ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามาหาผู้ชายยุค 90 ภาค2

ย้อนเวลามาหาผู้ชายยุค 90 ภาค2

โชคชะตานำพากลับสู่บรรยากาศอันคุ้นเคยในยุค 90 อีกครั้ง เมื่อความรักและความผูกพันที่แสนลึกซึ้งได้กลายเป็นสายใยที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของกาลเวลา แม้โลกจะหมุนผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด ทว่าความทรงจำที่เคยร่วมสร้างกันมาจะยังคงสลักแน่นอยู่ในหัวใจและคงอยู่ชั่วนิรันดร์ เตรียมสัมผัสกับเรื่องราวความโรแมนติกที่ผสมผสานกลิ่นอายแฟนตาซีในภาคต่อสุดประทับใจ ซึ่งจะพิสูจน์ให้เห็นว่ารักแท้ที่มั่นคงนั้นจะไม่มีวันเลือนหายไปตามกาลเวลาที่ผันผ่าน
ตอน
แชร์

ตอน 2

เมื่อมิคกี้กินข้าวไข่เจียวที่จันทราหญิงสาวที่อ้างเป็นแม่ทอดให้กินแล้ว เขาก็ได้ออกมานั่งนอกชานกับกำนันบุญมีและจันทรา หลังจากนั้นกำนันบุญมีจึงถามไถ่เรื่องเรียนให้คลายสงสัย

“แล้วมึงจะไปสมัครเรียนเมื่อไร” กำนันบุญมีมองหน้ามิคกี้ด้วยความอิ่มเอม

“อีกสองสามวันเดี๋ยวก็ไปสมัครครับ”

“มึงอยากได้อะไรบอกพ่อมา เดี๋ยวพ่อจัดหาให้ทุกอย่าง พ่อดีใจมากที่มึงคิดได้ซะที”

“พ่อ” จันทราหยิกที่แขนเพื่อเตือนสติสามี เพราะจันทรากลัวว่าลูกชายจะขออะไรที่เกินไป

“แม่จันทรานี่มาหยิกพ่อทำไม”

“พ่อครับ ทุกอย่างที่จะหาให้ผมเลยใช่ไหม” มิคกี้ยิ้มในใจทันที

“ใช่สิว่ะพ่อจะโกหกมึงทำไม”

“ถ้างั้นผมขอเลยนะ” มิคกี้ถึงจะไม่รู้ว่าสองคนนี้เป็นใคร แต่ที่เขาเริ่มแน่ใจแล้วว่าสองคนนี้รักเขาเหมือนลูกแท้ๆ แน่นอน มิคกี้จึงเริ่มสนิทใจที่จะขอสิ่งต่างๆ

“ไอ้ไก่มึงไปเตรียมปากกากับสมุดมาจดเดี๋ยวนี้”

เมื่อไก่ได้ยินคำสั่งของกำนัน เขาจึงรีบไปน้ำสมุดปากกามาเตรียมจดทันที

“อย่างแรกในห้องนอนของผม ไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรเลย ผมขอ ทีวีจอแบน จอตู้หนาๆ โบราณๆ แบบที่ตั้งอยู่กลางบ้านนั่นไม่เอานะ แล้วก็แอร์ด้วยมันร้อนมาก ผมเป็นคนขี้ร้อน นอนไม่ค่อยหลับถ้าอากาศไม่เย็น ขอโน๊ตบุ๊คพร้อมติดไวไฟด้วย”

“แม่จันทรารู้ไหม ว่าไวไฟมันคืออะไร”

“แม่ก็ไม่รู้หรอก ให้ไอ้ไก่มันจดไว้ก่อนแล้วเราค่อยไปซื้อกัน”

“ก็ได้”

“พ่อยังไม่หมดมีอีกนะ”

“มีอะไรอีกเหรอ” กำนันบุญมีเริ่มมีสีหน้าที่วิตกกังวล

“ห้องน้ำไม่ค่อยปลอยภัยเท่าไร”

“ไม่ปลอดภัยอย่างไงลูก” จันทราถาม

“มันมีรูด้วยกลัวคนแอบมอง ถ้าใครมาแอบถ่ายแล้วเอาคลิปไปลงในโซเซียล เดี๋ยวมันจะเป็นเรื่องใหญ่นะพ่อ อยากให้พ่อซ่อมแซมให้หน่อยทำให้มิดชิด แล้วน้ำในโอ่งมันเย็นเกินไป ผมขอเป็นฝักบัวแล้วติดเครื่องทำน้ำอุ่นด้วย นะ”

“มึงจะเอาขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วใครเขาจะมาดูมึงอาบน้ำไอ้ต่อ” กำนันบุญมีเริ่มมีอารมณ์โกรธทีครุ่กรุ่น

“ผมจะไม่พูดเยอะ ถ้าพ่อไม่ทำให้ผม ถ้าอย่างงั้นผมจะไม่ไปสอบด้วย แล้วก็ไม่เรียนที่ไหนทั้งนั้น”

“ก็ได้ พ่อยอมแล้ว อยากได้อะไรบอกมาเลย เดี๋ยวพ่อจัดให้ทุกอย่าง ไอ้ไก่จดให้หมดนะอย่าให้ขาดเชียว” กำนันบุญมีพูดจบถอนหายใจเฮือกใหญ่

“เอ่อ มีอีกอย่างหนึ่งพ่อ”

“อะไร” กำนันบุญมีมองมิคกี้ตาแป๋ว

“ต่อไปเรียกผมว่ามิคกี้ ห้ามเรียกว่าต่อ”

“เหรอ มิคกี้ ชื่อฝรั่ง แต่พ่อว่าชื่อต่อเป็นมงคลนะ พระอาจารย์ตั้งให้พ่อว่าชื่อนี่ก็ดีอยู่นะ” กำนันบุญมีฝืนยิ้ม

“ไม่ดีหรอก ชื่อมิคกี้ดีกว่าเยอะ แล้วแต่พ่อจะเรียกก็แล้วกัน” มิคกี้เห็นกำนันบุญมีมีท่าทีไม่พอใจ มิคกี้ก็เลยไม่อยากขัดใจกำนันบุญมี

“ดีแล้วลูก”

“หมดแล้วใช่ไหม” จันทราเอ่ยขึ้น

“ยังครับ”

“จะเอาอะไรอีกลูกแม่” จันทราใจเต้นระรัว

“ผมไม่มีเสื้อผ้าดีๆ ใส่ ที่มีอยู่มันก็เอ้าท์มากเลย โทรศัพท์มือถือก็ไม่มี ผมอยากได้เงินสักแสนหนึ่งไปซื้อของใช้น่ะ”

“ไอ้ต่อ กูไอ้มึงเป็นวานี่มึงจะเอาไร่เลยเหรอว่ะ กูจะเอาตังค์ที่ไหนให้มึงเป็นแสนไอ้ห่านี่” กำนันบุญมีโมโหขีดสุด

มิคกี้หยุดความคิดอยากได้ให้น้อยลงทันที เมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางของกำนันบุญมี ที่กำลังโกรธจนหน้าดำหน้าแดง

“สามหมื่นก็ได้ มันแพงตรงโทรศัพท์ถือถือนี่แหละ”

“โทรศัพท์เราก็มีไอ้ต่อ” กำนันบุญมีชี้ไปที่โทรศัพท์ ที่มีรูสิบรูแล้วหมุนตัวเลขข้างใน

“โอ๊ยพ่อ เปลื่ยนได้แล้ว เดี๋ยวนี้ต้องใช้ปุ่มกด ที่ผมอยากได้ไม่ใช่โทรศัพท์บ้าน ผมอยากได้มือถือพ่อเข้าใจไหม”

“มือถืออะไรของมึง ถ้าเป็นโทรศัพท์มันต้องมีสายมึงจะถือไปไหน”

“เอ้า พ่อก็ถือไว้โทรคุยกันไง พ่อไม่เข้าใจเหรอ เดี๋ยวผมซื้อมาให้พ่ออีกเครื่องก็ได้ รับรองถ้าพ่อได้เล่นติดใจแน่นอน แล้วก็จะส่งรูปสวัสดีวันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ทุกวัน”

“ถ้ามึงหามาได้กูก็จะซื้อให้มึงเลยไอ้ต่อ”

“แล้วอย่าลืมที่พูดนะพ่อ เดี๋ยวผมจะไปที่ห้างเอามาให้พ่อดู แต่ตอนนี้ขอสามหมื่นก่อนก็ดีนะ”

“แม่ว่าไง” กำนันบุญมีมองมาที่จันทรา ที่มึนงงสับสนพูดอะไรไม่ออก

“แล้วแต่พ่อ เลย ถ้าพ่ออยากให้ไอ้ต่อเรียนก็ต้องยอมมัน”

