
อะไรนะ! เจ้าอยากเป็นเซียนอย่างงั้นเหรอ!?
ตอน 3
เป็นเวลากว่า8ปึแล้วตั้งแต่จื่อหมิงลืมตาดูโลกจื่อหมิงเป็นเด็กร่างท้วมใบหน้ากลมผิวขาว หน้าตาน่ารักน่าชัง ร่าเริงแจ่มใส ยิ้มแย้มตลอดเวลา ใครเห็นต่างก็ต้องรู้สึกอยากเดินเข้าไปกอดให้รู้แล้วรู้รอด จื่อหมิงเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ที่แม้แต่ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านยังต้องตกตะลึง จื่อหมิงนั้นวิ่งได้เร็วมาก เร็วจนถึงขนาดที่ว่าสามารถแข่งวัดฝีเท้าระยะสั้นกับม้าโตเต็มวัยได้อย่างสูสี แต่ก็เพราะพรสวรรค์นี้จึงทำให้เด็กๆในหมู่บ้านไม่ค่อยจะชอบจื่อหมิงนัก
ทุกวันของจื่อหมิงหากไม่วิ่งเล่นกับเด็กๆในหมู่บ้านก็จะตามพี่สาวฝาแฝดทั้งสองไปเก็บผลไม้ตามชายป่า แต่สิ่งที่จื่อหมิงปราถนาที่สุดคือการได้เข้าป่าไปฝึกล่าสัตว์กับท่านพ่อและพี่ใหญ่เพื่อจะได้ลงสมัครในเทศกาลล่าสัตว์ของหมู่บ้าน แต่ก็ต้องผิดหวังทุกครั้งเพราะจื่อหมิงยังเด็กเกินกว่าจะเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรในป่า
ในอดีตตั้งแต่มีเหตุการณ์ที่เด็กๆถูกสัตว์อสูรในป่าทำร้าย คนในหมู่บ้านต่างลงมติกันให้จัดเทศกาลล่าสัตว์ประจำปีของหมู่บ้านขึ้นเพื่อลดจำนวนของสัตว์อสูรดุร้ายที่อาศัยอยู่รอบๆหมู่บ้าน
ปีนี้ก็เหมือนปีก่อนๆจื่อหมิงรบเร้าขอติดตามท่านพ่อและพี่ชายเข้าป่าทุกวี่ทุกวัน นานวันเข้าสุดท้ายหวังสยงผู้เป็นบิดาก็ใจอ่อนยอมพาไปด้วย ตลอดทางที่เข้าป่าจื่อหมิงจะเลียนแบบท่าทางและวิธีการต่างๆจากพ่อและพี่ใหญ่ จื่อหมิงเชื่อฟังคำสอนและคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
3เดือนต่อมา หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์การล่าสัตว์ป่าและสัตว์อสูรจากท่านพ่อและพี่ใหญ่มาพอสมควร จื่อหมิงตัดสินใจว่าวันนี้ตนจะแอบแยกตัวไปล่าสัตว์ด้วยตัวคนเดียวดูบ้าง
"เอาล่ะ! มีดพร้อม คันธนูกับลูกศรพร้อม กับดักพร้อม อาหารกลางวันก็พร้อม หึหึหึ วันนี้แหละข้าจะทำให้ท่านพ่อท่านแม่ภูมิใจ"จื่อหมิงที่กำลังตระเตรียมเครื่องมือล่าสัตว์ของตนตั้งปณิธานอย่างมุ่งมั่น
"เสี่ยวจิ่วเตรียมตัวเสร็จรึยัง พวกเราจะไปกันแล้วนะ" พี่ใหญ่ที่รออยู่หน้าลานบ้านตะโกนเรียกจื่อหมิง
"ไปๆ พี่ใหญ่ข้าเสร็จแล้ว"จื่อหมิงขานรับด้วยอารมณ์ยินดี หลังจากนั้นทั้งสามก็ออกเดินทางเข้าป่าอสูรตามปกติ วันนี้ท่านพ่อปล่อยให้คู่พี่ชายน้องชายได้ออกไปล่าสัตว์กันเองส่วนตนนั้นจะแยกไปขนฟืนกองใหญ่ที่ตัดทิ้งไว้เมื่อหลายวันก่อน หลังจากจื่อหมิงติดตามพี่ใหญ่วางกับดักตามจุดต่างๆเรียบร้อยแล้ว สองพี่น้องก็เดินหาเก็บของป่าไปเรื่อยๆ "วันนี้เราโชคดีแล้ว!! มีรังผึ้งป่าอยู่ใกล้ๆนี้"อยู่ๆพี่ใหญ่ก็โพล่งขึ้นหลังจากเงี่ยหูฟังเสียงจากรอบๆ หลังจากตามหารังผึ้งจนพบพี่ใหญ่ก็ให้จื่อหมิงออกไปวิ่งเล่นห่างๆก่อนเพราะการเก็บน้ำผึ้งนั้นเป็นงานอันตรายสำหรับเด็กวัย8-9ขวบเกินไป เรียกได้ว่าเข้าทางจื่อหมิงผู้ไร้เดียงสาที่กำลังมองหาจังหวะแอบหลบออกไปล่าสัตว์คนเดียวพอดี ในตอนที่พี่ใหญ่กำลังวุ่นวายกับการเก็บน้ำผึ้งป่านั้นจื่อหมิงก็ใช้ฝีเท้าอันว่องไววิ่งหายไปจากบริเวณนั้นอย่างไร้สุ่มเสียง
