันชีวิตเอาไว้หลายล้านหยวนทำให้คุณป้าซึ่งดูแลเสิ่นหรันหรันต่อจากพ่อแม่ไม่เดือดร้อนและลำบากจากค่ารักษาพยาบาลของเธอซึ่งต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย

เธอมักจะเห็นคุณป้าแอบร้องไห้เพราะสงสารเธออยู่เสมอ หลายครั้งที่คุณป้าออกไปนอกห้องแล้วฟุบใบหน้าลงบนฝ่ามือ ปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมา และพูดอยู่คนเดียว

“หรันหรันเป็นเด็กดีจริง ๆ นะคะ พระเจ้าได้โปรดช่วยเธอด้วย ฉันอยากพาหรันหรันไปเดินห้าง อยากพาหรันหรันไปภัตตาคารกินอะไรอร่อย ๆ อยากพาเธอไปเที่ยวที่ไกล ๆ เหมือนคนอื่น ทั้ง ๆ ที่เธออดทนและเป็นเด็กดีขนาดนี้ ทำไมพระเจ้าถึงได้ทอดทิ้งเธอคะ ได้โปรดเถอะค่ะ ฉันไม่ได้แต่งงาน ฉันไม่ต้องการเด็กคนอื่น ชีวิตของฉันมีแค่หรันหรันเท่านั้นนะคะ ได้โปรดช่วยให้หรันหรันของฉันหายด้วยเถอะค่ะ”

เสิ่นหรันหรันยิ้มอย่างเศร้าสร้อย ชีวิตของคุณป้าก็มีแค่เธอ ในแต่ละวันแทบจะไม่เคยห่างจากโรงพยาบาล คุณป้ามีความฝันอยากไปท่องเที่ยวทั่วโลก แต่ความฝันต้องสะดุดลงเพราะต้องดูแลเธอแทนพ่อแม่ที่เสียไป

เสิ่นหรันหรันเองก็อยากหาย แต่เธอชาชินเสียแล้วกับการรอคอยความตายที่รออยู่ตรงหน้าและเธอรู้สึกว่าตัวเองใช้ชีวิตมาใกล้ถึงนาทีสุดท้ายแล้ว

วันเกิดปีนี้เธอได้เป่าเทียนในโรงพยาบาลเหมือนเช่นทุกปี ทว่าเธอไม่ได้อธิษฐานขอให้เธอหายป่วยอีกต่อไป

ขอให้พระเจ้าปล่อยหรันหรันไปเถอะค่ะ คุณป้าของหรันหรันจะได้ไม่ทุกข์ใจแบบนี้อีก คุณป้าจะได้ไปเที่ยวและทำในสิ่งที่เป็นความฝันของคุณป้า พ่อจ๋าแม่จ๋า มารับหรันหรันได้แล้วนะคะ หรันหรันพร้อมแล้วค่ะ หรันหรันไม่อยากสู้อีกต่อไปแล้ว

และในที่สุดความฝันที่จะคืนชีวิตให้คุณป้าของเสิ่นหรันหรันก็เป็นจริง เมื่อตอนเธอมีอายุสิบเก้าปีและการฉายแสงครั้งสุดท้ายไม่เป็นผล

มะเร็งลุกลามไปทั่วร่างกายทำให้เสิ่นหรันหรันจากไปอย่างสงบ โดยที่เธอไม่เคยได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กคนอื่น ไม่เคยไปโรงเรียน ไม่มีเพื่อน และไม่เคยเดทกับใครเหมือนวัยรุ่นทั่วไป

เพราะเป็นแบบนี้จิตใจของเสิ่นหรันหรันจึงบริสุทธิ์ราวกับเด็กน้อยผู้หนึ่ง คุณป้าคิดว่า

เสิ่นหรันหรันที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสาของเธอ คงจะได้มีความสุขบนสวรรค์สินะ

ในตอนนี้เสิ่นหรันหรันได้แต่เฝ้าสงสัยว่าในเมื่อเธอซึ่งได้ตายไปแล้ว ทำไมจึงมาโผล่ที่นี่ได้ ที่นี่แม้จะเหมือนนรกแต่เธอคิดว่าไม่ใช่ เธอยังไม่ตายอีกหรือ

เธออยู่ที่ไหนกันแน่ และมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!