“แหม กูละปวดหัว ไอ้ต่อคนเดิมไม่อยากเรียน มีแต่ยิงนกตกปลา ตะลอนชกมวย ไม่ต้องเสียเงินเสียทอง แต่ไอ้ต่อคนนี้อยากเรียนแต่ใช้เงินเก่งชะมัด อยากได้โน้นอยากได้นี่กูจะทำไงดีวะ”

“เอาเหอะน่าพ่อ ก็พ่ออยากให้ลูกเป็น ปลัด นายอำเภอ ผู้ว่า ไม่ใช่เหรอก็ลงทุนหน่อยน่า” จันทราพูดขึ้นข้างๆ หูของกำนันบุญมี

กำนันบุญมีนั่งครุ่นคิดชั่วครู่ เพราะลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเปลื่ยนไปเยอะ จนเขาคิดไปว่าอาจเสียสติเพราะถูกชกน็อคคาเวทีมวย แต่ยังพอมีเรื่องที่ดีบ้างก็คืออยากเรียนหนังสือ กำนันบุญมีคิดอยู่พักหนึ่งจึงตัดสินใจยอมทำตามมิคกี้ทุกอย่าง

“ก็ได้ พ่อจะทำให้ทุกอย่างที่มึงต้องการ แต่ไม่รู้ว่าทำได้หมดไหม เดี๋ยวจะให้อามึงมาจัดการให้” กำนันบุญมีถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคิดผิดหรือคิดถูก ที่ทำตามใจลูกชายทุกอย่าง บางสิ่งเขาไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร

“ขอบคุณมากครับพ่อ” มิคกี้ยกมือไหว้กำนันบุญมีและจันทรา จนสร้างความตกใจให้กับทั้งสองอย่างมาก เพราะโดยปกติแล้วลูกชายของเขา จะมาไหว้ขอบคุณแบบนี้ ไม่เคยมีให้เห็นแม้แต่ครั้งเดียว

ส่วนมิคกี้ก็ยังสงสัยไม่หาย ทำไมสองคนผัวเมียคู่นี้ถึงทำดีกับเขามาก ในตอนแรกมิคกี้คิดว่าสองคนนี้จับเขามาเพื่อเรียกค่าไถ่ พออยู่นานเข้ามิคกี้ก็แน่ใจว่าสองคนนี้ ไม่ได้จับเขามาเรียกค่าไถ่แต่จับมาเป็นลูก มิคกี้จึงใช้ความรักที่ทั้งสองมีให้เขา เพื่อเอาตัวรอดจากเหตุการณ์อันผิดแปลกแตกต่างจากที่เขามา

“พ่อ ผมจะเข้าไปในเมือง ผมจะไปได้อย่างไงครับ”

“ไอ้นี่ มึงก็เข้าไปทุกวันอยู่ แล้วยังจะมาถามกูอีกว่าไปอย่างไง”

“อ๋อ งั้นให้ไก่ไปกับผมด้วยนะครับ”

“อะไรของมึง ไอ้ไก่มันก็เป็นเงาตามตัวมึงอยู่แล้วนี่”

“เหรอ ก็ดี”

“ถ้างั้นผมขอเงินพ่อสามหมื่นเดี๋ยวนี้เลย ผมจะไปซื้อมือถือ” มิคกี้มีแผนไว้ว่าจะซื้อโทรศัพท์มือถือ เพื่อที่จะโทรให้ที่บ้านมารับกลับ ถ้าสำเร็จเขาจะได้ไม่ต้องกลับมาที่นี่อีก ส่วนเรื่องไก่มิคกี้คิดว่าจัดการได้ไม่อยาก แต่ที่เขาอยากเอาไก่ไปด้วย เผื่อแผนการไม่ได้เป็นดั่งหวัง จะได้มีคนคอยช่วยเหลือพากลับมาบ้านหลังนี้

กำนันบุญมีถึงกับส่ายหัว เพราะเครียดที่ต้องเสียเงินสามหมื่น เพื่อแลกกับลูกชายให้ไปเรียนหนังสือ เขาจึงลุกขึ้นเข้าไปในห้องเพื่อนำเงินมาให้มิคกี้ ส่วนมิคกี้นั่งรอกำนันบุญมีสักพัก กำนันบุญมีก็ถือเงินสามหมี่นบาทมายื่นให้มิคกี้

“ขอบคุณครับพ่อ” มิคกี้ยกมือไหว้

“ไอ้ไก่เอาสมุดที่จดมา ส่วนมึงก็ไปกับลูกกูในเมือง”

