
โอกาสรักครั้งสุดท้าย
ตอน 3
“พวกแกรู้เรื่องนี้ได้ไง ไอซ์หรือเจนี่เป็นคนบอก”
“จะใคร ก็ทั้งสองคนนั่นแหละ นู่นไงยืนรออยู่นั่น” ภิญญาภัคบอกแล้วชี้มือไปยังทางเข้าร้าน
วีร์ดามองไปยังทางนั้นเห็นน้องทั้งสองคนของเธอยืนหัวเราะ กอดคอกัน เดินตรงมาก็ได้แต่กลอกตาอย่างเซ็งๆ สีหน้าของเธอมองออกเลยว่าเอือมระอากับเรื่องแบบนี้อยู่ไม่น้อย
“ขอบคุณนะพี่วี ถ้าพี่ไม่ตอบตกลงแต่งงานกับลูกชายคุณลุงคุณป้า ก็คงเป็นพวกเรานี่แหละที่ต้องโดนจับแต่งงานอะไรแบบนั้นน่ะ นึกแล้วสยองแทนเลย”
วีร์ดาจะยิ้มก็ยิ้มไม่ได้ พูดอะไรก็พูดไม่ออก ได้แต่ด่าเล่นๆไปว่า
“น้องเวร พูดให้พี่สยองขึ้นมาอีกแล้วนะ เดี๋ยวพี่หนีงานนั่นซะเลย พวกแกจะได้แต่งงานแทนพี่”
น้องสองคนของเธอทั้งรักทั้งเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่จำความได้ เธออุตส่าห์ทำตัวเสียสละเป็นพี่สาวที่แสนดียอมโดนจับคลุมถุงชนกับลูกชายของเครือ ‘เบญญ์’ ยังจะมาพูดให้เธอเครียดอีกว่าน่าสยองพองขน นึกแล้วน่าฟาดด้วยไม้จริงๆเลย
แต่จะว่าไปวีร์ดาก็อดนึกเห็นใจน้องสาวทั้งสองคนของเธอไม่ได้หรอก น้องๆของเธอมีคนรักรออยู่แล้ว วีร์ดาที่เป็นพี่สาวคนโตนั้นยังโสดเพราะชีวิตของเธอนอกจากครอบครัว เพื่อน ก็มีแค่ทำงานเท่านั้นที่สำคัญ วีร์ดาเลยตอบรับการแต่งงานแบบคลุมถุงชนที่ว่านั่นไปด้วยความไม่คิดอะไรให้มากแบบในนิยายที่เธอเคยอ่านๆมา
“พอเถอะน่า นี่อย่ามาทำให้งานเลี้ยงสนุกๆที่พวกเราช่วยกันจัดกลายเป็นงานเลี้ยงขอบคุณอำลาของพวกแกสามคนพี่น้อง ดราม่าน้ำตานองจะได้มั้ย”
ริญญ์นภัสเป็นคนฉุดความรู้สึกของทุกๆคนออกมาจากความหมองเศร้า แล้วบรรยากาศของความสนุกสนาน เพลงคึกคักก็เปิดให้ดังขึ้นภายในผับเล็กๆนั้น วีร์ดารับแก้วเครื่องดื่มที่เพื่อนทยอยส่งให้อยู่ตลอดจนรู้สึกในอีกชั่วโมงถัดมาว่าเธอเริ่มเมาแล้ว
ริญญาภัคเข้าไปคุยข้างหูกับแพรวพิชชาและริญญ์นภัสครู่เดียวก็หัวเราะกันขึ้นมา ก่อนที่แพรวพิชชาจะบอกเสียงดังขึ้นว่า
“พร็อพมาพอดี เชิญเข้ามานัวกับว่าที่เจ้าสาวได้เลยจ้ะ”
วีร์ดาเลิกคิ้ว แกล้งทำเป็นส่ายหน้าพร้อมกับถอยห่างจากผู้ชายกล้ามโตที่เพื่อนลากมาเป็น ‘พร็อพ’ ในงานคืนนี้
“ได้ยินมาว่า ว่าที่เพื่อนเขยของพวกเรา กล้ามใหญ่กว่านี้อีกนะ วีวี่ แกเคยเห็นรึยังว่าของเขา ‘ใหญ่’ จริงมั้ย” ภิญญาภัคเน้นคำว่าใหญ่ แววตาทะลึ่งทะเล้นใส่เธอ
วีร์ดาที่เริ่มสนุกเหลือบตามองชายกล้ามล่ำที่ขนาบข้างตัวแล้วก็ร้องบอกเพื่อนออกไป “ไม่เคยเห็น แต่ฉันคิดว่าไม่น่าใหญ่เท่านี้นะ”
“ถามจริงเถอะ ตัวจริงของคุณดนย์หล่อมั้ยวี”
วีร์ดานึกถึงวันที่พ่อกับแม่พาเธอไปกินข้าวกับบ้านนั้น นั่นคือครั้งแรกและครั้งเดียวที่เธอได้พบกับดนย์ เบญญา ว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ วีร์ดาขอบอกตามตรงเลยว่านี่ก็ผ่านมาเพียงเดือนเดียวเท่านั้นแต่เธอนึกหน้าดนย์ไม่ออกแล้ว คงเพราะงานของเธอที่ยุ่งมากๆ เธอเหนื่อยจากงาน collection ใหม่ แล้วยังต้องคุมงานเดินแบบการกุศลที่เพิ่งจบไป เลยทำให้วีร์ดาไม่มีพื้นที่ให้สนใจเรื่องอื่น
ครอบครัวของวีร์ดาทำธุรกิจนำเข้าอัญมณีมาเกือบสามสิบปีแล้ว แต่สองปีที่ผ่านมากิจการของครอบครัวถดถอยลงไปมาก เมื่อต้นปี วีร์ดาได้ยินมาว่า ‘เครือเบญญ์’ เครือธุรกิจที่อยู่ในการบริหารงานของครอบครัวเบญญากำลังจะเข้ามาร่วมทุนกับกิจการของครอบครัวของเธอ
คุณอาจจะชอบ