เธอเชื่อว่านี่ไม่ใช่ความฝันและมันคือความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกสิ่งทุกอย่างบอกเธออย่างนั้น และทำให้เธอประหลาดใจ

ผู้ชายคนนั้น เขาเป็นใครกัน

เมื่อคิดถึงแววตาของผู้ชายคนนั้นเส้นขนด้านหลังลำคอของเสิ่นหรันหรันก็ลุกชันขึ้นมาทันใด

ผู้ชายคนนั้นแม้จะหน้าตาดี แต่จิตใจหยาบช้าราวกับปีศาจจากขุมนรก เขา...ทำร้ายเธอ...แล้วสาเหตุที่เขาทำร้ายเธอนั้นคืออะไร

เสิ่นหรันหรันพยายามลุกขึ้น ผ้าห่มเคลื่อนออกจากร่างเล็ก ตอนนี้เธอจึงได้รู้ว่าตัวเองสวมเสื้อคลุมสีดำตัวหนึ่งที่ทั้งใหญ่และเทอะทะ นอกจากเสื้อคลุมตัวนี้เธอก็ไม่ได้สวมอะไรอีก

เสิ่นหรันหรันพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น แต่เวลานั้นเธอรู้สึกว่าเหมือนโลกกำลังหมุนวนทำให้เธอล้มลงไปอย่างรวดเร็ว

แม้จะรู้สึกปวดหัวจนแทบระเบิด แต่เธอยังหายใจได้ ไม่ได้รู้สึกแน่นท้องที่ทำให้รู้สึกทรมานแสนสาหัส อีกอย่างตอนนี้เธอไม่มีเลือดกำเดาไหลออกมา

ดูเหมือนว่าอาการข้างเคียงที่เกิดจากมะเร็งของเธอจะไม่มีอีกแล้ว

นี่เป็นครั้งแรกที่เสิ่นหรันหรันรู้สึกว่าอาการเจ็บป่วยเป็นเรื่องที่ไม่ลำบากเหมือนที่ผ่านมา

เสิ่นหรันหรันเป็นคนที่อดทนกับความเจ็บป่วยของร่างกายได้เป็นอย่างดี เมื่อตั้งสติได้หญิงสาวก็สูดลมหายใจเข้าลึกปล่อยลมหายใจออกไปช้า ๆ จากนั้นก็ล้มตัวลงนอน

หญิงสาวชินกับการไร้เรี่ยวแรงและความอ่อนเพลีย และรู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะรู้สึกดีขึ้น

ตอนนี้สิ่งที่ทำได้ก็คือ ต้องควบคุมลมหายใจของตนเอง หลับตา และนอนนิ่ง ๆ ทำเหมือนที่เธอทำมาตลอดชีวิต หลังจากนั้นเมื่อรู้สึกดีขึ้นเธอค่อยค้นหาว่าตอนนี้ เธออยู่ที่ไหนและเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เสิ่นหรันหรันได้ยินเสียงของคนเดินไปเดินมาอยู่ข้างนอก ด้วยประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ผ่านมาร่วมกับคนแปลกหน้าเป็นศูนย์ ทำให้เสิ่นหรันหรันกลัวจนไม่กล้าที่จะพูดออกไป

เธอหวังว่าจะมีใครสักคนที่ท่าทางใจดี เหมือนคุณพยาบาลในโรงพยาบาลเปิดประตูบานนั้นออกมาเพื่อไขข้อสงสัยที่กำลังอัดแน่นในอกของเธอสักคน

เสิ่นหรันหรันนอนนิ่ง ๆ อยู่ราวครึ่งชั่วโมงอาการปวดศีรษะแม้จะยังคงอยู่ แต่อาการอ่อนเพลียของเธอก็ดีขึ้นไม่น้อย

ตอนแรกคงเป็นเพราะเธอรีบร้อนลุกขึ้นยืนจนเกินไป เลือดจึงไหลเวียนไม่สะดวกจนทำให้เกิดอาการแบบนี้