“ครับพ่อกำนัน” ไกยื่นสมุดให้กำนันบุญมี

“ไปเลยลูกพี่” ไก่เดินนำหน้ามิคกี้

“ผมไปแล้วนะพ่อ”

“ฮือ”

“จะไปยังจะมาบอกอีก ทุกทีไปไหนมาไหนไม่เคยบอกเลยไอ้นี่ วันนี้มันเป็นอะไรแปลกไปมาก ผีเข้าไอ้ต่อหรือเปล่าแม่จันทรา”

“คงไม่หรอกพ่อ คงจะคิดได้แล้วมั้ง”

“จริงเหรอ” กำนันมีน้ำเสียงที่ไม่อยากเชื่อในสิ่งที่จันทราพูด

“คอยดูกันไปก่อนพ่อ” จันทราพูด

“ก็ตามนั้นแหละ” กำนันบุญมีนั่งมองมิคกี้เดินตามไก่ไปที่รถพ่วง

เมื่อมิคกี้มาถึงก็ต้องอึ่งอีกครั้งกับยานพาหนะที่จะพาเขาเข้าไปในเมือง ซึ่งมิคกี้ก็เคยเห็นอยู่ แต่เขาไม่คาดคิดว่าจะต้องมานั่งรถพ่วงเข้าไปในเมือง

“ลูกพี่ขึ้นเลย”

“ให้นั่งในพ่วงนี่นะ” มิคกี้มีท่าทีสงสัย

“ก็ใช่นะสิ ถ้าไม่นั่งในพ่วงและลูกพี่จะนั่งที่ไหน”

มิคกี้ทำใจไม่คอยได้เพราะก่อนหน้านี้ ได้แต่นั่งรถหรูราคาแพง เพียงคืนเดียวต้องมานั่งรถพ่วงเพื่อเดินทาง

“เอ้าหนังสติ๊ก” ไก่หยิบหนังสติ๊กที่อยู่ตะกร้าหน้ารถพ่วงยื่นให้มิคกี้

“อะไร” มิคกี้งง

“ก็หนังสติ๊กไง”

“เอามาทำไม”

“ก็เอาไว้ป้องกันตัว ยิงโน้นยิงนี่อย่างที่ลูกพี่ทำไง”

“เราไม่เคยทำอย่างที่ไก่บอกเลย”

“โอ๊ย ลูกพี่เป็นอะไรมากไหมเนี่ย วันนี้เป็นอะไรที่แปลกมาก เหมือนไม่ใช่ลูกพี่ผมเลย”

“เอ่อน่า คนเรามันก็ต้องเปลื่ยนไปบ้างนั่นแหละ” มิคกี้รับหนังสติ๊กมาถือไว้ และเข้าไปนั่งในรถพ่วง

“ไปแล้วน่ะลูกพี่ จะชิ่งให้ลูกพี่ดู” ไก่สตาร์ทรถและบิดคันเร่งไปอย่างรวดเร็ว บนทางถนนลูกรังที่ผ่านไร่ข้าวโพด

“ไร่ข้าวโพดของใครทำไมมันกว้างมาก” มิคกี้มองไปรอบแล้วรู้สึกสบายตา

“ก็ของพ่อกำนันไง”

“อ๋อ เหรอ”

“แปลกจำไร่ข้าวโพดตัวเองไม่ได้” ไกพูดขึ้น

มิคกี้นอกจากงงว่าตัวเองมาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร ยังมีที่ยิ่งงงกว่าอีก ทำไมคนแถวนี้ถึงคิดว่าเขาเป็นต่อไปได้ ทั้งๆ ที่เขาก็คือมิคกี้ ตอนเช้ามิคกี้ก็ช่องกระจก ก็เป็นหน้าของเขาเหมือนเดิม มิคกี้ยิ่งคิดยิ่งงและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขากันแน่

มิคกี้นั่งบนรถพ่วงเกือบครึ่งชั่วโมง จนเขารู้สึกเจ็บก้นเพราะที่นั่งเป็นเหล็กล้วนๆ ยิ่งถนนขรุขระเวลารถวิ่งจึงกระเด็นกระดอน จนทำให้มิคกี้รู้สึกว่า ก้นของเขาระบบไปหมด

“ลูกพี่ถึงแล้วจะซื้ออะไรก็ซื้อได้เลย”

มิคกี้ลงจากรถพ่วงแล้วมองไปรอบๆ ที่เต็มไปด้วยร้านขายของเรียงรายเป็นห้องแถว และมีตลาดอยู่ตรงกลาง ซึ่งเป็นแผงลอยวางสินค้านานาชนิด