หลังจากแอบแยกตัวออกมาได้ไม่นานจื่อหมิงก็ได้พบกับรอยเท้าสัตว์ขนาดเล็ก เขาจึงได้ใช้วิชาล่าสัตว์ที่ได้ร่ำเรียนมาเพื่อออกแกะรอยหาสัตว์ป่าที่โชคร้ายตัวนั้น หลังจากแกะรอยมาได้สักพัก จื่อหมิงถึงกับต้องขมวดคิ้วเมื่อพบว่า สัตว์ตัวน้อยที่ตนตามแกะรอยนั้นได้นอนตายอยู่ตรงหน้า แต่เพื่อความมั่นใจเขาจึงเดินเข้าไปดูซากสัตว์ที่พบว่าเป็นฝีมือของสัตว์ร้ายชนิดใด เมื่อจื่อหมิงพลิกซากสัตว์ดู เขาถึงกับหน้าซีด ขนลุก เหงื่อแตกโทรมกาย แผ่นหลังเย็นเฉียบ ที่ซากสัตว์นั้นมีเนี้พียงส่วนหัวด้านบนเท่านั้นที่หายไป คำเตือนของบิดาและพี่ชายได้ดังลั่นวนไปวนมาในหัวของจื่อหมิงทันที "จื่อหมิง ลูกต้องจำเอาไว้นะ ถ้าหากเจอซากสัตว์ที่กระโหลกส่วนบนหายไปให้รีบหนีทันที อย่าได้หันหลังกลับไปมองเด็ดขาด"
"ทำไมล่ะขอรับท่านพ่อ"จื่อหมิงภามด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็น แต่กลับเป็นพี่ใหญ่ที่ตอบแทนว่า "เพราะรอยแผลแบบนั้นมันเป็นวิธีการกินอาหารของอสูรร้ายที่ชื่อว่า ตัวกินสมอง เท่านั้นยังไงล่ะ และต่อให้เป็นข้าหรือท่านพ่อถ้่เหากเผชิญหน้ากับมันก็ยากจะเอาชนะมันได้ เพราะฉะนั้นจำเอาไว้นะเสี่ยวจิ่ว จงวิ่งหนีให้เร็วที่สุด!!"
จื่อหมิงลอบกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น ขณะที่กำลังจะเอี้ยวตัวกลับเพื่อวิ่งหนีออกจากบริเวณนี้ให้เร็วที่สุด สายตาของจื่อหมิงก็สบเข้ากับดวงไฟสีแดงฉานสองดวงขนาดเท่าลูกตระกร้อในพุ่มไม้ด้านขวามือที่ห่างออกไปประมาณ 10 จั้ง ทันทีที่จื่อหมิงสบสายตากับดวงไฟยักษ์นั้น สัญชาตญาณในการเอาชีวิตรอดของจื่อหมิงก็ถูกจุดระเบิดขึ้นแทบจะในทันที เขารีบพุ่งตัวกลิ้งหลบเมื่อตั้งหลักได้จื่อหมิงก็สอยฝีเท้าสับตีนแตกไม่เห็นกลับมามองอีก
ในช่วงเสี้ยววินาทีที่จื่อหมิงจะกลิ้งหลบนั้น ดวงไฟทั้งสองก็พุ่งกระโจนเข้ามาด้วยความเร็วจนเห็นเพียงเงาสีเขียว เมื่อเงาร่างสีเขียวพุ่งมาถึงจุดที่จื่อหมิงเคยอยู่ก็คำรามเดือดดาลเพราะไม่พบตัวเหยื่อที่มันหมายตา เงาร่างสีเขียวรีบหันซ้ายหันขวามองหาเหยื่อที่พึ่งหลบหนีไปทันที เมื่อพบก็เห็นเพียงแผ่นหลังที่อยู่ใกล้ลิบๆของจื่อหมิงเท่านั้น มันยิ่งคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวมากกว่าเดิมแล้วรีบพุ่งตามเงาร่างของจื่อหมิงไปทันที
จื่อหมิงที่พึ่งรอดชีวิตจากเงาสีเขียวมาหมาดๆนั้นก็ไม่ได้ชะล่าใจแต่อย่างไร เขารีบเร่งฝีเท่าขึ้นอีก ในใจก็ลอบบ่นโอดควรญ "นี่มันวันซวยอะไรของข้าเนี่ย!! ทำไมต้องมาเจอไอ้ตัวกินสมองบัดซบนี่ด้วย!?"
"ก๊าซซซซ" เสียงคำรามของสัตว์ประหลาดตัวสีเขียวดังไล่หลังจื่อหมิงมาติดๆ จื่อหมิงอดที่จะตัวสั่นเพราะเสียงคำรามอย่างห้ามไม่ได้ เขารู้ดีว่าถ้าเขาหันหลังกลับไปมองหรือหยุดวิ่งเมื่อไหร่ความตายจะมายืนเขาทันที เขาทำได้เพียงทำในสิ่งที่เขาถนัดที่สุดในชีวิตนั้นคือ "วิ่ง"วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ตรงหน้าให้ได้
***************************************
ปล.เนื้อเรื่องช่วงแรกอาจจะเอื่อยเฉื่อยไปหน่อยนะครับ แต่ผมขอรับประกันว่าจะจัดเต็มความมันส์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆแน่นอนครับ
คุณอาจจะชอบ

![หน้าปกนวนิยาย DarkZ [I] MYZTERY HORO](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/2bb97e3f5001834806827233239/wYK9PcffXwAA.webp!15491.webp)