และแล้วในที่สุดก็ได้ยินเสียงประตูเปิดออก เสิ่นหรันหรันค่อย ๆ ลืมตา และจ้องมองไปที่ประตูนั้น

และเป็นเขาที่ก้าวเข้ามา คนที่ย่ำยีเธอและทำให้เธอหวาดกลัวแทบสิ้นสติ เขาไม่ได้แต่งตัวปกติแต่ใส่เสื้อผ้าแบบโบราณ ผู้ชายคนนี้ชอบแต่งคอสเพลย์หรอกหรือ

ถึงเขาจะหล่อเหลาจนเหมือนพระเอกซีรีส์ที่เสิ่นหรันหรันชอบดู แต่สีหน้าดุดันเย็นชา สายตาเย็นเยียบกลับทำให้หัวใจของเสิ่นหรันหรันตื่นตระหนกจนลนลาน

เธอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัว ปากของเธอสั่นระริกในตอนที่เขาจับจ้องมาที่ดวงตาคู่งามหยาดเยิ้ม

ดูเหมือนว่ามุมปากของเขาจะยกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เอ่ยว่า

“ฟื้นแล้วหรือองค์หญิง เช่นนั้นก็ดีข้าจะได้มอบของขวัญให้เจ้าเสียที”

เขาพูดจบก็เปิดประตูเดินจากไป เสิ่นหรันหรันยังมึนงง ทั้งยังหวาดกลัวเขาเป็นอย่างมากเมื่อเขาเดินออกไปแล้วก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งใจ

ตอนนี้ต้องตั้งสติก่อน เขาเรียกเธอว่าองค์หญิงไม่ผิดแน่ นี่มันหมายความว่ายังไง

ถ้าเขากลับมาอีก เธอต้องสอบถามให้ได้เรื่อง

เขาหายไปครู่ใหญ่ จากนั้นก็กลับมา ในมือถือบางสิ่งบางอย่างมาด้วย เสิ่นหรันหรันมองเห็นเป็นสีดำ ๆ ยังมองไม่ชัดนักเขาก็พูดขึ้นมาว่า

“ของที่เจ้าต้องการ ข้านำมาให้แล้ว”

พูดจบเขาก็โยนของที่อยู่ในมือส่งให้เธอ เสิ่นหรันหรันพอมีแรงแล้วเมื่อคนมอบของให้ เธอก็ยื่นมือไปรับอัตโนมัติแม้ไม่รู้ว่าคืออะไร

ของสิ่งนั้นตกในมือของเธออย่างแม่นยำ เสิ่นหรันหรันยกขึ้นแล้วเพ่งมอง จากนั้นก็หวีดร้องออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับโยนมันทิ้งไปทันใด

กรี๊ดดดดดดด!

ที่แท้มันคือศีรษะของมนุษย์คนหนึ่ง!

เลือดอุ่นสด ๆ สายหนึ่งยังกระเด็นถูกใบหน้าของเธอ เสิ่นหรันหรันได้กลิ่นคาวเลือดที่โชยออกมา เธอลืมอาการปวดหัวไปโดยพลัน จากนั้นเธอจึงคลานไปที่หลังกองฟืนแล้วโก่งคออาเจียนเหมือนตอนที่เธอออกมาจากห้องฉายรังสีไม่มีผิด

คนผู้นั้นปล่อยให้เธออาเจียนจนหมด เสิ่นหรันหรันร่างกายสั่นเทา กลัวจนลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปในพริบตา

ตอนนี้เธอถูกมือใหญ่คู่นั้นลากออกมาหลังกองฟืนแล้ววางเธออย่างแรงเหมือนเธอเป็นตุ๊กตาหินก้อนหนึ่ง

ศีรษะมนุษย์ถูกเขาเตะไปที่มุมหนึ่งเขาไม่ได้ทำเพราะสงสารเธอแต่เขากำลังโกรธกับท่าทางขัดใจของหญิงสาว จึงใช้ศีรษะนั้นระบายอารมณ์

คนผู้นั้นโน้มใบหน้าลงมา บีบคางของเธอแล้วเอ่ยว่า

“เจ้าอยากได้หัวของเขา ข้าจัดการให้แล้ว ไยจึงได้มีท่าทางเช่นนี้ คิดจะมาอ่อนแออะไรในยามนี้กัน”