“ไก่ พาเรามาผิดที่หรือเปล่าเราจะเข้าไปในเมือง เพื่อจะเดินซื้อของที่ห้าง ไม่ใช้ให้มาในตลาดสดแบบนี้”

“ลูกพี่ ถ้าจะไปห้างไกลร่วมร้อยโลโน้น ที่นี่มีแต่แบบนี้แหละ อ๋อ แต่ก็มีนะเรียกว่า ซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือเปล่ามีแอร์ด้วย ถ้าลูกพี่อยากไปผมก็จะพาไป”

“ตั้งร้อยโล แล้วที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ย ทำไมทุรกันดารขนาดนี้ ประเทศของเราไม่น่าจะมีอะไรที่ดูเก่าและโบราณแบบนี้นะ นี่มันปี พ.ศ.2567แล้วด้วย”

“อะไรของลูกพี่ ปีนี่พึ่ง พ.ศ.2538 เอง”

“ไม่ต้องมาโกหก ใครย้อนเวลามาได้ตั้งยี่สิบกว่าปี พูดไปเรื่อยน่ะไก่ เราคิดว่าน่าจะเป็นพื้นที่ตกสำรวจ ไม่เป็นไรพ่อเราเป็นรัฐมนตรีเดี๋ยวจะบอกพ่อ ให้มาพัฒนาจังหวัดนี้ให้เจริญขึ้น”

“พ่อลูกพี่เป็นกำนันไม่ใช่รัฐมนตรี ลูกพี่ชอบพูดไปเรื่อยมากว่าผมอีกนะ”

“ไก่นี่อย่างไงเนี่ย ชอบเถียงอยู่นั่นแหละ”

“ผมไม่พูดกับลูกพี่แล้ว จะซื้ออะไรก็ซื้อเลยลูกพี่ ไม่ต้องมาเถียงกับผมหรอก”

“ก็ได้ แถวนี้มีร้านมือถือไหม” มิคกี้มองตามห้องแถวที่เรียงราย แต่ก็ไม่เห็นมีร้านขายโทรศัพท์มือถือซักร้าน

“ร้านอะไรมือถือไม่มีหรอก”

“ดูแล้วก็ไม่มีจริงๆ ด้วย คงจะไกลความเจริญน่าดู” แผนที่มิคกี้วางไว้ไม่เป็นดังคิด แต่มิคกี้มีความคิดแวบหนึ่งว่าจะหนีไปจากที่นี่ แต่ก็เปลื่ยนใจเพราะเขาคิดว่าคงกลับไม่ถูกแน่ๆ

“ร้านมือถือของลูกพี่ไม่มี แล้วลูกพี่จะซื้ออะไรต่อล่ะ” ไก่ถาม

“เดินดูไปก่อนอาจจะซื้อเสื้อซักหน่อย ที่มีอยู่มันเอ้าท์ไปแล้ว” เมื่อมิคกี้พูดจบก็เดินไปยังร้านขายเสื้อผ้าที่อยู่แขวนอยู่เป็นล็อคๆ ในตลาด

เมื่อมิคกี้มาถึงร้านขายเสื้อผ้าราคาถูก ตัวละเก้าสิบเก้าบาทซึ่งมิคกี้ไม่เคยใส่เสื้อราคาถูกขนาดนี้ แต่เขาก็แอบคิดว่าถึงราคาถูก แต่ดีไซน์ใช้ได้ทีเดียวเขาชอบอยู่หลายตัวเหมือนกัน มิคกี้ จึงเลือกซื้อทั้งหมดที่เขาชอบ

“ลูกพี่จะซื้อไปทำไมเยอแยะ”

“ถามแปลกก็ซื้อไปใส่ซิ”

“รู้แล้วว่าซื้อไปใส่ แต่ลูกพี่จะใส่หมดเหรอ”

“หมดสิ ไม่ต้องกลัวหรอก เอ้าถือด้วย” มิคกี้ยื่นถุงเสื้อผ้าให้ไก่ถือไว้

ในระหว่างที่มิคกี้กำลังเดินเลือกซื้อสินค้าเขาก็ต้องตกใจ กับเสียงตะโกนที่ดังมาจากด้านหลัง เพราะเรียกชื่อที่สองของเขา

“ต่อ”

มิคกี้หันมามองทันที และมิคกี้ก็เห็นคนที่เรียกเขาอย่างดัง ซึ่งหน้าตาออกแนวไทยๆ แต่หน้าหวานกว่าเขาอีก ทั้งๆ ที่มิคกี้ผิวขาวแต่ก็ดูคมกว่าคนที่เรียกเขา

“เราว่าจะไปหานายอยู่พอดีเลย” ชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับมิคกี้พูดขึ้น

“จะมาเราหาทำไม เรารู้จักกันเหรอ” มิคกี้มีสีหน้าที่สงสัย

“เฮ้ย ไอ้ต่อกูนี่เพื่อนรักมึงนะโว้ย รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก มึงพูดแบบนี้เราเสียใจแย่เลย” เกรทชายหนุ่มมีสีหน้าที่ไม่คอยพอใจ

“เหรอ”

“ก็เอ่อสิว่ะ ถ้านายไม่อยากคบกับเราอีกแล้ว เราไปก็ได้จะได้ไม่ต้องมาเจอกันอีก” เกรทหันหลังแล้วเดินจากไป

“ไก่ เรากับไอ้นั่นสนิทกันขนาดนั้นเลยเหรอ” มิคกี้พูดเสียงค่อยๆ ข้างๆ หูไก่ เพราะใคร่สงสัย

“ยิ่งกว่าสนิทอีกลูกพี่ แก้ผ้าเล่นน้ำกันมาตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นเจ้าเกรทก็มานอนกับลูกพี่เป็นประจำ”

“มานอนทำไม” มิคกี้สงสัย

“จะไปรู้ได้ไง ก็อยู่ในห้องกันสองคน”

“เรากับเกรทเป็นแฟนกันเหรอ” มิคกี้ใจเต้นระรัว

“คงงั้นมั้ง สนิทเกินเพื่อนด้วยนี่” ไก่หัวเราะ ทั้งที่ความจริงแล้วไก่ไม่ได้เช่นนั้น แต่เป็นเพราะมิคกี้พูดขึ้นก่อนไก่เลยทำเนียนแกล้งมิคกี้

“เหรอ” มิคกี้ครุ่นคิดชั่วครู่

มิคกี้เชื่อคำบอกกล่าวของไก่ เขาจึงรู้สึกไม่ดีที่พูดจาไม่น่าฟังกับเกรท เพราะมิคกี้คิดว่าถึงจะไม่ใช่แฟนของเขา แต่ในเมื่อทุกคนคิดว่าเขาเป็นต่อ มิคกี้จึงต้องสวมรอยเป็นต่อให้แนบเนียน มิคกี้จึงรีบวิ่งตามเกรทใปในทันทีที่เขาคิดได้

“เกรทหยุดก่อนรอเราด้วย” มิคกี้วิ่งมาจนทันเกรทที่หยุดเดินพอดี

“มีอะไรตามมาทำไม” เกรทยืนนิ่งด้วยความเสียใจที่มิคกี้พูดจาไม่ดีกับเขา ถึงแม้เขาจะไม่ได้รักต่อฉันคู่รัก แต่ความเป็นเพื่อนของเขานั้นให้ต่อเต็มร้อย

“เมื่อกี้เราขอโทษนะ พอดีเรามึนๆ เอ่อ คือว่า เมื่อคืนโดนต่อยน็อคคาเวทีมวย” มิคกี้ตีเนียนเป็นต่ออย่างแนบเนียน

“ตบหัวแล้วลูบหลังเหรอ”

“เราไม่ได้ตบหัวและลูบหลังนายนะ แต่เรา เอ่อ คืออย่างไงล่ะ ก็อย่างที่เราพูดเมื่อกี้นี้แหละ”

“เหรอ”

“จริงสิ” มิคกี้จับมือเกรททันที ที่เกรทกำลังจะเดินต่อไป

“นายเป็นบ้าอะไรมาจับมือเราทำไม” เกรทดึงมือออกและหันมามองมิคกี้

“คนเป็นแฟนกันจับมือแค่นี้ไม่เป็นอะไรหรอก” มิคกี้ยิ้มให้เกรทอย่างหวานฉ่ำ

“เฮ้ย ไอ้ต่อนายเป็นบ้าอะไร เราเป็นแฟนกับนายตั้งแต่เมื่อไร คิดแล้วขนลุกนายนี่น่าจะเพี้ยนจริงๆ เพราะโดนต่อยแน่ๆ”

“ก็บ้ารักไง อย่าโกรธเราเลย ขอโทษก็แล้วกัน ถ้าวันนี้อยากกินอะไรอยากได้อะไรบอกเรามา เราจะตามใจนายทุกอย่างหนึ่งวัน เพื่อเป็นการไถ่โทษนาย”