เสิ่นหรันหรันอยากจะกรีดร้องออกมาอีกรอบ แต่คราวนี้เธอกลับไร้ซึ่งเสียงร้องไปแล้วมีเพียงหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาราวกับไข่มุกขาดสาย จากนั้นเธอก็พยายามพูดออกมา

“หรันหรันไม่ได้พูด ไม่เคยบอกคุณให้ทำแบบนี้”

จากคำพูดของเขานั้นเห็นได้ชัดว่าเขากำลังใส่ร้ายว่าเธอเป็นคนสั่งให้เขาฆ่าผู้ชายคนนี้

เขาบีบคางของเสิ่นหรันหรันแน่นขึ้นทั้งมองด้วยสายตารำคาญ

“ยุ่งยากเสียจริง ทั้ง ๆ ที่เป็นความต้องการของเจ้าแท้ ๆ ตอนนี้บอกว่าไม่ต้องการ องค์หญิงเจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่ อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า”

“ไม่ใช่หัวคน หรันหรันกลัว ฮือ ๆ ๆ”

เสิ่นหรันหรันแม้จะอายุสิบเก้าปี แต่เธอถูกประคบประหงมเป็นเด็กมาโดยตลอด ชีวิตนี้น้อยครั้งนักที่จะได้ออกไปจากโรงพยาบาล แต่เมื่อต้องมาเผชิญโลกก็ต้องเจอกับหัวคนจริง ๆ เธอไม่ตกใจตายไปอีกรอบก็นับว่าจิตแข็งแล้ว

และท่าทางลนลานของหญิงสาว ก็ทำให้เขาหงุดหงิดใจเป็นอย่างยิ่ง

กระทั่งประตูถูกเปิดออก เสียงของผู้ชายอีกคนก็ดังขึ้น

“ท่านอ๋อง ท่านทำพระชายาของท่านกลัวแล้ว แค่ฆ่าก็พอไยต้องให้นางเห็นหัวคนด้วย นางเป็นองค์หญิงทั้งเป็นสตรีบอบบางจะทนดูได้อย่างไร”

“ก็นางบอกว่าต้องการเห็นด้วยตาข้าก็เอามาให้แล้ว ความผิดของข้าหรือ”

“ท่านก็เห็นว่านางกลัว พอเถิด”

ท่าทางของเขาหงุดหงิดและเอาแต่ใจ จากนั้นเขาก็ปล่อยคางเล็กของนาง

และในตอนนี้ที่เขาคนนั้นหมุนตัวและเดินออกไปแล้ว เสิ่นหรันหรันตกใจแทบสิ้นสติเขากำลังทิ้งเธอเอาไว้กับหัวของผู้ชายคนนั้น

ถึงเสิ่นหรันหรันจะไม่เคยเจอผี แต่เธอก็กลัวจนแทบฉี่ราดแล้ว ทว่าเมื่อมองแผ่นหลังที่เย็นชาเหมือนแผ่นน้ำแข็งของผู้ชายคนนั้น เสิ่นหรันหรันคิดว่าอยู่กับหัวคนยังดีกว่าอยู่กับมนุษย์ที่ดูเหมือนว่าจะกินคนได้เช่นเขา

เสิ่นหรันหรันไม่กล้ามองหัวคนที่กลิ้งไปอยู่ด้านข้างประตู จึงได้ขยับไปชิดอยู่ที่มุมห้องสร้อยกางเขนที่เคยกำเอาไว้เมื่อเวลาสวดอ้อนวอนพระเจ้าในชาติก่อนไม่มีแล้ว เธอจึงได้แต่กุมมือของตัวเองแน่นแล้วหลับตาลงอย่างอ่อนล้า

“ขอให้เรื่องนี้ไม่จริง ขอให้เป็นเพียงความฝัน ขอให้ลูกตื่นขึ้นมาอีกครั้งแล้วทุกอย่างจะหายไป”

เธอทั้งหวาดกลัวและตื่นตระหนก แม้แต่แรงที่จะอ้าปากพูดตอนนี้ก็ไม่มีแล้ว ร่างกายของเธอในเวลานี้ก็เกินจะรับไหวในที่สุดเสิ่นหรันหรันก็หมดสติไปอีกครั้ง