เมื่อมิคกี้พูดจบก็จับมือของเกรทเดินเข้าไปในตลาดอีกครั้ง โดยมีไก่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ พร้อมกับประหลาดใจที่ลูกพี่ของเขาทำเช่นนั้น แต่เขาก็อดยิ้มและขำไม่ได้ ไก่จึงมีความคิดที่จะแกล้งลูกพี่ของเขาต่อไปอีก เพราะต่อนั้นก็ชอบแกล้งไก่และใส่อารมณ์กับไก่บ่อยๆ นี่จึงเป็นวิธีเอาคืนของไก่ ที่เขาพึ่งคิดได้ในช่วงเวลานี้

“ปล่อยมือเราได้แล้วไอ้ต่อ” เกรทพยายามแกะมือของมิคกี้ออก

“ถ้าจะให้ปล่อยนายต้องยกโทษให้เราก่อน”

“ก็ได้”

“ดีมาก” มิคกี้หันมายิ้มด้วยสายตาที่หวานฉ่ำ

“ไอ้ต่อยิ้มซะเราเกือบเคลิ้มเลย มึงจะยิ้มหวานอะไรขนาดนั้นไอ้นี่”

“ก็ยิ้มให้นายไง นายจะได้จำรอยยิ้มเราไว้”

“ไม่ต้องพูดเลยเราจะอ๊วก”

“นายเป็นอะไรถึงจะอ๊วก” มิคกี้มีท่าทีตกใจ

“ไอ้ต่อ มีสติหน่อยซิวะ”

“นายนั่นแหละต้องมีสติ ต้องหัดดูแลสุขภาพตัวเองบ้างรู้ไหม เราเป็นห่วง”

“ไม่ได้เป็นอะไร”

“แน่นะ”

“แน่สิ”

“อย่าโกหกนะ”

“ไม่ได้โกหกหรอก พอเหอะอย่าเล่นเยอะน่ารำคาญ ไปหาอะไรกินดีกว่า นายบอกจะเลี้ยงเราไม่ใช่เหรอ”

“ใช่ แล้วแต่นายเลยอยากกินอะไรวันนี้เราจ่ายไม่อั้น”

“ไปรวยมาจากไหน”

“ขอพ่อมา”

“ไม่เชื่อ คนอย่างนายนี่นะจะขอเงินพ่อกำนัน เห็นเป็นไม้เบื่อไม้เมากันนี่”

“นั่นมันเมื่อก่อน แต่เดี๋ยวนี้เปลื่ยนไปแล้ว อย่าพูดมากเลยเสียเวลากินหมด นายเดินนำหน้าเราไปเลยว่าจะกินร้านไหน”

เกรทหันมามองมิคกี้ด้วยความฉงน และไม่เข้าใจในตัวของเพื่อนที่เปลื่ยนไป อย่างกับหน้ามือเป็นหลังมือ แค่ช่วงเวลาไม่ได้เจอกันสองสามวัน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ลูน่า อัลฟ่าของเธอตกหลุมรักฉัน
9.1
ในงานวันเกิดของอัลฟ่าเดนิส เขาพาอดีตคู่รักที่เคยทิ้งเขาไปกลับมาด้วย แม้เขาจะทำเหมือนทรมานเธอสารพัดเพื่อเอาใจฉัน แต่ในวันครบรอบสัญญา ฉันกลับพบเขากำลังตีตราสร้างพันธะกับเธอในห้องนอน วีจิเนียเยาะเย้ยฉันด้วยแหวนแต่งงานที่เหมือนกันบนนิ้วของเธอ ขณะที่เดนิสอ้างว่ามันคือการลงโทษ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างเมื่อหมาป่าในตัวฉันกรีดร้องด้วยความเสียใจที่เห็นลูน่าของตนถูกทรยศอย่างเลือดเย็นต่อหน้าต่อตาในวินาทีที่ความจริงปรากฏชัดเจน
หน้าปกนวนิยาย รักร้าย...ท่านอ๋องสายโหด
9.3
โชคชะตาเล่นตลกกับอู๋หงถิง นางขอทานใบ้ที่ตื่นขึ้นมาในชุดมงคลสีแดงแทนที่พี่สาวฝาแฝดผู้หายตัวไป หลังก่อเหตุลอบสังหารหวาเซียงอ๋องในคืนวิวาห์จนเกือบสิ้นชีพ เมื่อความแค้นของท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมปะทุขึ้น นางจึงต้องตกอยู่ในฐานะชายาทาสผู้รองรับอารมณ์แทนพี่สาวที่พลัดพราก ท่ามกลางความขัดแย้งและการเอาชีวิตรอดในวังวนแห่งอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย อดีตหญิงไร้ค่าจะรับมือกับโทสะของอ๋องสายโหดได้อย่างไรในวันที่ชีวิตพลิกผันไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย เรือนนี้ผีไม่หลอก
8.4
อู่หลิงเยว่เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวและมาเกิดใหม่ในร่างหญิงสาวที่แคว้นเหยียนซึ่งกำลังล่มสลายท่ามกลางไฟสงคราม เธอต้องเอาตัวรอดด้วยระบบห้างสรรพสินค้าลึกลับที่ต้องสะสมแต้มบุญจากการทำความดีเพื่อแลกสิ่งของ เธอจึงแอบซ่อนตัวในเรือนร้างตระกูลเกาและแสร้งทำตัวเป็นผีเพื่อแจกจ่ายอาหารและยารักษาโรคให้ชาวบ้านที่หิวโหย จนกระทั่งแม่ทัพเซี่ยโม่เหวินปรากฏตัวขึ้นเพื่อรวมกำลังกอบกู้ชาติ แต่ชาวบ้านกลับศรัทธาในผีเรือนร้างมากกว่ากองทัพ ทำให้เขาต้องตัดสินใจเผชิญหน้ากับผีตนนี้เพื่อขอให้ร่วมทางไปด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย หงส์หวนรัก [Phoenix Return of love] 鳳凰歸來的愛
8.7
ในชาติที่ผ่านมานางต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนาเพราะถูกชายผู้เป็นที่รักที่สุดหักหลังอย่างเลือดเย็น ทว่าเมื่อสวรรค์ประทานโอกาสครั้งที่สองให้นางได้หวนคืนกลับมามีลมหายใจอีกครั้งในร่างเดิม นางจึงขอสาบานด้วยเกียรติว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ต่อจากนี้เพื่อทวงคืนความแค้นและจัดการทำลายล้างทุกคนที่เคยมอบความเจ็บปวดให้นางอย่างสาสม แผนการล้างแค้นอันดุเดือดของหงส์สาวผู้กลับชาติมาเกิดจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อชำระหนี้เลือดในอดีตให้สิ้นซาก
หน้าปกนวนิยาย ข้าโหด ทว่าข้าคือสุดที่รักของท่านอ๋อง
8.3
เสิ่นสุยยินถูกกดขี่ให้ไร้ตัวตนมาตั้งแต่เยาว์วัย ทว่าหัวใจที่ทระนงของเธอกลับไม่เคยยอมสยบ เมื่อถึงคราวตระกูลเสิ่นล่มสลาย เธอจึงใช้โอกาสนี้เริ่มต้นชีวิตใหม่เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้มารดา แม้แผนการล้างแค้นจะแยบยลเพียงใด แต่ทุกการเคลื่อนไหวกลับอยู่ในสายตาของลู่จินหวยเสมอ ท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจยอมเป็นหมากให้นางหลอกใช้ตามใจชอบ พร้อมปกป้องไม่ให้นางต้องแปดเปื้อนคาวเลือด โดยมีเงื่อนไขเพียงอย่างเดียวคือตัวนาง เขาปรารถนาให้เสิ่นสุยยินแกล้งทำเป็นรักเขาเช่นนี้ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย จองจำรักร้าย
9.5
จินเยว่ ตำรวจสาวผู้เป็นหัวหน้าสายสืบนำกำลังเข้าทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่ ทว่าลูกน้องกลับบุ่มบ่ามเข้าปะทะก่อนกองกำลังเสริมจะมาถึง จนถูกซ้อนแผนและทำให้เธอได้รับบาดเจ็บปางตายขณะเข้าช่วยเหลือลูกทีม ในช่วงเวลาที่สติเลือนลางท่ามกลางความเป็นตาย เธอได้ยินเสียงเรียกปริศนาที่ดูเหมือนไม่ใช่ทั้งหมอหรือยมทูต แต่กลับเป็นเสียงเรียกอันอ่อนโยนจากหญิงคนหนึ่งที่เรียกเธอว่าลูกรัก การตื่นขึ้นครั้งนี้อาจนำพาจินเยว่ไปสู่โชคชะตาใหม่ที่เธอไม่คาดคิดมาก่อน