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่บุรุษร่างสูงก็ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับบุรุษอีกคนหนึ่ง สายตาคมจ้องไปที่สตรีร่างเล็กที่อยู่มุมห้องที่บัดนี้ได้หลับไปแล้ว

บุรุษที่อยู่ข้างกายเขาเดินไปใกล้นาง จากนั้นจึงจับชีพจรเล็กน้อย เขาวางข้อมือเรียวลงแล้วเอ่ยว่า

“นางตัวร้อน อาการไม่ค่อยดีนัก อย่างไรนางก็เป็นสตรีทั้งยังเป็นภรรยาที่ท่านลักพาตัวมาไม่คิดจะดูแลนางหน่อยหรือ”

โหย่วเฉาตัดบทเสียงเย็น

“ข้าเมาจนขาดสติ จึงได้ตัดสินใจผิดพลาด”

เสียงหัวเราะดังขึ้นทันใด

“ข้ารู้ว่าท่านชอบแข่งขันไม่ยอมพ่ายแพ้ผู้ใด แต่ไม่คิดว่าท่านจะอาการหนักเพียงนี้ แต่ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วท่านก็ต้องรับผิดชอบนางให้ดีที่สุด”

“ไยข้าต้องรับผิดชอบอีก เป็นนางที่ไม่ยอมกลับไปและยื่นข้อเสนอให้ข้า หึ ข้าคิดว่าเป็นนางที่วางแผนการเอาไว้แล้ว ช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก”

“เป็นท่านต่างหากที่เปิดโอกาสให้นางวางแผนการท่านอ๋อง ยอมรับเถิดว่าคนที่ผิดพลาดคือท่านเอง ข้าจะไปต้มยาท่านก็เช็ดตัวให้นางแล้วกัน”

สีหน้าของโหย่วเฉากลับขึงขังขึ้นมาทันใด

“เจ้าเป็นหมอก็ดูแลเองสิ”

จากนั้นเขาก็หมุนกายจากไป โจวรุ่ยได้แต่มองไปยังร่างเล็กด้วยสายตาเวทนาทั้งสงสาร ไม่รู้ว่าเวรกรรมอันใดนางจึงได้จับพลัดจับผลูมาตกอยู่ในเงื้อมมือของอ๋องไร้หัวใจคนนี้

หากจะโทษ ก็ต้องโทษที่นางผู้นี้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงสตรีที่ทิ้งรอยบาดแผลในใจให้เขาเอาไว้ ทำให้ท่านอ๋องไม่อาจลืมได้ลง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พลั้งเหรอ (เลย) เผลอรัก
9.7
ธาราทิพย์ใจสลายเมื่ออดีตคนรักทำเพื่อนสนิทท้องจนต้องแต่งงานกัน เธอเมามายและตื่นขึ้นกลางป่าลึกในฐานะนักโทษของ ศิงขริน ชายแปลกหน้าที่ได้รับภารกิจกักตัวเธอไว้ไม่ให้ไปพังพิธีวิวาห์ ท่ามกลางความพยายามหลบหนีและการเฝ้าตามติดอย่างใกล้ชิด ความใกล้ชิดในกระท่อมหลังน้อยกลับเปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นความหวั่นไหว จากคนแปลกหน้าที่ต้องชิงไหวชิงพริบ กลับเผลอใจให้กันในค่ำคืนที่แสนหวานจนความสัมพันธ์ครั้งนี้ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ❥마법 l MAKE ME XXX l รักไสยไสย
9.4
ชีวิตของฉันต้องพลิกผันจากความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เมื่อตั้งใจจะใช้เสน่ห์น้ำมันพรายแต่กลับสาดใส่ผิดคน จากหนุ่มเนิร์ดผู้แสนสุภาพกลับกลายเป็นชายหนุ่มคลั่งรักสายโหดที่พร้อมจะนองเลือดได้ทุกเมื่อ แม้ฉันจะพยายามหาทางหนีหรือยกข้ออ้างสารพัดเพื่อไล่เขาไป แต่เขากลับใช้ปลายมีดคมกริบจ่อหน้าฉันพร้อมยื่นคำขาดสุดระทึกว่า หากไม่ยอมตกลงเป็นแฟนกับเขา ก็เตรียมตัวลาโลกนี้ไปได้เลย งานนี้ฉันไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมจำนนด้วยความกลัวตาย
หน้าปกนวนิยาย ล่ารักเทพบุตรมาเฟีย
8.5
อลินทิราหรือสายลับออลโซย่าได้รับมอบหมายให้ขโมยข้อมูลธาตุอันตรายที่รุนแรงกว่านิวเคลียร์ ทว่าหลังจบงานเธอกลับพบความจริงที่น่ากลัวเมื่อถูกตามล่าจากทั้งองค์กรตัวเองและแดเนียล ไพรซ์ มาเฟียหนุ่มผู้มั่งคั่งเจ้าของข้อมูลที่ถูกชิงไป แดเนียลพลิกแผ่นดินตามหาหญิงสาวผู้หยิ่งทะนงจนพบตัว แต่แทนที่จะกำจัดเธอทิ้งเขากลับกักขังเธอไว้ในกรงขังแห่งเสน่หาและบทลงโทษที่เร่าร้อนจนเธอไม่อาจต้านทานได้ในเกมล่าครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ถ่อย
8.2
นิยายแนวโคแก่กินหญ้าอ่อนเรื่องนี้ถ่ายทอดความสัมพันธ์อันโหดร้ายผ่านตัวละคร ยักษ์ คีรี ดอว์สัน ชายผู้เต็มไปด้วยความถ่อยและรุนแรง เขาได้ตัว มายาวี มาครอบครองในฐานะสินค้าขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้สิน แม้เขาจะปฏิบัติกับเธออย่างทารุณและใช้กำลังข่มเหงตามสัญชาตญาณดิบ แต่ความสดใสและท่าทีดื้อรั้นของเด็กสาวกลับเริ่มสั่นคลอนหัวใจคนเลวอย่างเขาให้หวั่นไหว ท่ามกลางบททดสอบทางอารมณ์และเซ็กส์ที่ดุเดือด มาลุ้นกันว่าคนต่ำทรามจะพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์ของสินค้ามีชีวิตชิ้นนี้จนยอมใจอ่อนได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่ถูกทิ้ง
9.3
ซูเมิ่ง นักธุรกิจสาวผู้เก่งกาจต้องมาอยู่ในร่างบุตรีที่ตระกูลขุนนางชิงชัง เธอถูกส่งตัวไปแต่งงานกับท่านแม่ทัพจากตระกูลศัตรูในฐานะตัวประกันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แม้จะถูกสามีทอดทิ้งแต่นางกลับมองเป็นโอกาสในการสร้างตัวด้วยทักษะการค้า ทว่าท่ามกลางความขัดแย้ง ท่านแม่ทัพเจ้าแผนการกลับเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมบีบบังคับให้เธออยู่ปรนนิบัติด้วยของหวานรสเลิศเพื่อดับโทสะ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดวุ่นวายที่ทั้งคู่ต้องรับมือ
หน้าปกนวนิยาย ยักษ์ครุฑี
8.0
เมื่อครุฑีสาวร่วงหล่นจากนภา พระสุวรรณเมฆากษัตริย์อสุราได้เข้าช่วยเหลือไว้ทันท่วงที ท่ามกลางความงดงามของนางที่สะกดสายตายักษ์หนุ่ม ทหารครุฑาได้ปรากฏกายขึ้นเพื่อบีบบังคับให้ส่งตัวนางคืน ทว่ากษัตริย์อสุรากลับปฏิเสธพร้อมเผชิญหน้าปกป้องนางอย่างไม่เกรงกลัว สงครามข้ามเผ่าพันธุ์จึงปะทุขึ้นเมื่อความขัดแย้งนำไปสู่การนองเลือด พระสุวรรณเมฆาจำต้องใช้มหิทธานุภาพเข้าฟาดฟันเพื่อปกป้องครุฑีตัวน้อยในอ้อมแขนจากเหล่าศัตรูที่หมายเอาชีวิตนางให้จงได้